เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: ผมเพิ่งจะนึกออกจริงๆ นะ

บทที่ 4: ผมเพิ่งจะนึกออกจริงๆ นะ

บทที่ 4: ผมเพิ่งจะนึกออกจริงๆ นะ


บทที่ 4: ผมเพิ่งจะนึกออกจริงๆ นะ

เบาะแส?

เบาะแสบ้าเบาะแสบออะไรล่ะ!

ซูเหอนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล พยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างละเอียด ตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้าไป ความสนใจของเขาไปจดจ่ออยู่กับกระเป๋าเดินทางและผู้ชายที่กำลังเปิดประตู

ผู้ชายที่อยู่บนโซฟาเดินถือมีดตรงเข้ามา เขาก็หันหลังหนีไปก่อนที่จะได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ ซะอีก

พอฟื้นขึ้นมา ชายคนนั้นก็สวมอุปกรณ์ปิดบังใบหน้ามิดชิด โผล่มาให้เห็นแค่ตา แถมยังมีถุงคลุมรองเท้าอีกต่างหาก

ทันใดนั้น ซูเหอก็ลุกพรวดขึ้นมานั่ง แล้วหัวเราะร่วนอย่างควบคุมไม่ได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่หน้าประตูรีบพุ่งพรวดเข้ามา เห็นซูเหอนั่งหัวเราะคิกคักอยู่บนเตียงก็ถามขึ้น "เป็นอะไรไป? จะให้ผมตามหมอให้ไหม?"

"คุณตำรวจ ผมมีเบาะแสสำคัญ!"

ซูเหอไม่ได้พูดจาเหลวไหล เขาเพิ่งนึกขึ้นได้กะทันหันว่าตอนที่ขอให้ชายคนนั้นคืนชุดพนักงานส่งอาหารให้ เพื่อเป็นการตบตา ชายคนนั้นได้ใส่เสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองกลับตะเข็บไว้ด้านใน และซูเหอก็บังเอิญเห็นยี่ห้อบนปกเสื้อพอดี

หงซิงเอ๋อร์เค่อ!

ในเมืองจินหนานมีร้านขายสินค้าเฉพาะยี่ห้อนี้อยู่แค่ร้านเดียว เมื่อไม่นานมานี้เกิดน้ำท่วมในอีกมณฑลหนึ่ง และบริษัทนี้ก็ได้บริจาคสิ่งของมูลค่า 50 ล้านให้กับพื้นที่ประสบภัย

ตอนนั้นเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างดุเดือดบนอินเทอร์เน็ต ซูเหอเองก็แห่ตามกระแสซื้อเสื้อฮู้ดมาตัวหนึ่งด้วย

"เบาะแสอะไร?" เจ้าหน้าที่ตำรวจถาม

ซูเหอเงียบเสียงลงกะทันหันแล้วพูดว่า "แต่ผมมีข้อแม้อย่างหนึ่ง ผมต้องการมีส่วนร่วมในการไขคดีนี้"

"เป็นไปไม่ได้!"

ตำรวจปฏิเสธคำขอของซูเหอทันควัน เขาจ้องหน้าซูเหอเขม็งพร้อมเอ่ย "ถ้าคุณมีเบาะแสอะไรก็บอกผมมาตรงๆ การปกปิดข้อมูลคดีถือว่ามีความผิดตามกฎหมายนะ"

ซูเหอถึงกับอึ้งกิมกี่ ถ้าบอกไปตรงๆ ก็ไม่ได้รางวัล แต่ถ้าไม่บอกก็กลายเป็นปกปิดข้อมูล ทำไมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ?

เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตามเดิมแล้วพูดว่า "หมอบอกว่าผมมีอาการสมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย จู่ๆ ผมก็ลืมเบาะแสไปซะแล้วสิ ขอผมคิดดูอีกหน่อยก็แล้วกัน"

ตำรวจมองเจตนาของซูเหอทะลุปรุโปร่งในทันที "มีวิธีไหนที่จะช่วยให้คุณฟื้นความจำได้บ้างล่ะ?"

ซูเหอแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "อาการของผมน่าจะเป็นภาวะสูญเสียความทรงจำย้อนหลัง ถ้าได้มีส่วนร่วมในการสืบคดี บางทีผมอาจจะนึกอะไรออกบ้างก็ได้"

ตำรวจถามอีกครั้ง "ไปเรียนเรื่องพวกนี้มาจากไหนเนี่ย?"

"ในละครทีวีเขาก็เล่นกันแบบนี้ตลอดไม่ใช่เหรอครับ?"

...

สำนักงานตำรวจเมืองจินหนาน

ณ ห้องประชุม

เมื่อรองหัวหน้าหน่วยเวินเจี๋ยเดินเข้ามาพร้อมกับหยางหลิน ทุกคนก็มารอพวกเขากันอยู่ก่อนแล้ว

ผู้กำกับฟู่เซิ่งหรงเห็นว่ามากันครบแล้วจึงเอ่ยขึ้น "เริ่มกันเลย หัวหน้าเวิน คุณเริ่มก่อน"

รองหัวหน้าหน่วยเวินเจี๋ยหยิบปึกรูปถ่ายและเอกสารออกมาพลางกล่าว "มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดสามราย รายแรก ผู้เสียชีวิตหญิง เย่เหวินลี่ อายุ 25 ปี อาศัยอยู่ที่ชุมชนหมิงเจีย อาคาร 1 ยูนิต 2 ห้อง 603 ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ เธอซื้อบ้านหลังนี้เมื่อปีที่แล้ว เป็นบ้านมือสอง จ่ายสดเต็มจำนวน เราติดต่อไปยังเจ้าของบ้านคนก่อน เขาให้การว่าตอนที่ขายบ้าน เย่เหวินลี่มากับผู้ชายอีกคน ผู้ชายคนนี้ก็คือผู้เสียชีวิตรายที่สอง พานเจี๋ย อายุ 34 ปี ว่างงาน เป็นขาประจำตามบาร์ คาราโอเกะ และสถานบันเทิงต่างๆ มีฉายาว่า 'พี่แมว' มีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการเป็นนายหน้าค้าประเวณีหลายครั้ง จากการลงพื้นที่สอบถามตามสถานบันเทิงต่างๆ เราได้ข้อมูลมาว่าทั้งสองคนเคยคบหากันมาก่อน ต่อมาพานเจี๋ยต้องโทษจำคุก เย่เหวินลี่จึงเลิกทำงานในสถานบันเทิงและหันมาจัดรายการไลฟ์สดอยู่บ้านแทน"

"เย่เหวินลี่ยังมีอีกตัวตนหนึ่ง บนแพลตฟอร์มไลฟ์สด เธอใช้ชื่อว่า ซูเหมิงเหมิง เป็นสตรีมเมอร์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในแพลตฟอร์ม ผู้เสียชีวิตชายอีกรายคือ กู้หย่งเหนียน อายุ 42 ปี เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในพื้นที่ จากข้อมูลในโทรศัพท์ของเขา แสดงให้เห็นว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องกับเย่เหวินลี่ หรือซูเหมิงเหมิงผ่านทางออนไลน์ ในแอปวีแชตของเย่เหวินลี่ เราพบประวัติการแชทกับกู้หย่งเหนียน สาเหตุที่กู้หย่งเหนียนมาที่บ้านของเย่เหวินลี่ ก็เพราะเขาเปย์ของขวัญเป็นจรวดสิบอันให้เธอระหว่างไลฟ์สด"

"ในขณะที่ติดต่อกับกู้หย่งเหนียน เย่เหวินลี่ก็ได้โทรหาพานเจี๋ยด้วย สายสนทนาใช้เวลาเพียงห้าวินาที"

"เรายังพบกล้องรูเข็มซ่อนอยู่ในห้องของเย่เหวินลี่ เมมโมรี่การ์ดเป็นของใหม่เอี่ยม ข้างในมีคลิปวิดีโอการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเย่เหวินลี่กับกู้หย่งเหนียน รวมถึงฉากการต่อสู้ระหว่างพานเจี๋ยกับกู้หย่งเหนียน ซึ่งพานเจี๋ยเป็นคนฆ่ากู้หย่งเหนียน"

