เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 : เปิดม่านการสอบประเมินผลร่วม

บทที่ 101 : เปิดม่านการสอบประเมินผลร่วม

บทที่ 101 : เปิดม่านการสอบประเมินผลร่วม


บทที่ 101 : เปิดม่านการสอบประเมินผลร่วม

ทว่าตอนนี้ จักรพรรดิอสนีกลับฉีกกระชากข้ออ้างบังหน้าของเขาออกอย่างไม่ไว้หน้าสักนิด…ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้าย

นี่ก็ผ่านไปสองวันแล้ว กู่เยว่ซีกับเจ้ายุงนั่นยังไม่ออกมาอีก

หรือว่า…หรือว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นอย่างที่จักรพรรดิอสนีพูดจริงๆ?

จางเฉิงเยี่ยและคนอื่นๆที่อยู่รอบข้าง ต่างก็หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย

ถ้ากู่เยว่ซีมาตายที่เมืองตูหนานจริงๆล่ะก็ พวกเขาทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่มีใครรอดพ้นความผิดไปได้สักคนแน่!

เมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยไร้สติของฉีฉงซาน ประกายความดูแคลนก็พาดผ่านนัยน์ตาของจักรพรรดิอสนี

เพื่อรักษาตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเอง ถึงกับยอมทำทุกวิถีทางเลยสินะ!

คนพรรค์นี้น่ะหรือ…ที่คู่ควรจะเป็นถึงยอดฝีมือระดับราชา?

"แม่หนูนั่นเข้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่?" จักรพรรดิอสนีเอ่ยถามเสียงเย็น

"สะ…สองวันก่อน..."

"ถ้าอย่างนั้นก็คงตายไปแล้วล่ะ" จักรพรรดิอสนีหน้าตึง ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแทบจะในทันที

ในมุมมองของเขา อัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ระดับไม่ถึงระดับสาม ต่อให้จะมีพรสวรรค์ล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่มีทางเอาชีวิตรอดท่ามกลางฝูงแมลงนับร้อยล้านตัวได้ถึงสองวันเต็มๆหรอก

สิ้นคำกล่าวนั้น

บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณก็พลันถูกปกคลุมไปด้วยความสิ้นหวังและความเงียบสงัดดั่งป่าช้าในพริบตา

วูบ--!!

ทว่าในตอนนั้นเอง

รอยแยกมิติที่เงียบสงบมาตลอดสองวัน จู่ๆก็เกิดระลอกคลื่นสั่นไหวขึ้นมา

ตามมาด้วยร่างบอบบางอันเย็นชาของหญิงสาว ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างช้าๆ

เด็กสาวยังคงสวมชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนหรือฝุ่นละอองใดๆสีหน้าของเธอเรียบเฉย ราวกับว่าแค่ไปเดินเล่นแถวชานเมืองมาเท่านั้น

บนไหล่ของเธอ มียุงสีเลือดหน้าตาดุร้ายเกาะอยู่อย่างเกียจคร้าน ท่าทางเหมือนยังอิ่มเอมไม่สุด

หนึ่งคนหนึ่งยุงกลับออกมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน!

"ตุ้บ!"

ซากแมลงขนาดยักษ์สีดำทะมึนที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง ถูกกู่เยว่ซีโยนออกมาจากแหวนมิติอย่างลวกๆกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

เธอไม่ได้สนใจสีหน้าตกตะลึงราวกับเห็นผีของคนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

"พญาแมลงจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ"

"ส่วนแมลงกลืนวิญญาณในดินแดนลับ ก็ถูกกวาดล้างไปเกือบหมดแล้ว ขอแค่จัดการพวกที่อยู่ข้างนอกนี่ให้หมด ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะค่ะ"

"..."

ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ

ทุกคนต่างเบิกตากว้างจ้องมองซากพญาแมลงขนาดยักษ์สลับกับกู่เยว่ซีที่มีท่าทีสบายๆและเจ้ายุงที่เกาะอยู่บนไหล่ของเธอ

ตอนนี้…ทุกคนต่างก็อยู่ในอาการงุนงงเป็นไก่ตาแตก

แม้แต่ใบหน้าของจักรพรรดิอสนีก็ยังเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

เขาจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

เธอ…รอดชีวิตกลับมาแบบสวยๆอย่างนี้เลยเหรอ?

นี่ท่านจักรพรรดิผู้นี้ โดนตบหน้าฉาดใหญ่เข้าให้แล้วใช่ไหม?

เดี๋ยวสิ แล้วเธอทำได้ยังไงกัน?

พึ่งแค่เจ้ายุงตัวนั้นน่ะนะ?!

จักรพรรดิอสนีจ้องมองลึกเข้าไปที่ฉู่เซิงซึ่งเกาะอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซี

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังโลหิตอันมหาศาลภายในตัวของเจ้ายุง หัวใจของเขาก็เต้นระรัวขึ้นมาทันที

ความแข็งแกร่งของพลังโลหิตระดับนี้…ระดับสามขั้นปลายงั้นเรอะ?!

นายหญิงอายุแค่สิบแปด ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ แต่อสูรพันธสัญญากลับอยู่ระดับสามขั้นปลายแล้วเนี่ยนะ?

ความเร็วในการเติบโตของยุงตัวนี้มันจะน่ากลัวเกินไปแล้วไหม?

เจ้านี่มัน...อนาคตไร้ขีดจำกัดชัดๆ!

จักรพรรดิอสนีมีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่นาน หนึ่งคนหนึ่งยุงคู่นี้ อาจจะมีคุณสมบัติพอที่จะร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาได้เลยทีเดียว!

"ดี! ดี! ดีมาก!"

คนที่ตั้งสติได้เป็นคนแรกก็คือฉีฉงซาน!

เขามองดูซากพญาแมลงตัวนั้น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น

ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวเมื่อวินาทีก่อน ถูกแทนที่ด้วยความปีติยินดีอย่างหาที่สุดไม่ได้ในพริบตา!

พนันชนะแล้ว! ฉันพนันชนะแล้วโว้ย!

"ท่านผู้ว่าฉีคะ การสอบประเมินผลร่วมใกล้จะเริ่มแล้วใช่ไหมคะ? รบกวนช่วยพาพวกเราไปส่งให้เร็วที่สุดทีเถอะค่ะ"

กู่เยว่ซีเหลือบมองเวลา ก่อนจะหันไปส่งสายตาประหลาดใจให้จักรพรรดิอสนีแวบหนึ่ง แล้วจึงหันมาพูดกับฉีฉงซาน

จักรพรรดิอสนีขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกแปลกๆกับสายตาของเด็กสาว

เมื่อครู่…ทำไมมองเหมือนคนรู้จักกันเลยล่ะ?

คิดไปเองมั้ง? เธอจะไปรู้จักฉันได้ยังไง?

จักรพรรดิอสนีส่ายหน้าสลัดความคิดทิ้งไป หันไปสั่งการฉีฉงซานทันที

"นายพาเธอไปเถอะ ทางนี้ฉันจัดการเอง"

"ได้! ได้เลยครับ!"

ฉีฉงซานพยักหน้ารัวๆ

ตอนนี้เขาแทบอยากจะอัญเชิญกู่เยว่ซีขึ้นหิ้งบูชาเป็นบรรพบุรุษอยู่แล้ว

การไปส่งเธอเข้าสอบด้วยตัวเอง มันก็แค่เรื่องขี้ปะติ๋วเท่านั้นแหละ!

กู่เยว่ซีอดไม่ได้ที่จะปรายตามองจักรพรรดิอสนีด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง

ไม่นึกเลยว่า 'เสี่ยวเล่ยจื่อ' ที่เคยคุกเข่าอ้อนวอนเรียกเธอว่าท่านย่าในชาติก่อน พอมาชาตินี้จะเก๊กขรึมได้เนียนขนาดนี้?

