- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 103 : แค่จับคู่รอบแรกก็เจอกู่เยว่ซีซะแล้ว!
บทที่ 103 : แค่จับคู่รอบแรกก็เจอกู่เยว่ซีซะแล้ว!
บทที่ 103 : แค่จับคู่รอบแรกก็เจอกู่เยว่ซีซะแล้ว!
บทที่ 103 : แค่จับคู่รอบแรกก็เจอกู่เยว่ซีซะแล้ว!
กู่เยว่ซี: “……”
เธอจ้องมองฉีฉงซานด้วยใบหน้าที่เรียบตึง แววตานั้นมืดครึ้มจนดูน่ากลัว
“เอ่อ…”
ฉีฉงซานถูกสายตานั้นจ้องเอาเสียจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
เป็นอะไรไปอีกล่ะเนี่ย?
ทำไมสายตาถึงดูเหมือนอยากจะฆ่าคนแบบนั้นล่ะ?
ฉันแค่เป็นห่วงนิดหน่อยเอง ทำผิดตรงไหนเนี่ย?
เขาได้แต่เเอบงุนงง…ทำได้เพียงยิ้มแห้งๆและไม่กล้าสานต่อบทสนทนานี้อีก
จากนั้นเขาก็กระแอมไอเบาๆก่อนจะค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นยืน
ในชั่วพริบตานั้น รอยยิ้มอันเป็นมิตรและดูประจบประแจงบนใบหน้าของฉีฉงซานก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น!
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวของยอดฝีมือระดับราชาถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ปิดบัง ปกคลุมไปทั่วทั้งโรงยิมในพริบตา!
จากลานแข่งขันที่เคยมีเสียงจอแจเซ็งแซ่ บัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า!
สายตาของฉีฉงซานกวาดมองไปทั่วบริเวณ แม้ระดับเสียงของเขาจะไม่ได้ดังกึกก้อง ทว่ากลับดังกังวานชัดเจนเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน:
“ฉันขอประกาศ!”
“การสอบแข่งขันรวมรอบคัดเลือกระดับมณฑลซุ่ยหมิงประจำปีนี้...เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!”
สิ้นเสียงประกาศ บนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางโรงยิม ซึ่งกว้างใหญ่พอๆกับสนามฟุตบอล ก็ปรากฏรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าสอบจำนวนนับไม่ถ้วน เลื่อนไหลลงมาราวกับสายน้ำตกที่เชี่ยวกราก!
กฎของการแข่งขันรอบคัดเลือกนั้นแสนจะเรียบง่าย ระบบจะทำการจับคู่ผู้ที่มีระดับความแข็งแกร่งใกล้เคียงกันที่สุดให้มาประลองกัน โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ผู้เข้าสอบแต่ละคนยื่นไว้ตอนสมัคร
หากชนะหนึ่งครั้งก็จะได้รับคะแนนสะสม แต่หากแพ้ก็จะถูกหักคะแนนตามสัดส่วน
ในท้ายที่สุด ผู้ที่ทำคะแนนรวมได้สูงสุดสามพันอันดับแรก จะได้รับสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ เป็นตัวแทนของมณฑลซุ่ยหมิงไปลุยศึกใหญ่ในการสอบแข่งขันรวมสามมณฑลของจริง!
วูบ! วูบ! วูบ!——!!
ในเวลานี้ เวทีประลองนับร้อยแห่งที่กระจายอยู่ตามโซนต่างๆภายในโรงยิม ต่างก็ปรากฏม่านพลังงานสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน
การจับคู่รอบแรก...เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
หัวใจของผู้เข้าสอบทุกคนต่างเต้นระทึกจนแทบจะหลุดออกมาจากอก!
ณ อัฒจันทร์ฝั่งโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่ง หวังเทาและพรรคพวกต่างจ้องเขม็งไปที่หน้าจอยักษ์ตาไม่กะพริบ แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความคาดหวังลึกๆ
พวกเขาทุกคนต่างภาวนาขอให้ตัวเองจับคู่เจอกู่เยว่ซี จะได้สั่งสอนยัยนั่นให้หลาบจำไปเลย!
