- หน้าแรก
- โครตโฮสต์สุดโหดกับระบบขี้ขลาด
- บทที่ 21 - เธอมาสอนฉันทำงานงั้นเหรอ?
บทที่ 21 - เธอมาสอนฉันทำงานงั้นเหรอ?
บทที่ 21 - เธอมาสอนฉันทำงานงั้นเหรอ?
บทที่ 21 - เธอมาสอนฉันทำงานงั้นเหรอ?
ระบบฟังเสียงรบกวน "ตื๊ดๆๆ—" อย่างเงียบๆ
ครั้งนี้ เจ้าระบบตัวน้อยไม่ได้ตัดการเชื่อมต่อ
ก็ไม่ได้ด่ามันนี่นา
เวลาคนเรากำลังโมโหจัด มักจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่จริงๆ
【ฉันจะทน ไอ้โง่นั่นภาวนาให้ดีเถอะว่าอย่าให้แม่มีวันลืมตาอ้าปากได้】
เย่เหยาไม่ได้พูดประชด
เธอไม่ชอบเซี่ยหมังเอามากๆ
หากวันใดที่เธอพลิกกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมได้ เธอจะทำให้ไอ้สวะเซี่ยหมังต้องชดใช้อย่างสาสมแน่นอน
ความเหนื่อยล้าและอาการวิงเวียนที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทำให้เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกแขวนด้วยหินหนักพันชั่งจนลืมตาไม่ขึ้น
ข้างหูก็ยังมีคนเอาแต่พูดพึมพำไม่หยุด น่ารำคาญชะมัด
"ระบบการทำงานของร่างกายเธอเสื่อมถอยลงเร็วมาก ประกอบกับการกินอาหารที่ย่อยยากเข้าไป การทำงานของกระเพาะอาหารไม่สามารถช่วยย่อยได้อย่างสมบูรณ์ ในตัวมันเองก็ถือเป็นภาระอันหนักหน่วงอยู่แล้ว..."
แบนเนอร์มองผู้หญิงที่ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษและไร้ซึ่งชีวิตชีวา แอบรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ
"วันหลังท่านอย่าทรมานเธอแบบนี้อีกเลยครับ ถ้าเกิด..."
เขายังพูดไม่ทันจบ อุปกรณ์สื่อสารก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นรูปโปรไฟล์ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ แบนเนอร์ก็อดไม่ได้ที่จะนวดขมับ
กดรับสาย
"แบนเนอร์ แม่ไม่สนหรอกนะว่าแกจะใช้วิธีไหน แต่ห้ามปล่อยให้เย่เหยาตายเด็ดขาด"
หลังจากได้รับวิดีโอจากชิงถงและเห็นเย่เหยาที่มีสภาพไม่ต่างอะไรกับคนตาย เธอก็แทบจะสติแตก
พอรู้ว่าเป็นลูกพี่ใหญ่ที่กรอกเหล้าใส่ปากหล่อนไปสองอึก...
มีแวบหนึ่งที่ไอรีนอยากจะพุ่งไปอัดลูกพี่ใหญ่สักตั้ง
ยาที่จะทำให้ลูกพี่ใหญ่ตกหลุมรักเธอ เธอยังไม่ได้มาเลยนะ ต่อให้ใครหน้าไหนมา ก็ไม่มีสิทธิ์มาพรากชีวิตเย่เหยาไปทั้งนั้น
ใครก็ห้ามเด็ดขาด
"ถ้าแกช่วยชีวิตหล่อนไว้ไม่ได้ละก็ รอแม่กลับไปก่อนเถอะ จะอัดแกให้ขี้แตกเลย คอยดู"
น้ำเสียงของไอรีนเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ฟังดูก็รู้ว่าพูดจริงทำจริง
แบนเนอร์: "..."
นี่มันซวยรับเคราะห์กรรมชัดๆ
"เธอออกไปทำอะไรข้างนอก?" เสียงของเซี่ยหมังดังแทรกขึ้นมาได้จังหวะพอดี
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ความโกรธเกรี้ยวของไอรีนมลายหายไป น้ำเสียงเจือความน้อยอกน้อยใจขึ้นมาแทน
"ลูกพี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าร่างกายหล่อนแย่แค่ไหน ไม่ต่างอะไรกับคนตายอยู่แล้ว ทำไมลูกพี่ถึงยังกล้าให้หล่อนกินเหล้าอีกล่ะคะ?"
