- หน้าแรก
- ทำไมไรเดอร์คนนี้ถึงโผล่มาในที่เกิดเหตุตลอด
- บทที่ 25 เฮ้ย คุณตำรวจ บ้าไปแล้ว
บทที่ 25 เฮ้ย คุณตำรวจ บ้าไปแล้ว
บทที่ 25 เฮ้ย คุณตำรวจ บ้าไปแล้ว
บทที่ 25 เฮ้ย คุณตำรวจ บ้าไปแล้ว
ใบหน้าของเสิ่นหยวนจงซีดเผือดลงในพริบตา เสิ่นเยว่ที่นอนอยู่บนเตียงต้องพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจเพื่อประทังชีวิต หากถูกตัดไฟ แบตเตอรี่สำรองในตัวเครื่องจะทำงานได้เพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น
เสิ่นหยวนจงรีบละล่ำละลักบอก "คุณ รีบโทรแจ้งตำรวจเร็ว!"
เซี่ยงหว่านหรงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา เตรียมจะโทรแจ้งตำรวจ
"กล้าดีนักนะ!" ชายคนนั้นตวัดท่อนเหล็กฟาดเข้าที่มือของเซี่ยงหว่านหรงอย่างจัง จนโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นลงพื้น
"ดูเหมือนพวกแกจะไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ ไปตัดไฟ..."
ชายคนนั้นยังพูดไม่ทันขาดคำ จู่ๆ ก็มีไรเดอร์ส่งอาหารมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตู
"สวัสดีครับ เหม่ยถวนเดลิเวอรีครับ"
"ไม่มีใครสั่งอาหารหรอก แกมาผิดบ้านแล้ว..." ชายที่ถือท่อนเหล็กเอ่ยขึ้น
"ไม่ผิดหรอกครับ ชุมชนซิ่งฝูลี่ อาคาร 7 ยูนิต 2 ห้อง 601 พี่ชาย เพื่อนพี่เป็นคนสั่งหรือเปล่าครับ?" ซูเหอพูดพลางเดินเข้ามาในห้อง
"พวกแกคนไหนสั่งอาหารมาวะ?" ชายคนนั้นหันไปถามพรรคพวก
ทุกคนต่างส่ายหน้าปฏิเสธ
"พี่ชาย ลองดูชื่อคนรับในออเดอร์นี้สิครับ..." ซูเหอเดินเข้าไปหาชายคนนั้น พอเว้นระยะห่างประมาณหนึ่งเมตร เขาก็พุ่งตัวเข้าประชิดอย่างกะทันหัน มือหนึ่งคว้าท่อนเหล็กเอาไว้ ส่วนเท้าก็เตะผ่าหมากเข้าที่หว่างขาของอีกฝ่ายอย่างจัง ชายคนนั้นล้มลงไปกองกับพื้นทันที มือก็กุมเป้าตัวเองไว้แน่นจนจุกพูดไม่ออก
ซูเหอหยิบท่อนเหล็กขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าใส่ชายอีกสามคนที่เหลือ ด้วยทักษะการต่อสู้และศิลปะการป้องกันตัวระดับปรมาจารย์ของเขา ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที พวกมันทั้งหมดก็ลงไปนอนกองคลุกฝุ่นอยู่บนพื้น
ซูเหอลงมืออย่างเหี้ยมโหด ชายแต่ละคนต่างนอนกุมเป้าตัวเอง เขาจงใจเล็งเล่นงานที่จุดนั้นโดยเฉพาะ
"ลุงเสิ่น ป้าเซี่ยง... ทั้งสองคนไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?" ซูเหอเดินเข้าไปหา
เสิ่นหยวนจงมองดูพวกที่นอนอยู่บนพื้นแล้วเอ่ยด้วยความร้อนรน "ซูเหอ เธอรีบหนีไปเถอะ พวกนี้มันนักเลงหัวไม้... เธอไปหาเรื่องพวกมันไม่ได้หรอกนะ!"
