เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 44 Escape (Part 2)

Chapter 44 Escape (Part 2)

Chapter 44 Escape (Part 2)


Chapter 44 Escape (Part 2)

มันเป็นช่วงเวลาที่คับขัน.

ผมเป็นนำทีมของผมก้าวไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้.

‘เราไม่มีเวลา.’

ถ้าผมเป็นผู้นำไลแคน ผมจะจัดการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ไม่จำเป็นต้องให้ชาวบ้านมีเวลามากมายในการเตรียมการต่อสู้.

สิ่งที่ฉันมั่้นใจคือพวกเขาจะไม่โจมตีหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว.

พวกเขาจะรู้ว่าเราอยู่กับชาวบ้าน

กลัวการทำลายล้างของปืนไรเฟิล พวกมันจะไม่เข้ามาอย่างไม่ระมัดระวัง.

ยิ่งสู้นานเท่าไรยิ่งดี.

ยิ่งมันนานเท่าไรเวลาที่เราหลบหนีได้ก็นานขึ้นเท่านั้น.

‘ตอนนี้คนในหมู่บ้านจะรู้แล้วว่าพวกเราได้หนีไปแล้ว?’

ผู้นำหมู่บ้านที่เห็นอะไรผิดปกติเล็กน้อยเหล่านี้คงจะรู้ถึงความผิดปกติแล้ว.

แต่ก็ไม่มีประโยชน์.

ลูกเต๋าได้ถูกทอยแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นแม้ว่าจะไม่มีเรานอกจากการสู้รบ ถ้าพวกเขายอมจำนนตอนี้ก็ไม่ได้มีการรับประกันว่าไลแคนจะยกโทษให้พวกเขา.

คูณเติบโตและคุณก็ถูกกิน.

คุณจะอยู่ภายใต้ชะตากรรมแบบไหน? ผมไม่สามารถอยู่ได้กับชีวิตที่น่าสมเพชและไม่มีอนาคตแบบนี้.

นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ขาวบ้านรู้สึกตอนนี้.

สิ่งที่เขาต้องการคือการระเบิดจากแรงกดดัน มันระเบิดอยู่ในตอนนี้และพวกเขาจะต่อสู้อย่างประมาท.

ความจริงที่คนหลายร้อยตายเพราะผมก็มีน้ำหนักอย่างมาก.

‘ตาของผมไม่ผิด ผมไม่ได้พูดแบบนี้หรอ? ผู้เข้าสอบคิมฮยอนโฮเป็นคนที่มีความสามารถ.’

คำพูดของเด็กเทพ(ไอ้หนอนด้วง)นั่นเข้ามาในใจผม

‘ทุกการตัดสินใจของคุณหนักแน่นและใจเย็น สิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ขณะที่คิมฮยอนโฮตัดสินใจคืออะไร? ตอนนี้คุณรู้แล้วใช่มั๊ยว่าคุณไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นคนที่พิเศษมาก?’

“ระยำเอ้ย…”

ผมสถบคำหยาบออกมา

“มันคือ?”

จูนโฮถามผมด้วยความประหลาดใจ แฮซูและจุนชอยก็มองผม.

“ทุกคนคิดว่าสิ่งที่ผมทำผิดไหม?”

ผมถาม.

“มีทางเลือกอื่นนอกจากการเสียสละชาวบ้าน?”

บรรยากาศมาคุ.

“คุณมีสิทธิ์.”

คนเดียวที่พูกคือจุนชอย.

“คนในหมู่บ้านไม่ได้อ่อนแอและไม่ใช่เด็ก ถ้าคุณไม่รู้ว่าผู้นำหมู่บ้านมีแผนอะไร ชะตากรรมที่เราต้องเผชิญจะเป็นอย่างไร.”

“…”

“คนเหล่านั้นพยายามที่จะฆ่าเราเพื่อที่พวกเขาจะมีชีวิตอยู่ มนฐานะมนุษย์แทนที่จะให้ศีลธรรมพวกเขาให้ความสำคัญกับการอยู่รอดของตัวเองเราก็แค่ทำแบบเขา ถ้าเขามาหาเราด้วยความปรารถนาดีเราก็คงไม่ต้องตัดสินใจแบบนั้น.”

