- หน้าแรก
- เป็นจอมมารทั้งที ใครว่าข้าคิดแต่จะปลูกผัก
- บทที่ 1: บัญชาจอมมาร
บทที่ 1: บัญชาจอมมาร
บทที่ 1: บัญชาจอมมาร
บทที่ 1: บัญชาจอมมาร
ป่าจันทร์โลหิต
ภายในปราสาทอันทรุดโทรม บนบัลลังก์ที่ผุพัง
ชายหนุ่มรูปงามสวมชุดเกราะที่แตกสลายและถือดาบหักบิ่น กำลังใคร่ครวญถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตนเอง
เขา 'ลู่เช่อ' เป็นนักออกแบบเกมที่ต้องทำงานล่วงเวลาทุกวันเมื่อไม่นานมานี้
ทว่าบัดนี้ เขากลับหลุดเข้ามาอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคย
ซ้ำยังกลายมาเป็นจอมมารอีกด้วย
ทว่า เขาเป็นจอมมารที่ถูกผู้คนลืมเลือนไปจนแทบจะหมดสิ้นแล้ว
นั่นเป็นเพราะพลังของจอมมารมีต้นกำเนิดมาจากความหวาดกลัวของผู้คนบนโลก
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้จอมมารฟื้นคืนชีพ เมื่อสี่สิบปีก่อน หลังจากที่ผู้กล้าและจอมมารตกตายตกตามกันไป อาณาจักรต่างๆ จึงได้ส่งกองทหารมาปราบปรามเหล่ามอนสเตอร์ในป่าจันทร์โลหิต
พวกเขาตั้งใจที่จะขจัดความหวาดกลัวที่มีต่อจอมมารให้หมดไป ด้วยการลบเลือนทุกร่องรอยการมีอยู่ของเขา
ซึ่งผลลัพธ์ก็พิสูจน์แล้วว่าวิธีการของพวกเขานั้นได้ผลจริง
เมื่อจอมหารถูกลืมเลือน ความหวาดกลัวย่อมมลายหายไป
และแน่นอนว่าจอมมารย่อมไม่สามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ลู่เช่อยืนยันตัวตนในฐานะจอมมารได้แล้ว เขาก็ตระหนักถึงปัญหาอันร้ายแรงข้อหนึ่ง
นั่นก็คือ—เขาอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
จอมมารใช้การกลืนกินความหวาดกลัวเป็นแหล่งพลังงาน การถูกผู้คนลืมเลือนก็เท่ากับการสูญสลายไปโดยปริยาย
มิเช่นนั้นแล้ว คงไม่ถึงคราวที่ลู่เช่อจะได้มาเป็นจอมมารแทนหรอก
"สรุปก็คือ สถานการณ์ของฉันตอนนี้มันแย่มากๆ เลยใช่ไหม?"
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ลู่เช่อก็ยิ่งมั่นใจในข้อเท็จจริงที่ว่า ตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นในนครจอมมารแห่งนี้ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ใจ
การตายกะทันหันในชีวิตที่แล้วก็เรื่องหนึ่งเถอะ
แต่ทำไมชีวิตนี้เขาถึงต้องมาสูญสลายไปเพราะถูกลืมอีกด้วยล่ะ?
【ยืนยันตัวตนโฮสต์ ผูกมัดระบบมหาจอมมารสำเร็จ!】
"เอ๊ะ?!"
"มาแล้วเหรอ!?"
