- หน้าแรก
- เริ่มเรื่องมาก็ถูกไล่ออก งั้นขอเป็นตัวร้ายที่แกร่งที่สุดก็แล้วกัน
- บทที่ 13 เจ้าอยากรอดหรืออยากตาย?
บทที่ 13 เจ้าอยากรอดหรืออยากตาย?
บทที่ 13 เจ้าอยากรอดหรืออยากตาย?
บทที่ 13 เจ้าอยากรอดหรืออยากตาย?
ลู่หลีกล่าวว่า "จุ๊ๆ ด้วยฝีมือเพียงเท่านี้ยังกล้ามาขวางข้าอีกหรือ? ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเอาเสียเลย!"
ทุกคนต่างร้องโอดโอยขณะพยุงร่างลุกขึ้นมา พวกเขามองลู่หลีด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่ครึ่งคำ
ลู่หลีมองไปทางพ่อบ้านหวังคุนพลางเผยรอยยิ้ม "ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วงั้นสิ?"
หัวใจของพ่อบ้านหวังคุนสั่นสะท้าน ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับลู่หลี เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า "วันนี้พวกข้ายอมรับความพ่ายแพ้ ภูเขาไม่เปลี่ยนทาง น้ำยังคงไหลริน วันหน้ายังมีโอกาสพบกันใหม่ ลาก่อน!"
กล่าวจบ เขาก็ขยิบตาให้ลูกน้อง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป
ลู่หลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ข้าบอกตอนไหนว่าพวกเจ้าไปได้แล้ว?"
ร่างของพ่อบ้านหวังคุนแข็งทื่อ เขาหันกลับมาและถามด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อย "เจ้ายังต้องการอะไรอีก?"
ลู่หลีแค่นเสียงเย็น "หากข้าฝีมือไม่ถึงขั้น พวกเจ้าจะยอมปล่อยข้าไปงั้นหรือ? พอสู้ข้าไม่ได้ก็คิดจะหนีไปดื้อๆ บนโลกนี้มีเรื่องดีงามเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
ใบหน้าของพ่อบ้านหวังคุนเคร่งเครียด "พวกเราคือผู้คุ้มกันของตระกูลหลิน เป็นตัวแทนหน้าตาของตระกูล ก่อนที่เจ้าจะลงมือทำอะไร ทางที่ดีควรชั่งน้ำหนักถึงผลที่จะตามมาให้ดีเสียก่อน"
ลู่หลีกล่าว "อย่ามาขู่ข้าเลย มิฉะนั้นข้าอาจจะอดใจไม่ไหวพลั้งมือทุบตีเจ้าจนตายเอาก็ได้"
สีหน้าของพ่อบ้านหวังคุนแปรเปลี่ยนไป เขาอยากจะกล่าววาจาอวดดีอีกสักสองสามประโยค แต่เมื่อเห็นแววตาเย็นชาของลู่หลี ภายในใจก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายจึงไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก
ลู่หลีกล่าว "ถูกแล้วล่ะ หากฝีมือไม่ถึงก็จงสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้เสีย ทีนี้ตอบข้ามา เจ้าอยากมีชีวิตรอดหรืออยากตาย?"
พ่อบ้านหวังคุนอ้าปากค้าง แน่นอนว่าเขาย่อมอยากมีชีวิตรอด ทว่าท่ามกลางสายตาของลูกน้องมากมายที่จับจ้องอยู่ จะให้เขาพูดคำนั้นออกมาได้อย่างไร?
ใบหน้าของลู่หลีมืดครึ้มลง "ถ้าไม่พูด แปลว่าอยากตายงั้นสิ? เช่นนั้นข้าก็จะสนองความต้องการให้ พอดีเลยข้ายังไม่เคยฆ่าใครมาก่อน จะได้ถือโอกาสนี้ซ้อมมือเสียหน่อย"
น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นแฝงไปด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่าน ทำเอาผู้ที่สัมผัสได้ถึงกับหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
เมื่อพ่อบ้านหวังคุนสัมผัสได้ถึงจิตสังหารนั้น มือเท้าของเขาก็เย็นเฉียบขึ้นมาในทันที หัวใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
ไอ้หนูคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น มันคิดจะฆ่าคนจริงๆ
"ข้า... พวกเราอยากรอด"
ใบหน้าของพ่อบ้านหวังคุนแดงก่ำ เขารู้สึกอัปยศอดสูอย่างหาที่สุดไม่ได้ แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ
ลู่หลีเผยรอยยิ้ม "รอดน่ะรอดได้ แต่... พวกเจ้าต้องจ่ายค่าไถ่ชีวิตมา!"
