- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 311 ไอ้หนุ่มจอมอวดดี
บทที่ 311 ไอ้หนุ่มจอมอวดดี
บทที่ 311 ไอ้หนุ่มจอมอวดดี
ตำรวจ?
บอดี้การ์ดเจ็ดแปดคนได้ยินเสียงก็หันหน้าไปมอง แค่มองแวบเดียวก็สังเกตเห็นซูหมิงที่กำลังลงจากรถ
สายตาที่เดิมทีก็ระแวดระวังอยู่แล้ว เบิกกว้างขึ้นมาในพริบตา
เชี่ยเอ๊ย!
ไอ้ผู้ชายหน้าตาดุดันราวกับดาวมฤตยูคนนี้มันโตมาได้ยังไงวะเนี่ย!
รูปร่างสูงสองเมตรสามสิบกว่า บึกบึนราวกับหอคอยเหล็กที่ตั้งตระหง่าน ประกอบกับกล้ามเนื้อที่เป็นมัดๆ และกลิ่นอายที่ดุร้ายบ้าคลั่ง
นี่มันสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์ชัดๆ!
ชายฉกรรจ์รูปร่างล่ำบึ้กท่าทางเหมือนบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดแปดคน ต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แทบจะพร้อมกัน
พูดตามตรง พวกเขาก็ไม่ใช่พวกตะเกียงไร้น้ำมัน (พวกไก่อ่อน) อะไรหรอก บนตัวก็มีคดีติดตัวกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ถึงขั้นมีคดีฆาตกรรมติดตัวก็มี
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสัตว์ประหลาดตนนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือกลิ่นอายก็แทบจะถูกบดขยี้อย่างสิ้นเชิง
แต่ไอ้หมอนี่พูดว่าอะไรนะ?
ตำรวจ?
คนอย่างแกเนี่ยนะจะเป็นตำรวจ?
ชายฉกรรจ์ที่เป็นหัวหน้าขมวดคิ้ว เพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะตะคอกด่า ก็ถูกชายหัวโล้นที่อยู่ข้างหลังเดินเข้ามาเรียกไว้เสียก่อน
ไอ้หัวโล้นกระซิบกระซาบว่า “ลูกพี่ คนนี้คือผู้ชี้แนะซูไงพี่!”
“ผู้ชี้แนะซูอะไร? ผู้ชี้แนะหลี่อะไรของแก พูดให้มันชัดๆ หน่อยสิวะ!” ชายฉกรรจ์ที่เป็นหัวหน้าเอียงคอตะคอกถาม
ไอ้หัวโล้นถอนหายใจ บางทีเขาก็รู้สึกกังวลใจอย่างมากที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางพวกไร้การศึกษาพวกนี้
ข่าวสารไม่ดู คลิปวิดีโอสั้นๆ ในเน็ตก็ไม่เคยปัดดูเลยหรือไง?
“ลูกพี่ ก็ตำรวจที่เพิ่งจะดังระเบิดเถิดเทิงในเน็ตเมื่อไม่นานมานี้ไงพี่! คนที่ 1V5 เก็บไปห้าคิลที่สะพานใหญ่เจียงเป่ยคนนั้นไง!”
ไอ้หัวโล้นกระซิบบอกคีย์เวิร์ด เพื่อหวังให้ทุกคนนึกออก
ไอ้หมอนี่เป็นตำรวจจริงๆ แถมยังเป็นพวกที่รับมือยากสุดๆ ด้วย!
คีย์เวิร์ดชุดนี้ ทำให้ทุกคนนึกถึงคลิปวิดีโอที่ตัวเองเคยดูขึ้นมาได้สำเร็จ....
สายตาเปลี่ยนเป็นระแวดระวังอย่างถึงที่สุดในพริบตา แต่ก็เพียงแค่นั้นแหละ
ส่วนไอ้หนุ่มรุ่นเยาว์คนนั้นก็ยังคงวุ่นวายอยู่กับการบังคับขืนใจหญิงสาวต่อไป... ตั้งแต่ต้นจนจบไม่แม้แต่จะหันกลับมามองด้วยซ้ำ
ตำรวจแล้วไงวะ?
เก่งมาจากไหน?
ชายฉกรรจ์ที่เป็นหัวหน้า ล้วงวิทยุสื่อสารออกมาพูดกระซิบกระซาบอยู่สองสามประโยค
จากนั้นก็ยืดตัวขึ้น ขมวดคิ้วแล้วตะคอกใส่ซูหมิงด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล! ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นใคร กรุณารีบออกไปเดี๋ยวนี้!”
ไม่นานก็มีกลุ่มผู้ชายเดินออกมาจากวิลล่า
แต่ละคนรูปร่างล่ำบึ้ก สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำเหมือนกันหมด บนตัวก็สักลายมังกรลายเสือ สายตาดุดันเอามากๆ
ฉากนี้ ทำเอาซูหมิงถึงกับดูจนอึ้งไปเลย
เขาเลิกคิ้วหันไปมองหลี่จงที่เพิ่งลงจากรถ ไม่ใช่บอกว่าถ้าไม่รวยล้นฟ้าก็ต้องมีอำนาจบารมีล้นเหลือไม่ใช่เหรอ?