สวรรค์รู้ดีว่าตอนเห็นสภาพร่อแร่ใกล้ตายของเย่เหยา เธอแทบอยากจะวาร์ปกลับไปที่ M079 ซะเดี๋ยวนี้เลย
การที่เธอออกมาข้างนอก เข้าออกสถานที่ลับๆ ล่อๆ ทั้งสว่างและมืดมน ก็เพื่อตามหาวัตถุดิบมาทำยา
ในฐานะราชินีหมาป่าที่มีอำนาจเป็นรองแค่คนเดียวในเขตตะวันตก ความอัดอั้นตันใจที่เธอต้องเผชิญในช่วงหลายวันนี้ มันมากมายยิ่งกว่าตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมารวมกันเสียอีก
ถ้าเย่เหยาตาย ความยากลำบากที่เธอต้องทนมาก็สูญเปล่าน่ะสิ
พอรู้ว่าเป็นลูกพี่ที่เกือบจะทรมานเย่เหยาจนตาย ไอรีนในตอนนี้ก็อดที่จะตัดพ้อไม่ได้
"ยังไงซะหล่อนก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณ ลูกพี่อย่าไปยุ่งกับหล่อนเลยนะคะ"
ไม่กล้าพูดจารุนแรงกับเซี่ยหมังหรอก
และก็ไม่กล้าด้วย
แต่ถ้าไม่พูดอะไรเลย ในใจเธอก็รู้สึกว้าวุ่นและหวาดกลัว
เซี่ยหมังจ้องมองเย่เหยาที่ยังคงหมดสติอยู่ เขาแค่นหัวเราะในลำคอ "เธอมาสอนฉันทำงานงั้นเหรอ?"
ถึงแม้จะพูดปนเสียงหัวเราะ แต่เมื่อเข้าหูคนอื่นๆ มันกลับฟังดูราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจร้าย
แรงกดดันรุนแรงจนถึงขีดสุด
โดยเฉพาะชิงถง เหงื่อเย็นเยียบผุดพราย ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ลูกพี่ ฉันไม่ได้..." ไอรีนเพิ่งรู้ตัวว่าเธอล้ำเส้นไปแล้ว รีบอธิบายและขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
เย่เหยาได้สติกลับมาแล้ว แต่ร่างกายกลับไม่เป็นใจ
เมื่อได้ยินเสียงจากภายนอก เธอก็แค่นเสียงหยันในใจ
นี่มันคำพูดของคนเป็นประสาทอะไรเนี่ย
อะไรคือ "สอนนายทำงาน" ฮะ?
นี่มัน "สอนให้เป็นคน" ชัดๆ
ไอ้โง่เอ๊ย รังแกคนใกล้ตายอย่างเธอ เก่งตายห่าล่ะ
**
เธอไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานแค่ไหน
ระหว่างนั้นก็มีบ้างที่สติเลือนรางกลับมา แต่เวลาส่วนใหญ่คือการหลับลึก
ลืมตาขึ้นมา ภายในห้องมีแสงไฟสลัวๆ อบอุ่นและไม่แยงตา
ยกมือขึ้นบังแสง
สิ่งแรกที่เห็นคือฝ่ามือที่ผอมแห้งจนแทบจะเหลือแต่กระดูก
เธอตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
นี่เธอสลบไปนานแค่ไหนกันเนี่ย?
ก่อนหน้านี้ถึงจะผอม แต่ก็ไม่ได้ผอมแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแบบนี้นี่นา
"เจ้านาย ท่านตื่นแล้วเหรอครับ"
เสียงเครื่องจักรดังขึ้นภายในห้อง
เมื่อได้สติ หันมองตามเสียง ก็พบกับชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ ใบหน้าดูคุ้นเคยมาก
"พ่อบ้าน?" นี่คือพ่อบ้านอัจฉริยะที่เธอซื้อผ่านอุปกรณ์ส่วนตัวของชิงถงนั่นเอง
เธอจำได้ว่า ตอนนั้นเพราะทำเรื่องขอเปลี่ยนสินค้า เลยต้องใช้เวลาตั้งเจ็ดแปดวันกว่าของจะมาส่ง
"เครื่องนี้คือพ่อบ้านอัจฉริยะส่วนตัวที่คุณสั่งซื้อจากบริษัทเรดเดอร์ครับ"
หุ่นยนต์อัจฉริยะรูปงามเดินเข้ามาใกล้ "โปรดทำการยืนยันตัวตนเจ้าของตามคำแนะนำของระบบครับ..."
เย่เหยาพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง และทำการยืนยันตัวตนเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
"ตั้งชื่อว่า 384 ก็แล้วกัน"
"โอ๊ะ ตื่นแล้วเหรอ?"