"อะไรนะ?"
พ่อบ้านหวังคุนชะงักไปเล็กน้อย
"ยังจะมัวยืนบื้ออยู่อีกทำไม?"
"พวกเจ้าทุกคน เข้ามาต่อแถวแล้วจ่ายเงินมาซะดีๆ!"
"อย่าได้คิดซุกซ่อนสิ่งใดไว้ ควักออกมาให้หมด!"
...
หนึ่งก้านธูปให้หลัง พ่อบ้านหวังคุนและพรรคพวกก็เดินคอตกออกจากโรงเตี๊ยมชิงอวิ๋น ท่าทางหมดอาลัยตายอยาก
ไม่เพียงแต่โดนทุบตีจนสะบักสะบอม แต่ยังถูกปล้นจนหมดตัวอีกต่างหาก!
ช่างน่าอัปยศสิ้นดี!
ในยามนี้ พวกเขาเพียงอยากจะรีบหนีไปจากสถานที่แห่งความอับอายนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อกลับไปรายงานนายน้อย แล้วค่อยหาหนทางทวงคืนความยุติธรรม
"พ่อบ้านหวังคุน เหตุใดพวกเจ้าจึงได้มีสภาพดูไม่จืดเช่นนี้? ผู้ใดรังแกพวกเจ้ากันล่ะ?"
จู่ๆ น้ำเสียงเย้ยหยันที่เต็มไปด้วยความสะใจก็ดังแทรกขึ้นมา
พ่อบ้านหวังคุนกำลังเดือดดาลและเตรียมจะบันดาลโทสะ ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างสองร่างเดินเข้ามา สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย "จ้าวถิง! ซือถูหมิงเยว่!"
นายน้อยตระกูลจ้าวปรากฏตัวขึ้น พร้อมด้วยสตรีเรือนร่างอรชรเดินตามหลังมาติดๆ นางคือองครักษ์ส่วนตัวของจ้าวถิง นามว่า ซือถูหมิงเยว่
พ่อบ้านหวังคุนปรายตามองซือถูหมิงเยว่ ประกายความหวาดหวั่นวาบผ่านในดวงตาของเขา
ว่ากันว่าซือถูหมิงเยว่มาจากสำนักอันยิ่งใหญ่ ภูมิหลังของนางลึกลับยิ่งนัก ซ้ำยังมีพลังบ่มเพาะถึงระดับซวนกวงขั้นที่ห้า นางมักจะอยู่เคียงข้างจ้าวถิงเสมอไม่เคยห่าง ความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นคลุมเครือ กลางวันเป็นองครักษ์ ส่วนกลางคืนก็เป็นคู่นอน
เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้คน แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากพูดออกมาตรงๆ
"นายน้อยจ้าว มีธุระอันใดหรือ?"
พ่อบ้านหวังคุนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
จ้าวถิงเป็นคนเสเพล มีสตรีข้างกายไม่ซ้ำหน้า แต่กลับยังมักใหญ่ใฝ่สูงหมายปองหลินเมี่ยวเมี่ยว ในฐานะพ่อบ้านของตระกูลหลิน หวังคุนย่อมไม่สบอารมณ์และไม่อยากจะปั้นหน้ายิ้มแย้มใส่
จ้าวถิงกล่าว "ข้าได้ยินมาว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนลู่หลีอยู่ที่นี่ มันไปแล้วหรือยัง?"
ดวงตาของพ่อบ้านหวังคุนกลอกกลิ้งไปมา ก่อนจะตอบว่า "เขายังอยู่ข้างใน หากท่านตามหาเขาอยู่ ก็เข้าไปได้เลย"
จ้าวถิงเหยียดยิ้มเย้ยหยัน "พวกเจ้าโดนมันอัดมา เลยกะจะยืมมือข้าสินะ? หลินซิงเหอนี่เลี้ยงดูพวกไร้น้ำยาไว้ไม่น้อยจริงๆ เบิกตาดูให้ดีล่ะ ว่านายน้อยผู้นี้จะสั่งสอนไอ้สวะนั่นอย่างไร!"
กล่าวจบ เขาก็หัวเราะร่วนแล้วก้าวอาดๆ เข้าไปในโรงเตี๊ยมชิงอวิ๋น
ซือถูหมิงเยว่เดินตามไปติดๆ นางถึงกับหันกลับมาส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อยให้กับพ่อบ้านหวังคุนและพรรคพวก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์เย้ายวนใจ
"นังร่านเอ๊ย!"