ไม่กี่วินาทีต่อมา ความเร็วในการเลื่อนของหน้าจอก็เริ่มช้าลง รายชื่อผู้ที่จับคู่สำเร็จในรอบแรกปรากฏหราอยู่เบื้องหน้าทุกคนอย่างชัดเจน
“ดูนั่นสิ! จอใหญ่ที่สาม! มีชื่อของกู่เยว่ซีอยู่ด้วย!”
“เชี่ยเอ๊ย! รอบแรกก็โดนจับคู่เลยเหรอเนี่ย?”
เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นท่ามกลางฝูงชน
สายตาทุกคู่ต่างพุ่งเป้าไปที่ตัวหนังสือบรรทัดหนึ่งบนหน้าจอใหญ่อันดับสามอย่างไม่ได้นัดหมาย
[เวทีประลองหมายเลข: 088]
[กู่เยว่ซี (มัธยมตูหนานที่ 1) VS จี้ป๋อฉู่ (มัธยมหลินไห่ที่ 3)]
และที่ด้านหลังชื่อของทั้งสองคน ยังมีระดับความแข็งแกร่งระบุเอาไว้อย่างชัดเจน
[กู่เยว่ซี: จอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นกลาง]
[จี้ป๋อฉู่: จอมยุทธ์ระดับหนึ่งขั้นกลาง]
ทันทีที่ผลลัพธ์นี้ปรากฏขึ้น...กลุ่มนักเรียนที่เคยรวมตัวประท้วงก็ระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาทันที
“นักเรียนจากเมืองหลินไห่งั้นเหรอ? ก็แค่เมืองบ้านนอกคอกนา มิน่าล่ะระดับฝีมือถึงได้ห่วยแตกขนาดนี้ เพิ่งจะอยู่แค่ระดับหนึ่งขั้นกลางเองเนี่ยนะ?”
“ขำจะตายอยู่แล้ว! ระดับหนึ่งขั้นกลางเจอกับระดับหนึ่งขั้นกลาง? นี่มันศึกไก่อ่อนจิกกันชัดๆ!”
“เจ๋งเป้งไปเลยวะ! เด็กเส้นเจอกับไอ้ซื่อบื้อบ้านนอก ฉันขอพนันเลยว่าไอ้จี้ป๋อฉู่นั่นต้องอัดยัยนั่นจนขี้แตกแน่ๆ!”
……
บนแท่นประธาน
กู่เยว่ซีมองดูผลการจับคู่นี้แล้วรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่
“นี่มันระบบจับคู่บ้าบออะไรกัน? ไหนบอกว่าจะจับคู่คนที่มีระดับฝีมือใกล้เคียงกันไง?”
“เอ่อ…”
ฉีฉงซานถึงกับหน้าแดงเถือกด้วยความอับอาย
เขารีบใช้กระแสจิตส่งเสียงตอบกลับไปอย่างลุกลี้ลุกลน
“เอ่อ...ผิดพลาดน่ะ! เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคล้วนๆ!”
“ก็ข้อมูลระดับพลังที่แท้จริงของเธอเป็นความลับขั้นสุดยอดนี่นา พวกนั้นก็เลยคงเอาข้อมูลตอนที่เธอเข้าเรียนมาใช้จัดคู่ประลองแหงๆ...ปัญหาเล็กน้อยน่า! เรื่องขี้ปะติ๋ว!”
พูดจบเขาก็โบกมือคราหนึ่ง คว้าไมโครโฟนขึ้นมา แล้วประกาศก้องไปทั่วทั้งลานด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ใครโต้แย้ง
“เนื่องจากระบบจัดคู่ประลองของเวทีหมายเลข 88 เกิดความผิดพลาดร้ายแรง คณะกรรมการผู้ตัดสินจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า——ในการแข่งขันรอบนี้ กู่เยว่ซีจากโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่ง เป็นฝ่ายชนะผ่านไปได้เลย!”
“……”
“……”
ทั่วทั้งโรงยิมตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้ายาวนานกว่าสิบวินาที
และในวินาทีถัดมา อัฒจันทร์ฝั่งโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่งก็ระเบิดตู้มราวกับถังดินปืนที่ถูกจุดชนวน!
“เชี่ยเอ๊ย!!!!”
“หมายความว่าไงวะ? แบบนี้ก็ได้เหรอ?!”
“ยังไม่ได้สู้เลย ดันตัดสินให้ชนะเฉย? นี่กะจะไม่แสดงละครตบตาแล้วจริงๆใช่ไหม?”