ลู่เช่อที่กำลังคร่ำครวญถึงชีวิตอันรันทด พลันหูผึ่งขึ้นมาทันที
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเปิดระบบขึ้นมาและเริ่มศึกษาการทำงานของมัน
หน้าต่างสถานะส่วนตัวนั้นชัดเจนและเข้าใจง่าย หากมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจ เขาก็สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้
สิ่งนี้ทำให้ลู่เช่อเข้าใจวิธีใช้งานระบบได้อย่างรวดเร็ว
ในฐานะมหาจอมมาร ระดับของเขามีความสัมพันธ์โดยตรงกับขนาดและความเจริญรุ่งเรืองของอาณาเขตที่เขาครอบครอง รวมถึงจำนวนและความสามารถของสมุนใต้บังคับบัญชา
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ลู่เช่อเพียงแค่ต้องขยายอาณาเขตให้กว้างใหญ่ขึ้นและหาสมุนมาเพิ่ม เพื่อยกระดับของตนเอง
ส่วน 'บัญชาจอมมาร' หมายถึงกฎเกณฑ์เฉพาะที่จะต้องปฏิบัติตามภายในอาณาเขตของมหาจอมมาร
ซึ่งมหาจอมมารสามารถเปิดหรือปิดการใช้งานได้อย่างอิสระ
พลังงานทั้งสามประเภทต่างก็มีแหล่งที่มาและการใช้งานที่แตกต่างกันไป
พลังงานอารมณ์ ได้มาจากความผันผวนทางอารมณ์ของเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญาทั้งหมดภายในเขตแดนของมหาจอมมารที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเขา
ยิ่งอารมณ์มีความผันผวนมากเท่าใด พลังงานอารมณ์ที่ผลิตออกมาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และสามารถเก็บเกี่ยวซ้ำจากเป้าหมายเดิมได้
ประโยชน์ของพลังงานอารมณ์คือ 'การสร้าง'
ทว่ามันมีไว้เพื่อการสร้างเท่านั้น ไม่สามารถมอบสติปัญญาหรือความสามารถในการเติบโตให้กับสิ่งที่สร้างขึ้นมาได้
ส่วน พลังงานชีวิต และ พลังงานวิญญาณ ที่เหลือนั้น มีแหล่งที่มาคล้ายคลึงกัน นั่นคือได้รับมาจากการสังหารศัตรู
ดังนั้น พลังงานชีวิตและพลังงานวิญญาณจึงสามารถเก็บเกี่ยวจากเป้าหมายเดียวกันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ช่างน่าเสียดายจริงๆ
การใช้งานของพลังงานสองประเภทนี้ก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน คือใช้เพื่อ 'อัญเชิญ' สมุน
เพียงแต่มีความถนัดที่แตกต่างกันไป
พลังงานชีวิตใช้สำหรับอัญเชิญสมุนสายกายภาพเป็นหลัก ในขณะที่พลังงานวิญญาณใช้สำหรับอัญเชิญสมุนสายเวทมนตร์เป็นหลัก
หลังจากทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้แล้ว ลู่เช่อก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นว่าเขาควรจะทำอะไรต่อไป
แม้จะมีระบบอยู่ในมือแล้ว แต่ปัญหาเรื่องการถูกลืมเลือนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
โชคดีที่ด้วยความช่วยเหลือจากระบบ ลู่เช่อไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการกลืนกินความหวาดกลัวเพื่อรักษาสถานะการมีอยู่ของตนเองเหมือนจอมมารคนก่อนๆ อีกต่อไป
เขาเพียงแค่ใช้พลังงานอารมณ์แทนก็สิ้นเรื่อง
ดังนั้น เพื่อที่จะกลายเป็นมหาจอมมารอย่างแท้จริง ลู่เช่อต้องหาทางดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในอาณาเขตของเขาให้มากขึ้น
เพื่อมอบพลังงานอารมณ์ให้กับเขา!
เพราะฉะนั้น... "มันก็แค่การปั่นหัวเล่นกับอารมณ์คนไม่ใช่เหรอ?"
"สำหรับคนที่เคยเป็นนักออกแบบเกมระดับซีเนียร์มาก่อน เรื่องแค่นี้มันจะไปยากอะไรล่ะ?"