พ่อบ้านหวังคุนสบถด่าเบาๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะปล่อยความคิดให้เตลิดเปิดเปิงไปไกล กว่าจะดึงสติกลับมาได้ก็กินเวลาไปครู่ใหญ่
"หญิงงามล่มเมืองปานนี้ หากข้าได้ลิ้มลองรสชาติของนางสักครั้ง ต่อให้อายุสั้นลงสักสิบปีก็ยอม ไอ้หนุ่มจ้าวถิงนั่นช่างมีวาสนาเรื่องสตรีเสียจริง!"
พ่อบ้านหวังคุนรู้สึกอิจฉาตาร้อน ทั้งยังริษยาจนทำให้ความมุ่งร้ายในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เขาลอบแช่งชักหักกระดูกอยู่ในใจ ภาวนาให้จ้าวถิงโดนลู่หลีซ้อมจนตายตกไปตามกัน!
ภายในโรงเตี๊ยมชิงอวิ๋น ลู่หลีกำลังอารมณ์ดีกับผลเก็บเกี่ยวอันล้นหลาม เขานำเงินก้อนโตที่ปล้นมาได้เก็บเข้าสู่ช่องว่างมิติ และกำลังจะเดินออกไป แต่ก็ดันไปประจันหน้าเข้ากับจ้าวถิงและซือถูหมิงเยว่เสียก่อน
"ลู่หลี!"
ใบหน้าของจ้าวถิงทะมึนทึง
"จ้าวถิง?"
ทันทีที่ลู่หลีเห็นจ้าวถิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าความซวยมาเยือนแล้ว หมอนี่ต้องมาเพราะเรื่องของหลินเมี่ยวเมี่ยวแน่ๆ
เขาหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "เจ้าตั้งใจมาหาข้าโดยเฉพาะเลยงั้นหรือ?"
จ้าวถิงแค่นเสียงเย็นชา "ไร้สาระ! เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองทำอะไรลงไป!"
ลู่หลีถามกลับ "ข้าทำอะไรล่ะ?"
มุมปากของจ้าวถิงกระตุก ภาพบาดตาบาดใจที่ทำให้เขาหึงหวงจนแทบบ้าผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
"ไอ้หนู อย่ามาท้าทายขีดจำกัดของข้า มิฉะนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้"
"อ้อ! ข้าจำได้แล้ว เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องที่ข้าจูบหลินเมี่ยวเมี่ยวอยู่งั้นสิ?"
"หุบปาก!"
"ไม่ใช่หรือ? ถ้างั้นก็เรื่องที่ข้าจับก้นหลินเมี่ยวเมี่ยวล่ะสิ?"
"ข้าบอกให้หุบปาก!"
เส้นเลือดดำบนหน้าผากของจ้าวถิงปูดโปน ดวงตาของเขาแทบจะพ่นไฟออกมาได้
เขาหมายหัวหลินเมี่ยวเมี่ยวให้เป็นผู้หญิงของตนมาเนิ่นนาน เรือนร่างอันงดงามไร้ที่ตินั่น ขนาดเขายังไม่เคยได้สัมผัส แต่ไอ้เศษสวะผู้นี้กลับกล้าฉวยโอกาสล่วงเกินนางไปเสียแล้ว
ในยามนี้ ไฟริษยาแผดเผาราวกับมดนับหมื่นตัวกำลังกัดกินหัวใจ หากไม่ได้ฆ่าทิ้งเสีย เขาย่อมไม่อาจกลืนความโกรธแค้นนี้ลงคอได้แน่
จ้าวถิงแสยะยิ้ม "ลู่หลี เมื่อไม่มีตระกูลลู่คอยคุ้มหัว เจ้าก็ไม่ได้มีค่าอะไรในสายตาข้าเลย อย่าคิดว่าแอบไปฝึกวิชาปาหี่มานิดๆ หน่อยๆ แล้วจะตั้งตนเป็นยอดฝีมือได้ เจ้าน่ะยังห่างชั้นอีกไกล ตอนนี้จงคุกเข่าโขกศีรษะให้ข้าสิบครั้ง แล้วคลานลอดหว่างขาข้าไปเสีย ข้าอาจจะยอมเหลือซากศพแบบสมบูรณ์ให้ แต่ถ้าไม่ ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปโยนให้หมากิน"
ลู่หลีเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ลำพังตัวเจ้าเนี่ยนะ? แค่ระดับซวนกวงขั้นที่สามงั้นหรือ?"