"นักเลงหัวไม้งั้นเหรอ? ยิ่งดีเลย การปราบปรามอาชญากรรมก็มีไว้เพื่อจัดการคนพวกนี้แหละ!" ซูเหอพูดจบ เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง ชายเหล่านั้นเริ่มตื่นตระหนก พวกมันฝืนทนความเจ็บปวดที่หว่างขาและพยายามจะหลบหนี แต่ซูเหอก็สมนาคุณให้ด้วยการฟาดท่อนเหล็กเข้าให้อีกคนละที จนพวกมันล้มลงไปกอง ร้องโอดโอยขอความเมตตาด้วยความเจ็บปวด
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากชั้นล่าง ซูเหอหันกลับมาและพูดว่า "ลุงเสิ่น ป้าเซี่ยง ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมโทรแจ้งตำรวจแล้ว พวกคุณวางมีดลงก่อนเถอะ..."
ทั้งสองคนที่ยังคงอยู่ในอาการหวาดผวาเพิ่งจะวางมีดลง ตำรวจก็บุกพรวดเข้ามาในห้อง
"นั่งยองๆ เอามือประสานท้ายทอย อยู่นิ่งๆ!"
สถานการณ์ตรงหน้าเห็นได้ชัดเจน ชายฉกรรจ์ถอดเสื้อโชว์รอยสักหลายคนดูยังไงก็ไม่ใช่คนดีแน่ๆ
ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง มีไรเดอร์ส่งอาหารกับคู่สามีภรรยาสูงวัยนั่งยองๆ อยู่บนพื้นอย่างว่าง่าย
"ซูเหอ คุณปลอดภัยดีไหม?" หลิวเหวินเดินเข้ามาและถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นซูเหอนั่งยองๆ เอามือประสานท้ายทอยอยู่
ซูเหอไม่ได้โทรแจ้งเบอร์ฉุกเฉินโดยตรง แต่เขาส่งข้อความหาหลิวเหวินแทน พร้อมกับวางโทรศัพท์มือถือแอบไว้ที่บันไดเพื่อบันทึกเสียงสนทนาของชายพวกนั้น
แค่เรื่องที่พวกมันคิดจะตัดไฟเพื่อฆ่าเสิ่นเยว่ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกมันเดือดร้อนอย่างหนักแล้ว ยังไม่รวมเรื่องข้อหาบุกรุก ทำร้ายมือของเซี่ยงหว่านหรงจนบาดเจ็บ ทำลายโทรศัพท์มือถือของเธอ และนายหน้าเถื่อนหน้าเลือดคนนั้นอีก... งานนี้ไม่มีใครหนีรอดไปได้สักคนแน่!
หยางหลินมองดูชายร่างใหญ่บึกบึนหลายคนที่เต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำ ในขณะที่ซูเหอกลับดูปกติดีทุกอย่าง เขาจ้องเขม็งไปที่ซูเหอและถามว่า "นี่ฝีมือนายทั้งหมดเลยเหรอ?"
"หมวดหยาง นี่เป็นการป้องกันตัวนะครับ พวกมันเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีแล้วก็ทำร้ายป้าเซี่ยงก่อน..."
