เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอน 17 สายฟ้าคำราม ตระกูลหลินกลายเป็นประวัติศาสตร์!

ตอน 17 สายฟ้าคำราม ตระกูลหลินกลายเป็นประวัติศาสตร์!

ตอน 17 สายฟ้าคำราม ตระกูลหลินกลายเป็นประวัติศาสตร์!


กลางดึก ที่ตำหนักตระกูลหลิน

“เจ้าพวกโง่ ยังหาเด็กนั่นไม่เจออีกเรอะ?”

ที่โถงยิ่งใหญ่ เสียงเกรี้ยวกราดดังก้อง ชายวัยกลางคนจ้องเขม็งเบิกตากว้าง พลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากตัว มันกลายเป็นคลื่นพลังที่ราวกับจะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขาออกไป

หลายคนด้านล่างไม่กล้าพูดออกมาแม้แต่คำเดียว

เพราะเขาคือเจ้าตระกูลหลินและเป็นคนที่มีอำนาจสูงที่สุดในตระกูลหลิน

และลูกชายเขายังกลายเป็นศิษย์ในสำนักจื้อหยางไปแล้ว ฐานะของเขาก็ยิ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้แต่ผู้อาวุโสคนอื่นในตระกูลก็ไม่กล้าแตะต้องเขา

แม้แต่ในเมืองเทียนเซี่ยง คำพูดของเขาถือเป็นคำสั่ง

“ท่านเจ้าตระกูล ชายคนนี้เจ้าเล่ห์และยังเชี่ยวชาญการแปลงกาย เรารู้เรื่องเขาเพียงน้อยนิด ยากนักที่จะหาเขาเจอในเวลาอันสั้น”

รองหัวหน้าคนที่เฉินหยวนเจอในตอนบ่ายคุกเข่าด้วยความนับถือกับพื้นและพูดอย่างระมัดระวัง

เขากลัวว่าเขาจะต้องเจอกับโชคร้าย

ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา เฉินหยวนเพียงจะปรากฏตัวเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

เขาคือคนต่างถิ่นในโลกใบนี้ ไม่มีทางเลยที่จะมีใครได้ข่าวคราวเรื่องของเขา

ประกอบกับผลของหน้ากากจำแลงอันยอดเยี่ยมในการแปลงกาย การหาตัวเขาให้เจอนั้นไม่ต่างจากการงมเข็มในกองฟาง

“รู้ไหมว่ามีคนเมืองเทียนเซี่ยงหัวเราะเยาะตระกูลหลินเพราะเจ้ามากมายเท่าไหร่?”

“ไอ้พวกคนไร้ความสามารถ”

เจ้าตระกูลหลินโกรธแค้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาใช้คนจำนวนมากแต่ก็จับคนในขอบเขตบ่มเพาะร่างกายธรรมดา ๆ คนเดียวไม่ได้

เขาจินตนาการได้เลยว่าอีกสองตระกูลล้อเลียนตระกูลหลินอย่างไร

และชื่อเสียงตระกูลหลินก็ถูกทำลายป่นปี้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน

สำหรับตระกูลใหญ่อย่างพวกเขา โดยเฉพาะในยามรุ่งโรจน์เช่นนี้ การรักษาหน้านั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

ไม่มีใครกล้าพูดโต้แย้ง

ไม่มีอะไรที่พวกเขาทำได้

คนที่เขาต้องตามหานั้นไม่ต่างจากผีที่ปรากฏตัวและหายไปอย่างไร้ร่องรอย นอกจากเขาจะปรากฏตัวออกมาเอง พวกเขาก็ไม่มีทางหาเจอได้เลย

“ท่านเจ้าตระกูล บางทีเราอาจจะใช้ป่าเพื่อดึงอีกฝ่ายออกมาได้”

“มันแอบลอบมาที่ตระกูลหลินของเรา บางทีอาจจะเพราะว่ามันต้องการรู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วเขาก็รู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายจากหลินเจี้ยน ถ้าหากเราใช้หลินเจี้ยนล่อเขาออกมา เขาจะต้องเปิดเผยเบาะแสของตัวเองแน่”

“และอีกฝ่ายยังกล้าแอบลอบเข้าตระกูลหลิน แสดงว่ามันจะต้องเป็นคนกล้าดีเดือดสุดขั้ว”

รองหัวหน้าคิดคร่หนึ่ง เขากัดฟันพูดแผน

“ไม่ได้”

เจ้าตระกูลหลินปฏิเสธทันที เขาพูดเสียงเย็นชา

“อีกไม่กี่วันลูกชายคนโตข้าจะพาอาจารย์สำนักจื้อหยางมาที่นี่ ถึงเวลานั้นเราขอให้อาจารย์สำนักจื้อหยางลงมือได้ ถ้ามีอาจารย์สำนักจื้อหยาง จับโจรกระจอกก็ไม่ยากจริงไหม?”

