- หน้าแรก
- โครตโฮสต์สุดโหดกับระบบขี้ขลาด
- บทที่ 17 - พี่ชาย พี่ดุจังเลย
บทที่ 17 - พี่ชาย พี่ดุจังเลย
บทที่ 17 - พี่ชาย พี่ดุจังเลย
บทที่ 17 - พี่ชาย พี่ดุจังเลย
ชิงถงพาเย่เหยามาที่ตึกระฟ้าฝั่งตรงข้าม
ให้เธอนั่งพักตรงมุมล็อบบี้ที่มีต้นไม้ประดับล้อมรอบ
พร้อมกับสั่งคนให้เอาน้ำอุ่นมาให้แก้วหนึ่ง
เย่เหยาถือเครื่องพ่นอากาศบริสุทธิ์ไว้ในมือ พยายามสลัดภาพอันน่าสะอิดสะเอียนในหัวทิ้งไป
ผ่านไปพักใหญ่ อาการวิงเวียนหน้ามืดตาลายถึงได้ทุเลาลงไปบ้าง
ชิงถงยืนดูอยู่ข้างๆ ด้วยความเวทนา
น่าสงสารจังเลย
ร่างจิตโดนกลืนกินไป แถมยังเป็นร่างจิตสายเยียวยาที่หายากมากๆ อีกต่างหาก
น่าเสียดายจริงๆ
บนดาว M079 ก็มีคนที่มีร่างจิตสายเยียวยาอยู่บ้างเหมือนกัน
แต่ก็ถูกจับไปเลี้ยงดูกันหมด
ลูกพี่ใหญ่เองก็เลี้ยงคนพวกนี้ไว้หลายคน มีหน้าที่แค่รักษาอาการป่วยทางจิตให้เท่านั้น พลังต่อสู้ไม่ได้สูงอะไรเลย
"ชิงถง ร้านกระป๋องเนื้อคือสถานที่แบบไหนเหรอคะ?"
หลังจากตั้งสติได้ เย่เหยาก็เริ่มสงสัยเกี่ยวกับสถานที่นี้ขึ้นมา
ที่นี่คือดาวร้างนะ
เธอไม่ได้ใสซื่อขนาดที่จะคิดว่ามันเป็นแค่ร้านขายเนื้อหมูเนื้อไก่หรอกนะ
สีหน้าของชิงถงชะงักไปเล็กน้อย
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเย่เหยา เธอก็ไปไม่เป็น ไม่รู้จะตอบยังไงดี
ผ่านไปเนิ่นนาน เธอถึงเอ่ยปาก "ไม่ใช่ที่ที่คุณหนูใหญ่จะไปได้หรอกค่ะ"
เย่เหยาแอบเดาในใจ "ยังมีสถานที่ที่พี่ชายคุมไม่อยู่อีกเหรอคะ?"
ชิงถงลอบถอนหายใจ
นี่มันเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องมาจากไหนกันเนี่ย
แค่ฟังชื่อก็น่าจะรู้แล้วปะ ว่ามันคือสถานที่แบบไหน
เธออุตส่าห์พูดอ้อมโลกขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังไม่เข้าใจอีกนะ
ใสซื่อขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นน้องสาวของลูกพี่ใหญ่ล่ะก็ คงอยู่บนดาวร้างไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวแน่ๆ
"ความจริงแล้ว มันคือสถานที่ที่พวกผู้ชายไปหาความสำราญกันค่ะ"
เป็นครั้งแรกเลย ที่ชิงถงรู้สึกกระดากอายเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ
ลึกๆ แล้ว ในจิตใต้สำนึกของเธอยังแอบรู้สึกต้อยต่ำขึ้นมานิดๆ ด้วยซ้ำ
แค่ตอนนี้เธอยังไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง
เย่เหยาพยักหน้า
อ้อ รู้ละว่าคือที่ไหน
เธอไม่รู้หรอกว่าชิงถงคิดอะไรอยู่ ขืนรู้คงขำก๊าก
เพราะเมื่อกี้ เธอแอบจินตนาการไปไกลถึงโรงชำแหละเนื้อมนุษย์นู่นเลย
"อยู่ไหน?"
อุปกรณ์สื่อสารดังขึ้น เย่เหยากดรับสาย
ใบหน้าหล่อเหลาบาดใจของเซี่ยหมังปรากฏขึ้นตรงหน้าแบบความละเอียดสูง คมชัดทุกรูขุมขนโดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ใดๆ
เธอแอบสูดปากเบาๆ ในใจ
แล้วตอบว่า "พี่ชาย ฉันอยู่ตรงมุมล็อบบี้ค่ะ"
เซี่ยหมังขมวดคิ้ว แววตาฉายความรำคาญ
"รออยู่นั่นแหละ"
ภาพใบหน้าหล่อเหลาหายวับไป เย่เหยาแอบบ่นเสียดายในใจ
ประมาณสองนาทีต่อมา เสียงฝีเท้าก็ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
เซี่ยหมังในชุดสีขาวล้วนเดินเข้ามาใกล้ แล้วทิ้งตัวลงนั่ง
"ไม่ได้บอกให้รออยู่ที่ห้องหรือไง?" เซี่ยหมังเอ่ยถามต่อหน้าเธอ แต่สีหน้าไม่ได้ดูเย็นชาหรือรำคาญเหมือนเมื่อครู่
เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์สยดสยองข้างล่าง การที่เธอไม่สลบไปก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
ชิงถงที่ยืนอยู่ข้างๆ แทบไม่กล้าหายใจแรง
มองดูเย่เหยาจัดแจงหยิบอาหารกลางวันที่ยังร้อนกรุ่นออกมาวางเรียงบนโต๊ะ
ในใจน่ะหิวจนน้ำลายสอ แต่ก็ไม่กล้าขยับตัวทำอะไรเลย
"ชิงถง มากินด้วยกันสิคะ"
นั่นไงล่ะ!
