เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1460 แผนที่จักรวาลฉบับใหม่ (ฟรี)

บทที่ 1460 แผนที่จักรวาลฉบับใหม่ (ฟรี)

บทที่ 1460 แผนที่จักรวาลฉบับใหม่ (ฟรี)


เมื่อได้เห็นแผนที่จักรวาลที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งตรงหน้า เหล่านักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยโดยรอบต่างก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

ราวกับเด็กทารกแรกเกิดที่ได้ลืมตาดูโลกกว้างภายนอกเป็นครั้งแรก

ในไม่ช้า การสแกนแผนที่จักรวาลก็สิ้นสุดลง

เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่จ้าวเฉินและทีมของเขาวิจัยกันเองก่อนหน้านี้ ผลลัพธ์ในครั้งนี้เหนือกว่าเดิมถึงหลายร้อยเท่า

เพียงแค่ขอบเขตการสำรวจก็ขยายออกไปหลายร้อยเท่าตัว

จากเดิมที่มองเห็นเพียงสามจักรวาล ตอนนี้กลับปรากฏจักรวาลต่างๆ ให้เห็นถึงสิบกว่าแห่ง

และนี่ยังไม่เท่าข้อมูลจักรวาลที่ทางจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ให้มาด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงอุปกรณ์รุ่นใหม่รุ่นแรกที่พัฒนาโดยจักรวรรดิหลงเซี่ยว และยังไม่ล้ำหน้าเท่ากับประสบการณ์หลายปีของจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์

ทว่าสำหรับจักรวรรดิหลงเซี่ยวในปัจจุบัน เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

ในแผนที่จักรวาลฉบับนี้มีพิกัดของอารยธรรมจักรวาลที่กษัตริย์เอลฟ์จันทราวารีเคยกล่าวถึงรวมอยู่ด้วย

จ้าวเฉินบันทึกข้อมูลแผนที่ฉบับนี้อย่างละเอียด ก่อนจะหันไปกล่าวกับคามิลล์ที่อยู่ข้างๆ ว่า “การทดลองราบรื่นมาก ต่อจากนี้ให้พวกคุณรวบรวมข้อมูลจากการทดลองครั้งนี้ และนำไปพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”

เนื่องจากตำแหน่งของเธอ คามิลล์จึงรับทราบข้อมูลแผนที่จักรวาลจากจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน

เธอรู้ดีว่า สิ่งที่พวกเธอเห็นอยู่ตอนนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

คามิลล์ตอบทันทีว่า “ฝ่าบาทโปรดวางใจได้ เราจะเร่งศึกษาวิจัยอย่างสุดความสามารถ เพื่อไล่ตามช่องว่างที่เหลือให้ทันในเวลาที่สั้นที่สุด”

จ้าวเฉินพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะปลีกตัวเดินจากไป

เมื่อมีแผนที่จักรวาลชุดนี้อยู่ในมือ แผนการขั้นต่อไปของเขาก็สามารถเริ่มขึ้นได้แล้ว

------------------

ยานบัญชาการระดับ T6 ดีไวท์ดราก้อนเอ็มเพอเรอร์ - ห้องบังคับการ

จ้าวเฉินมองไปยังบุคคลทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า

จอมพลสูงสุด - ชาร์ล็อตต์ และเลขาธิการสูงสุด - ลิลิธ

“นี่คือแผนที่จักรวาลที่เราสำรวจพบด้วยตัวเอง”

จ้าวเฉินเปิดแผนที่ และภาพโฮโลแกรมสามมิติก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่

ชาร์ล็อตต์และลิลิธเริ่มตรวจสอบแผนที่อย่างละเอียดทันที

“พิกัดจักรวาลที่ท่านระบุไว้ในข้อมูลที่ส่งกลับมาชุดก่อน ทั้งหมดปรากฏอยู่บนนี้ครบถ้วนค่ะ” ลิลิธกล่าว พลางชี้ไปยังตำแหน่งพิกัดต่างๆ

จ้าวเฉินพยักหน้า ก่อนจะหันไปชาร์ล็อตต์ “นั่นเป็นข้อมูลที่ได้รับจากกษัตริย์เอลฟ์จันทราวารีแห่งจักรวรรดิเอลฟ์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับข้อเสนอแนะบางประการสำหรับพวกเรา

แน่นอนว่า เราจะทำตามคำแนะนำเหล่านั้นหรือไม่ ยังต้องพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ของเราเป็นหลัก

ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว เราสามารถเริ่มแผนการขั้นถัดไปได้ทันที

พวกเธอลองพิจารณาสิว่า เราควรนำข้อมูลที่ได้รับจากกษัตริย์เอลฟ์จันทราวารีมาใช้อย่างไร?”