“…คุณคิดงั้น?”

“เพราะงั้น ผมเลยคิดว่ามันไม่มีอะไร”

จูนโฮและแฮซูพูด.

“คุณคิดถูกแล้วฮยอง.”

“ฉันคิดว่าคุณไม่ผิดหรอกนะโอปป้า มันก็เป็นแค่...ฉันเพิ่งพบเจอกับสถานการณ์ที่จะต้องตัดสินใจแบบรุนแรงแบบนี้.”

“ผมเข้าใจแล้ว ผมไม่ได้ตัดสินใจเพราะผมชอบมัน เอาหล่ะไปกันเถอะ.”

ผมเดินต่อและคนในทีมก็เดินตาม

จุนชอยคิดว่าหากพวกเขาเข้ามาด้วยความปรารถนาดีพวกเราก็คงจะไม่ทำแบบนี้.

… ผมจะทำยังไงดี?

ถ้าผมเป็นคนดีผมคงไม่สามารถทำแบบนี้ได้?

ผมไม่มั่นใจ.

ผมเป็นคนแบบไหน การสอบทำให้ผมเปลี่ยนเป็นอีกคน.

เวลาผ่านไปการสอบก็มากขึ้นและในเวลาที่ผ่านมาผมจะไม่ทุกข์ทรมาณ อารมร์ต่างๆที่กัดเซาะออกมามันอาจจะทำให้ผมตกลงมาได้.

หลังจากที่ผมกลายเป็นแบบนั้นผมยังคงหัวเราะกับครอบครัวได้ไหม?

‘ผมไม่รู้.’

ลองหยุดความคิดเหล่านี้ไว้.

ก่อนอื่นผมต้องรอด.

เราเดินไม่ค่อยรอบคอบ เราไม่ได้พูดคุยกันและเราเพียงแค่เดิน.

สุดท้ายแฮซูก็พูด

“พักแล้วค่อยไปเถอะ.”

“โอ้ โทษที ตอนนี้ผมพึ่งรู้ว่าเรายังไม่ได้พักสักครั้ง เท้าคุณเป็นไงมั่ง?”

“ไม่มีปัญหา แค่แผลพุพองเล็กน้อยทำให้รำคาญเท่านั้น ฉันจะทำอะไรกับมันสักหน่อย.”

“ตกลง.”

เราได้พักช่วงเวลาสั้นๆ.

แฮซูเอาเท้าออกจากรองเท้าและถอดถุงเท้าออก เผยให้เห็นเท้าที่ผุพองของเธอ

โชคดีที่เรามียารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพ ทีมของยูจีโซที่ผ่านมา19รอบแล้วได้มอบให้พวกเรา.

แฮซูเปิดยารักษาและเทมันออกมาในปริมาณที่น้อยบนเท้าและทามันเหมือนครีม จากนั้นไม่ต้องตกใจปากแผลที่เปิดก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว.

จูนโฮมองไปที่มันด้วยสายตาที่เปิดกว้าง.

“ว้าว เห็นผมทันที.”

“จริงจังดิ.”

ในระดับนี้แม้ว่าจะมีแผบที่กว้างกว่านี้มันก็จะได้รับการรักษาทันที.

หลังจากที่ทำบาดแผลทั้งหมดของเธอแล้ว แฮซูก็ใส่ถุงเท้ารองเท้าเหมือนเดิม.

ผมเรียกซิล.

“ซิล สดแนมให้หน่อย.”

-เมี๊ยว.

ซิลหายตัวไปอย่างรวดเร็ว.

แต่เธอก็กลับมาเร็วกว่าปกติและร้องออกมา.

-เมี๊ยว!

เรารู้สึกตกใจและลุกขึ้นยืนทันที

“ศัตรู?”

ซิลพยักหน้าและเคลื่อนตัวไปยังพื้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเขียน.

เลข‘1.’

“1 ตัว?”

-เมี๊ยว.

ซิลพยักหน้า.

“มันเป็นไลแคน?”