ลู่เช่อเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในอนาคตของตนเอง
"ทุนเริ่มต้นมันก็น้อยไปหน่อยเท่านั้นแหละ"
ในความเป็นจริง จากข้อมูลที่ระบุในหน้าต่างสถานะส่วนตัวก็บ่งชี้ได้ชัดเจนแล้วว่า
การที่ลู่เช่อจะดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในอาณาเขตของเขาเพื่อมอบพลังงานอารมณ์ให้นั้น ยังคงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก
อันดับแรก เขาไม่สามารถให้คนอื่นเข้ามาในนครจอมมารได้อย่างแน่นอน
ก็เห็นๆ กันอยู่ว่ามันทรุดโทรมซะขนาดนี้
ในเมื่อลู่เช่อได้เป็นจอมมารแล้ว เขาก็ต้องรักษาหน้าตาของตัวเองบ้างสิ
ด้วยเหตุนี้ อาณาเขตเพียงแห่งเดียวที่สามารถเปิดให้คนเข้ามาได้ก็คือ ป่าจันทร์โลหิต
แต่ป่าจันทร์โลหิตนั้นแห้งแล้งทรัพยากร ซ้ำยังตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล จำนวนนักผจญภัยที่แวะเวียนมาแทบจะนับหัวได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชาวบ้านหรือชาวนาธรรมดาๆ ว่าพวกเขาจะวิ่งแจ้นมาที่นี่
แล้วเขาควรจะหาวิธีไหนมาทำให้ป่าจันทร์โลหิตมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาดีล่ะ?
"คิดออกแล้ว ขุมทรัพย์ไง!"
ดังคำกล่าวที่ว่า คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อ
ที่ใดก็ตามที่มีผลประโยชน์ให้กอบโกย ที่นั่นย่อมมีเหล่านักล่าสมบัติจำนวนมากมารวมตัวกันอย่างแน่นอน
และสำหรับเหล่านักผจญภัยที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก ขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยอัญมณีล้ำค่าย่อมเป็นแรงดึงดูดมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยเหตุนี้ ลู่เช่อจึงตัดสินใจเริ่มต้นจากจุดนี้
เพราะสำหรับลู่เช่อแล้ว ของจำพวกเหรียญทองนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย
ตราบใดที่เขามีพลังงานอารมณ์ เขาก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้มากเท่าที่ต้องการ
ทว่าการเอาเงินไปแจกเฉยๆ คงไม่ทำให้เกิดความผันผวนทางอารมณ์ได้มากนัก ดังนั้นการจัดฉากให้เป็น 'ขุมทรัพย์' จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
"แต่ถ้ามีแค่ขุมทรัพย์โดยที่ไม่ได้โปรโมตอะไรเลย พวกนักผจญภัยก็ไม่มีทางรู้หรอกว่ามีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่ในป่าจันทร์โลหิต"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ควรจะสร้างค่ายหน้าด่านไว้ที่ชายแดนของป่าจันทร์โลหิตสินะ"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่เช่อจึงเปิดหน้าต่างการสร้างของระบบขึ้นมา
ตัวเลือกย่อยหลายรายการปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทันที
【สิ่งปลูกสร้าง】, 【เครื่องจักร】, 【ไอเทม】, 【วัสดุ】, 【มอนสเตอร์】, 【อื่นๆ】, 【สร้างเอง】
เนื้อหานั้นเรียบง่ายและชัดเจน
อย่างไรก็ตาม มีเพียงบางตัวเลือกเท่านั้นที่สว่างขึ้นมา เช่น 【สิ่งปลูกสร้าง】, 【มอนสเตอร์】 และ 【อื่นๆ】
ส่วนที่เหลือนั้นอยู่ในสถานะสีเทา
เมื่อกดคลิกเข้าไป ก็จะมีข้อความแจ้งเตือนจากระบบปรากฏขึ้น
【ระดับไม่เพียงพอ!】
【โปรดพยายามอัปเลเวลให้สูงขึ้นนะโฮสต์ เพื่อปลดล็อกเนื้อหาการสร้างเพิ่มเติม】
"นี่มัน..."
แม้ว่าลู่เช่อจะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่เขาก็ยังอดรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้เมื่อได้ยินข้อความแจ้งเตือนนี้