“แม่งเอ๊ย! โคตรจะอยุติธรรมเลย! แล้วแบบนี้จะสอบไปหาพระแสงอะไรวะ! พวกเราไม่สอบแม่งแล้ว!”
“โกง! ขี้โกง!!”
เสียงก่นด่าด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องระงมไปทั่วจนแสบแก้วหู!
หวังเทาถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
เขามองดูคำว่า ‘ชนะ’ ที่สว่างวาบอยู่บนหน้าจอยักษ์ด้วยสายตาเหม่อลอย สมองขาวโพลนไปหมด
เล่นกันแบบนี้เลยเหรอวะ?
นี่...นี่คงไม่ได้กะจะเปิดไฟเขียวตลอดสาย ดันให้ยัยนั่นผ่านเข้าไปสอบรอบสามมณฑลแบบชิลๆหรอกนะ?
มันจะเว่อร์เกินไปหน่อยไหมเนี่ย?!
ส่วนพวกนักเรียนธรรมดาที่ไม่ได้มีเส้นสาย ยิ่งเดือดดาลจนเลือดขึ้นหน้า
แต่ละคนหน้าดำหน้าแดงคอเป็นเอ็น ถ้าไม่ติดว่ามีอาจารย์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนช่วยกันห้ามไว้สุดฤทธิ์ ป่านนี้พวกเขาคงบุกขึ้นไปบนแท่นประธานแล้ว!
จางเฉิงเยี่ยสังเกตเห็นสถานการณ์ทางฝั่งนั้น สีหน้าของเขาก็เริ่มดูไม่ค่อยดีนัก
“ท่านผู้ว่าการฉีครับ ดูเหมือนว่าทางฝั่งนักเรียนโรงเรียนตูหนานที่หนึ่งกำลังจะคุมไม่อยู่แล้วนะครับ…”
ฉีฉงซานปรายตามองไปทางนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยสีหน้าไม่ยี่หระ
“เห็นแล้วล่ะ ช่างเถอะ ปล่อยพวกเขาไป ก็ข้อมูลมันผิดพลาดจริงๆนี่นา สิ่งที่ฉันทำลงไปก็ถูกต้องตามกฎระเบียบทุกอย่าง ปล่อยให้พวกเขาโวยวายไปเถอะ เดี๋ยวพอนักเรียนกู่ได้ขึ้นเวทีประลองจริงๆสักรอบ พวกเขาก็หุบปากกันไปเองนั่นแหละ”
……
อีกด้านหนึ่ง ณ อัฒจันทร์วีไอพีชั้นบนสุดของโรงยิม
แปดสุดยอดอัจฉริยะจากห้องมังกรซ่อนแห่งโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่ง กำลังนั่งดูการแข่งขันที่กำลังดุเดือดอยู่เบื้องล่างด้วยความเบื่อหน่าย
พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นอัจฉริยะระดับท็อปที่ได้รับโควตาเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตามหลักการ พวกเขาไม่จำเป็นต้องมาเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับมณฑลแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่ทว่า การสอบแข่งขันรวมสามมณฑลในปีนี้ ทางสหพันธ์กลับทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาล
ผู้ที่ติดอันดับหนึ่งร้อยคนแรกจะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงาม ชนิดที่ต่อให้เป็นพวกเขาก็ยังปฏิเสธไม่ลง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระดับฝีมือของพวกเขานั้นทิ้งห่างจากผู้เข้าสอบทั่วไปมากเกินไป เพื่อเป็นการรักษาความยุติธรรมของการแข่งขัน ในช่วงสองวันแรกของรอบคัดเลือก ระบบจึงยังไม่ทำการจับคู่ให้พวกเขาลงประลอง
ดังนั้น ตอนนี้พวกเขาก็เลยได้แต่นั่งดูงิ้วอยู่ตรงนี้ไปพลางๆ
และแน่นอนว่า ภาพเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นด้านล่าง ล้วนตกอยู่ในสายตาของพวกเขาทั้งหมด
“ฮ่าๆ! นี่มันจะโอเวอร์เกินไปหน่อยไหมเนี่ย?”
ฮั่วหมิงเซียนมองดูกลุ่มนักเรียนที่กำลังเดือดดาลจนแทบจะก่อจลาจลอยู่เบื้องล่าง แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“การตัดสินใจของท่านผู้ว่าฯนี่ สงสัยกลัวว่าไฟมันจะลุกไหม้ไม่แรงพอมั้งเนี่ย!”
เซียวหรานเองก็มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ตอนนี้เขาพอจะดูออกแล้วล่ะ ว่าท่านผู้ว่าการรัฐคนนี้ เป็นพวกที่ไม่ยอมทำอะไรตามกรอบเอาเสียเลย
ส่วนนักเรียนห้องมังกรซ่อนคนอื่นๆต่างก็พากันหันไปมองฉินเจิงที่นั่งหน้าดำหน้าแดงอยู่ตรงมุมห้องด้วยสายตาแปลกๆ
“ฉินเจิง”
ฉู่ยี่หราน หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในห้องมังกรซ่อน เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“นี่นายไม่ได้บอกพวกนั้นหรอกเหรอ ว่าจริงๆแล้วกู่เยว่ซีน่ะ ไม่ได้อยู่แค่ระดับหนึ่งขั้นกลางหรอกนะ?”
ใบหน้าของฉินเจิงแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความกระดากอาย
“พวกนั้น...พวกนั้นไม่ได้ถามนี่นา…”
“ตอนนั้นทุกคนกำลังของขึ้น อารมณ์กำลังเดือดปุดๆใครมันจะไปสนใจเรื่องพวกนั้นกันเล่า…”
ทุกคน: “……”
เป็นถึงแกนนำ แต่ดันทำงานชุ่ยๆแบบนี้เนี่ยนะ?
พูดตามตรง ตอนนี้ในใจของฉินเจิงกำลังสั่นเป็นเจ้าเข้า
เมื่อสองวันก่อน การที่เขาถูกยกย่องให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของนักเรียนนับหมื่นคน
แค่ชูมือเรียกครั้งเดียว ทุกคนก็พร้อมใจกันส่งเสียงขานรับ
ความรู้สึกนั้นมันทำให้เขาหลงระเริงจนตัวลอย คิดไปเองว่าตัวเองช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน เป็นดั่งร่างอวตารของความยุติธรรม
แต่พอเวลาผ่านไปสองวัน ความคิดก็เริ่มตกตะกอน ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองชักจะเล่นใหญ่เกินเบอร์ไปหน่อยแล้ว
ดูตอนนี้สิ ขนาดท่านผู้ว่ายังลงมาคุมงานด้วยตัวเอง อาการแบบนี้มันชัดเจนเลยว่าตั้งใจจะคุ้มครองกู่เยว่ซีให้ถึงที่สุดแน่ๆ!
ฉินเจิงมองร่างบางที่ดูเย็นชาบนแท่นประธานด้วยความกระวนกระวายใจ อดไม่ได้ที่จะพูดโพล่งออกมาด้วยความประหม่า
“ฉัน...ฉันคงไม่ได้ทำร้ายกู่เยว่ซีหรอกใช่ไหม?”
“ถึงเธอจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น แต่ถ้าจับพลัดจับผลูไปเจอพวกตัวตึงจากห้องระดับสูงเข้า มีหวังอาจจะโดนอัดจนเจ็บหนักเอาง่ายๆเลยนะ…”
“เจ็บหนักงั้นเหรอ?”
ฉู่ยี่หรานปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ตอนนี้คนที่เกลียดกู่เยว่ซีเข้าไส้ที่สุด ก็คือพวกเด็กเรียนเก่งที่อยู่ระดับสองขั้นต้นเหมือนกัน แต่ดันสอบเข้าห้องมังกรซ่อนไม่ได้นั่นแหละ”
“ในสายตาของพวกนั้น กู่เยว่ซีก็คือคนที่มาแย่งที่นั่งของพวกเขาไป
“ถ้าเกิดบังเอิญจับคู่ไปเจอกันบนเวทีประลองจริงๆล่ะก็...ไม่แน่ว่าพวกนั้นอาจจะกะเอาถึงตาย หรืออัดเธอจนพิการไปเลยก็ได้!”
ฉินเจิง: “……”
ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงในพริบตา
ฉิบหายแล้ว...นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย?
ฉันก็แค่อยากจะเรียกร้องความยุติธรรม
ไม่ได้คิดจะทำลายชีวิตใครสักหน่อย!
…..