- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อเข้าใช้ ราชวงศ์ของข้าไร้เทียมทาน
- บทที่ 220 - ระหว่างการช่วงชิงร่าง เงาร่างมายาไท่ซวี
บทที่ 220 - ระหว่างการช่วงชิงร่าง เงาร่างมายาไท่ซวี
บทที่ 220 - ระหว่างการช่วงชิงร่าง เงาร่างมายาไท่ซวี
บทที่ 220 - ระหว่างการช่วงชิงร่าง เงาร่างมายาไท่ซวี
ร่างของฟางเสียงเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้ามหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงอย่างไม่อาจควบคุมได้
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงคว้าจับศีรษะของเขาเอาไว้ จากนั้นกลุ่มก๊าซสีรุ้งก็ไหลทะลักจากมือของมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงเข้าสู่ห้วงจิตของฟางเสียง
ภายในห้วงจิตของฟางเสียง
ร่างของมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงปรากฏขึ้น
ตอนนี้วิญญาณดั้งเดิมของฟางเสียงถูกจองจำอยู่ที่มุมขอบอย่างสมบูรณ์ ทำได้เพียงเบิกตามองดูมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงอาละวาดในห้วงจิตของเขา จนกระทั่งอีกฝ่ายยึดครองร่าง และแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมร่างกายของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงมองดูห้วงจิตของฟางเสียงที่มีขนาดใหญ่กว่ากฎเกณฑ์ของนักบุญทั่วไปหลายเท่า พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ครั้งนี้เก็บได้ของล้ำค่าจริงๆ พรสวรรค์ของเจ้าหนูนี่ไม่มีอะไรให้ต้องตำหนิเลย ถึงขั้นเหนือกว่าที่เขาคาดหวังเอาไว้เสียอีก
"เจ้าหนู เจิ้นไม่รู้ว่าเจ้ามาจากโลกใบใด แต่การที่เจิ้นถูกใจเจ้า ถือเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว วางใจเถอะ หลังจากเจิ้นหลอมรวมวิญญาณของเจ้าแล้ว เจิ้นจะเก็บเสี้ยววิญญาณที่แท้จริงของเจ้าไว้สายหนึ่ง หลอมรวมเข้ากับโชคชะตาแคว้นราชวงศ์จื่อซิงของเจิ้น เจ้าจะคงอยู่ร่วมกับราชวงศ์จื่อซิง และคงอยู่เคียงคู่เจิ้นตราบชั่วนิรันดร์"
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงมองดูฟางเสียงที่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ด้านข้างโดยไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้ฟางเสียงแทบอยากจะถลกหนัง เลาะเอ็น และจับมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงโยนลงกระทะน้ำมันเสียให้รู้แล้วรู้รอด
มารดามันเถอะ เป็นถึงมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ อดีตประมุขแห่งราชวงศ์อันกว้างใหญ่ บุคคลผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งโลกเซวียนอู่ ถึงกับกระทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้
ช่างไม่สมควรเกิดมาเป็นคนเลยจริงๆ
น่าสงสารที่เขาอายุเพียงสิบเก้าปี ก็บรรลุถึงระดับนักบุญ เป็นถึงรองประมุขหอทงเทียนแห่งต้าเฉียน อนาคตไร้ขีดจำกัด วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล
ที่สำคัญไปกว่านั้น เขายังเป็นชายบริสุทธิ์ ในทวีปสี่ขั้วยังมีหญิงงามรอคอยเขาอยู่
หากเขาตายไป อดีตจักรพรรดินีผู้เป็นคนรักตัวน้อยของเขา จะไปหาชายหนุ่มแสนดีที่หาตัวจับยากเช่นเขาได้จากที่ใดอีก
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงในเวลานี้เริ่มจะรอไม่ไหวแล้ว
กว่าสองแสนปีแล้ว เขารอคอยมากว่าสองแสนปี ผ่านพ้นวันนี้ไป นามของเขามหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิง ไม่สิ เทพเจ้าจื่อซิง จะดังก้องไปทั่วโลกเซวียนอู่อีกครั้ง
ราชวงศ์จื่อซิงก็จะผงาดขึ้นอีกครั้ง ภายใต้การนำของเขา พวกเขาจะบุกทะลวงไปทั่วทุกชั้นฟ้า
เพียงแค่จิตสำนึกของมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงขยับ ห้วงจิตของฟางเสียงก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันที พลังวิญญาณของเขาหลุดลอยออกไปอย่างต่อเนื่อง ถูกมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงดูดซับและค่อยๆ หลอมรวม