"จากเนื้อหาในคลิปวิดีโอ เห็นได้ชัดว่าเย่เหวินลี่และพานเจี๋ยเตรียมการจะแบล็คเมล์กู้หย่งเหนียน ระหว่างที่มีการต่อสู้กัน พานเจี๋ยได้คว้าไขควงแทงเข้าที่คอของกู้หย่งเหนียน ทำให้เส้นเลือดใหญ่ที่คอฉีกขาดและเสียชีวิตจากการเสียเลือดมาก"

"จากกล้องวงจรปิดของชุมชน เราพบผู้ชายที่พลเมืองดีซูเหอกล่าวถึง แต่เนื่องจากชายคนนั้นสวมหน้ากากอนามัยและภาพวิดีโอก็เบลอมาก เราจึงไม่สามารถระบุลักษณะรูปพรรณสันฐานที่เป็นประโยชน์ได้ ทางแผนกเทคนิคกำลังดำเนินการตรวจสอบภาพ และเราได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงมาตรวจสอบแล้วในขณะนี้"

หลังจากรองหัวหน้าหน่วยเวินเจี๋ยพูดจบ เขาก็หันไปมองผู้กำกับฟู่

ผู้กำกับฟู่ก้มมองเอกสารในมือแล้วถามขึ้น "แล้วสืบได้ความว่ายังไงบ้างเรื่องคนที่โทรแจ้งความ พนักงานส่งอาหารคนนั้นน่ะ?"

"ประวัติเขาขาวสะอาดครับ ไม่มีประวัติอาชญากรรม เขาเคยมาส่งอาหารให้ผู้ตายหญิงมาแล้วสี่ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ห้า จากการสอบปากคำ เราทราบว่าเย่เหวินลี่จะสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตอนห้าทุ่มทุกคืน และเพื่อนร่วมงานของซูเหอเองก็เคยมาส่งอาหารให้เธอ คำให้การของเขาส่วนใหญ่ตรงกับร่องรอยในที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้เรื่องการมีผู้สมรู้ร่วมคิดออกไปเสียทีเดียว"

ผู้กำกับฟู่พยักหน้าและหันไปมองตู้เจ๋อที่อยู่ข้างๆ "หมอนิติเวชตู้ ผลชันสูตรศพออกหรือยัง?"

ตู้เจ๋อตอบ "ผลชันสูตรเบื้องต้นออกมาแล้วครับ ผู้เสียชีวิต เย่เหวินลี่ เสียชีวิตระหว่างเวลา 23:00 น. ถึงเที่ยงคืนของเมื่อคืน บนร่างกายมีบาดแผลทั้งหมดเก้าแห่ง บาดแผลฉกรรจ์อยู่ที่หน้าอก อาวุธสังหารเป็นมีดสั้น ความยาว 15 เซนติเมตร กว้าง 2.2 เซนติเมตร ซึ่งไม่พบในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้เสียชีวิตกู้หย่งเหนียน มีบาดแผลเพียงแห่งเดียวบนร่างกาย คือที่เส้นเลือดใหญ่ตรงลำคอ อาวุธสังหารคือไขควง ซึ่งพบในกระเป๋าเดินทาง และมีเพียงรอยนิ้วมือของพานเจี๋ยเท่านั้น"

"ผู้เสียชีวิต พานเจี๋ย เสียชีวิตระหว่างเวลา 01:00 น. ถึง 02:00 น. มีบาดแผลเพียงแห่งเดียวบนร่างกาย คือที่แผ่นหลัง แต่แทงทะลุไปถึงหัวใจ อาวุธสังหารคือมีดสั้นเล่มเดียวกับที่ใช้ฆ่าเย่เหวินลี่..."