พี่หลี่จงนั่งพล่ามกับผมอยู่ในรถตั้งนานสองนาน บอกว่าเจ้าของบ้านในอี้ผิ่นเจียงซานล้วนเป็นพวกขาใหญ่ในวงการต่างๆ
ไหน พี่ลองบอกผมมาสิ ขาใหญ่วงการไหนมันจะซ่อนบอดี้การ์ดกับพวกนักเลงไว้ในบ้านตัวเองเยอะขนาดนี้
เล่นตลกอะไรเนี่ย!
ซูหมิงรู้สึกว่าคำพูดนี้มันพึ่งพาไม่ได้เอาซะเลย
ส่วนบรรดานักเลงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ต่างก็มองเจ้ายักษ์ใหญ่ที่กำลังเผชิญหน้ากับพวกเขาด้วยความตกตะลึงและอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
ไม่นานพวกเขาก็ได้สติ ชายที่บึกบึนราวกับหอคอยเหล็กคนนี้น่าจะเป็นตำรวจสัตว์ร้ายที่โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อช่วงก่อนหน้านี้แน่ๆ
กลิ่นอายแบบนี้!
รูปร่างแบบนี้!
จิ๊ๆ...
อย่าว่าแต่ในเมืองเจียงเป่ยเลย ต่อให้ทั่วทั้งประเทศหลง บนโลกใบนี้เกรงว่าจะหาตำรวจที่ทัดเทียมกับซูหมิงได้ยากแล้ว
ใครๆ ก็บอกว่าตำรวจที่ชื่อซูหมิงคนนี้มีกลิ่นอายโจรโฉดคละคลุ้งเหมือนพวกมหาโจร
นึกไม่ถึงว่าวันนี้พอมาเจอตัวเป็นๆ ถึงได้รู้ว่าที่ชาวเน็ตพูดกันนั้นมันยังน้อยไปซะด้วยซ้ำ
นี่มันกลิ่นอายที่พวกมหาโจรจะมีได้ซะที่ไหน?
อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นถึงระดับหัวหน้าใหญ่ของพวกโจรโฉดนู่นแหละ
แต่บรรดานักเลงพวกนี้ก็แค่เดาะลิ้นดูความตื่นเต้นไปอย่างนั้น บนใบหน้าไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจำนวนคนของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
บนใบหน้าของพวกเขาก็ยิ่งแสดงออกถึงความมั่นใจและไม่เกรงกลัวอะไรมากขึ้นไปอีก
มีหลายคนเริ่มเข้าไปคุ้มกันไอ้หนุ่มรุ่นเยาว์ที่เดินโซเซให้เดินเข้าไปในวิลล่าแล้ว ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่นอนชักกระตุก น้ำลายฟูมปากกองอยู่บนพื้น
ภาพนี้ทำเอาซูหมิงและหลี่จงดูแล้วรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันที
สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนไปพร้อมกัน ชี้มือไปที่ไอ้หนุ่มนั่นแล้วตะคอกด้วยความโกรธว่า “ตำรวจปฏิบัติหน้าที่! ตอนนี้ทุกคนเอามือกุมหัวแล้วนั่งลงเดี๋ยวนี้!”
ไอ้หนุ่มหันกลับมามองซูหมิง สายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด มุมปากเบะออก ขี้เกียจแม้แต่จะปริปากพูด
เพียงแค่กวาดตามองซูหมิงแวบเดียว แล้วก็หันหลังเดินเข้าวิลล่าไปอย่างไม่สนใจใยดี
ทำเอาซูหมิงเห็นแล้วถึงกับแสยะยิ้มออกมา
ไม่ใช่สิ?
หรือว่าเป็นเพราะฉันนอนโรงพยาบาลมาพักนึง กล้ามเนื้อก็เลยหดลงงั้นเหรอ?
ทำไมออร่าความน่าเกรงขามถึงได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดขนาดนี้ล่ะ?
อวดดีกว่ากูอีกเหรอ?
บัดซบ
ฉันเคยพูดไว้แล้วไง ว่าในเจียงเป่ย! ห้ามมีใครหน้าไหนอวดดีไปกว่ากูเด็ดขาด!
ทำตัวเหนือกฎหมายเกินไปแล้ว!
แม่งอุตส่าห์แสดงตัวว่าเป็นตำรวจแล้ว ก็ยังกล้าไม่เห็นหัวกูอีก นี่แม่งจะไม่เห็นหัวกูเกินไปหน่อยแล้วมั้ง!
