- หน้าแรก
- โครตโฮสต์สุดโหดกับระบบขี้ขลาด
- บทที่ 1 - สุดห่วย
บทที่ 1 - สุดห่วย
บทที่ 1 - สุดห่วย
บทที่ 1 - สุดห่วย
【อีกห้านาที โฮสต์จะเสียชีวิต กรุณาผ่านจุดวิกฤตความตายนี้ไปให้ได้】
เสียงเครื่องจักรดังขึ้นในหัวของเย่เหยา
เธอทอดสายตามองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย
โถงต้อนรับหรูหราอลังการ ชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึม หญิงวัยกลางคนที่มีแววตาเคียดแค้น หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันที่ทำหน้าตาเย็นชา และชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาแต่มีสไตล์แตกต่างกันไปถึงสามคน
หลังจากรับรู้ความทรงจำของร่างนี้อย่างคร่าวๆ เธอก็โซเซพยุงตัวลุกขึ้นยืน
แต่ยังไม่ทันจะได้ยืนตัวตรง ชายคนหนึ่งในนั้นก็ตวัดขายาวๆ เตะเข้าที่ข้อพับเข่าของเธออย่างแรง
เย่เหยาส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
ความเจ็บปวดแหลมปลาบแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย เจ็บจนเหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากในพริบตา
"ใครสั่งให้เธอลุกขึ้นมายืน?" น้ำเสียงเย็นชาของชายหนุ่มแฝงไปด้วยความรังเกียจ ราวกับว่าแค่ได้พูดคุยกับเธอก็ถือเป็นความอัปยศแล้ว
ฝ่าเท้าที่สวมรองเท้าหนังเหยียบลงบนหัวของเย่เหยาโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว แถมยังออกแรงขยี้เบาๆ อีกสองสามที
ความเจ็บปวดเสียดแทงทะลุผิวหน้าบอบบาง ซึมลึกเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ
ทำให้เธอไม่มีแม้แต่โอกาสจะอ้าปากพูด
"ลู่เซิน" เสียงทรงอำนาจดังขัดขึ้น
เย่เหยารู้สึกได้เพียงว่าฝ่าเท้าที่เหยียบหัวของเธออยู่ออกแรงกดหนักขึ้นกว่าเดิม
หลังจากขยี้ซ้ำอีกสองที เขาก็ชักเท้ากลับ พร้อมกับถ่มน้ำลายใส่เธอ
"อย่างเธอมีหน้ามาเทียบชั้นกับเซวียนเซวียนงั้นเหรอ? ไม่รู้จักเจียมตัว"
เย่เหยาได้จังหวะหอบหายใจ เธอไม่สนความเจ็บปวดปางตายทั่วร่าง พยายามกัดฟันลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ครั้งนี้ อาจเป็นเพราะชายวัยกลางคนเป็นคนห้ามปราม จึงไม่มีใครเข้ามาทำร้ายเธออีก
ชายวัยกลางคนผู้นั้นคือ ลู่หย่วนฝาน ผู้นำตระกูลลู่
เขาทอดสายตาอันไร้อารมณ์มองมาที่เย่เหยา
"เห็นแก่ความผูกพันตลอดสิบปี ฉันจะให้เธอเลือกสองทาง"
"พ่อ..." ลู่เซินคิดว่าพ่อจะปล่อยเย่เหยาไป จึงรีบเอ่ยปากด้วยความร้อนใจ
"แกหุบปากไป" ลู่หย่วนฝานตวาดลูกชายพร้อมกับถลึงตาใส่
ลู่เซินยอมหุบปากอย่างไม่สบอารมณ์ เขาก้มมองเย่เหยาด้วยสายตาเหยียดหยาม เขาจะไม่มีวันปล่อยให้นังผู้หญิงสารเลวที่ทำร้ายน้องสาวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่ารอดชีวิตออกไปจากตระกูลลู่เด็ดขาด
เย่เหยากุมแก้มที่เขียวช้ำ กัดฟันทนความเจ็บปวดของร่างกาย
"ทางเลือกอะไรคะ?"
เธอสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นและความสิ้นหวังของเจ้าของร่างเดิมที่ตกค้างอยู่ แต่เพราะเวลาสั้นเกินไป เธอจึงยังไม่ได้รับความทรงจำทั้งหมด
"ข้อแรก ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เพื่อชดใช้ความผิดให้ลูกสาวฉัน"
เย่เหยา: "..."
ไอ้เวรเอ๊ย ไอ้โง่นี่พูดภาษาคนเป็นไหมเนี่ย?