ในขณะที่มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงกำลังหลอมรวมร่างกายของฟางเสียงอย่างต่อเนื่อง เขาก็กำลังย่อยความทรงจำของอีกฝ่ายไปด้วย
ซ้ำยังวิพากษ์วิจารณ์ออกมาเป็นระยะ
"โอ้ ตอนหนุ่มเคยถูกถอนหมั้นหรือ ดูเหมือนจะเป็นพวกสวะที่พยายามปีนป่ายขึ้นมาสินะ"
"มรดกลึกลับหรือ ก็แค่ระดับมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ"
"องค์หญิงหกแห่งต้าเฉียนหรือ ราชวงศ์ต้าเฉียน ดินแดนอันอ่อนแอ ไฉนจึงคู่ควรที่จะเรียกว่าราชวงศ์"
เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป แววตาของมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงก็ยิ่งแหลมคมมากขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งเรียนรู้ความทรงจำของฟางเสียงมากขึ้นเท่าใด เขาก็ยิ่งสนใจต้าเฉียนที่อยู่เบื้องหลังของอีกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้น
นั่นเป็นเพราะต้าเฉียนเติบโตเร็วเกินไปจริงๆ พรสวรรค์ของเหล่ายอดอัจฉริยะแห่งต้าเฉียนล้วนเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง อาจกล่าวได้ว่ามีหลายคนที่ไม่ด้อยไปกว่าฟางเสียง ถึงขั้นมีพรสวรรค์สูงกว่าและแข็งแกร่งกว่าเสียด้วยซ้ำ
นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี
แน่นอน สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ จักรพรรดิผู้ลึกลับแห่งต้าเฉียนผู้นั้น
เขาไม่พบร่องรอยการมีอยู่ของจักรพรรดิเฉียนในความทรงจำของเจ้าหนูนี่เลยแม้แต่น้อย ยิ่งไม่มีภาพความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับคนผู้นี้เลย ช่างลึกลับอย่างหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงเกิดความระแวดระวังต่อจักรพรรดิเฉียนผู้นั้นขึ้นมาหลายส่วน
แต่ก็เป็นเพียงเท่านี้เท่านั้น
ในโลกที่ชื่อว่าทวีปสี่ขั้วของเขา สถานที่ที่พวกเขาอยู่เป็นเพียงดินแดนรกร้างตะวันออกที่ถูกแบ่งแยกออกมาเท่านั้น ระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ก็คือจุดสูงสุดแล้ว
ต่อให้จักรพรรดิเฉียนผู้นั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด อย่างมากก็คงอยู่แค่ระดับมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เขาสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงถึงขั้นวางแผนเอาไว้ว่า เมื่อเขารวบรวมโลกเซวียนอู่ให้เป็นหนึ่งเดียวได้อีกครั้ง ก็จะบุกโจมตีทวีปสี่ขั้ว
ที่นั่นเคยมีเทพสวรรค์ดำรงอยู่
บางทีเขาอาจจะได้รับผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึงจากโลกใบนั้นก็เป็นได้
เวลานี้ พลังวิญญาณของฟางเสียงเริ่มเลือนรางลง แม้แต่สติสัมปชัญญะของเขาก็เริ่มพร่ามัว อยู่ในจุดที่ใกล้จะแหลกสลายเต็มที
ในยามที่เลื่อนลอย เขาถึงขั้นเกิดภาพหลอน เขากลับมองเห็นท่านอาจารย์ที่ตนไม่เคยพบหน้ามาก่อน
ราชันแห่งดินแดนตะวันตก มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไท่ซวี จีไท่ซวี
"หึ"
ฟางเสียงใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายแสยะยิ้ม
ก่อนตายได้เห็นภาพหลอนของท่านอาจารย์ ก็ถือว่าบรรลุความปรารถนาของตัวเองแล้ว
ฟางเสียงไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ใด เขาดิ้นรนยกมือที่เหลือเพียงครึ่งท่อนบนขึ้นมา คารวะจีไท่ซวี แล้วจึงล้มพับลงไป
สิ่งที่เขามองไม่เห็นก็คือ มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงที่อยู่ไม่ไกลได้หยุดการกระทำลงแล้ว และกำลังมองมาทางนี้ด้วยความระแวดระวัง
ส่วนใบหน้าอันชราภาพของจีไท่ซวีก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบางๆ มือขวาประคองไว้กลางอากาศ ร่างของฟางเสียงค่อยๆ ร่วงหล่นลง
สำหรับผู้สืบทอดเจตนารมณ์ผู้นี้ แม้เขาจะไม่ได้เห็นการเติบโตของอีกฝ่าย แต่มีท่านผู้อาวุโสมู่คอยดูแล ย่อมเห็นได้ชัดว่าคุณธรรมและพรสวรรค์ของเขาไม่มีปัญหา มิเช่นนั้นคงยากที่จะเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของเขาได้
วันนี้เป็นการพบหน้ากันครั้งแรกของพวกเขา เขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ในเมื่อเขาพึงพอใจในตัวศิษย์ผู้นี้มาก เช่นนั้นเขาย่อมไม่พึงพอใจกับการกระทำของมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงเป็นแน่