"เอาล่ะ พาตัวทั้งหมดกลับไปที่กรมตำรวจ" หยางหลินไม่เชื่อคำพูดไร้สาระของซูเหอ นายไม่มีแผลบนตัวเลยสักนิด แต่สี่คนนี้สะบักสะบอมไปทั้งตัว แล้วนายยังมีหน้ามาบอกว่าป้องกันตัวอีกงั้นเหรอ
"คุณตำรวจ ฉันขอไม่ไปที่กรมตำรวจได้ไหมคะ? ฉันต้องอยู่ดูแลลูกสาว..." มือของเซี่ยงหว่านหรงที่โดนท่อนเหล็กฟาดตอนนี้บวมเป่งขึ้นมาแล้ว
หยางหลินทำหน้าขรึมและกำลังจะเอ่ยปาก แต่หลิวเหวินส่งสายตาห้ามไว้ ก่อนจะพยักพเยิดให้เขาเข้าไปดูด้านในห้อง
ที่หน้าประตู หลิวเหวินและหยางหลินมองดูหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอซีดเซียว และต้องพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจเพื่อประทังชีวิต นี่คือลูกสาวที่เซี่ยงหว่านหรงพูดถึง
"คุณพาคนอื่นกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะอยู่สอบปากคำที่นี่เอง..." หลิวเหวินเหลือบไปเห็นรูปถ่ายบนโต๊ะข้างเตียง ในรูปนั้นมีผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่ง ฝ่ายชายดูสดใสร่าเริง ส่วนฝ่ายหญิงก็ดูสวยและสง่างาม และผู้ชายคนนั้นก็คือซูเหอ
หลิวเหวินติดต่อไปทางหมอเพื่อให้มาปฐมพยาบาลบาดแผลของเซี่ยงหว่านหรงก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากที่หมวดหยางพาทุกคนออกไปแล้ว เธอก็ยิ้มและพูดว่า "คุณป้าคะ ไม่ต้องกังวลนะคะ คุณลุงให้ปากคำเสร็จเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว คุณป้าช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้น?"
เซี่ยงหว่านหรงเล่าเรื่องที่จะขายบ้านเพื่อพาลูกสาวไปรักษาที่เมืองหลวง แต่กลับถูกนายหน้าเถื่อนหลอกลวง และถูกบุกมาข่มขู่ถึงในบ้าน
"คุณป้าคะ แล้วซูเหอมีความเกี่ยวข้องยังไงกับพวกคุณเหรอคะ?" หลิวเหวินถามต่อ
แววตาต่อต้านปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเซี่ยงหว่านหรงเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงตอบความจริงไปว่า "เขาเป็นแฟนของลูกสาวฉันเองค่ะ"
เมื่อนึกถึงหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง หลิวเหวินก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา "คุณป้าช่วยเล่าเรื่องลูกสาวคุณป้าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ?"
...
ที่กรมตำรวจ ซูเหอถูกพาตัวมาที่ห้องสอบสวนอีกครั้ง เนื่องจากชายทั้งสี่คนได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินไป
แม้ว้าซูเหอจะมีหลักฐานและคำให้การของเสิ่นหยวนจง แต่ซูเหอกลับไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย ทำให้ยากที่จะระบุลักษณะการลงมือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายเกินกว่าเหตุหรือไม่
ด้วยคลิปเสียงบันทึกของซูเหอที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ทั้งสี่คนจึงยอมรับสารภาพอย่างรวดเร็วว่าสมรู้ร่วมคิดกับนายหน้าเถื่อนเพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของเสิ่นหยวนจงและข่มขู่กรรโชกทรัพย์
กฎหมายอาญาของประเทศจีนระบุไว้ว่า กลุ่มคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปที่รวมตัวกันกระทำผิดสามารถเข้าข่ายเป็นองค์กรอาชญากรรมได้ ซึ่งพวกมันก็มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ
หลังจากเสิ่นหยวนจงให้ปากคำเสร็จ เขาก็บอกกับตำรวจว่า "คุณตำรวจครับ ซูเหอเป็นคนดีนะ ที่เขาทำลงไปก็เพื่อปกป้องพวกเรา... เขาเป็นคนดีจริงๆ นะครับ..."
"เอาล่ะครับคุณลุง เดี๋ยวผมจะส่งคนไปส่งคุณลุงที่บ้านก่อน ไม่ต้องกังวลนะครับ ตำรวจอย่างพวกเราจะไม่ปล่อยคนเลวให้ลอยนวล และจะไม่จับคนดีเข้าคุกเด็ดขาด!"
ในห้องสอบสวน ซูเหอเผชิญหน้ากับหยางหลินพลางยิ้มแฉ่ง "หมวดหยาง ผมนี่ก็เจ๋งไม่เบาเลยใช่ไหมล่ะ? ช่วยคุณจับคนร้ายได้อีกแก๊งแล้วเนี่ย"
หยางหลินทำหน้าขรึมและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ซูเหอ ฉันรู้ว่านายมีเจตนาดี และฉันก็เข้าใจความรู้สึกของนาย แต่การกระทำของนายจะถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ยังสรุปไม่ได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่นายต้องอธิบายให้ฉันฟังอย่างมีเหตุผล"
"เรื่องอะไรเหรอครับ?" ซูเหอถามด้วยความงุนงง
"มีเงินสด 250,000 หยวนอยู่ในกล่องส่งอาหารของนาย นายจะไม่อธิบายหน่อยเหรอ?"
"50,000 หยวนมาจากรางวัลทำความดีช่วยเหลือคนครับ ส่วนอีก 200,000 หยวนมาจากพ่อของผม" หลังจากโทรแจ้งตำรวจ ซูเหอก็ตั้งใจจะเก็บเงิน 200,000 หยวนที่ได้จากระบบกลับคืนไป แต่เงินรวม 250,000 หยวนนั้นไม่สามารถเก็บเข้าไปในระบบได้
หยางหลินรู้เรื่องเงินรางวัลทำความดีของซูเหออยู่แล้ว และเขาก็ตั้งใจจะตรวจสอบเงินอีก 200,000 หยวนนั่นด้วย เขาจึงถามต่อว่า "แล้วทำไมถึงต้องพกเงินสดติดตัวเยอะขนาดนั้นด้วย?"
ทันใดนั้น ตัวเลือกสองข้อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง
"ตัวเลือกที่ 1: บอกเหตุผลที่พกเงินอย่างตรงไปตรงมา รางวัลเมื่อทำสำเร็จ: ทักษะการทำผมและความงามระดับสูง"
"ตัวเลือกที่ 2: พูดกับหยางหลินว่า 'เฮ้ย คุณตำรวจ บ้าไปแล้ว พกเงินสดนิดหน่อยมันผิดกฎหมายหรือไง?' รางวัลเมื่อทำสำเร็จ: ทักษะการแสดงระดับสูง"
"ปัง!" หยางหลินตบโต๊ะเสียงดัง ซูเหอดันมาเหม่อลอยต่อหน้าต่อตาเขาซะได้
"เฮ้ย คุณตำรวจ บ้าไปแล้ว พกเงินสดนิดหน่อยมันผิดกฎหมายหรือไง?" ซูเหอพูดขึ้นโดยเลียนแบบน้ำเสียงของพวกนักเลงในหนังฮ่องกง
ตำรวจหญิงที่รับหน้าที่จดบันทึกแทบจะหลุดขำออกมา ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดว่าจะต้องไม่หัวเราะ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะตลกแค่ไหนก็ตาม เว้นแต่ว่าจะกลั้นไม่อยู่จริงๆ
"สารภาพความจริงมาซะ!" หยางหลินถลึงตาใส่ซูเหอ
"ผมกำลังวางแผนจะซื้อบ้านในเมืองจินหนานน่ะครับ แล้วเงิน 250,000 หยวนนั่นก็คือเงินดาวน์ ตั้งแต่เล็กจนโตนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมมีเงินเยอะขนาดนี้ ผมก็เลยอยากจะซึมซับความรู้สึกนี้ไว้ก่อนที่จะต้องใช้มันไปน่ะสิครับ" ซูเหอแต่งเรื่องแก้ตัวขึ้นมา และด้วยทักษะการแสดงระดับสูงที่เพิ่งได้รับมาหมาดๆ ก็ฉายชัดอยู่บนใบหน้า ทำให้หยางหลินหลงเชื่อคำตอบของเขาอย่างสนิทใจ