ในฐานะจอมพลสูงสุดและผู้บัญชาการแห่งจักรวรรดิหลงเซี่ยว จอมพลชาร์ล็อตต์ย่อมเห็นข้อมูลดังกล่าวในทันทีที่ลิลิธได้รับมา

ชาร์ล็อตต์กล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้อมูลที่ได้รับจากกษัตริย์เอลฟ์จันทราวารีมีค่ามากจริงๆ

หากสิ่งที่ระบุไว้ในนั้นเป็นความจริงทั้งหมด

เราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ได้ถึง 80% แต่เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของเรา

ด้วยวิธีนี้ เราจะประหยัดเวลาไปได้มหาศาล

บางจักรวาลในกลุ่มนี้ มีโอกาสที่เราจะเข้าควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จภายในครึ่งปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อจักรวรรดิหลงเซี่ยวมาก”

จ้าวเฉินถามด้วยความสนใจว่า “ดูเหมือนเธอจะพอมีไอเดียแล้วสินะ ลองว่ามาให้ละเอียดสิ”

ชาร์ล็อตต์อธิบายอย่างจริงจังว่า “จากข้อมูลที่ได้รับจากกษัตริย์เอลฟ์จันทราวารี ฉันได้ร่างแผนปฏิบัติการไว้หลายรูปแบบ

ในแผนการเหล่านี้ เราไม่จำเป็นต้องทุ่มกำลังพลจำนวนมากเลย ซึ่งจะช่วยลดภาระของพวกเราได้มาก

ท้ายที่สุดแล้ว เรายังอยู่ภายใต้ภัยคุกคามของอารยธรรมผู้กลืนกิน แม้เราจะฟื้นฟูกำลังรบกลับมาได้ถึงสามล้านลำแล้ว แต่ก็ไม่อาจนำกำลังออกไปทำภารกิจนี้มากเกินไปได้

อย่างน้อยที่สุด ต้องห้ามเกินหนึ่งในสามของกำลังรบทั้งหมด”

หนึ่งในสามนี้ ย่อมเท่ากับยานรบจำนวน 1 ล้านลำ

การจะใช้ยานรบเพียง 1 ล้านลำไปสยบจักรวาลอารยธรรมอื่น สำหรับคนนอกแล้ว คงมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงได้

ท้ายที่สุดแล้ว อารยธรรมผู้กลืนกินยังใช้ยานรบถึงเกือบ 40 ล้านลำในการบุกโจมตีจักรวาลหลงเซี่ยว

แต่ตอนนี้จักรวรรดิหลงเซี่ยวกลับคิดจะใช้ยานรบเพียง 1 ล้านลำเท่านั้น

นี่ไม่ใช่การคิดเพ้อเจ้อหรอกหรือ?

“เมื่อพิจารณาว่าจำนวนยานรบที่เราสามารถเคลื่อนพลได้มีจำกัด การใช้กำลังทหารเข้าพิชิตจึงถือเป็นแผนการที่แย่ที่สุดสำหรับเรา

ในทางกลับกัน การสนับสนุน 'ตัวแทน' เพื่อเข้าควบคุมจักรวาลของอีกฝ่ายอย่างลับๆ คือวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและใช้ต้นทุนต่ำที่สุด

หากจะมีข้อเสียอยู่บ้าง ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ว่า เมื่อตัวแทนเหล่านั้นบรรลุเป้าหมายแล้ว พวกเขาจะยังยอมฟังคำสั่งของเราอยู่หรือไม่

จุดนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้

แต่ทุกเรื่องย่อมมีความเสี่ยง ขอเพียงเรากำราบและควบคุมตัวแทนเหล่านั้นไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แผนการทั้งหมดก็จะสมบูรณ์แบบ” ชาร์ล็อตต์กล่าวอย่างมั่นใจ

จ้าวเฉินพยักหน้า “งั้นลองบอกหน่อยว่า เป้าหมายแรกที่เธอเลือกคือจักรวาลไหน?”