“ส่วนเจ้าคนในป่านั่น ประหารมันทิ้งซะ”

“เป็นเพราะมัน เราถึงเสียหายมากมาย มันสมควรตาย”

เดิมทีเขาไม่คิดจะให้ความสนใจในเรื่องนี้ เพราะมีคนตายไม่เท่าไหร่

แต่เพราะคนของพวกเขาไร้ความสามารถ พวกเขาจำศัตรูไม่ได้แล้วยังเสียคนไปอีกมากมาย

ที่สำคัญที่สุดก็คือข่าวนี้แพร่งพรายออกไปจนทำให้ตระกูลหลินเสียหน้า มิเช่นนั้นเจ้าตระกูลหลินคงจะไม่สนใจเรื่องนี้เลย

ส่วนเรื่องเฉินหยวนถูกคนของเขาเองใส่ร้ายนั้น เขาไม่สนใจอยู่แล้ว

เขาก็แค่ผู้บ่มเพาะพลังอ่อนแอ ต่อให้มีความสามารถอยู่บ้างแล้วจะมีประโยชน์อะไร?

บอกไม่ได้เลยว่ามีคนตายในเมืองเทียนเซี่ยงปีละกี่คน

“ถ้ามีสำนักจื้อหยางช่วย ไอ้โจรกระจอกนั่นต้องตายแน่”

แม้ว่าเขาจะโกรธ แต่เขาก็กล่าวชมสำนักจื้อหยางจากก้นบึ้งของหัวใจ

สำนักจื้อหยางนั้นเป็นสำนักที่ทรงพลังที่สุดในเขตเฉียนหลง มันเต็มไปด้วยคนแข็งแกร่งที่มีพลังวิเศษลึกลับ

ถ้าหากให้พวกเขาช่วย ต่อให้วิธีการลงมือของศัตรูจะประหลาด เขาก็ไม่มีทางหนีรอดจากน้ำมือของคนที่แข็งแกร่งจากสำนักจื้อหยางได้

บอกสั้น ๆ ได้เลยว่าพวกเขารู้สึกปลอดภัยแล้ว

“เหลือแค่พวกเราต้องรอ โชคดีที่ลูกชายท่านเจ้าตระกูลกลายเป็นศิษย์ระดับสูงของสำนักจื้อหยางแล้ว”

“พึ่งพาได้จริง ๆ”

“พูดอะไรกัน? เขาก็ถูกท่านเจ้าตระกูลบ่มเพาะมาไม่ใช่หรือ?”

พวกเขาเพียงชมเชยกันไปมา

ได้ยินเช่นนั้น เจ้าตระกูลยิ้มออกมาเล็กน้อย

….

แทบจะขณะเดียวกัน

เฉินหยวนได้แอบเข้ามาในเขตพื้นที่ของตำหนักตระกูลหลินแล้ว

แต่เขาไม่กล้าเข้าหาอีกฝ่ายง่ายเกินไป ตระกูลใหญ่เช่นนี้จะต้องไม่ขาดกำลังคนที่คุ้มกันสี่ทิศ พลังของพวกเขาย่อมไม่น้อย

หากเขาเข้าใกล้เกินไปเขาจะโดนเจอตัวได้

เขาอยู่บนหลังคาหอหนึ่ง เขามองจากที่สูงและเห็นหอจำนวนมากด้านล่างซึ่งถูกตกแต่งไว้อย่างยิ่งใหญ่ราวกับวัง

แม้แต่เฉินหยวนก็ถอนหายใจกับความมั่งคั่งของตระกูลหลิน

แม้ว่ามันจะไม่ได้ยิ่งใหญ่บนโลกใบนี้ แต่มันก็นับว่าเป็นตระกูลร่ำรวยบนโลก

“ถึงอาคารจะสวยงาม แต่สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นเถ้าถ่าน”

เฉนิหยวนจ้องมองและฉีกยันต์หยก

ยันต์หยกขาดออกจากกัน แสงสีฟ้าสว่างจ้าระเบิดออกมา พลังปราณเดือนพล่านไม่ต่างจากมหาสมุทรยิ่งใหญ่รวบรวมที่เหนือน้องฟ้า พลังยิ่งใหญ่นั้นรวมตัวเป็นพลังพิเศษที่ปกคลุมทั้งตระกูลหลิน มีกรงที่มองไม่เห็นหล่นลงมาแบ่งแยกโลกทั้งสองฝั่งออกจากกัน

เมื่อถูกแบ่งเป็นเอกเทศแล้วมันไม่ต่างจากโลกสองใบที่มีภายในภายนอก

ตู้ม

เสียงพยัคฆ์ขาวคำราม วิหคสีชาดเปล่งเสียงไพเราะ มังกรฟ้าสั่นสะเทือนนภา และเต่าดำแบกท้องฟ้าไว้บนหลัง

สี่สัญลักษณ์ปรากฏแบ่งแยกโลกทั้งสองใบออกจากกัน

เมื่อวงแหวนวิเศษกำลังจะเสร็จ เฉินหยวนรีบโยนยันต์อัสนีสวรรค์ลงไป

ฟ้าดินร้องคำราม สายฟ้าน่าสะพรึงกลัวหลั่งรินลงมา แสงสีฟ้าครามเปล่งประกายท้องฟ้า ขจัดความมืดให้สว่างสดใสดั่งกลางวัน

“เกิดอะไรขึ้น?”

การเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบข้างดึงความสนใจของทุกคนในตระกูลหลินทันที

คนที่แข็งแกร่งหลายคนรีบออกมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่เมื่อเขาออกมา พวกเขาก้ได้เจอกับเสียงคำรามของสัญลักษณ์ทั้งสี่ตามด้วยสายฟ้านับไม่ถ้วนที่ผ่าลงมาจากท้องฟ้า

สายฟ้าอันกว้างใหญ่ผ่าลงมาอย่างอิสระมากมายมหาศาลดุจแม่น้ำไหลมาจากท้องฟ้า สายฟ้าผ่าตระกูลหลินทั้งตระกูลจนจมลงไปใต้สายฟ้านั้น

เพื่อที่จะขจัดปัญหาอย่างสิ้นสงสัย เฉินหยวนได้ใช้คะแนนทั้งหมดของเขา

เขาย่อมไม่ปล่อยให้อันตรายของเขารอดชีวิตไปได้ทั้งหมด

ที่อีกด้าน

ทุกคนในเมืองเทียนเซี่ยงตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็น

เมื่ออีกสองตระกูลเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลหลิน พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

แทบจะทุกคนตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นที่เหมือนกับภัยธรรมชาตินี้

“ตระกูลหลินล่วงเกินคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ”

เจ้าเมืองเทียนเซี่ยงพูดด้วยความกลัว

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างออกไป แต่พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังสุดยอดนั่น

ไม่รู้เลยว่าจะต้องจินตนาการวิธีการที่อีกฝ่ายทำอย่างไร

แม้แต่เขาเองก็ต้องตายจากสิ่งนี้

“ได้ยินว่าพวกเขาไปมีเรื่องกับคนในขอบเขตบ่มเพาะร่างกาย เขาคือคนลงมือหรือ”

บางคนพูดเตือน

“ถ้าหากเป็นเขา มันก็อาจจะเป็นไปได้”

เจ้าเมืองเทียนเซี่ยงเองก็รู้เรื่องราวเหล่านี้ เพราะอย่างไรข่าวก็กระจายในวันที่ผ่านมามาแล้ว

แม้ว่าเขาจะเป็นแค่ขอบเขตบ่มเพาะร่างกาย แต่มันก็พอจะเป็นไปได้

เพราะเขาไม่ใช่ชาวเมืองเทียนเซี่ยง เป็นธรรมดาที่จะไม่รู้ตัวตนและวิธีการที่เขาทำ

“ตระกูลหลินไม่เหลืออะไรแล้ว”

“ไม่คิดเลยว่าหลังจากหลายร้อยปีของการห้ำหั่นกันระหว่างสามตระกูลใหญ่ ตระกูลหลินจะถูกทำลายไปแบบนี้”

“พวกเขาจะเสียใจที่ล่วงเกินชาวต่างถิ่นคนนั้นก่อนตายไหมนะ?”

เจ้าเมืองเทียนเซี่ยงพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาลึกล้ำ

“ท่านเจ้าเมือง แบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าหากไร้ซึ่งตระกูลหลิน เราก็แค่ต้องรอเวลาที่จะได้กุมอำนาจเมืองเทียนเซี่ยงน่ะสิ?”

มีคนอื่นพูดด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าโง่ นี่คือภัยของเรา”

“ถ้าหลินฉู่รู้เรื่องนี้ คิดว่าเขาจะทำอะไรหรือ?”

“เจ้าจะเชื่อหรือไม่ว่านี่เป็นฝีมือของคนที่อยู่ในขอบเขตบ่มเพาะร่างกาย?”

เจ้าตระกูลหลินพูดอย่างกังวล

ถ้าหากหลินฉู่รู้ว่าตระกูลหลินถูกทำลาย เขาอาจจะเสียสติและใช้โอกาสนี้ทำลายพวกเขาไปด้วย

และหลินฉู่มีทั้งความสามารถและฐานะในสำนักจื้อหยาง

จบบทที่ ตอน 17 สายฟ้าคำราม ตระกูลหลินกลายเป็นประวัติศาสตร์!

คัดลอกลิงก์แล้ว