ชิงถงแทบจะร้องไห้โฮ
เธอก็อยากกินนะ แต่ลูกพี่ใหญ่น่ะฆ่าคนจริงๆ นะเว้ย
ถ้าเธอไม่ได้ทำงานให้ลูกพี่หญิงไอรีนล่ะก็ แค่เรื่องที่ลูกพี่ใหญ่ยอมเดินมาเปิดประตูให้เมื่อวาน เธอคงโดนฆ่าตายไปแล้ว
ทุกคนต่างรู้ดีว่า...
เอ๊ะ ไม่สิ ต้องยกเว้นเย่เหยาไว้คนนึง
นอกจากเย่เหยาแล้ว คนทั้ง M079 ต่างก็รู้กิตติศัพท์กันดี
ว่าเซี่ยหมัง เหยียนหวังแห่งเขตตะวันตกคนนี้ อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าพายุ
บทจะฆ่าใคร ก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล
โหดเหี้ยม อำมหิต และกระหายเลือด
ช่วงสองวันมานี้ ลับหลังเย่เหยา ลูกพี่ใหญ่ก็เพิ่งจะสั่งฆ่าคนไปตั้งหลายคนอย่างไม่สะทกสะท้าน
ส่วนเถ้าแก่ร้านกระป๋องเนื้อ ก็คือศพที่สองของวันนี้
สภาพศพเละเทะจนจำเค้าเดิมไม่ได้เลย นอกจากหุ่นอ้วนฉุก้อนไขมันอันเป็นเอกลักษณ์นั่น
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณหนูใหญ่..."
ชิงถงพูดยังไม่ทันจบ เย่เหยาก็ยื่นกล่องอาหารชั้นหนึ่งมาให้
"อะ นี่ค่ะ"
ข้างในคือข้าวราดผัดผักกาดเขียว
"อาจจะน้อยไปหน่อยนะคะ ถ้าไม่อิ่ม ตอนเย็นเธอกับเรย์มอนด์ก็แวะมาสิ ฉันจะทำเผื่อเยอะๆ"
เย่เหยาส่งยิ้มหวานให้
ชิงถงซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล เธออยากกินจริงๆ นะ
แต่สายตาดุดันของลูกพี่ใหญ่นี่สิ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
เธอจะกล้าเอื้อมมือไปรับได้ยังไง
"คุณหนูใหญ่ ฉันยังไม่หิวค่ะ พอดีมีธุระต้องไปจัดการด้วย ไว้คุณกินเสร็จแล้วค่อยส่งข้อความมาหาฉันนะคะ"
พูดจบ เธอก็รีบวิ่งหนีหายวับไปอย่างรวดเร็ว
เย่เหยา: "..."
เธอทำหน้าเศร้าสร้อยหันไปมองเซี่ยหมัง
เซี่ยหมัง: "วางไว้ ฉันกินเอง"
แค่นี้เขายังกินไม่อิ่มเลย จะเอาไปแบ่งคนอื่นทำไม?
อาหารฝีมือน้องสาวของเซี่ยหมังอย่างเขา นอกจากเขาแล้ว คนอื่นมีสิทธิ์กินด้วยเหรอ?
"พี่ชาย พี่ดุจังเลย"
เย่เหยาแอบบ่นกับระบบในใจ 【ระบบ ฉันคลื่นไส้จังเลย】
ระบบ: 【...】
โฮสต์จะคลื่นไส้ แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับระบบอย่างผมล่ะ?
แต่ก็จริงแฮะ น่าสะอิดสะเอียนจริงๆ ถอยห่างไปไกลๆ เลย!
เซี่ยหมังเงียบ
แต่ปากก็ยังเคี้ยวไม่หยุด
เขาช้อนตาขึ้นมองท่าทางหงอยๆ ของเธอ พลางคิดในใจว่าเขาดุจริงๆ งั้นเหรอ?