“ไม่ใช่ทั้งอารยธรรมหรือจักรวาลใดๆ”

“ไม่ใช่แค่จักรวาลแห่งเดียว... แต่เป็นห้าจักรวาลพร้อมกัน” ชาร์ล็อตต์โพล่งข้อมูลที่ทำให้จ้าวเฉินถึงกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองออกมา

เหตุการณ์นี้ทำให้สีหน้าของจ้าวเฉินถึงกับหลุดการควบคุมไปชั่วขณะ

“เธอกำลังจะบอกว่า... เราจะใช้ยานรบเพียง 1 ล้านลำ ไปพิชิตห้าจักรวาลพร้อมกันงั้นเหรอ?”

นี่ไม่ใช่แค่การเพ้อเจ้อแล้ว แต่มันคือการฝันกลางวันครั้งมโหฬารชัดๆ

ไม่สิ ต่อให้เป็นในความฝัน ก็ยังจินตนาการไปไม่ถึงขั้นนี้เลยด้วยซ้ำ

ในตอนนั้นเอง ลิลิธที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นว่า “การเริ่มปฏิบัติการต่อห้าจักรวาลพร้อมกัน ฟังดูแล้วมันก็น่าเหลือเชื่อจริงๆ นั่นแหละค่ะ

แต่นี่เป็นข้อสรุปจากการหารือกันหลายต่อหลายครั้งระหว่างฉันกับชาร์ล็อตต์

ครั้งนี้เราจะไม่ใช้กำลังทหารเข้าหักหาญ แต่เราจะใช้วิธีการอื่นทำให้พวกเขาเต็มใจที่จะร่วมมือกับเราจากใจจริง

ดังนั้น สิ่งที่เราจะใช้ก็คือเจ้านี่”

ลิลิธใช้นิ้วจิ้มไปที่ศีรษะของเธอเบาๆ

จ้าวเฉินหรี่ตาลง แล้วถามว่า “ถ้าอย่างนั้นบอกมาสิ เป้าหมายทั้งห้าแห่งที่พวกเธอเลือกคือที่ไหนบ้าง”

“อารยธรรมแคนเซอร์, จักรวรรดิโมฮาดีส, พันธมิตรฟายเออร์วีน...” สามชื่อแรกที่ลิลิธเอ่ยออกมานั้น จ้าวเฉินล้วนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

เพราะนั่นคือคำแนะนำที่ได้รับมาจากกษัตริย์เอลฟ์จันทราวารี

“อาณาจักรศิลา, และสหพันธ์ภูตดอกไม้”

เมื่อได้ยินสองชื่อหลัง จ้าวเฉินก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

แต่เมื่อนึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับอารยธรรมทั้งสองแห่ง เขาก็เข้าใจจุดประสงค์ของลิลิธและชาร์ล็อตต์ได้ทันที

จ้าวเฉินวางมือไว้ที่คางอย่างครุ่นคิด และกล่าวว่า “อาณาจักรศิลาเป็นอารยธรรมในจักรวาลที่มีขนาดเล็กมาก แต่จักรวาลของพวกเขามีความพิเศษสุดๆ ตรงที่มีสัดส่วนทรัพยากรแร่ธาตุที่สูงมหาศาล

แม้แต่รูปลักษณ์ภายนอกของเผ่าพันธุ์พวกเขาก็ยังเหมือนกับหิน จึงเป็นที่มาของชื่ออาณาจักรศิลา

และอาณาจักรศิลานี้ก็ตัดขาดจากโลกภายนอกมาโดยตลอด พวกเขาไม่ยินดีที่จะติดต่อสื่อสารกับจักรวาลอื่น

และนอกเหนือจากการค้าขายที่จำเป็นจริงๆ แล้ว โดยปกติพวกเขาจะไม่มีวันปรากฏตัวในจักรวาลอื่นๆ เลย

ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีความหวาดระแวงต่อคนต่างถิ่น และกีดกันคนนอกอย่างรุนแรง ซึ่งในดินแดนของพวกเขาแทบจะไม่มีเผ่าพันธุ์อื่นหลุดเข้าไปให้เห็นเลย

นอกจากนี้ พวกเขายังมีระบบการปกครองที่เป็นเอกภาพ และจัดอยู่ในระดับอารยธรรมระดับกึ่ง T6

สำหรับเราแล้ว นี่คือขุมกำลังที่มีแรงดึงดูดมหาศาล หากเราเข้าควบคุมได้สำเร็จ เราจะได้ครอบครองแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุอันอุดมสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับก้อนหินมีหนามที่เคี้ยวยาก อย่างน้อยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะด้วยยานรบแค่ 1 ล้านลำ”

จ้าวเฉินกล่าวต่อไปว่า “สำหรับสหพันธ์ภูตดอกไม้แห่งนี้ ก็เป็นอารยธรรมในจักรวาลขนาดเล็กเช่นเดียวกัน