...

ณ สนามกีฬาใจกลางมณฑลซุ่ยหมิง

สนามกีฬาขนาดยักษ์ที่สามารถจุคนได้ถึงหนึ่งแสนคน บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีที่ว่าง

นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสามนับหมื่นคนจากทั่วทั้งมณฑล ต่างมารวมตัวกันที่นี่

การสอบประเมินผลร่วมในปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันครั้งใหญ่

สามวันแรก จะเป็นการแข่งขันรอบ 'คัดเลือก' ภายในมณฑลซุ่ยหมิง

ผู้เข้าสอบที่ทำคะแนนรวมติดสามพันอันดับแรกในการแข่งรอบคัดเลือกเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบต่อไป เพื่อเป็นตัวแทนของมณฑลซุ่ยหมิง ไปประชันฝีมือกับเหล่ายอดอัจฉริยะจากมณฑลชางหลานและมณฑลเทียนหั่ว

นั่นแหละถึงจะเป็น 'การสอบประเมินผลร่วมสามมณฑล' ของจริง

และในเวลานี้ บริเวณที่นั่งของโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่งภายในสนามกีฬา

กลุ่มนักเรียนที่รวมตัวกันประท้วงเรื่อง 'กู่เยว่ซี' ต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส

"นี่ พวกนายคิดว่าคนที่ชื่อกู่เยว่ซีนั่น วันนี้จะมาไหม?"

"ต้องมาสิ! โรงเรียนออกประกาศขนาดนั้นแล้ว…ถ้าเธอไม่มา ผู้บริหารโรงเรียนก็หน้าแตกน่ะสิ?"

"หึ! ตามกฎกติกาของปีนี้ ด้วยฝีมือแค่นั้นของยัยนั่น เกรงว่าจะไม่ผ่านเข้ารอบประเมินผลสามมณฑลของจริงด้วยซ้ำ!"

พอมีคนพูดขึ้นมาแบบนี้ ก็มีเสียงสนับสนุนดังขึ้นมาทันที

"นั่นสิ! ต้องติดสามพันอันดับแรกของมณฑลถึงจะได้เข้าสอบรอบจริง นักเรียนโรงเรียนตูหนานที่หนึ่งของพวกเรามีตั้งพันกว่าคน ต้องได้โควตากันทุกคนแน่นอน…หึๆยกเว้นยัยนั่นล่ะนะ!"

"ฮ่าๆๆ! แค่ระดับหนึ่งขั้นกลาง แถมอสูรพันธสัญญายังเป็นแค่ยุงลายอีก จะเอาอะไรไปติดสามพันอันดับแรก? เธอเตรียมรอขายหน้าได้เลย!"

"ฉันว่านะ ไม่ต้องรอถึงรอบสามมณฑลหรอก…แค่รอบคัดเลือก ยัยนั่นก็คงโดนอัดยับแล้วล่ะ!"

"ใช่แล้ว! ขอแค่ให้ฉันจับคู่เจอยัยนั่นเถอะ ฉันจะทำให้ยัยนั่นรู้ซึ้งเองว่า การไม่มีฝีมือ เอาแต่พึ่งพาเส้นสาย มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอก!"

ทุกคนต่างมีสีหน้าโกรธแค้นและฮึกเหิม ราวกับพร้อมที่จะเป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรมลงทัณฑ์คนผิดแล้ว

ทว่า ก็มีบางคนที่แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน

เด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงเบา

"พูดน่ะมันก็ง่าย…แต่ถ้าเกิดเบื้องหลังของยัยนั่นมันยิ่งใหญ่มากจริงๆล่ะ? ถ้าพวกเราไปสั่งสอนยัยนั่นหนักมือเกินไป จะไม่โดนแก้แค้นเอาเหรอ?"