เกือบไปแล้ว เกือบจะทำให้มรดกของเขาต้องขาดสะบั้นลง
เงาร่างมายานี้คือไพ่ตายใบสุดท้ายที่เขาเหลือไว้ให้ศิษย์ แฝงไว้ด้วยการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา แม้ว่าวิญญาณของอีกฝ่ายจะก้าวเข้าสู่ระดับเทวะไปแล้วครึ่งก้าว เขาก็จะฝากความทรงจำที่มิอาจลืมเลือนไปตลอดชีวิตไว้ให้แก่อีกฝ่ายให้จงได้
ศิษย์ของเขา ไม่ใช่ผู้ใดจะมารังแกได้ง่ายๆ
"การกระทำของสหายเต้าสูญเสียท่วงทำนองของยอดฝีมือ ผู้เป็นจักรพรรดิย่อมต้องมีมาดของจักรพรรดิ การช่วงชิงร่างกายผู้อื่นเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วหล้าต่างรังเกียจ ไม่ใช่วิสัยของวิญญูชน"
จีไท่ซวีมองไปยังมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิง เอ่ยกล่าวอย่างราบเรียบ
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงหัวเราะ "สหายเต้าท่านนี้ดูจะไร้เดียงสาไปหน่อยหรือไม่ ผู้ฝึกตนอย่างพวกเรา ล้วนดำเนินชีวิตทวนกระแสฟ้า เจิ้นเชื่อว่า หากท่านสามารถมองเห็นหนทางเบื้องหน้าได้ ก็คงยอมทำทุกวิถีทางโดยไม่สนราคาค่างวดเช่นกัน"
"เพียงแต่ท่านยังก้าวไม่ถึงจุดนี้เท่านั้นเอง"
จีไท่ซวีส่ายหน้า
อุดมการณ์ต่างกันมิอาจร่วมทาง เขาแตกต่างจากผู้อื่น
หากต้องช่วงชิงร่างผู้อื่น จะส่งผลต่อจิตมรรคาของเขา อย่าว่าแต่จุดเพลิงเทวะเลย บางทีแค่รักษาระดับมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ก็คงทำได้ยากแล้ว
"สหายเต้า เจิ้นเห็นว่าแม้ท่านจะเป็นเพียงเงาร่างมายา แต่ก็ยังมีเสี้ยววิญญาณที่แท้จริงหลงเหลืออยู่ ยอมจำนนต่อเจิ้นเถิด เข้าร่วมกับราชวงศ์จื่อซิง รอให้เจิ้นก้าวเข้าสู่ระดับเทวะอย่างสมบูรณ์แบบ จะช่วยท่านหล่อหลอมร่างกายขึ้นมาใหม่ ในอนาคตท่านเองก็อาจจะมีความหวังที่จะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของระดับเทวะ เป็นอย่างไร"
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงเอ่ยหลอกล่อ
การปรากฏตัวของจีไท่ซวีทำให้เขารู้สึกกดดันอยู่บ้าง
ตอนนี้เขาเหลือเพียงก้าวสุดท้ายก็จะสามารถดูดซับวิญญาณของฟางเสียงและยึดครองร่างได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
หากไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ เขาไม่อยากปะทะกับเงาร่างมายาของมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แปลกหน้าผู้นี้
มิเช่นนั้นต่อให้เขาสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ ก็คงต้องพบกับอุปสรรคอีกหลายประการ
อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็ไม่ใช่พวกสวะระดับมหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ในโลกเซวียนอู่ของพวกเขาที่จะนำมาเปรียบเทียบได้
ถึงขั้นที่ในช่วงเวลาที่คนผู้นี้รุ่งโรจน์ที่สุด ก็อาจจะไม่ด้อยไปกว่าเขาเลยด้วยซ้ำ
ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของระดับศักดิ์สิทธิ์ ห่างจากการจุดเพลิงเทวะเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
"พูดไปก็ไร้ประโยชน์ แม้ข้าจะสิ้นลมไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถปกป้องศิษย์ข้าเป็นครั้งสุดท้ายได้ หากไม่สำเร็จ เช่นนั้นข้าก็จะไปปรโลกพร้อมกับศิษย์ของข้า"
คำกล่าวของจีไท่ซวียังคงราบเรียบยิ่งนัก
ตั้งแต่เขาปรากฏตัวขึ้น เขาก็รู้ดีว่าเรื่องราวในวันนี้ยากที่จะจบลงด้วยดี
มหาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จื่อซิงผู้นี้แข็งแกร่งมาก หากอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ในช่วงเวลาที่เขาแข็งแกร่งที่สุด เขาไม่หวั่นเกรงที่จะประมือกับยอดฝีมือระดับศักดิ์สิทธิ์คนใด
ทว่าวิญญาณของคนผู้นี้ได้ทะลวงผ่านคอขวดของระดับศักดิ์สิทธิ์ และบรรลุถึงระดับที่เขาไม่เคยไปถึงมาก่อนแล้ว
เขามีพลังโจมตีเพียงครั้งเดียว หากไม่อาจสังหารศัตรูได้ ก็เท่ากับพ่ายแพ้
ศึกนี้ เขาพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย