- หน้าแรก
- โครตโฮสต์สุดโหดกับระบบขี้ขลาด
- บทที่ 15 - พี่ชายชอบไหมคะ
บทที่ 15 - พี่ชายชอบไหมคะ
บทที่ 15 - พี่ชายชอบไหมคะ
บทที่ 15 - พี่ชายชอบไหมคะ
"พี่ชาย"
เย่เหยาถือกล่องอาหารที่ทำเสร็จแล้วมาหาเซี่ยหมัง
แต่ภาพเบื้องหน้า กลับทำให้เธอยืนนิ่งค้าง สีหน้าแข็งทื่อไปในทันที
"ระวัง!" กล่องอาหารในมือที่กำลังจะร่วงหล่นสู่พื้น ถูกมือของใครบางคนคว้าเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านไปทั่วจิตใจ
ถ้าไม่ใช่เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในเขตตะวันตกให้ตัวเองล่ะก็ เธอคงไม่มีทางมาที่นี่แน่ๆ
เซี่ยหมังในตอนนี้นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา
ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ สายตาจดจ่ออยู่กับร่างของผู้ชายตรงหน้าที่กำลังค่อยๆ ฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ
ใช่แล้ว กำลังฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ จริงๆ
มองแทบไม่ออกแล้วว่าเดิมทีหน้าตาเป็นอย่างไร ทั่วทั้งร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งราวกับสนิมเหล็กเข้มข้นจนถึงขีดสุด ชวนให้คลื่นไส้อาเจียน
เธอแค้น
แค้นที่ร่างกายนี้มันช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน
และแค้นนายหญิงลู่ ที่มีจิตใจชั่วช้า กลืนกินร่างจิตของคนอื่นไป
จนทำให้ตอนนี้เธอต้องมาสวมบทบาทเป็นแม่ดอกบัวขาวผู้บอบบางตลอดเวลา
เธอยกมือขึ้นปิดปาก...
แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร น้ำเสียงเย็นเยียบของเซี่ยหมังก็ดังขึ้น
แฝงไปด้วยคำขู่
"ถ้าเธอสลบไป ฉันจะโยนเธอทิ้งลงไปจากตรงนี้แหละ"
เย่เหยา: "..."
บ้าเอ๊ย
ที่นี่มันชั้น 82 นะเว้ย
ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอแบบนี้ ยังไม่ทันตกถึงพื้น ก็คงโดน "แรงลม" ฉีกร่างจนตายไปก่อนแล้ว
เธอหันหลังขวับ วิ่งออกไปอ้วกแตกอ้วกแตนอยู่ข้างนอก
แบนเนอร์วางกล่องอาหารลงบนโต๊ะ มองไปที่ประตูที่ปิดสนิท แล้วยักไหล่
"ไปขู่หล่อนทำไมครับ หล่อนยิ่งเป็นพวกขวัญอ่อนอยู่ด้วย"
ถ้าเมื่อกี้เซี่ยหมังไม่พูดขู่ล่ะก็
แบนเนอร์เชื่อสุดใจเลยว่า ผู้หญิงคนนั้นต้องโชว์การสลบเหมือดให้ดูเป็นขวัญตาแน่ๆ
เซี่ยหมังได้ยินดังนั้นก็กลอกตาบน
ขวัญอ่อนแล้วไงล่ะ
เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย
ก็แค่มาหาคนช่วยเก็บศพให้ ซึ่งเขาแทบไม่ต้องออกโรงเองด้วยซ้ำ
ถึงวันที่เธอตาย ไอรีนก็คงจัดการให้เองแหละ
เปิดกล่องอาหารออกดู
เก็บความร้อนได้ดีเยี่ยม แถมยังมีไอร้อนลอยกรุ่นออกมา
"นี่มันคืออะไรน่ะ?"
แบนเนอร์ก้มลงมองของที่อยู่ชั้นบนสุด มันเป็นก้อนกลมๆ สีขาวอวบอ้วน มีรอยจีบอยู่ด้านบนด้วย
เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เซี่ยหมัง: "..."
