เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!

บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!

บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!


บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!

หนึ่งคนหนึ่งยุงถึงกับพูดไม่ออก

ช่างเป็นคนเก่งเสียจริง…ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ ไวยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือเสียอีก!

หางตาของกู่เยว่ซีกระตุกเล็กน้อย ชาติก่อนเธอเคยเห็นยอดฝีมือระดับราชามาไม่ต่ำกว่าแปดสิบหรือร้อยคน

แต่คนหน้าหนาอย่างฉีฉงซาน…ก็เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกนี่แหละ

แต่เธอก็ขี้เกียจจะไปถือสาหาความอะไร ในเมื่อเขาจัดการให้ได้ มันก็คุยกันง่าย

"ในเมื่อท่านผู้ว่าฉีมีความจริงใจถึงขนาดนี้ งั้นก็ตกลงตามนี้ก็แล้วกันค่ะ…รอให้พวกเราสอบประเมินผลร่วมเสร็จเมื่อไหร่ ฉันค่อยไปจัดการกับพญาแมลงตัวนั้นให้"

เธอแอบคิดในใจว่าการสอบก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน ไม่เห็นต้องรีบร้อนอะไร

เเต่พอฉีฉงซานได้ยินแบบนั้น ใบหน้าก็บิดเบี้ยวกลายเป็นมะระขี้นก ร้อนรนกระวนกระวายขึ้นมาทันที

"อย่าเลยนะ แม่ทูนหัวของฉัน!"

"กว่าการสอบจะเริ่มก็ตั้งอีกสองวันนะ! แถมตัวการสอบเองก็กินเวลาไปตั้งเจ็ดวันเต็มๆ! ไปๆกลับๆนี่มันล่อไปเก้าวันเลยนะ!

“นี่…แบบนี้มันนานเกินไปแล้ว!”

ตอนนี้เขาแทบจะรอไม่ไหวแม้แต่นาทีเดียว หรือวินาทีเดียว

เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของเมืองตูหนานกำลังถูกไอ้พวกแมลงบ้าพวกนั้นกัดกินอยู่ทุกขณะจิต สิ่งที่ร่วงหล่นหายไปไม่ใช่สมุนไพรวิญญาณ แต่มันคือชีวิตทางการเมืองและหมวกตำแหน่งของเขาต่างหาก!

เขารีบถูมือไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเรียกได้ว่าอ้อนวอน

"เอาแบบนี้ดีไหม…วันนี้เลย? พวกเราไปกันวันนี้เลยเป็นไง?"

กู่เยว่ซีได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

วันนี้เลยเหรอ?

เธอลังเลก่อนจะถามกลับว่า

"แต่ว่า ถ้าเกิดเข้าไปเสียเวลาในดินแดนลับนานเกินไป จนพลาดการสอบขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ?"

เธอไม่อยากทิ้งรางวัลจากการสอบครั้งนี้ไปหรอกนะ

พอฉีฉงซานฟังแล้วเห็นว่ามีหวัง เขาก็รีบตบหน้าอกเสื้อจงซานของตัวเองดังปุบปับ รับประกันอย่างแข็งขันทันที

"ไม่มีทางเด็ดขาด!"

"เธอวางใจได้เลย! อย่าว่าแต่ช้าไปไม่กี่วันเลย ต่อให้เธอไปสายสักสามถึงห้าวัน ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน!"

"เเละเมื่อถึงเวลานั้น ฉันจะไปส่งเธอที่สนามสอบด้วยตัวเองเลย! อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันจะกล้าขวาง? ใครมันจะกล้าปริปากห้ามแม้แต่ครึ่งคำ?!"

กู่เยว่ซีลองคิดดูแล้วก็เห็นด้วย

มีผู้ว่ามาเปิดประตูหลังให้ด้วยตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการสอบจริงๆนั่นแหละ

เธอหันไปส่งกระแสจิตผ่านพันธสัญญาเลือดเพื่อถามความเห็นฉู่เซิง

"หึ่งๆ! (ฉันไม่มีปัญหา! จะไปที่ไหนฉันก็สูบเลือดได้ทั้งนั้นแหละ!)" ฉู่เซิงตอบกลับทันควัน

เขาเองก็อยากได้บัตรผ่านเกาะฮ่องกงเร็วๆเหมือนกัน พอสอบเสร็จปุ๊บก็จะได้บินไปที่นั่นได้เลย!