ผมคิดว่าบางทีอาจจะเป็นมันและคราวนี้ซิลก็พยักหน้า.

มีเพียงไลแคนตัวเดียวที่ตามเรามา คิดว่าอย่างไง? มันลืมไปแล้วว่าพวกมันตายด้วยน้ำมือเราไปถึง 13 ตัว?

“ระยะทาง?”

ซิลเขียนเลข 272.

‘เอาหล่ะ นัดเดียวด้วยปืน.’

“อาวุธ.”

ไรเฟิลได้ปรากฎขึ้นมาในมือของผม ผมเอากระสุนที่เก็บไว้และขึ้นลำกล้องก่อนจะมอบให้ซิล.

“มาจับมันกันดถอะ.”

-เมี๊ยว.

ซิลพยักหน้าและรีบไปยังตำแหน่งนั่นก่อนที่จะเหนี่ยวไก.

ปัง-

เสียงจากลำกล้องดังกังวาล.

“เธอเก็ยมันแล้ว?”

ซิลส่ายหัวของเธอ.

ผมสงสัย.

ซิลยิงปืนออกไปและไม่โดนภายในนัดเดียว? ซิลไม่เคยทำพลาด.

“ยิงจนกว่าจะเก็บมันได้.”

-เมี๊ยว.

จากนั้นซิลก็ยิงอีก4ครั้ง.

ขณะที่เธอยิงมันไปทั้งหมด5ครั้ง แต่มันก็ยังมีความกังวลบนใบหน้าของเธอขณะที่มองมาที่ผม.

ผมให้กระสุนอีก 5 นัด.

ซิลขึ้นลำอย่างรวดเร็วและยิงมันอีกครั้ง.

ปัง, คลิก, ปัง, คลิก.

ซิลยิงต่อเนื่อง

เธอยิงมันออกไปหลานครั้งแต่ก็ยังจัดการไม่เสร็จ?

บางทีอาจจะเป็นที่ผมคิด ผมถาม.

“มันถืออะไรบางอย่างที่คล้ายๆโล่?”

เธอพยักหน้า

‘ฉันรู้ว่าจะใช่.’

ครั้งสุดท้ายก็มีตัวนึงที่ใช้ซากของเพือนเป็นโล่และวิ่งหนี ดูเหมือนกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะคล้ายๆกัน.

“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมมีบางอย่างไม่ถูกต้อง.”

“ครับ ฮยอง.”

“เรียบร้อย.”

จูนโฮและแฮซูเอาอาวุธออกมา.

จาอนั้น.

-เนี๊ยววววว!

ซิลกรีดร้องดูเหมือนว่าเธอจะเตือนเรา เมื่อเรารู้สึกตกใจกับเสียงของเธอ บางอย่างที่เหมือนกับแฟลชก็บินผ่านเราไป.

ชวิง คว้างงง!

“คุเฮือก!”

ด้วยเสียงที่น่ากลัวมันเหมือนกับเสียงกรีดร้องก่อนตาย มันเป็นเสียงของจูนโฮ.

“อ๊าา! จูนโฮ!”

แฮซูร้องเสียงดัง.

มันเกิดอะไรบนโลกนี้ ผมหันหลังกลับมา.

‘…?!’

ผมตกใจและผมไม่สามารถพูดอะไรได้.

ลูกศรได้แทงเข้าไปในอกของจูนโฮ ลึกไปถึงหัวใจ.

ดวงตาของจูนโฮยังเบิกกว้าง เขายังคงจ้องมอง ตาย

เขาตายคาที่

เมื่อกี้จูนโฮยังมีชีวิตอยู่.

“ซิล! จัดการศรทั้งหมดที่มาหาเรา!”

-เมี๊ยว!

ซิลตอบ.

แต่มันก็สายเกินไป จูนโฮ ตายแล้ว

‘จะดีกว่านี้ถ้าเรารู้ล่วงหน้า!’

ผมโกรธตัวเอง.

ใช้โล่และมีความฉลาดเหมือนมนุษย์ ถ้าเป็นแบบนี้ผมควรจะคิดว่ามันอาจจะใช้อาวุธ.