เขาก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ
หลังจากอ้วกจนหมดไส้หมดพุงและล้างหน้าล้างตาเสร็จ
เย่เหยาก็ผลักประตูเดินเข้ามา
ชายหนุ่มทั้งสองคนหันไปมอง พร้อมกับความเงียบงันชั่วอึดใจ
สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ ใบหน้าเล็กๆ ขาวซีดที่ถูกหน้ากากสีดำปิดบังไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เผยให้เห็นเพียงดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อ บริสุทธิ์ และแฝงความน่าสงสารเอาไว้ ช่างดึงดูดสายตาเสียจริง
แบนเนอร์ยกยิ้มมุมปาก
ก็เพราะเธอมีความเกี่ยวข้องกับท่านเซี่ยหมังหรอกนะ
ไม่อย่างนั้น ทันทีที่เธอเหยียบลงบนดาวร้าง เธอคงถูกขย้ำจนเละไปแล้ว
แต่ก็ดูน่าสนใจดีเหมือนกัน
ตึกระฟ้าที่พวกเขาอยู่ตอนนี้ ถือเป็นรังโจรแห่งเขตตะวันตก
เป็นอาณาเขตของเซี่ยหมัง เหยียนหวังแห่งเขตตะวันตก
แบนเนอร์กล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ทุกคนที่เข้าออกตึกนี้ ล้วนแต่เป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด ที่เคยสังหารคนมาแล้วไม่ต่ำกว่าหลายสิบหรือหลายร้อยคน
และเย่เหยาในตอนนี้ ก็เปรียบเสมือนลูกกระต่ายน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในดงหมาป่า
โดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก
ก็เพราะท่านเซี่ยหมังนั่นแหละ
ไม่อย่างนั้น...
แบนเนอร์ก็ชักอยากจะลองลิ้มรสดูสักครั้งเหมือนกัน
พอถูกดวงตาคู่นั้นจ้องมอง อะดรีนาลีนในตัวเขาก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ มันทำให้เขาต้องใช้ความอดทนอย่างหนักเพื่อข่มมันเอาไว้
"นี่คืออะไรเหรอครับ?"
แบนเนอร์ชี้ไปที่อาหารสีขาวอวบอ้วนในกล่อง แล้วเอ่ยถาม
เย่เหยาตอบว่า "ซาลาเปาค่ะ ฉันคิดว่า..."
สายตาของเธอจับจ้องไปที่เซี่ยหมัง แฝงความหวังอันน้อยนิด
"มารบกวนพี่ชายแบบนี้ ฉันก็รู้สึกเกรงใจค่ะ"
"อย่างอื่นฉันก็ไม่มี เลยเตรียมของกินมาให้"
"พี่ชาย อย่ารังเกียจเลยนะคะ"
คำพูดของเธอ ช่างดูน่าสงสารและว่าง่ายเสียนี่กระไร
แบนเนอร์แอบร้องในใจว่าอันตรายชะมัด
ผู้หญิงคนนี้ ใสซื่อจนเกินเหตุ แต่ก็เหมือนนางปีศาจยั่วสวาทในเวลาเดียวกัน
เห็นผู้หญิงบนดาวร้างมาก็เยอะ
พอมาเจอผู้หญิงสไตล์นี้เข้า ความรู้สึกแปลกใหม่นี่มันช่างสะกดกลั้นยากจริงๆ
"คุณกับท่านเป็นลูกพี่ลูกน้องกันลำดับที่เท่าไหร่ครับ?" ใบหน้าของแบนเนอร์ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจ สายตาที่มองเย่เหยานั้นดูอ่อนโยน จนมองไม่ออกเลยว่ามีความคิดอกุศลแอบแฝงอยู่
เซี่ยหมังหยิบซาลาเปาขึ้นมากัดคำหนึ่ง ดวงตาไหวระริกเล็กน้อย
รสชาติดีจนบรรยายไม่ถูก
เป็นรสสัมผัสและความอร่อยที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน
เย่เหยาตอบว่า "แม่ของฉันชื่อเดวีน่า อีแวนส์ ส่วนแม่ของพี่ชายชื่อแองเจลิก้า อีแวนส์ พวกเธอเป็นพี่น้องแท้ๆ กันค่ะ"
อารมณ์พลุ่งพล่านของแบนเนอร์สงบลงทันที
เยี่ยมมาก เป็นลูกพี่ลูกน้องที่สายเลือดใกล้ชิดกันที่สุด
มิน่าล่ะ ท่านถึงไม่ได้ลงมือกับเธอ
เขาควรจะคิดได้ตั้งแต่แรกแล้ว
บนดาวร้างที่ไร้ซึ่งศีลธรรมจรรยา ทำไมท่านถึงยังทนได้
ร่างจิตของท่านคืองูหลามยักษ์เกล็ดดำ สัตว์จำพวกงูน่ะมีสัญชาตญาณความต้องการทางเพศสูงอยู่แล้ว
ยิ่งแข็งแกร่งอย่างท่าน ยิ่งมีความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสูง
ที่แท้ก็รู้มาตั้งแต่แรกแล้วนี่เอง
พวกเขาน่ะเป็นแค่เดนมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้อยากจะลดตัวลงไปเป็น "เดรัจฉาน" หรอกนะ
"พี่ชาย รสชาติดีไหมคะ? พี่ชอบไหม? น่าจะชอบใช่ไหมคะ? เห็นกินไปตั้งสี่ลูกแล้ว..."