ลองถามใจตัวเองดูสิ
ความอดทนอันน้อยนิดที่เขามี เขาก็ยกให้ยัยขี้โรคคนนี้ไปหมดแล้วนะ
ลองเป็นคนอื่นมาด่าเขาว่าดุสิ รับรองได้เลยว่าวินาทีถัดมาจะได้ไปพิสูจน์ความจริงในนรกแน่ๆ
เอาชีวิตไปพิสูจน์เลยล่ะ
กล่องอาหารมีสี่ชั้น ด้วยวัสดุพิเศษ น้ำหนักของกล่องจึงเบาหวิวราวกับขนนก แถมยังเก็บความร้อนได้ดีเลิศอีกด้วย
เย่เหยากินไปแค่เศษหนึ่งส่วนสามของกล่องชั้นแรก ส่วนที่เหลือ เซี่ยหมังจัดการกวาดเรียบลงท้องหมด
มองดูกล่องอาหารที่สะอาดสะอ้านเงาวับราวกับหมาเลีย
เย่เหยา: "..."
หมอนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมดหรอก
ที่ล็อบบี้มีคนเดินพลุกพล่านไปมาตลอดเวลา
การที่เซี่ยหมังกับเย่เหยามานั่งอยู่ตรงมุมนี้ ใครเดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น
มีหลายคนที่แอบเหล่เย่เหยา
ผิวขาวผ่อง เครื่องหน้าจิ้มลิ้ม แถมความเจ็บป่วยยังทำให้เธอดูบอบบางน่าทะนุถนอมไปอีกแบบ
บนดาวร้าง ผู้หญิงป่วยๆ น่ะมีให้เห็นถมไป
แต่ป่วยแล้วยังสวยสะพรั่งขนาดนี้ เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ความปรารถนาอันดำมืดที่อยากจะย่ำยีทรมานให้ตายคามือ มันร้องตะโกนก้องอยู่ในหัวของพวกเขา
แต่น่าเสียดาย ที่มีอำนาจของลูกพี่เซี่ยหมังกดทับเอาไว้
ไม่มีใครกล้าเข้าไปหาเรื่องเย่เหยา หรือแม้แต่จะพูดจาหยาบคายต่อหน้าเธอเลยด้วยซ้ำ
การมีเซี่ยหมังคอยหนุนหลัง ทำให้ช่วงสองวันมานี้เธอใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขและสบายใจสุดๆ
แต่คนอื่นๆ กลับไม่ได้โชคดีแบบนั้น
อารมณ์คลุ้มคลั่งที่ถูกสะกดกลั้นไว้เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่เหยา ล้วนถูกนำไปลงกับพวกที่อ่อนแอกว่า
ยอดคนตายในบรรดาลูกจ้างของร้านกระป๋องเนื้อพุ่งสูงปรี๊ด เสียงร้องโหยหวนดังระงมไม่ขาดสายทั้งวันทั้งคืน
เมื่อเห็นลูกพี่ใหญ่นั่งกินข้าวกับน้องสาวด้วยท่าที "สงบเสงี่ยม" แบบนี้ ความตกใจของพวกเขามันจะขนาดไหน ลองนึกภาพดูสิ
เรื่องกินข้าวเอาไว้ก่อนเถอะ เรื่องลูกพี่จะอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสียก็ช่างมันก่อน
ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือ กินอะไรเข้าไปต่างหาก
ทุกคนคุ้นชินกับกลิ่นและรสชาติของอาหารเสริมแบบหลอด แบบแคปซูลกันหมดแล้ว
แต่วันนี้ ทั่วทั้งล็อบบี้กลับตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวนที่อธิบายไม่ถูก
แค่วินาทีที่ได้กลิ่น ท้องก็ร้องจ๊อกๆ ประท้วงด้วยความหิวโหยอย่างไม่อาจควบคุมได้
"พี่ชาย..." เย่เหยามองเขาด้วยสายตาอิดโรย
เซี่ยหมังไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ปรายตามองเธออย่างเกียจคร้าน
จากนั้น เขาก็เห็นเธอลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะ มาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เขา
นิ้วนางของเขาถูกกอบกุมไว้ ร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นเอนอิงเข้ามาใกล้
ในจังหวะที่เขากำลังจะฟิวส์ขาด เสียงหวานใสเจือความเหนื่อยล้าก็ดังแว่วมา
"ฉันง่วงแล้ว อยากนอนพักสักหน่อย"
ไม่ใช่แค่ง่วง แต่เหนื่อยด้วย
ร่างกายนี้ แค่เดินสามก้าวก็หอบแล้ว
การที่ฝืนทำอาหารได้ ถือว่าใช้แรงงานหนักหนาสาหัสเอาการเลยล่ะ
ชายหนุ่มรูปงาม หน้าตาเริ่มบึ้งตึงแผ่รังสีอำมหิตออกมา
เขาหลุบตามองเด็กสาวที่พิงซบลงบนท่อนแขนของเขา ขยับนิ้วเล็กน้อย พยายามข่มความอยากที่จะเหวี่ยงหล่อนให้ปลิวกระเด็นออกไป
"อื้อ พี่ชายอย่าเพิ่งไป ง่วง..."
แรงที่กุมนิ้วของเขาไว้มันช่างแผ่วเบา จนเขาไม่อาจสะบัดออกได้เลยจริงๆ
ก็มื้อเย็นไม่อยากหิวท้องนี่นา
(จบแล้ว)