- หน้าแรก
- ทำไมไรเดอร์คนนี้ถึงโผล่มาในที่เกิดเหตุตลอด
- บทที่ 2 ผมรู้กฎของวงการดี
บทที่ 2 ผมรู้กฎของวงการดี
บทที่ 2 ผมรู้กฎของวงการดี
บทที่ 2 ผมรู้กฎของวงการดี
ภายใต้แสงไฟ ในที่สุดซูเหอก็เห็นว่าชายคนนั้นเหงื่อท่วมตัว แถมบนเสื้อผ้ายังมีรอยเลือด เมื่อประกอบกับกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่แทบเท้า ความคิดชวนขนลุกก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
"มองอะไร?" ชายคนนั้นจ้องซูเหออย่างระแวดระวัง ส่วนผู้ชายที่อยู่ข้างในห้องก็เดินตามออกมา
ซูเหอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เขาโบกมือปัดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง "ไม่มีอะไรครับลูกพี่ สภาพพี่กับกระเป๋าใบนี้ดูเหมือนฉากฆ่าหั่นศพในทีวีเป๊ะเลย พี่กำลังเชือดไก่อยู่ในห้องเหรอครับ? เสื้อผ้าออกจะดูดี น่าเสียดายแย่ คราวหน้าไปเชือดไก่ที่ตลาดข้างล่างดีกว่าครับ ตัวละแค่ห้าหยวนเอง ไม่แพงหรอก ที่สำคัญคือทำในหมู่บ้านมันไม่ค่อยสะดวก... ลูกพี่ครับ ขอบคุณที่ใช้บริการส่งอาหารของเหม่ยถวน อย่าลืมรีวิวห้าดาวให้ผมด้วยนะครับ!"
ซูเหอเห็นชายคนที่อยู่ข้างในเดินถือมีดออกมา จึงรีบหันหลังเตรียมเผ่นหนี
"หยุดเดี๋ยวนี้!" ชายคนนั้นเอามีดจี้แผ่นหลังของซูเหอ ปลายมีดแทงทะลุผิวหนังจนเลือดไหลซึม
"ลูกพี่ พวกพี่กำลังถ่ายคลิปลงโซเชียลกันอยู่เหรอครับ? ผมก็ว่าแล้วว่าพี่ดูเหมือนนักแสดงเลย ลงแอปไหนครับเนี่ย? เดี๋ยวผมจะไปกดติดตามให้"
ความเจ็บปวดแปลบแล่นขึ้นมาจากศีรษะ ภาพตรงหน้ามืดดับลง แล้วร่างของซูเหอก็ล้มตึงลงไป
...
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ซูเหอลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบที่ท้ายทอย โชคดีที่หมวกกันน็อกช่วยรับแรงกระแทกเอาไว้ ไม่อย่างนั้นการฟาดเมื่อกี้คงส่งเขาไปเฝ้ายมบาลแล้ว
"เฮ้ย ไอ้หนุ่ม ซูเหอใช่ไหม?" ชายในชุดพนักงานส่งอาหารที่สวมทั้งหมวกกันน็อกและหน้ากากอนามัยใช้เท้าเตะซูเหอ
ซูเหอตาสว่างขึ้นมาทันที เขาก้มมองดูตัวเอง เสื้อผ้าของเขาถูกจับถอดออกจนเหลือเพียงเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น แถมมือทั้งสองข้างยังถูกมัดไพล่หลังไว้อีกด้วย
"ลูกพี่ ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่แอบฟังอีกแล้วครับ ผมนึกว่าพี่กำลังจู๋จี๋อยู่กับซ้อ! จริงๆ นะครับ ผมไม่ได้ยินอะไรเลย แล้วก็ไม่รู้เรื่องอะไรของพวกพี่ทั้งนั้น" ซูเหอไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เขาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
ชายคนนั้นนั่งลงบนเก้าอี้และพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "แกช่วยฉันวิเคราะห์หน่อยสิ ตอนนี้ในบ้านมีรอยเท้าของแก แถมบนมีดก็มีรอยนิ้วมือแกด้วย ถ้าฉันใส่เสื้อผ้าของแกหนีไป พอตำรวจมาเจอศพแก พวกนั้นก็คงปิดคดีได้เลย ใช่ไหมล่ะ?"
"ติง! เปิดใช้งานระบบตัวเลือกขั้นเทพสำเร็จ!"
