- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 111 : วิวัฒนาการครั้งที่ 5 เสร็จสิ้น!
บทที่ 111 : วิวัฒนาการครั้งที่ 5 เสร็จสิ้น!
บทที่ 111 : วิวัฒนาการครั้งที่ 5 เสร็จสิ้น!
บทที่ 111 : วิวัฒนาการครั้งที่ 5 เสร็จสิ้น!
ฉีฉงซานเข้าใจความหมายของเธอในทันที
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป คว้าไมโครโฟนขึ้นมาแล้วประกาศคำตัดสินสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด!
"หวังลี่และหวังเทา ทั้งสองคนมีเจตนาร้ายแอบแฝง ปล่อยข่าวลืออย่างมุ่งร้าย ปลุกระดมนักเรียน ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ยากจะให้อภัย!"
"ในนามของผู้ว่าการมณฑลซุ่ยหมิง ฉันขอประกาศคำตัดสิน ณ ที่แห่งนี้!"
"ให้จำคุกคนทั้งสองตลอดชีวิต! ห้ามปล่อยตัวคุมประพฤติ และห้ามลดหย่อนโทษตลอดกาล!"
กู่เยว่ซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าคำตัดสินนี้ยอดเยี่ยมไม่เบา
การจำคุกตลอดชีวิตมันช่วยระบายความแค้นได้ดีกว่าการฆ่าให้ตายเสียอีก
ปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตที่เหลืออย่างยาวนานและมืดมน จมอยู่กับความเสียใจและความสิ้นหวังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด นั่นแหละคือบทลงโทษที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
เอาล่ะ ในเมื่อตอนนี้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข และเป้าหมายทั้งหมดก็บรรลุผลแล้ว
กู่เยว่ซีจึงไม่คิดที่จะรั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป เธอหยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบหันไปทางอัฒจันทร์ประธานว่า
"ฉันคิดว่า ฉันคงไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกที่เหลือแล้วล่ะ"
"ไว้รอให้ถึงการสอบร่วมสามมณฑลในอีกสามวันข้างหน้า แล้วฉันจะมาใหม่ก็แล้วกัน"
พูดจบ เธอก็โยนไมโครโฟนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันหลังเดินลงจากลานประลอง ก้าวเดินออกจากสนามกีฬาไปตามทางของตัวเอง ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องมา
ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบกริบ
ฝูงชนที่ยืนเบียดเสียดกันหนาแน่นแหวกทางออกราวกับกระแสน้ำที่ถูกผ่าครึ่ง เปิดทางให้เธอโดยอัตโนมัติ
สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่ร่างของเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนปะปนกันไป มีทั้งความหวาดกลัว ความเคารพยำเกรง ความตกตะลึง และความสงสัย...
ตัวตนของเธอตกลงแล้วยิ่งใหญ่ระดับไหนกันแน่?
เธอมีพรสวรรค์และศักยภาพน่ากลัวขนาดไหน ถึงทำให้ท่านผู้ว่าการมณฑลยอมใช้อำนาจพิเศษเพื่อเธอได้ถึงขั้นนี้?
กระทั่งยอมผิดใจกับขั้วอำนาจทั้งหมดในมณฑลซุ่ยหมิงเชียวหรือ?
พวกเขาคิดไม่ออก และไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อไปอีกแล้ว
….
ท่ามกลางฝูงชน...
หวังเทานั่งทรุดกองอยู่บนพื้น ดวงตาเหม่อลอยมองแผ่นหลังของกู่เยว่ซีที่เดินจากไป สมองของเขาขาวโพลนไปหมด
จำคุกตลอดชีวิต...
จบสิ้นแล้ว ทุกอย่างพังทลายลงแล้ว
ชีวิตของเขา พรสวรรค์ที่เขาเคยภาคภูมิใจ อนาคตทั้งหมดของเขา ถูกบดขยี้จนแหลกสลายลงในพริบตานี้
จู่ๆเขาก็นึกถึงคำพูดที่หวังลี่พี่สาวของเขาเคยบอกไว้ ว่ากู่เยว่ซีคนนั้นก็แค่เศษขยะที่โชคดี เป็นลูกเมียน้อยของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง!
ทั้งหมดนั้นมันเรื่องโกหกทั้งเพ...เป็นสิ่งที่พี่สาวของเขามโนขึ้นมาเองทั้งนั้น!
เป็นเธอ...เป็นพี่สาวของเขาเองที่ลงมือทำลายชีวิตของตัวเอง และทำลายชีวิตของน้องชายเพียงคนเดียวคนนี้ด้วยมือของเธอเอง!
...
ตัดภาพมาที่รถโฮเวอร์คาร์ตที่จอดอยู่ด้านนอกสนามกีฬา
หวังลี่กำลังจ้องเขม็งไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่กำลังถ่ายทอดสดเหตุการณ์ด้านใน
ตอนแรกเธอตั้งใจจะรอดูว่ากู่เยว่ซีจะถูกฉีกหน้าและถูกเหยียบย่ำให้จมดินต่อหน้าสาธารณชนจนต้องรับสภาพ 'ยัยสวะ' ได้อย่างไร
แต่สิ่งที่เธอเห็นคืออะไร?