ซูหมิงหรี่ตาลง กวาดสายตามองกลุ่มคนที่แต่งตัวเป็นบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่กันเป็นพรวนตรงหน้า
เปิดใช้งาน [เนตรพยัคฆ์รู้แจ้ง] อย่างเงียบๆ
กลุ่มคนตรงหน้านี้ แทบจะทุกคนล้วนมีชื่อเป็นสีแดง
กรอบข้อมูลบนหัวของชายฉกรรจ์ที่เป็นหัวหน้ายิ่งสว่างวาบเป็นสีแดงสด
【ชื่อ: กัวหย่ง ค่าความเป็นเพื่อน: 132 ความสำเร็จในยุทธภพ: 1. เจตนาฆ่าคน 2. ปล้นทรัพย์ 3. ทำร้ายร่างกายสาหัส..... การประเมินในยุทธภพ: รู้จักกันช้าไป】
....
กวาดสายตามองไป คนยี่สิบสามสิบคนตรงหน้า โดยพื้นฐานแล้วแต่ละคนมีค่าความเป็นเพื่อนต่ำสุดก็เจ็ดแปดสิบ บางคนถึงขั้นมีคดีฆาตกรรมติดตัว
แต่กลุ่มอาชญากรพวกนี้ ตอนที่เผชิญหน้ากับตำรวจกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เรื่องนี้ทำให้ซูหมิงดูแล้วต้องส่ายหัวซ้ำๆ
เมืองเจียงเป่ยนี่ มันวุ่นวายพอๆ กับเมืองก็อตแธมเลยจริงๆ
ใครหน้าไหนก็กล้ากางเล็บใส่ตำรวจงั้นเหรอ?
รอให้เขาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้ากองสืบสวนอาชญากรรมอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ จะต้องจัดหนักจัดเต็ม สั่งสอนพวกนักเลงในยุทธภพพวกนี้สักตั้งแล้วล่ะ
แต่ในตอนนี้ คงต้องจัดการกับพวกสวะตรงหน้านี้ซะก่อนล่ะนะ!
ชายฉกรรจ์ที่เป็นหัวหน้า หันกลับไปมองนายน้อยที่กำลังจะเดินเข้าวิลล่าไปด้านหลัง
ขอแค่เดินเข้าวิลล่าไป พี่น้องที่อยู่ข้างในก็ขับรถพานายน้อยหนีออกไปจากที่นี่ได้อย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้น ก็ค่อยหาทางจัดการทีหลังเอาได้
สิ่งที่เขาทำได้ก็คือ สกัดกั้นตำรวจตรงหน้านี้เอาไว้
แต่เขาจะสกัดกั้นได้จริงๆ งั้นเหรอ?
ซูหมิงเป็นคนแรกที่บอกเลยว่าไม่เชื่อ!
ส่วนบอดี้การ์ดที่เป็นหัวหน้า เมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นกำลังก้าวอาดๆ ตรงมาทางนี้ ก็กัดฟันกรอด เอ่ยปากข่มขู่ซ้ำอีกครั้งอย่างดุร้าย
“ฉันไม่สนหรอกนะว่าพวกแกจะเป็นใคร! ตอนนี้รีบไสหัวออกไปจากถิ่นของพวกเราเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นอย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ!”
“ไม่เกรงใจ? พ่อเป็นตำรวจ! แกก็ลองไม่เกรงใจฉันดูสิ! พวกมึงทุกคนเอามือกุมหัวแล้วนั่งลงเดี๋ยวนี้!”
ซูหมิงแสยะยิ้ม ก้าวอาดๆ เข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าบอดี้การ์ดตัวหัวหน้า
อาศัยความได้เปรียบเรื่องความสูงที่เห็นได้ชัดจ้องมองลงมา ยื่นมือออกไปโยกหัวของมันโดยตรง
พร้อมกับตะคอกเสียงดังกึกก้อง
“เอามือกุมหัวแล้วนั่งลงเดี๋ยวนี้!”
ชายฉกรรจ์แม้จะรู้สึกหวั่นเกรงต่อแรงกดดันอันมหาศาลของซูหมิง แต่ในฐานะผู้นำที่มีลูกน้องรออยู่ด้านหลัง
ถ้าเกิดเขานั่งลงไปจริงๆ เกรงว่าในยุทธภพก็คงไม่มีที่ให้เขาทำมาหากินอีกต่อไปแล้ว
กัวหย่งแทบจะกัดฟันแน่น ฝืนข่มขาสองข้างที่สั่นเป็นเจ้าเข้าเอาไว้
ปากก็ตะคอกด่าไปด้วย: “นั่งกับย่าแกสิ! ลงมือ! พี่น้อง! เอาอาวุธออกมา!”
ในเวลาเดียวกัน เขาก็กระโดดขึ้นในพริบตา สะบัดแขนอย่างเต็มแรง ชักกระบองยืดหดได้ที่อยู่ด้านหลังออกมา เตรียมจะฟาดเจ้ายักษ์ใหญ่ตรงหน้าให้หนักๆ สักที