"ตามคำให้การของพลเมืองดีที่โทรแจ้งความ ผู้ต้องสงสัยสวมถุงมือและถุงคลุมรองเท้า ทำให้ยากต่อการหาเบาะแสที่เป็นประโยชน์ในที่เกิดเหตุ..."

...

หน้าจอโทรศัพท์ของรองหัวหน้าเวินเจี๋ยสว่างวาบขึ้น เขาเห็นว่าเป็นข้อความจากเจ้าหน้าที่หลิวที่อยู่เฝ้าซูเหอที่โรงพยาบาล

"เกิดสถานการณ์พิเศษครับ ซูเหอที่โทรแจ้งความยินดีจะให้เบาะแสสำคัญ แต่เขามีข้อเรียกร้อง"

"ข้อเรียกร้องอะไร?"

"เขาขอเข้าร่วมสืบสวนคดีนี้ด้วยครับ"

ผู้กำกับฟู่กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน "เขาเห็นสำนักงานตำรวจเป็นอะไร? คุณไม่ได้บอกเขาเหรอว่าการปกปิดข้อมูลคดีจะมีผลตามมายังไงบ้าง?"

"บอกแล้วครับ เขาอ้างว่าตัวเองบาดเจ็บที่ศีรษะ สมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย ทำให้เกิดภาวะสูญเสียความทรงจำย้อนหลัง เลยลืมเบาะแสไปซะแล้ว ถ้าได้ร่วมไขคดีด้วย เขาอาจจะนึกออกก็ได้ครับ"

ได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน

"ในเมื่อเขาอยากจะมาก็ปล่อยให้มา พาตัวไปที่ห้องสืบสวน แล้วเค้นคอสอบให้หนัก ดูสิว่าไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์นี่มันมีแผนอะไรกันแน่!"

รองหัวหน้าหน่วยเวินเจี๋ยเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จากคำให้การก่อนหน้านี้ ซูเหอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำไมจู่ๆ ตอนนี้ถึงอยากจะเข้ามาร่วมสืบคดีด้วยล่ะ? หรือว่าเขากำลังพยายามถ่วงเวลาเพื่อให้ผู้สมรู้ร่วมคิดหนีรอดไปได้?

ที่โรงพยาบาล

ซูเหอกระวนกระวายใจและประหม่า เขาไม่รู้ว่าควรจะรีบเดินออกไปบอกเบาะแสกับตำรวจทันทีดีไหม ถ้าเกิดโดนตั้งข้อหารู้เห็นเป็นใจแต่ไม่ยอมแจ้งความขึ้นมาล่ะ? แบบนั้นเขาจะไม่ซวยหนักเอาเหรอ?

แต่รางวัลจากระบบคือการเพิ่มอัตราการกดรับออเดอร์เดลิเวอรี่ขึ้นตั้ง 10% เลยนะ!

"ช่างเถอะ บอกพวกเขาไปตรงๆ ดีกว่า ตำรวจที่ไหนจะยอมให้ฉันเข้าไปร่วมสืบคดีด้วยเล่า..."

ในขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายก็เดินเข้ามา

"คุณตำรวจครับ ผมอยากจะ..."

"คุณคือซูเหอใช่ไหม? กรุณาตามพวกเรามาด้วยครับ"

"คุณตำรวจ ผมมีเบาะแสสำคัญจะบอก ผมเพิ่งจะนึกออก อาการสมองกระทบกระเทือนทำให้ผมความจำเสื่อมชั่วคราวจริงๆ นะครับ ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามหมอดูได้..."

"ตอนนี้พวกเราสงสัยว่าคุณคือผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมนี้ ถ้ามีอะไรจะสารภาพ ค่อยไปพูดกันที่สถานีตำรวจก็แล้วกัน!"

จบเห่แล้ว ฉันซวยแน่... ซูเหอทำหน้ามุ่ยพลางโอดครวญ "คุณตำรวจ ผมเพิ่งจะนึกออกจริงๆ นะ..."

จบบทที่ บทที่ 4: ผมเพิ่งจะนึกออกจริงๆ นะ

คัดลอกลิงก์แล้ว