เธอเห็นกู่เยว่ซีใช้นิ้วเดียวจัดการหลัวเฉิงกระเด็น!
เธอเห็นท่านผู้ว่าการมณฑลยอมเปลี่ยนกฎกลางอากาศเพื่อปกป้องเด็กนั่น!
เธอเห็นนักเรียนหลายพันคนที่ร่วมประท้วงถูกตัดสินจำคุกสามปี!
และสุดท้าย...เธอได้ยินคำตัดสินลงโทษให้ตัวเธอและน้องชายต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต!
"ไม่...ไม่...ไม่นะ!!!"
ม่านตาของหวังลี่หดเกร็ง ใบหน้าที่เคยสะสวยบิดเบี้ยวไปด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยเสียงแหลมปรี๊ดจนแทบไม่เหมือนเสียงมนุษย์!
จำคุกตลอดชีวิตงั้นเหรอ?
อนาคตที่สดใสของเธอ...ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ...จบเห่แล้วงั้นเหรอ?
ไม่!
ฉันไม่เชื่อ!
ฉันไม่ยอมรับ!
ทว่า ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งสติจากการพังทลายได้ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในชุดเครื่องแบบหลายนายก็ปรากฏตัวขึ้นข้างรถของเธอด้วยท่าทีเย็นชา
เสียง 'แกร็ก' ดังขึ้น กุญแจมืออันเย็นเฉียบถูกสวมเข้าที่ข้อมือขาวผ่องของเธอ
ในวินาทีนั้น เรี่ยวแรงทั้งหมดของหวังลี่ราวกับถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง ร่างของเธออ่อนระทวยอยู่บนเบาะนั่ง ดวงตาเลื่อนลอย หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย
เธอรู้ดีว่าทุกอย่าง...มันจบสิ้นแล้วจริงๆ
...
กลับมาที่อัฒจันทร์ประธานในสนามกีฬา
ฉีฉงซานและบรรดาผู้นำมณฑลทอดสายตามองแผ่นหลังของกู่เยว่ซีที่เดินจากไป ด้วยแววตาที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
จางเฉิงเยี่ยขยับริมฝีปากไปมา ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะกระซิบถามว่า
"ท่านผู้ว่าการครับ ทำเพื่อเธอแค่คนเดียว แต่กลับต้องผิดใจกับขั้วอำนาจตั้งมากมายขนาดนี้...มันคุ้มค่ากันจริงๆหรือครับ?"
นี่มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ชัดๆ!
และของเดิมพันก็คือโครงสร้างทางการเมืองในอนาคตของทั้งมณฑลซุ่ยหมิง!
ฉีฉงซานเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเชื่องช้า แววตาของเขาเด็ดเดี่ยวอย่างหาที่สุดไม่ได้
"จะคุ้มค่าหรือไม่ อนาคตจะให้คำตอบเราเอง"
"หวังว่า...การเดิมพันครั้งนี้ของฉันจะถูกต้องนะ!"
อีกด้านหนึ่ง บนอัฒจันทร์ของห้องมังกรซ่อน...ฉินเจิงมองตามแผ่นหลังของกู่เยว่ซีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและละอายใจ
เดิมทีเขาคิดว่าในฐานะแกนนำของการประท้วงครั้งนี้ จุดจบของเขาคงต้องเหมือนกับหวังลี่และหวังเทา หรืออาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าด้วยซ้ำ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะปล่อยเขาไป
แค่ตัดสินจำคุกสามปี ถึงแม้มันจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชีวิตของเขา แต่แค่นี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว
บุศคุณครั้งนี้ ฉินเจิงคนนี้จะจดจำไว้!
'รอให้ฉันออกมาเมื่อไหร่ ชีวิตนี้ของฉัน ถือเป็นของเธอ!'
ส่วนพวกเซียวหรานและฮั่วหมิงเซียนนั้น ต่างก็ตกตะลึงกับความแข็งแกร่งและสไตล์การจัดการปัญหาของกู่เยว่ซีจนสลัดออกจากหัวไม่ได้
….
"เป็นสัตว์ประหลาด...โดยแท้เลยแฮะ" ฮั่วหมิงเซียนอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา
แต่เซียวหรานกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย จู่ๆเขาก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า
"พวกนายคิดว่า...ด้วยความแข็งแกร่งของเธอในตอนนี้ จะพอเอาชนะสัตว์ประหลาดสองตัวจากมณฑลชางหลานกับมณฑลเทียนฮั่วที่อยู่ข้างเคียงได้หรือเปล่า?"
คำถามนี้ทำเอาทุกคนตกอยู่ในความเงียบงันเพื่อใช้ความคิด
ฉู่อีหรานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงวิเคราะห์ว่า
"ก็พอมีความเป็นไปได้นะ แต่...คงจะตึงมืออยู่ไม่น้อยเลยล่ะ"
"จากเจตจำนงขั้นสมบูรณ์แบบทั้งสามชนิดที่เธอแสดงให้เห็นเมื่อกี้ บวกกับวิชายุทธ์ระดับปฐพี เธอมีโอกาสสูงมากที่จะข้ามระดับการบ่มเพาะไปต่อกรกับจอมยุทธ์ระดับสามขั้นกลางได้สบายๆ"
"เผลอๆ…ถ้าสู้แบบถวายชีวิต ก็อาจจะพอวัดกับระดับสามขั้นสูงทั่วๆไปได้เลยด้วยซ้ำ!"
แต่แล้วฉู่อีหรานก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งเครียด
"ทว่า...การต่อสู้ข้ามระดับมันเป็นเรื่องพื้นฐานของพวกอัจฉริยะอยู่แล้ว ในเมื่อพวกเราทำได้ สัตว์ประหลาดสองตัวจากมณฑลข้างๆก็ย่อมทำได้ และอาจจะทำได้บ้าบิ่นกว่าด้วยซ้ำ!"
"ข่าวที่ฉันได้มาก็คือ หลินเฟิงจากมณฑลชางหลาน เป็นถึงจอมยุทธ์ระดับสามขั้นต้น มีกายาดาบโดยกำเนิดจนบรรลุเจตจำนงดาบขั้นกลางแล้ว! แถมยังมีข่าวลือว่าเขาเคยใช้ดาบเดียวสังหารสัตว์อสูรระดับสามขั้นปลายมาแล้วด้วย!"
"ส่วนสัตว์ประหลาดฝั่งมณฑลเทียนฮั่ว ฉันไม่ค่อยรู้อะไรมากนัก แต่ก็เป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้นเหมือนกัน สัตว์อสูรคู่พันธสัญญาของหมอนั่นมีสายเลือดระดับราชา…
"ถ้ามีเจตจำนงขั้นกลางคอยเสริมด้วยละก็ แค่นั้นก็มากพอที่จะสู้กับระดับสามขั้นปลายทั่วไปได้แล้ว"
"กู่เยว่ซีเสียเปรียบเรื่องระดับพลังบ่มเพาะเกินไป แถมเจ้ายุงของเธอนั่น ดูยังไงก็เป็นสายสนับสนุนที่ไม่มีพลังต่อสู้ปะทะตรงๆเลยสักนิด"
พวกเซียวหรานและฮั่วหมิงเซียนได้ยินดังนั้นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ถ้าระดับพลังของเธอขึ้นไปถึงขั้นสองระดับสูงสุดได้ละก็ ด้วยพรสวรรค์การรู้แจ้งที่วิปริตขนาดนั้น ตำแหน่งอันดับหนึ่งก็คงอยู่ในกำมือแน่ๆ"
"แต่ตอนนี้เนี่ยสิ...แค่คว้าอันดับสามมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว"
...
หลังจากออกจากสนามกีฬา
กู่เยว่ซีก็มุ่งตรงกลับไปยัง 'ห้องรวมปราณเก้าธาตุ' ที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ เธอทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิแล้วเข้าสู่สภาวะการบ่มเพาะพลังอีกครั้ง
ในขณะที่ดูดซับพลังปราณอันหนาแน่นที่อยู่รอบตัว เธอก็แบ่งสติส่วนหนึ่งเข้าไปในถุงสัตว์อสูร
ที่มุมหนึ่งของถุงสัตว์อสูร รังไหมแสงสีเลือดที่ห่อหุ้มร่างของฉู่เซิงเอาไว้ กำลังแผ่คลื่นพลังชีวิตที่รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆออกมา
นี่น่าจะเป็น...การวิวัฒนาการครั้งที่ห้าแล้วสินะ?
ภายในใจของกู่เยว่ซีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็นและตั้งตารอคอยขึ้นมา
ครั้งนี้...แกจะเปลี่ยนรูปร่างไปเป็นแบบไหนอีกล่ะเนี่ย?
"เฉลี่ยแล้ววิวัฒนาการทุกๆสามวัน แถมเปลี่ยนไปเยอะมากทุกครั้ง...ทำเหมือนเปลี่ยนสัตว์อสูรตัวใหม่ทุกสามวันเลยแฮะ"
"อืม ทำไมความรู้สึกมันเหมือน...ผู้หญิงหลายใจยังไงก็ไม่รู้?"
กู่เยว่ซีทำหน้าแปลกๆก่อนจะรีบสลัดความคิดไร้สาระพวกนี้ทิ้งไป แล้วดึงสติกลับมาจดจ่ออยู่กับการบ่มเพาะพลังต่อ
….
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบท่ามกลางการบ่มเพาะพลังอันแสนสงบ
สองวันต่อมา...
ขณะที่กู่เยว่ซีกำลังเข้าฌานอยู่นั้น จู่ๆเธอก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยคลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เธอลืมตาโพลง ก่อนจะรีบส่งสติเข้าไปในถุงสัตว์อสูรทันที!
ทันใดนั้น รังไหมแสงสีเลือดภายในถุงก็ส่งเสียง 'แกรก' ดังลั่น!
รอยร้าวเล็กๆปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของรังไหม!
วิวัฒนาการ...เสร็จสิ้นแล้วงั้นเหรอ?
…….