ผมรู้สึกว่าโทษซิล.

ทำไมเธอถึงไม่บอกเรื่องนี้ ทำไมเธอถึงร้องออกมาและไม่ขวางกั้นลูกธนูที่บินไปยังจูนโฮ!

มันเป็นข้อจำกัด สปิริตไม่สามารถพูดได้และถ้าไม่มีคำสั้งก็จะไม่ทำอะไร.

จากนั้นโล่และหอกของจูนโฮก็หายไป เจ้าของตายไปแล้วไอเทมทั้งหมดก็หายไป.

-เมี๊ยว.

ซิลเตือนผมอย่างเงียบๆ.

วูซซซ-

ลูกศรอีกอันได้บินออกมา.

ในเวลานั้น ซิลก็ใช้คมมีดลมฟันไปยังลูกศร.

เป๊าะ!

ลูกศรถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และกระจายอยู่บนพื้น มันเป็นลูกศรที่มุ่งมาหาผม.

“งั้น นายก็เป็นซัมม่อนสปิริต.”

จากเบื้องหน้าที่ไหนสักที่ได้ยินเสียงผู้ชายใหญ่ๆดังออกมา.

มันคือไรแคน.

ไอ้สารเลวนั่นพูด.

“โอ้ ให้อาวุธกับสปิริต นั่นคือปัญหา.”

“…”

“สิ่งมีรูปร่างยาวๆและรู...เหล็กนั่นถูกยิงออกจากรูนั่น? งั้นฉันก็แค่หลีกเลี่ยงที่รูนั่นชี้.”

การสังเกตและการตัดสินค่อนข้างน่าประทับใจ.

“ดูเหมือนว่าอาวุธของพวกนายจะมีอย่างเดียว มันค่อนข้างง่ายเกินไป?”

“…”

“ตระกูลเงินมากเกินไป แต่ไลแคนก็ไม่ได้สนใจมนุษย์เท่าไร นั่นเป็นเหตุผลที่เราไม่ได้สนใจสิ่งที่มนุษย์สร้างมากมายเหล่านั้น แต่ถ้าใช้มันก็ได้ผลดีมาก เหมือนกับตอนนี้.”

ไอ้สารเลวนี่น่าถึง.

ผมพูดในสิ่งที่ผมสงสัย.

“คุณเป็นผู้นำตระกูลไลแคน?”

เขาตอบ.

“ฉันเอง.”

ถูกต้อง!

ความแข็งขันนี่มัน…

จิตใจที่ยืดหยุ่นและรู้วิถีการใช้สิ่งของของมนุษย์.

นี่คือผู้นำด้าน ‘ปศุสัตว์’ และยังเพิ่มจำนวนในตระกูลเงินมากกว่า5เท่า.

การพูดคุยหยุดลงตรงนี้.

ศัตรูกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งและไม่ได้พูดอะไรอีกและเราไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้แต่เพียงเตรียมตัวสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป.

วูซซซซ-

ลูกศรอีกดอกหนึ่งพุ่งเข้ามาและซิลใช้มีดลมเพื่อกำจัดลูกศร.

การกระทำและพฤติการของผู้นำตระกูลเงินไม่ค่อยรีบร้อนเท่าไร มันดูแปลกๆ ราวกับว่าเขาอยู่ข้างๆเราดังนั้นเขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะรีบร้อน…

‘เดี๋ยว เวลา?’

เวลา!

ตอนนี้ผมสามารถรู้แผนของผู้นำตระกูลเงินได้.

ไอ้สารเลวนั่นรู้เรื่องการซัมม่อนสปิริต เขารู้ดีว่าการซัมม่อนมีจำกัดเวลาและการเรียกที่ค่อนข้างจำกัด.

เขากำลังรอเวลาให้ซิลหมดเวลา!

“ซิล เขาอยู่ไหนน?”

ซิลใช้จาหน้าชี้ไปที่ 1 นาฬืกา.

“ระยะทาง?”

คราวนี้เธอใช้หางเขียนเลข16.

16 เมตร.

มันอยู่ใกล้ๆ.