เสียงหยอกเย้าดังขึ้น
เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นแบนเนอร์กอดอกพิงกรอบประตูอยู่ สายตาที่มองมาที่เธอเจือรอยยิ้ม
เขามาถึงได้สักพักแล้ว เห็นเธอกำลังจัดการเรื่องพ่อบ้านอัจฉริยะอยู่ เลยไม่ได้เข้าไปกวน
ก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้อง
"นอนลงสิ จะตรวจร่างกายให้ใหม่"
เย่เหยาขมวดคิ้ว
เธอคงมองคนอย่างแบนเนอร์ผิดไปจริงๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปาก
"หมอแบนเนอร์ ถ้าฉันรู้สึกไม่ผิดล่ะก็ ตอนนี้คุณกำลังล่วงละเมิดทางเพศฉันอยู่นะคะ"
ตอนแรกก็ยังปกติดีอยู่หรอก แต่ตอนนี้...
แบนเนอร์ที่มีสีหน้าเย็นชาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ไม่กี่วินาทีต่อมา แววตาก็ฉายรอยยิ้มบางๆ แฝงความเย็นเยียบเล็กน้อย
"น่าเสียดายนะ ที่ความรู้สึกของคุณมันผิด"
ในช่วงนอกเวลางาน เขามีความปรารถนาอันวิปริตต่อเย่เหยาจริงๆ
"คุณเข้าใจร่างกายของตัวเองดีไหม?"
แบนเนอร์ไม่ได้แตะต้องตัวเธออีก เขาถืออุปกรณ์ที่หน้าตาคล้ายแท็บเล็ตไว้ในมือ ก้มหน้าก้มตาจัดการกับมัน
"อวัยวะทุกส่วนในร่างกายของคุณ ฟังให้ชัดนะ อวัยวะทุกส่วน กำลังเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า"
"หลังจากนี้คุณห้ามกินอาหารแข็งอีก กระเพาะของคุณสูญเสียการทำงานในการย่อยไปเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว"
หลังจากนั้นก็เป็นข้อควรระวังอีกเป็นหางว่าว
สรุปสั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรกับซากศพเดินได้
จนกว่าจะได้ยาฟื้นฟูยีนมา เธอคงต้องประทังชีวิตด้วยหลอดอาหารเสริมไปก่อน
เย่เหยาคิดดูแล้ว ก็พอทนได้
เมื่อเห็นแบนเนอร์ทำท่าจะเดินออกไป
เธอจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย "หมอแบนเนอร์ ฉันไม่ต้องกินยาอะไรเลยเหรอคะ?"
แบนเนอร์เลิกคิ้ว ยิ้มกวนโอ๊ย "ร่างกายคุณน่ะ กินอะไรเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก อย่าให้เสียของเลย"
ย่อยก็ไม่ได้ ดูดซึมก็ไม่ได้ กินไปก็เปล่าประโยชน์
มีแต่จะเพิ่มภาระให้ร่างกายเปล่าๆ
"คนที่กลืนกินร่างจิตของคุณไปน่ะ อำมหิตมาก ถ้ามันมีความเมตตาต่อคุณสักนิด เหลือไว้ให้คุณสักหน่อย..."
เขาทำมือประกอบ "อย่างน้อยๆ ก็คงทำให้คุณมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสักร้อยแปดสิบปี"
คนที่ยอมเปิดมิติแห่งจิตของตัวเองให้คนอื่นเข้ามาได้...
แบนเนอร์ไม่อยากจะคิดเลย ว่าต้องเป็นคนที่ใสซื่อไร้เดียงสาขนาดไหน
ใน M079 หรือแม้แต่ทั่วทั้งดาวร้าง คนแบบนี้ถือเป็นของหายากเลยล่ะ
โง่จนน่าเอ็นดู
"พักผ่อนให้สบายเถอะ"
สิ่งที่ควรทำเขาก็ทำไปหมดแล้ว
ใน M079 แบนเนอร์มั่นใจว่าไม่มีใครที่วิชาแพทย์เก่งกาจไปกว่าเขาอีกแล้ว
คนที่เขาช่วยไว้ไม่ได้ ใครหน้าไหนมาก็ป่วยการ
ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม
เย่เหยานอนเหม่อมองเพดาน
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เพดานห้องกลายเป็นทะเลดวงดาว หมู่ดาวนับไม่ถ้วนทอแสงระยิบระยับพาดผ่านความมืดมิดในยามราตรี
ภาพนั้นทำให้เย่เหยาอดไม่ได้ที่จะเผลอไผลมองอย่างเคลิบเคลิ้ม
【ระบบ ฉันจะอยู่รอดถึงห้าสิบวันจริงๆ เหรอ?】
เธอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของร่างกายตัวเอง
นอกจากสติที่ยังแจ่มใสแล้ว อาการทางร่างกายมันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
นับตามเวลาในตอนนี้ เธอต้องอดทนให้ได้อีก 39 วัน
(จบแล้ว)