"กลัวบ้าอะไรเล่า!" เด็กหนุ่มร่างบึกบึนที่อารมณ์ร้อนตะคอกกลับทันที

"คนเยอะขนาดนี้ กฎหมายเอาผิดไม่ไหวหรอก! พวกเรามีตั้งกี่คน ยัยนั่นมีปัญญาจัดการพวกเราหมดเหรอ?"

"ถ้ายัยนั่นกล้าทำแบบนั้นจริงๆมันก็ยิ่งตอกย้ำว่ายัยนั่นใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงคนอื่นน่ะสิ! ถึงตอนนั้น กระแสสังคมก็จะยิ่งเข้าข้างพวกเรา!"

เสียงเห็นด้วยดังระงมขึ้นรอบด้านทันที

เมื่อเห็นดังนั้น เด็กหนุ่มร่างบึกบึนก็ยิ่งเลือดเดือด ก้าวออกมายืนข้างหน้าแล้วประกาศกร้าว

"ทุกคนพูดถูก! พวกเราไม่ต้องกลัว!"

"ที่พวกเราทำแบบนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะรังแกใคร พวกเราก็แค่อยากได้ความยุติธรรม!

“พวกเราต้องการให้พวกผู้ดีตีนแดงที่ชอบทำตัวอยู่เหนือคนอื่น ได้เห็นความโกรธเกรี้ยวของคนธรรมดาอย่างพวกเรา!”

"พวกเราจะทำให้พวกมันรู้ว่า อภิสิทธิ์ชน ไม่มีสิทธิ์อยู่เหนือกฎเกณฑ์! อย่างน้อย…วันหลังถ้าพวกมันคิดจะทำเรื่องแบบนี้อีก ก็จะได้หัดชั่งน้ำหนักดูบ้าง!"

คำพูดเหล่านั้นช่างปลุกเร้าอารมณ์และหนักแน่นทรงพลัง

เหล่านักเรียนที่รายล้อมอยู่พอได้ยินเข้า ก็เหมือนถูกฉีดสารกระตุ้น พากันโห่ร้องสนับสนุนกันยกใหญ่

ทว่าในตอนนั้นเอง...

ครืน--!

เหนือสนามกีฬา จู่ๆก็เกิดเสียงโซนิคบูมดังสนั่นหวั่นไหว!

ทุกคนสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ

ลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าด้วยความเร็วเหลือเชื่อ ก่อนจะหยุดร่อนลงอย่างนุ่มนวลกลางอากาศ เหนือบริเวณที่นั่งของโรงเรียนตูหนานที่หนึ่งพอดี

เมื่อแสงสว่างจางลง ก็เผยให้เห็นร่างสองร่างปรากฏขึ้น

ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้า คือชายวัยกลางคนในชุดจงซาน ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยบารมีน่าเกรงขาม

ส่วนข้างกายเขา คือเด็กสาวแสนสวยในชุดกระโปรงสีขาว ท่าทีเย็นชาเเละเยือกเย็น

"นะ…นั่นมัน…ท่านผู้ว่าไม่ใช่เหรอ?!"

มีคนจำหน้าฉีฉงซานได้ ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา!

ในชั่วพริบตานั้น ทั่วทั้งบริเวณที่นั่งของโรงเรียนตูหนานที่หนึ่ง ก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

ทุกคนเบิกตาค้าง สมองขาวโพลนไปหมด

ผู้ว่า…มาส่งนักเรียนเข้าสอบด้วยตัวเองเนี่ยนะ?

นี่มันระดับอภิสิทธิ์ชนขั้นไหนกันวะเนี่ย?!

"เชี่ย!" เด็กหนุ่มร่างบึกบึนอ้าปากค้าง

"แบบนี้แม่ง…ยังจะกล้าบอกว่าไม่ใช่เด็กเส้นอีกเรอะ?!"

….........

จบบทที่ บทที่ 101 : เปิดม่านการสอบประเมินผลร่วม

คัดลอกลิงก์แล้ว