เมื่อคืนทำไว้ เหลืออยู่หกลูก
ไม่มีเนื้อสัตว์ เลยใช้ผักทำไส้แทน
เครื่องปรุงรสก็พยายามปรับให้เข้ากันที่สุด แต่รสชาติก็ยังถือว่าด้อยอยู่มาก
แต่เมื่อเทียบกับดาวร้างที่แห้งแล้งไร้พืชผล ต้องประทังชีวิตด้วยหลอดอาหารเสริมแล้ว ซาลาเปานี่ถือเป็นอาหารเลิศรสระดับเทพเลยทีเดียว
"ถ้าพี่ชายชอบ พรุ่งนี้ฉันจะทำมาให้อีกนะคะ"
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อัตราความเร็วในการพูดก็ไม่เร็วมากนัก
คงเป็นเพราะตื่นเต้นมากจริงๆ ใบหน้าที่ซีดเซียวจึงซับสีเลือดฝาด สายตาที่มองเซี่ยหมังก็เป็นประกายวิบวับ
เซี่ยหมังปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะโยนซาลาเปาสองลูกที่เหลือให้แบนเนอร์
"สองมื้อ!"
เขามองเย่เหยา "มื้อเที่ยงกับมื้อเย็น ฉันจะไปกินที่ห้องเธอ"
ตึกนี้ แต่ละชั้นมีแต่พวกปลาใหญ่กินปลาเล็ก สาดเลือดสาดเนื้อกันทั้งนั้น
เธออย่ามาที่นี่จะดีกว่า จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหน่อย
ในใจเย่เหยารู้สึกหวั่นไหว แต่ภายนอกกลับแสดงท่าทีเศร้าหมอง
เธอหลุบตาลง เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ หยดน้ำใสๆ ก็เกาะพราวบนขนตางอนยาว
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ฉัน..."
เธอช้อนตาขึ้นมอง ภาพน้ำตาคลอเบ้าของเธอ ทำเอาแบนเนอร์แทบจะพ่นเลือดออกมา
แต่เซี่ยหมังกลับนิ่งเฉย ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด
"ฉันคงไปรบกวนพี่ชายสินะคะ แต่... ฉันกลัวถูกทิ้งนี่นา พี่ชาย ฉันแค่ยากมีญาติอยู่ด้วยเท่านั้นเอง... ขอโทษนะคะ..."
เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างเข้มแข็ง
ดวงตากลมโตแดงก่ำ ชวนให้รู้สึกเวทนา
เขาจึงเอ่ยปากขึ้น "ท่านกลัวว่าคุณจะเห็นภาพสยดสยองพวกนี้ แล้วจะอายุสั้นลงน่ะครับ"
เซี่ยหมัง: "..."
เขาส่งสายตาคาดโทษไปให้แบนเนอร์
ส่วนเย่เหยาก็มองเซี่ยหมังตาปริบๆ ประกายความหวังค่อยๆ จุดประกายขึ้นในดวงตา
"พี่ชาย..."
เธอก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ไปหยุดยืนห่างจากเซี่ยหมังเพียงก้าวเดียว
สายตาคมกริบและเย็นชาดุจน้ำแข็ง ตวัดมองมาที่เธอ
สายตานั้นราวกับมีตัวตนจริง ทิ่มแทงจนเย่เหยาสะท้านเยือกไปทั้งร่าง
เธอเซถอยหลังไปสองก้าว
ขาไปชนเข้ากับโต๊ะกระจก ร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะหงายหลังล้มลง
แบนเนอร์เลิกคิ้ว
ท้ายทอยกระแทกพื้นเหรอ? โอ้โฮ อาจถึงตายได้เลยนะเนี่ย
เสียงลมพัดวูบดังขึ้น เย่เหยารู้สึกเหมือนมีบางอย่างมารองรับร่างของเธอเอาไว้
เธอลืมตาขึ้น ก็ปะทะเข้ากับลิ้นสองแฉกขนาดใหญ่ที่กำลังแลบเข้าแลบออกอยู่ตรงหน้า
"..."
ความทรงจำสุดท้ายก่อนหมดสติ คือเสียงหัวเราะเยาะของแบนเนอร์ที่ดังแว่วมาว่า "อ้าวๆๆ สลบไปซะแล้ว สลบไปอีกแล้ว"
เมื่อกี้แกล้งทำ
แต่ตอนนี้สลบจริงๆ
เธอไม่ได้กลัวงูหรอกนะ
แม่นางงูสาวเมื่อวาน ก็ไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้านเลยสักนิด
แต่หัวงูที่ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มเท่าโคมไฟนี่...
ขอโทษทีเถอะ เธอรับไม่ไหวจริงๆ
ในขณะที่สติกำลังเลือนราง เย่เหยาก็อดบ่นในใจไม่ได้
โลกยุคอวกาศนี่มันสวนสัตว์หรือไงเนี่ย?