เสียงในหัวทำให้ซูเหอเผลอมองซ้ายมองขวาตามสัญชาตญาณ จากนั้น ตัวเลือกสามข้อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
【ตัวเลือกที่ 1: ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือและต่อสู้กับความชั่วร้ายจนถึงที่สุด รางวัลเมื่อสำเร็จ: โกฐไม้จันทน์แดงหนึ่งใบ】
【ตัวเลือกที่ 2: ช่วยเหลือฆาตกรหลบหนี รางวัลเมื่อสำเร็จ: กุญแจมือเงินแท้ผลงานช่างฝีมือระดับปรมาจารย์】
【ตัวเลือกที่ 3: หาวิธีโทรแจ้งตำรวจ รางวัลเมื่อสำเร็จ: แบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้าก้อนใหม่เอี่ยม】
เมื่อเห็นว่าซูเหอเอาแต่เงียบแถมยังมองล่อกแล่ก ชายคนนั้นก็เอามีดจ่อคอซูเหอพลางขู่เสียงเหี้ยม "เชื่อไหมว่าฉันจะปาดคอแกเดี๋ยวนี้เลย"
พอได้ยินว่าอีกฝ่ายจะฆ่าตนทิ้ง ซูเหอก็รีบละล่ำละลักร้องขอชีวิตทันที "ลูกพี่ ผมไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ นะ ผมรู้กฎของวงการดี ถ้าเราออกไปได้ผมจะไม่ปริปากบอกใครแน่ๆ เราออกไปด้วยกันเถอะ เดี๋ยวผมช่วยคุ้มกันให้ หรือไม่ลูกพี่ก็หนีไปก่อน หนีไปให้ไกลที่สุดเลย เดี๋ยวผมช่วยเก็บกวาดที่นี่ให้ พอปิดประตูลงกลอนปุ๊บ ตำรวจไม่มีทางโผล่มาหรอก อย่างน้อยก็สิบวันครึ่งเดือน หรือเผลอๆ อาจจะหลายเดือนกว่าจะมีคนรู้เรื่องด้วยซ้ำ"
"แกยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะ?" ชายคนนั้นท้วง
"คำถามอะไรครับ? อ๋อ ผมนึกออกแล้ว ลูกพี่ แผนนั้นมันไม่เวิร์กหรอก ลองคิดดูสิครับ ถ้าผมตาย เมียผมจะไม่ตามหาผมตอนกลางคืนเหรอ? ถ้าเธอหาผมไม่เจอ เธอจะไม่แจ้งตำรวจเหรอ? พอแจ้งตำรวจ พวกเขาก็ต้องไปที่บริษัทผม บริษัทผมมีข้อมูลออร์เดอร์อยู่ เช็กปุ๊บก็เจอห้องนี้ปั๊บ อย่างช้าพรุ่งนี้เที่ยง ตำรวจก็พังประตูเข้ามาแล้ว พี่บอกว่าผมเป็นคนฆ่าผู้หญิงคนนั้น แล้วใครเป็นคนฆ่าผมล่ะ? มันไม่สมเหตุสมผลเลยใช่ไหมครับ?" พูดจบ ซูเหอก็กลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วมองชายคนนั้นด้วยความตึงเครียด
ชายคนนั้นลุกขึ้นเดินไปหลังโซฟา คว้าข้อเท้าข้างหนึ่งแล้วลากศพออกมาพลางพูดว่า "ไอ้หมอนี่ฆ่าผู้หญิงคนนั้น แกสู้กับมัน แกฆ่ามัน มันฆ่าแก พวกแกตายตกตามกันไปทั้งคู่!"
"นี่ นี่ นี่... ลูกพี่ พี่ พี่ พี่... ผม ผมว่ามันยังมีจุดบอดอยู่นะครับ ลองคิดดูสิ พี่ใส่เสื้อผ้าผมหนีไป แต่ตัวผมยังอยู่ที่นี่ มันแปลว่าอะไรล่ะ? ก็แปลว่าต้องมีคนอื่นเอาเสื้อผ้าผมไปน่ะสิ พอมีบุคคลที่สาม มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเราไม่ได้ตายตกตามกันไปจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น หมอนิติเวชตรวจปุ๊บก็รู้ปั๊บแหละ แถมยังมีหน้าพี่ในกล้องวงจรปิดอีก ตอนพี่เข้ามา พี่ไม่ได้ใส่หน้ากากใช่ไหมล่ะ? ถึงใส่ พี่ก็ต้องโผล่ตาให้เห็นอยู่ดี ยุคนี้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้ามหาโหดแค่ไหน พี่หนีปุ๊บ ตำรวจก็ตะครุบตัวพี่ปั๊บเลยนะ!"