การโจมตีไอ้สารเลวนั่นไร้ประโยชน์และเห็นได้ชัดว่าชัยชนะด้านแผนการนั้นฉลาดสุดๆ เมื่อเวลาผ่านไป ทีมของเราจะมีข้อจำกัด ในการเรียกใช้สปิริต.

จาอนั้นซิลก็เขียนตัวเลขอีกครั้ง.

32.

จากนั้นเธอก็ลบตัวเลขและเขียนใหม่.

59.

ผมตกใจและถามเธอ.

“เขาถอยกลับ?”

-เมี๊ยว!

ซิลพยักหน้าของเธอ.

ผมรู้สึกหยาวสั่น.

ฝ่ายตรงข้ามถอยออกไปเพื่อที่จะไม่โดนโจมตีจากสปิริต

ผ่ายตรงข้ามรู้ได้อย่างถูกต้องกับการซัมม่อนที่ถูกกำหนดเวลาและยิ่งห่างจากสปิริตเท่าไรการโจมตีก็ยิ่งลดลง

แผนของมันชัดเจน; การรักษาระยะห่างออกไปปานกลางและมีการลากเวลาให้นานขึ้นกับการสู้รบ.

ถ้าผมพยายามจะเซฟเวลาของซิลโดยการเรียกกลับไปกลับมา เขาอาจจะเข้ามาใหล้และยิงขึ้นอีกครั้ง.

ผมต้องเรียกซิลออกมาบ่อยๆเพื่อประหยัดเวลาในการซัมม่อน.

‘ฝ่ายตรงข้ามฉลาด.’

ผมใจของผมเต้นแรงขึ้น.

ความกลัวค่อยๆเข้ามา

กับสิ่งเหล่านี้ ที่เรากำลังต่อสู้กับมอนเตอร์ที่ไม่มีเพียงแค่มีพลัง แต่ยังฉลาดด้วย?

ผทไม่สามารถเข้าใจวิธีเอาชนะในสถานการณ์นี้ได้.

ก่อนอื่นเราต้องเคลื่อนไหว.

“ไปเถอะ เราต้องออกไปก่อน.”

“ไอ้สารเลว?”

จุนชอยถาม.

“เขาพยายามที่จะสู้ยืดเยื้อ เมื่อเวลาผ่านไปเราจะเสียเปรียบ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากออกจากป่านี้.”

“ฉันเข้าใจ.”

“โอปป้า… แล้วจูนโฮ…”

แฮซูถามพร้อมกับกลั้นน้ำตา…”

เมื่อเห็นจูนโฮที่กำลังนอนอยู่พร้อมกับลูกศรที่อยู่ตรงหัวใจ ในใจผมรู้สึกว่ามันกำลังจพฉีก ผมรู้สึกเหมือนกับว่าเขาจะลุกขึ้นและโทรหาผมพร้อมกับพูด ‘ฮยอง.’

“…ไปเถอะ เราต้องไป.”

ผมเดินนำออกไปและแฮซูที่เดินตามด้วยน้ำตา.

จุนชอยอยู่ข้างหลังและระวังหลังให้พวกเรา.

----------------------

คิดไว้แล้วว่ามันต้องตาย 555 จะได้พิมพ์ชื่อไม่งงสักที เดวEng มา จูน(Joon) จุน(Jun) ยูน(Yoon) ด้วยบทตระประกอบที่จืดจางและไม่มีอะไรเลยนอกจากโล่เน่าๆกับหอกควยๆสกิลกาก ไม่ได้ทำอะไร ไม่ว่าจะเป็น ทำอาหาร หาเมไจ พยาบาล ไม่มีอะไรสักอย่างที่ตัวละครนี้ทำ

ผมไม่รู้ว่าหลายๆคนเคยอ่านป่าวนะผมคิดว่าคาแร๊คเตอร์ของพระเอกเราจะเหมือนกับเรื่อง มาสเตอร์กันมาสเตอร์ (Master Gun X Master)<<ชื่ออิ้งไม่รู้ถูกเปล่านะ 55

จบบทที่ Chapter 44 Escape (Part 2)

คัดลอกลิงก์แล้ว