แต่สิ่งที่ต่างจากอาณาจักรศิลาคือ จักรวาลของสหพันธ์ภูตดอกไม้เป็นจักรวาลที่แห้งแล้งอย่างยิ่ง และแทบจะไม่มีทรัพยากรอะไรเลย

สิ่งนี้ส่งผลให้จำนวนประชากรของเผ่าภูตดอกไม้เบาบางมาก สัดส่วนผู้อยู่อาศัยบนดาวเคราะห์นับว่าต่ำที่สุดในบรรดาอารยธรรมที่เรารู้จักมาทั้งหมด

ในยุคแรกเริ่ม พวกเขาถึงขั้นประสบภาวะอดตายกันเลยทีเดียว

ทว่านับตั้งแต่พวกเขาได้เทคโนโลยีการทางข้ามจักรวาล ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

พวกเขาเริ่มก่อตั้งกลุ่มบริษัทการค้าขึ้นมาทีละแห่ง โดยรับหน้าที่เป็นตัวกลาง รับทรัพยากรจากจักรวาลหนึ่งไปขายให้อีกจักรวาลหนึ่ง เพื่อหากำไรจากส่วนต่างของราคา

นานวันเข้า พวกเขาก็กลายเป็นพ่อค้าที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี

พวกเขาครอบครองกลุ่มการค้าทุกรูปแบบ ทุกขนาด และครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

แทบทุกจักรวาลต่างก็มีการติดต่อค้าขายกับคนของเผ่าภูตดอกไม้ แม้แต่อาณาจักรศิลาที่ตัดขาดจากโลกภายนอกก็ตาม

ปัจจุบันกว่า 60% ของการค้าข้ามจักรวาลอยู่ในมือของพ่อค้าเผ่าภูตดอกไม้

ด้วยวิธีการเช่นนี้ พวกเขาจึงเปลี่ยนจักรวาลภูตดอกไม้ให้กลายเป็น 'ศูนย์กลางการค้าข้ามจักรวาล’

พวกเขาเปลี่ยนจากจักรวาลที่เคยแห้งแล้ง ให้กลายเป็นดินแดนที่รุ่งเรืองและเฟื่องฟูถึงขีดสุด โดยพึ่งพาพลังของการค้าเพียงอย่างเดียว

ส่วนเหตุผลที่อารยธรรมอื่นๆ กล้าไว้วางใจทำธุรกิจกับกลุ่มการค้าของเผ่าภูตดอกไม้ ก็เพราะพวกเขา 'ไม่มีกำลังทหาร' เป็นของตัวเองเลยแม้แต่หน่วยเดียว

แม้แต่กองยานคุ้มกันสินค้า ก็ยังเป็นกองยานรับจ้างที่ทำสัญญาระยะยาวทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้เอง อารยธรรมต่างๆ จึงเชื่อใจกลุ่มการค้าของเผ่าภูตดอกไม้ และเลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าระยะยาวเอาไว้

ต่อให้เผ่าภูตดอกไม้จะกุมยอดการค้าเกินครึ่งหนึ่งของจักรวาลตนเอง พวกเขาก็ไม่รู้สึกกังวลเลยสักนิด

ในขณะเดียวกัน กลุ่มการค้าที่นำโดยเผ่าภูตดอกก็ไม้ก็อาศัยโอกาสนี้ขยายเครือข่ายเส้นสายของตนเอง

แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีกำลังทหาร แต่ในด้านหนึ่งพวกเขาก็สามารถเลี้ยงทหารรับจ้างจำนวนมากไว้ได้

และหากมีใครกล้าคิดร้ายหรือข่มเหงกลุ่มการค้าของเผ่าภูตดอกไม้ บรรดาอารยธรรมที่เป็นคู่ค้ากันมานาน ย่อมต้องออกหน้ามาปกป้อง

ถึงแม้พวกเขาอาจจะไม่สนความเป็นความตายของเผ่าภูตดอกไม้ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางยอมให้ผลประโยชน์ของตัวเองเสียหาย

หากเผ่าภูตดอกไม้ถูกทำลาย นั่นหมายถึงเครือข่ายการค้าทั้งหมดจะล่มสลาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอารยธรรมเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เผ่าภูตดอกไม้สามารถอยู่รอดท่ามกลางอารยธรรมที่ทรงอำนาจมากมายมาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะความคิดแบบนี้เอง”

จบบทที่ บทที่ 1460 แผนที่จักรวาลฉบับใหม่ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว