- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 335 กระแสน้ำแห่งชีวิต
ติดหนี้สามสิบล้าน 335 กระแสน้ำแห่งชีวิต
ติดหนี้สามสิบล้าน 335 กระแสน้ำแห่งชีวิต
ติดหนี้สามสิบล้าน 335 กระแสน้ำแห่งชีวิต
ให้ตายเถอะ...
ผู้กำกับเฉียนอวี่ลืมหน้าที่ของตัวเองไปชั่วขณะ เขาค่อย ๆ เดินวนดูรอบห้องโดยสารทั้งหมด
“นี่ของจริงหรือของปลอมเนี่ย”
พูดตามตรง ถึงแม้เขาจะเป็นผู้กำกับ แต่ก็เป็นผู้กำกับที่เชี่ยวชาญด้านการถ่ายทำสารคดีทิวทัศน์ ปกติแล้วแทบจะไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมชมสถานที่แบบนี้เลย
ต่อให้เป็นผู้กำกับที่เชี่ยวชาญการถ่ายทำภาพยนตร์ไซไฟ ส่วนใหญ่ก็สร้างฉากจำลองขึ้นมาทั้งนั้น ใครจะมีทรัพยากรเข้าไปถ่ายทำในเรือดำน้ำจริง ๆ ได้ล่ะ
ต่อให้เข้ามาได้ ก็คงเป็นรุ่นเก่าที่กองทัพปลดประจำการไปเมื่อหลายสิบปีก่อน
แต่ดูนี่สิ!
ภายในห้องโดยสารที่หรูหรานี้ มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของที่ทำขึ้นมาแบบลวก ๆ
ภูเขาว่านหยวน... มีของดีอยู่จริง ๆ ด้วย!
ไม่ว่าของสิ่งนี้จะมีไว้ทำอะไร หรือใช้เงินไปเท่าไหร่...
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาได้รับสิทธิ์ในการใช้งานของสิ่งนี้...
น่ากลัวมาก!
เฉียนอวี่มองดูสวี่จิ้งที่ยืนอยู่หน้าแผงควบคุมแล้ว อีกฝ่ายมีสีหน้าเรียบเฉย ขยับคันโยกและปุ่มต่าง ๆ อย่างสบาย ๆ ดูเหมือนกำลังปรับเส้นทางการเดินเรือของพวกเขาอยู่
ช่างเป็นผู้ต้อนรับที่ดูเป็นมืออาชีพและพึ่งพาได้จริง ๆ!
สวี่จิ้ง: ฉันขอดูหน่อยว่าเดี๋ยวปรับโหมดแสงไฟแบบไหนถึงจะดูเท่... แล้วก็เลือกเพลงเพราะ ๆ สักสองเพลง...
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
เสียงติ๊ดทุ้มต่ำดังขึ้นสองสามครั้ง จากนั้นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังขึ้น
[ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านหาที่นั่งบริเวณริมห้องโดยสารและรัดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย รอจนกว่าเรือเจียวเป้ยจะเข้าสู่กระบวนการเดินเรือตามปกติ จึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ]
สวี่จิ้งหันไปมองทุกคนแล้วยื่นมือชี้ ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนผนังห้องโดยสารมีที่นั่งโลหะแบบพับได้อยู่มากมาย จึงรีบหาที่นั่งและนั่งลงทันที เพื่อรอคอยการเดินทางเริ่มต้นขึ้น
กริ๊ก!
วืด...
เสียงสั่นสะเทือนและเสียงเครื่องจักรหมุนดังขึ้นพร้อมกัน จากนั้นร่างกายของทุกคนก็สั่นไหว ความรู้สึกไร้น้ำหนักแผ่วเบาถูกส่งมาในชั่วพริบตา
ออกเดินทางแล้ว!
ทิวทัศน์นอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนไป ภายใต้ผืนน้ำลึกของทะเลสาบเซียนร่วงหล่น บริเวณริมขอบเมืองโบราณ
เรือดำน้ำลำมหึมาที่ดูราวกับเต่าทะเลไซเบอร์ค่อย ๆ ลอยตัวสูงขึ้น และเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังหลุมลึก...
...
ในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวของวันนี้ก็เข้ามาในอุทยานอย่างเป็นทางการในที่สุด
ทันทีที่ทุกคนเข้ามา ก็เริ่มมองไปรอบ ๆ
ได้ยินมาว่าเมื่อวานใต้เท้าผู้ตอนรับออกมาต้อนรับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งด้วยตัวเอง แถมยังพาพวกเขาไปที่หมู่บ้านหมิงเยวี่ยด้วย คาดว่าน่าจะมีรายการแสดงอะไรใหม่ ๆ
แต่เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปจนทั่วทุกจุดชมวิวใหญ่ ๆ ของภูเขาว่านหยวน กลับพบว่าทุกอย่างเงียบสงบไปหมด
แม้ว่ากิจกรรมในหมู่บ้านหมิงเยวี่ยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ แต่ใต้เท้าผู้ตอนรับกลับหายตัวไป
กลุ่มคนที่ถือกล้องถ่ายวิดีโอตามข่าวลือก็หายตัวไปเช่นกัน
นักท่องเที่ยวที่ลงมายังสถาบันวิจัยทะเลสาบเซียนร่วงหล่น มองดูกระแสน้ำที่สั่นไหวเป็นระลอกคลื่นตรงหลุมลึก หรี่ตาลงสังเกตอยู่นาน สุดท้ายก็แน่ใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แปลกจัง...
หรือว่าวันนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ
หรือว่าเรื่องพิเศษของวันนี้ จะเกิดขึ้นที่ภูเขาต้าหาน
บางคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังภูเขาต้าหาน
ส่วนหลินหานที่อยู่บนภูเขา ก็นำทีมสำรวจจนมองเห็นยอดเขาหานซานในที่สุด
“ไปกันเถอะ ใกล้จะเสร็จสิ้นระยะแรกแล้ว”
...
ทุกพื้นที่ต่างก็กำลังดำเนินไปอย่างมั่นคง
ภายในเรือเจียวเป้ยที่เฉียดผ่านขอบหลุมลึกดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลสาบลึก เสียงพูดคุยจอแจก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกคนพากันปลดเข็มขัดนิรภัย ยกกล้องถ่ายวิดีโอขึ้นมา และถูกดึงดูดด้วยภาพอันน่าหลงใหลของเขตผลึกศิลา
“นี่คือใต้ทะเลสาบลึกงั้นเหรอ...”
พืชพรรณประหลาดที่อยู่เต็มไปหมดเมื่อมองออกไป ล้วนดูเหมือนสิ่งที่เห็นได้เฉพาะในภาพยนตร์แฟนตาซีเท่านั้น
ปลาตัวเล็กตัวใหญ่ค่อย ๆ แหวกว่ายอยู่รอบเรือดำน้ำ บางครั้งก็สบตากับปลาหน้าตาอัปลักษณ์บางชนิด ความรู้สึกสมจริงนี้ ทำให้คนไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของปลอม
ความสงวนท่าทีของผู้กำกับเฉียนอวี่ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขาไม่แสร้งทำอีกต่อไปแล้ว เขาตบมือเรียกสมาชิกทีมตากล้องทุกคนทันที
“เริ่มถ่ายได้!”
ช่างมันเถอะว่าจริงหรือปลอม!
ในเมื่อเรือดำน้ำเป็นของจริง! งั้นที่นี่ก็คือของจริง!
[เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก] ของพวกเขา มีหน้าที่แค่ถ่ายภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม ส่วนการจับผิดของปลอมนั่นมันเป็นหน้าที่ของ [เข้าใกล้วิทยาศาสตร์] ต่างหาก!
ลุยให้จบ ๆ ไป!
เรือดำน้ำมุ่งหน้าต่อไป บางทีอาจเป็นเพราะยานพาหนะในครั้งนี้มีขนาดใหญ่เกินไป หรือบางทีอาจเป็นเพราะครั้งก่อนพวกฉลามอัสนีขนาดยักษ์เสียเปรียบไปแล้ว ดังนั้นครั้งนี้พวกเขาจึงไม่ถูกใครรบกวนเลย
ไม่นานก็มองเห็นแม่น้ำสาบสูญสีเขียวเข้มที่ไหลลงมาในแนวดิ่งอยู่สุดสายตา
ให้ตายเถอะ!
ของดีมาแล้ว!
ตากล้องแต่ละทีมรีบยืนให้มั่นคง เลนส์กล้องจับจ้องไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่
เสียงดนตรีภายในห้องโดยสารเปลี่ยนจากจังหวะเบาสบายกลายเป็นความแปลกประหลาด ไป๋หลิงขี้เกียจจะสนใจรสนิยมแย่ ๆ ของสวี่จิ้ง เธอรีบสั่งการถ่ายทำตามจุดต่าง ๆ ร่วมกับสหายของเธอ
เรือดำน้ำค่อย ๆ ลดระดับลง ซึ่งแตกต่างจากคู่มือบนอินเทอร์เน็ตที่ทุกคนทำไว้ล่วงหน้า
เรือเจียวเป้ยในครั้งนี้ พุ่งตรงเข้าไปในไอพิษสีเขียวที่กระเพื่อมไหว ลอยตัวอยู่เหนือแม่น้ำสาบสูญ และค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้า
“มีโครงกระดูกอยู่จริง ๆ ด้วย...”
“แล้วพืชพวกนั้นคืออะไรกัน”
“รีบถ่ายอันนี้เก็บไว้เร็วเข้า!”
“มีซากศพก็แสดงว่าความลึกระดับนี้มีคนอยู่... ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ความลึกเท่าไหร่เนี่ย ออกไปได้ไหม”
สวี่จิ้งรีบดับความคิดของพี่ชายคนหนึ่งทันที
“เรือเจียวเป้ยยังไม่มีชุดดำน้ำสำหรับออกไปนอกเรือติดตั้งไว้นะ ทุกคนอยู่แต่ในห้องโดยสารอย่างว่านอนสอนง่ายเถอะ”
บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ก็ไร้เหตุผลแบบนี้แหละ
ข้างนอกยังมี ‘ศพ’ กองอยู่เต็มไปหมด พวกเขากลับยังคิดอยากจะออกไปดูอีก...
ห่วงงานมากกว่าชีวิตแล้วเหรอ
ทุ่มเทขนาดนี้เลย
ทุกคนหัวเราะครืนออกมา และไม่คุยอะไรกันอีก แต่หันไปชมทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำสาบสูญ ท่ามกลางเสียงดนตรีและหมอกอันแปลกประหลาด พวกเขาก็มาถึงบริเวณต้นไม้แห่งชีวิตอย่างราบรื่น
เมื่อยานพาหนะพุ่งทะลุหมอกสีเทาของโขดหินและเข้าสู่หุบเขาขนาดมหึมา ทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้าอีกครั้ง
“นี่... นี่มันมีอยู่จริงเหรอ”
ไป๋หลิงยกมือปิดปาก รูปภาพบนอินเทอร์เน็ตกับความรู้สึกที่ได้เห็นสถานที่จริง มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่เผชิญหน้ากับต้นไม้แห่งชีวิต ล้วนสัมผัสได้ถึงความเปราะบางและต่ำต้อยของตัวเอง
“ไม่ต้องถาม ถ่ายไปก็พอแล้ว”
สวี่จิ้งผละออกจากแผงควบคุมแล้ว เขายืนกอดอกอยู่ข้างไป๋หลิง ชื่นชมต้นไม้แห่งชีวิตที่สั่นไหวเบา ๆ อยู่ตรงหน้า
วันนี้เจ้าแม่วารีจะไม่ปรากฏตัว
ไม่ว่าจะคุยโวโอ้อวดแค่ไหน การที่คนที่เคลื่อนไหวในน้ำได้โดยไม่ต้องใช้ถังออกซิเจนไปโผล่ในรายการของช่อง CCTV มันก็ยังดูเหลือเชื่อเกินไปหน่อย
เขาคิดแบบนั้น
แต่น่าเสียดายที่เขาลืมความสามารถเสริมของ [ต้นกำเนิดแห่งชีวิต] ไปเสียสนิท
ในขณะที่เขากำลังควบคุมเรือดำน้ำให้ค่อย ๆ เข้าใกล้ต้นไม้แห่งชีวิต เพื่อให้ทุกคนได้เห็นทิวทัศน์ในระยะประชิด จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องอุทานของไป๋หลิง
“ปลาพวกนั้นกำลังทำอะไรน่ะ”
สิ้นเสียงของเธอ เสียงของจางจู๋กวงก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง
“ประธานสวี่ ทางนี้ก็แปลกมากเหมือนกัน...”
ตากล้องทุกคนรีบหันเลนส์กล้อง บันทึกภาพความผิดปกตินอกกระจกเอาไว้ทันที
ราวกับถูกบางสิ่งดึงดูด ฝูงปลาที่เคยใช้ชีวิตอย่างสบายใจอยู่ข้างพืชต้นเล็ก ๆ ที่เติบโตอยู่ก้นทะเลสาบซึ่งอยู่ห่างไกลจากต้นไม้แห่งชีวิตก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับค่อย ๆ แหวกว่ายขึ้นไปกลางอากาศ และเริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมา
ปลาไหลสองสามตัวที่อยู่ไกลออกไปพันเกี่ยวกัน ราวกับกำลังทำพฤติกรรมรุนแรงที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้
ปลาปักเป้าตัวอ้วนท้วนหลายตัวว่ายวนเป็นวงกลมขึ้นลง ค่อย ๆ เข้าใกล้บริเวณรอบต้นไม้แห่งชีวิต
ส่วนบนพื้นโคลนทราย แมลงประหลาดที่มีแปดขาก็พากันวิ่งกรูไปทางต้นไม้แห่งชีวิตเป็นฝูง
พืชต้นเล็ก ๆ ที่ดูราวกับไข่ปลาเรืองแสง ส่ายตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง ปลายที่เหมือนไข่ปลาเหล่านั้นกระเพื่อมไหวเบา ๆ ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักซ่อนอยู่ข้างใน
สวี่จิ้งขยับเข้าไปใกล้หน้าต่าง จ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง เงียบไปพักหนึ่ง แล้วหันไปมองต้นไม้แห่งชีวิต
“อ๊ะ!”
เขาตระหนักรู้ขึ้นมาทันที
กระแสน้ำแห่งชีวิต!
เขาลืมไปซะสนิทเลย!