จ้าวถิงกล่าว "เพื่อจัดการกับเจ้า เหตุใดนายน้อยผู้นี้ต้องลงมือเองด้วยเล่า? หมิงเยว่ ข้ายกมันให้เจ้าก็แล้วกัน อย่าเพิ่งเอาให้ถึงตาย เอาแค่หักแขนหักขามันก่อนก็พอ"
"รับทราบเจ้าค่ะ!"
ดวงตาของซือถูหมิงเยว่แฝงไปด้วยรอยยิ้ม นางส่ายเอวคอดกิ่วเดินนวยนาดเข้าไปหาลู่หลีพร้อมกับหัวเราะคิกคัก "คุณชายท่านนี้ช่างรูปงามเสียจริง ข้าล่ะแอบทำใจลำบากอยู่เหมือนกันที่จะต้องลงมือกับท่าน"
ลู่หลีปรายตามองซือถูหมิงเยว่สองสามครั้งแล้วยิ้มกริ่ม "แม่นางท่านนี้ช่างยั่วยวนนัก ข้าล่ะอดใจไม่ไหวอยากจะทุบตีเจ้าให้ตายคามือจริงๆ!"
"ฮุฮุฮุ!"
ซือถูหมิงเยว่หัวเราะร่วนจนเรือนร่างสั่นสะท้านราวกับกิ่งไม้ไหวตามสายลม "บุรุษเช่นพวกท่าน ล้วนชื่นชอบสตรีร่านสวาทไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เหตุใดถึงอยากจะทุบตีข้าให้ตายล่ะ? ท่านจะทำใจลงจริงๆ หรือ?"
ขณะที่พูด นางก็จงใจแอ่นอกขึ้น ปทุมถันคู่แฝดอันอวบอิ่มสั่นไหวขึ้นลงกระเพื่อมราวกับเกลียวคลื่น ดึงดูดสายตาคนมองยิ่งนัก
ลู่หลีเบิกตากว้างจ้องมองตาไม่กะพริบ "งดงาม... ช่างงดงามจริงๆ"
ดวงตาของซือถูหมิงเยว่ทอประกายหวานเยิ้มดั่งเส้นไหม นางเอ่ยยั่วยวนว่า "ไม่เพียงแต่งดงามนะเจ้าคะ แต่สัมผัสก็ยังดีเยี่ยมอีกด้วย ท่านอยากจะลองดูไหมล่ะ?"
โอ้โห! นางจะใจกล้าหน้าด้านเกินไปแล้วมั้ง?
ลู่หลีชักจะหวั่นไหวขึ้นมานิดๆ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเสนอมาเอง แล้วทำไมเขาถึงจะสนองไม่ได้ล่ะ?
"หุบปาก!"
จ้าวถิงทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เขารู้สึกเหมือนมีสวมหมวกสีเขียวอยู่บนหัว ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำยามตวาดลั่น "ซือถูหมิงเยว่ เลิกยั่วสวาทอยู่ตรงนั้นได้แล้ว รีบลงมือสักที!"
รอยยิ้มของซือถูหมิงเยว่มลายหายไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาในพริบตา นัยน์ตาสวยเฉี่ยวจ้องเขม็งไปที่ลู่หลี พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ข้าจะหักแขนหักขาท่านแล้วนะ เตรียมใจพร้อมหรือยัง?"
【กระตุ้นภารกิจ】
【รายละเอียดภารกิจ: ใช้วิชากรงเล็บมังกรเพื่อหักแขนขาของซือถูหมิงเยว่และจ้าวถิง】
【โฮสต์ได้บรรลุวิชายุทธ์ กรงเล็บมังกร!】
เยี่ยมไปเลย! ภารกิจมาแล้ว!
แถมข้ายังบรรลุวิชากรงเล็บมังกรอีกด้วย!
ลู่หลีปิติยินดียิ่งนัก ในเวลาเดียวกัน ภายในห้วงสมองของเขาก็ดังอื้ออึง สายธารข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่งและผสานรวมเข้ากับความทรงจำของเขา
นั่นคือเคล็ดวิชาบ่มเพาะกรงเล็บมังกรอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นผลผลิตจากระบบอันแสนวิเศษ เพียงชั่วพริบตาที่ทำความเข้าใจ เขาก็รู้สึกราวกับว่าตนเองได้ฝึกฝนวิชานี้มานานนับสิบๆ ปี จนสามารถนำมาใช้งานได้ในทันที!