แน่นอนว่าต้องเลือกข้อสองอยู่แล้ว
"ข้อสอง เนรเทศไปดาวร้าง"
ตอนแรก ลู่เซินกับคนอื่นๆ ยังคิดว่าพ่อใจดีเกินไปที่เหลือทางรอดให้กับคนเลวทรามอย่างเธอ
แต่พอได้ยินคำว่า "ดาวร้าง" ความหงุดหงิดในใจพวกเขาก็มลายหายไปทันที
แม้เย่เหยาจะไม่รู้ว่าดาวร้างคือดาวอะไร แต่การที่มันถูกนำมาวางเทียบกับความตาย ก็ชัดเจนแล้วว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก
เผลอๆ อาจจะน่ากลัวกว่าความตายด้วยซ้ำ
แววตาของเธอหม่นหมองลงในพริบตา เข้าถึงบทบาทได้ในเวลาไม่ถึงวินาที
"หนูยังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอคะ? หนูเลือกข้อสองค่ะ"
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ยินตัวเลือกนี้ ต่างก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย
เพราะไม่ว่าจะเลือกตายตรงนี้ หรือถูกส่งไปดาวร้าง จุดจบสุดท้ายก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
ซ้ายก็ตาย ขวาก็ตาย
การตายทันทีอาจจะถือเป็นความเมตตาสำหรับเธอด้วยซ้ำ
หากถูกเนรเทศไปดาวร้าง สิ่งที่รอเธออยู่คงเป็นการอยู่สู้ตายเสียดีกว่า
"คุณพ่อคะ มันจะโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า?"
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างลู่หย่วนฝานขมวดคิ้วเอ่ยถาม
สายตาที่เธอมองเย่เหยาเต็มไปด้วยความเวทนา
"เซวียนเซวียน" ชายหนุ่มในชุดลำลองสีขาวเอ่ยปาก สายตาของเขาทอดมองไปที่เธออย่างอ่อนโยนที่สุด "นี่คือสิ่งที่เธอต้องชดใช้จากการรังแกน้อง เชื่อการตัดสินใจของคุณลุงลู่เถอะ ความใจดีของน้องไม่ควรนำมาใช้กับคนหน้าด้านพรรค์นี้"
เมื่อลู่เซวียนได้ยินดังนั้น เธอก็เบือนหน้าหนีด้วยความสงสาร และไม่ได้พูดอะไรอีก
เย่เหยาเห็นภาพนั้นแล้วก็ตีหน้านิ่ง แต่ในใจกลับขยะแขยงจนอยากจะอ้วก
ครอบครัวนี้ดูท่าแล้วนอกจากลู่เซวียนที่เพิ่งกลับมา ก็คงไม่มีใครเป็นคนดีสักคน
ตอนนี้ยังกล้ามายืนอยู่บนจุดสูงสุดทางศีลธรรม พยายามบงการความเป็นความตายของเธออีก
หากไม่ใช่เพราะร่างกายของเจ้าของร่างเดิมพังยับเยินไปหมดแล้ว อย่างแย่ที่สุดเธอก็คงมีแรงพอที่จะหนีไปได้
มีหรือจะยอมให้คนพวกนี้มาย่ำยีเอาได้ง่ายๆ
เมื่อทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เธอก็รู้สึกคลื่นไส้ในระดับสรีรวิทยาเลยทีเดียว
เธอถูก 'ระบบสุดห่วย' พาข้ามมิติมา
ฉากหลังคือยุคอวกาศที่ทุกคนมีร่างจิตเป็นของตัวเอง ส่วนสถานะของเธอคือตัวประกอบผู้ชั่วร้ายที่โผล่มาก็เตรียมตัวตายได้เลย
เมื่อสิบปีก่อน ลู่เซวียน คุณหนูใหญ่เพียงคนเดียวของตระกูลลู่หายตัวไป
นายหญิงลู่ผู้รักลูกดั่งแก้วตาดวงใจรับความสะเทือนใจไม่ไหว ทำให้ร่างจิตของเธอแทบจะพังทลายและใกล้จะเสียชีวิต
ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง เจ้าของร่างเดิมก็ถูกตระกูลลู่รับมาเลี้ยงดู
เพียงเพราะว่าร่างจิตของเธอ คือ 'แมวสิงโต' ซึ่งมีพลังสายเยียวยา
ตราบใดที่มีเธออยู่ เธอก็สามารถช่วยประคองอาการป่วยของนายหญิงลู่ให้คงที่ หรือแม้กระทั่งรักษาให้หายขาดได้
เจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
พอได้มาอยู่ตระกูลลู่และได้รับการปฏิบัติอย่างอบอุ่น มีหรือที่เธอจะอยากจากไป
เพื่อที่จะได้อยู่ที่นี่ เธอทำตัวว่าง่ายและพยายามเอาอกเอาใจทุกวิถีทาง
เธอใส่ใจอาการป่วยของนายหญิงลู่มากกว่าสามีและลูกชายของเธอเสียอีก
เมื่อสองปีก่อน ขณะที่เจ้าของร่างเดิมกำลังช่วยรักษานายหญิงลู่ ร่างจิตของนายหญิงลู่ก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมากะทันหัน และกลืนกินร่างจิตแมวสิงโตของเจ้าของร่างเดิมไปอย่างป่าเถื่อน
พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างจิตของนายหญิงลู่ก็กลับมามั่นคงและหายเป็นปกติ แต่เจ้าของร่างเดิมกลับต้องกลายเป็นคนอ่อนแอขี้โรค อาการย่ำแย่ยิ่งกว่าคนปกติทั่วไปเสียอีก
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ตระกูลลู่ดูแลเธอดีมาก
เธอมีพ่อแม่บุญธรรมที่รักใคร่ มีพี่ชายบุญธรรมที่ตามใจ มีคู่หมั้นที่หลงรักเธอ และมีเพื่อนสนิทในวัยเด็ก
หากได้ใช้ชีวิตเช่นนี้ไปตลอดกาล เจ้าของร่างเดิมก็คงจะยินดี
แต่ใครจะคาดคิดว่า เมื่อครึ่งเดือนก่อน ลูกสาวตัวจริงของตระกูลลู่ก็กลับมา
ความรักที่เธอเคยได้รับ ดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงฟองสบู่ที่ถูกเจาะแตกอย่างไร้ความปรานี
เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง เจ้าของร่างเดิมจะทนรับได้อย่างไร
ดังนั้น เธอจึงคอยกลั่นแกล้งลู่เซวียนอยู่ลับๆ พยายามจะทวงทุกอย่างคืนมา
และเมื่อวานนี้ สิ่งที่เจ้าของร่างเดิมทำลงไปก็ถูกแฉจนหมดสิ้น
วิธีจัดการของตระกูลลู่ก็เด็ดขาดราวกับสายฟ้าฟาด
เจ้าของร่างเดิมไม่เข้าใจ แต่เย่เหยามองออกทะลุปรุโปร่ง
นายหญิงลู่กลืนกินร่างจิตของเจ้าของร่างเดิมไป หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตระกูลลู่อย่างหนัก
ในฐานะตระกูลที่มีชื่อเสียงระดับจักรวาล หากแม้แต่ลูกเลี้ยงยังทนรับไว้ไม่ได้ คนภายนอกจะมองพวกเขาอย่างไร?
แต่ถ้าปล่อยให้เจ้าของร่างเดิมอยู่ต่อไป พวกเขาก็จะรู้สึกผิดต่อลู่เซวียน
ดังนั้น เจ้าของร่างเดิมจึงมีแค่สองทางเลือก คือ ตาย หรือ หายไป
จะสั่งให้เธอตายนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
ที่ยากคือ จะทำยังไงให้การจัดการหลังจากนั้นไม่เหลือร่องรอยต่างหาก
ตระกูลลู่มีฐานะไม่ธรรมดา ย่อมมีศัตรูอยู่ไม่น้อย
ลู่หย่วนฝานผู้มองการณ์ไกล จึงมอบทางเลือกให้เจ้าของร่างเดิมสองทาง
ซึ่งโหดร้ายกว่ากันทั้งคู่
ดาวร้าง
ไม่ได้แปลว่าดาวเคราะห์ที่ 'รกร้าง'
แต่มันคือดินแดนแห่งคนบาปที่เถื่อนถ่อยและไร้ระเบียบที่สุดต่างหาก
บนดาวร้าง กฎแห่งปลาใหญ่กินปลาเล็กถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด ผู้หญิงไม่มีศักดิ์ศรีใดๆ เป็นเพียงแค่ "สินค้า" เท่านั้น
พูดตามตรง เจ้าของร่างเดิมเป็นคนสวยมาก
หากถูกโยนไปที่ดาวร้าง แล้วไม่มีพลังป้องกันตัวแม้แต่น้อยล่ะก็ รับรองว่าอยู่ไม่รอดเกินหนึ่งวันแน่
พวกนั้นไม่ได้กะจะให้เจ้าของร่างเดิมรอดชีวิตแต่แรกแล้ว
ตายที่ดาวร้าง ก็ยังดีกว่าตายด้วยน้ำมือของคนตระกูลลู่
อย่างน้อยๆ ก็รักษาหน้าตาของตระกูลลู่เอาไว้ได้
แถมยังอาจจะได้ชื่อเสียงที่ดีกลับมาด้วยซ้ำ
อ้างว่าลูกเลี้ยงรังแกลูกสาวสายเลือดแท้ๆ ตระกูลลู่เลยจำใจต้องส่งตัวเธอไป
พวกเขาเองก็จนใจเหมือนกัน
เมื่อคิดตกแล้ว เย่เหยาก็หลุบตาลง ซ่อนความเย็นชาในแววตาเอาไว้
ตระกูลลู่เอ๋ย วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอกนะ
(จบแล้ว)