ซูเหอพูดจบก็เริ่มกลับมานั่งลุ้นตัวโก่ง เขามองชายตรงหน้าด้วยความกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมฟัง
"ถ้าฉันทำตามที่แกบอก ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าแกจะไม่แอบไปแจ้งตำรวจ?" ชายคนนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับ
เมื่อเห็นลู่ทาง ซูเหอก็ตาลุกวาวและพูดต่อ "ลูกพี่ ดูสิครับ ในบ้านมีแต่รอยเท้าผม แถมบนมีดก็มีรอยนิ้วมือผมด้วย ผมเองก็ล้างมลทินให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกัน! ตอนนี้เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ถ้าเราเอาพลาสติกแรปมาพันศพพวกนี้ไว้ เผลอๆ เป็นเดือนก็ยังไม่มีใครจับได้ ถึงตอนนั้น เราคงไปเสวยสุขอยู่เมืองนอกกันแล้วล่ะครับ"
ชายคนนั้นส่ายหน้าแล้วตอบเสียงอู้อี้ "ฉันไม่ไปเมืองนอกหรอก"
"นั่นสิครับ ต่างบ้านต่างเมือง คุยกันก็ไม่รู้เรื่อง ไม่ไปเมืองนอกน่ะดีที่สุดแล้ว!" ซูเหอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เราก็แค่ต้องทำความสะอาดที่เกิดเหตุ จัดการทำลายศพ แล้วก็หาทางลบภาพจากกล้องวงจรปิด เท่านี้เรื่องก็จะจบแบบไม่มีใครรู้ใครเห็น ถึงตำรวจจะเข้ามาสืบสวน พวกเขาก็คงตีเป็นคดีคนหายเท่านั้น ลูกพี่คิดว่าแผนนี้เป็นไงบ้างครับ?"
ชายคนนั้นเงียบไปสองนาที จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นและถามว่า "แล้วแกจะลบภาพจากกล้องวงจรปิดได้ยังไง?"
"เรื่องนั้นง่ายนิดเดียวครับ ยามที่นี่เป็นลุงแก่ๆ เขาไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์หรอก ผมเป็นคนส่งอาหาร เข้าออกหมู่บ้านนี้อยู่บ่อยๆ เดี๋ยวพอเขาไม่อยู่ ผมก็ค่อยแอบเข้าไปลบภาพของช่วงก่อนหน้านี้ทิ้งให้หมด ตำรวจก็คงคิดว่าไฟล์วิดีโอมันถูกบันทึกทับไปเองแหละครับ"
ชายคนนั้นพยักหน้าแล้วถาม "เมื่อก่อนแกเคยทำอาชีพอะไรมาบ้าง?"
ซูเหอตอบกลับโดยไม่ลังเล "เรียนจบสายอาชีพ ผมก็ไปทำงานที่โรงงานฟ็อกซ์คอนน์อยู่สองปี แล้วก็ไปเรียนตัดผมเสริมสวยอีกปีนึง จากนั้นก็มาเข็นรถขายอาหารริมทางอีกปีนึง พ่อผมใช้เส้นสายฝากผมเข้าไปเป็นตำรวจผู้ช่วยอยู่สองปี แต่ปีนี้เขาเลิกจ้าง ผมก็เลยต้องมาวิ่งส่งอาหารนี่แหละครับ"
ชายคนนั้นลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ยอมโอนอ่อนและถามว่า "แล้วตอนนี้เราต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนล่ะ?"
นัยน์ตาของซูเหอเป็นประกาย เขาชิงถามทันที "ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ?"
ชายคนนั้นเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วตอบ "ตีสี่สามสิบห้า"
"ไม่ทันแล้วครับลูกพี่ การจัดการศพต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายชั่วโมง แถมพวกเราก็ไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสมด้วย กระเป๋าเดินทางของพี่ก็ยัดคนสองคนไม่ลงหรอก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ดึกๆ เราค่อยกลับมาจัดการกันใหม่ดีไหมครับ?"
"ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าแกไม่ได้หลอกฉัน?"
"ลูกพี่ ที่เราคุยกันมาทั้งหมดเมื่อกี้มันสูญเปล่างั้นเหรอ? อย่างแย่ที่สุดเราก็แค่หนีไปด้วยกัน ถ้าผมไปแจ้งตำรวจ ผมจะล้างมลทินให้ตัวเองได้เหรอ? ผมยืนคุยกับพี่ตั้งนานสองนานเรื่องวิธีทำลายศพกับวิธีหลบหนี ตอนนี้ผมก็กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้ว ทำไมพี่ถึงยังไม่เชื่อผมอีกล่ะ? ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าผมทิ้งซะเลยสิ แทงขั้วหัวใจทีเดียวให้จบๆ ไปเลย!"
"ฆ่าผมเลย เอาให้ไวนะ" ซูเหอหลับตาปี๋แล้วยืดอกขึ้น
"ถ้าแกกล้าตุกติก ฉันฆ่าแกแน่!" ชายคนนั้นยอมแก้มัดที่มือให้ซูเหอ
"ลูกพี่ไม่ต้องห่วง ผมเข้าใจกฎของวงการนี้ดี!"
ซูเหอลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายพลางพูดว่า "ลูกพี่ รอเดี๋ยวนะครับ ขอผมหาเสื้อผ้าใส่ก่อน"
เขาค้นดูจนทั่วห้อง แต่ก็ไม่เจอเสื้อผ้าผู้ชายเลยแม้แต่ชุดเดียว ตู้เสื้อผ้าของคุณเย่มีแต่ชุดวาบหวิวที่เขาใส่ไม่ได้ ซูเหอจึงเอ่ยอย่างจนใจ "ลูกพี่ พี่คืนเสื้อผ้าให้ผมดีกว่าไหม? นี่เป็นชุดพนักงานส่งอาหารชุดเดียวที่ผมมี ซื้อใหม่จากบริษัทตั้งสองร้อยหยวนเชียวนะครับ"
ชายคนนั้นถอดเสื้อและกางเกงพนักงานส่งอาหารที่เขาสวมทับชุดเดิมเอาไว้ออกมา แต่เขาไม่ได้ถอดหมวกกันน็อกออก และค่อยๆ สวมเสื้อแจ็กเกตของตัวเองกลับด้านอย่างระมัดระวัง
"ไปกันเถอะ!"
ชายคนนั้นเอามีดจี้ที่หลังช่วงล่างของซูเหอเอาไว้
ซูเหอเดินนำหน้า เขาแง้มประตูเปิดออก ชะโงกหน้าออกไปมอง ก่อนจะหันกลับมากระซิบ "ลูกพี่ ไม่มีใครอยู่ครับ"
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตู ซูเหอก็ร้องขึ้นมาทันที "ฉิบหายแล้วลูกพี่ ผมลืมโทรศัพท์ไว้ข้างใน รอเดี๋ยวนะครับ ขอผมเข้าไปหยิบแป๊บนึง"
ภายในโถงทางเดินที่ว่างเปล่า ชายคนนั้นไม่ได้เอะใจอะไร
ซูเหอหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกระซิบว่า "ลูกพี่ ผมมาแล้ว"
ทันทีที่เดินมาถึงหน้าประตู ซูเหอก็ใช้ความไวแสงกระชากประตูปิดดังปัง และจัดการล็อกกลอนเสร็จสรรพในรวดเดียว
ซูเหอเอนตัวพิงประตูและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในที่สุด
"ฮัลโหล ตำรวจใช่ไหมครับ? ผมอยากแจ้งความครับ มีคนฆ่ากันตายที่หมู่บ้านหมิงเจีย ตึก 1 ยูนิต 2 ห้อง 603... ใช่ครับ ตอนนี้ผมปลอดภัยแล้ว... มีคนตายสองคนครับ... ฆาตกรเหรอ? เอ่อ ผมขังเขาไว้ข้างนอกแล้วน่ะครับ... ผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ตายเลยครับ ผมเป็นแค่คนส่งอาหาร..."
จะมีพนักงานส่งอาหารคนไหนปฏิเสธแบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้าก้อนใหม่เอี่ยมได้ลงคอล่ะ?
ในตอนนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง
"ทำภารกิจตัวเลือกที่ 3 สำเร็จ ได้รับรางวัล: แบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้าก้อนใหม่เอี่ยม"
"เนื่องจากโฮสต์สามารถหลบหนีจากการควบคุมของฆาตกรได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้รับรางวัลเพิ่มเติม: พาวเวอร์แบงก์ก้อนใหม่เอี่ยม"
"ไอเทมถูกจัดเก็บลงในพื้นที่มิติของระบบโดยอัตโนมัติ"