เมื่อสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นและอยากรู้อยากลองของมัน กู่เยว่ซีก็รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาอีกระลอก

เจ้ายุงเวรนี่ มันเล็งของพวกนี้ไว้จริงๆด้วยแฮะ

แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ในหัวของเธอเต็มไปด้วยทิศทางอนาคตของโลกใบนี้

แถมโอกาสที่จะช่วยยกระดับพลังจิตที่เกาะฮ่องกง เธอจำได้ขึ้นใจอยู่หลายอย่าง และมีสองอย่างที่เธอมั่นใจเลยว่า เจ้ายุงนี่ไม่มีทางใช้ได้แน่นอน

ถึงเวลานั้น มันก็ทำได้แค่มองตาปริบๆเท่านั้นแหละ

พอคิดได้แบบนี้ กู่เยว่ซีจึงพยักหน้า ถือว่าตกลงตามข้อเสนอของฉีฉงซาน

"ดี! ดีมากเลย! ฉันขอเป็นตัวแทนชาวเมืองตูหนานขอบคุณเธอมากๆ!

“ไป! พวกเราไปที่ทางเข้าดินแดนลับกันเดี๋ยวนี้เลย!”

ฉีฉงซานดีใจจนเนื้อเต้น

เขารีบพาหนึ่งคนหนึ่งยุงขึ้นรถประจำตำแหน่งที่ติดป้ายทะเบียนพิเศษของผู้ว่ามณฑล

ภายใต้การคุ้มกันของกองกำลังรักษาความปลอดภัย ขบวนรถก็แล่นทะยานออกนอกเมืองไปอย่างยิ่งใหญ่…ทิ้งเซียวหรานให้ยืนทำหน้าซับซ้อนอยู่หน้าประตูโรงเรียนเพียงลำพัง

เขามองตามขบวนรถที่แล่นจากไปอย่างเหม่อลอย ในหัวสับสนวุ่นวายไปหมด

เจ้ายุงตัวนี้…มันจะทำได้ทุกอย่างเกินไปแล้วมั้ง?

ล้างคำสาปสายเลือดก็ทำได้ ช่วยสัตว์อสูรทะลวงสู่ระดับราชาก็ทำได้ แถมตอนนี้ยังจะไปแก้ปัญหาภัยพิบัติแมลงที่แม้แต่รัฐบาลมณฑลยังจนปัญญาได้อีก?

ประโยชน์ใช้สอยมันจะเหนือชั้นเกินไปหน่อยแล้ว

เซียวหรานขมวดคิ้วแน่น รู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ

ตอนนี้เจ้ายุงตัวนี้ได้รับความสำคัญจากรัฐบาลมณฑล หรือแม้กระทั่งตัวท่านผู้ว่าเองถึงขนาดนี้

ทางโรงเรียนยังจะกล้าบังคับให้กู่เยว่ซีไปเข้าร่วมการสอบประเมินผลสามมณฑลที่อันตรายสุดๆนั่น เพียงเพราะทนแรงกดดันจากกระแสสังคมนิดหน่อยจริงๆน่ะหรือ?

มันผิดตรรกะเห็นๆ!

หรือว่า…เบื้องหลังเรื่องนี้ยังมีความลับอะไรที่เขาไม่รู้อีก?

กู่เยว่ซีอยากจะเข้าร่วมเองงั้นเหรอ?

หรือว่า…ทางโรงเรียนและรัฐบาลมณฑล มีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของเจ้ายุงตัวนั้นของเธออย่างทะลุขีดจำกัดไปแล้ว?

ยิ่งเซียวหรานคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกแน่ๆ...

...

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ขบวนรถมาจอดลงที่หน้าป่ารกร้างไร้ผู้คนแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองตูหนาน

สถานที่แห่งนี้ถูกกองทัพปิดล้อมไว้อย่างแน่นหนา ฐานทัพทหารขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นตระหง่าน

และที่ใจกลางฐานทัพนั้นเอง รอยแยกมิติที่บิดเบี้ยวและแผ่กลิ่นอายอัปมงคลออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็กำลังลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ

"นักเรียนกู่ ที่นี่ก็คือทางเข้าดินแดนลับ…พวกเราตั้งชื่อมันว่า 'ป่ากลืนวิญญาณ'"

ฉีฉงซานชี้ไปที่รอยแยกมิตินั้น พร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"พวกเธอแค่เข้าไป หาตัวพญาแมลงกลืนวิญญาณให้พบแล้วฆ่ามันซะ ทำให้ดินแดนลับแห่งนี้ไม่สามารถผลิตแมลงกลืนวิญญาณตัวใหม่ๆออกมาได้อีก ภารกิจก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว"

กู่เยว่ซีพยักหน้ารับ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย

"แล้วไอ้พวกแมลงที่ล้นทะลักออกมาอาละวาดอยู่ข้างนอกล่ะคะ? พวกท่านกะจะจัดการยังไง?"

"เรื่องนั้นเธอวางใจได้เลย!"

ฉีฉงซานโบกมืออย่างสบายๆ

"ฉันติดต่อไปหาสหายเก่าคนนึงแล้ว! ตอนนี้เขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเชียวนะ!"

"รอให้ข่าวดีของพวกเธอส่งมาเมื่อไหร่ เขาจะลงมือทันที โดยใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์ ลบแมลงกลืนวิญญาณทั้งหมดในเมืองตูหนานให้หายไปจากโลกนี้อย่างหมดจดเลยล่ะ!"

พร้อมกัน​นั้น เขาอดไม่ได้ที่จะคุยโว

"ฉันกับท่านยอดฝีมือระดับจักรพรรดิคนนั้นน่ะ เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กเลยนะ! ความสัมพันธ์ของเราสองคนน่ะ ใส่กางเกงตัวเดียวกันยังได้เลย! พอฉันเอ่ยปากปุ๊บ เขาก็ตกลงปั๊บทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงเลยแหละ!"

กู่เยว่ซีฟังคำพูดของเขาแล้วก็เหลือบตาขึ้นมองอย่างไร้ความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า

"ในเมื่อท่านกับยอดฝีมือระดับจักรพรรดิท่านนั้นสนิทกันขนาดนี้ แล้วทำไมภัยพิบัติแมลงนี่มันลากยาวมาตั้งสองปี เขาถึงเพิ่งจะยอมลงมือล่ะคะ?"

"คงไม่ใช่ว่า…ท่านตามขอร้องเขามาตลอดสองปีเลยหรอกนะคะ?"

".....”

รอยยิ้มของฉีฉงซานถึงกับค้างเติ่ง

เขากระแอมไอสองสามที ใบหน้าแก่ชราเริ่มแดงซ่าน

"โธ่เอ๊ย! ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว! ไม่พูดแล้ว! พวกเธอรีบเข้าไปเถอะ! ไปไวกลับไวนะ! ฉันจะรอฟังข่าวดีอยู่ข้างนอกนี่แหละ!"

กู่เยว่ซีก็ขี้เกียจจะพูดอะไรต่อ

เธอพกฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ ก้าวเท้าเดินเข้าไปในรอยแยกมิติที่บิดเบี้ยวนั้นทันที

หลังจากภาพหมุนคว้างอยู่ครู่หนึ่ง ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้างขึ้น

ที่นี่คือป่าที่ทั้งมืดสลัวและน่าอึดอัด ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเน่าเปื่อยและความตาย

และสิ่งที่ทำให้ขนหัวลุกที่สุดก็คือ ไม่ว่าจะเป็นพื้นดิน ลำต้นของต้นไม้ หรือแม้กระทั่งบนท้องฟ้า ทุกหนทุกแห่งที่สายตามองเห็น ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยแมลงสีดำจำนวนมหาศาลยั้วเยี้ยไปหมด

จำนวนของมัน…มากกว่าในแปลงสมุนไพรของโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่งถึงร้อยเท่าพันเท่า!

นี่มันทะเลแมลงชัดๆ!

"หึ่งๆๆ! (เชี่ย โรคกลัวรูจะกำเริบแล้วเนี่ย!)" ฉู่เซิงสูดลมหายใจเข้าลึก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว!

แต่แล้วเขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที

เป็นเพราะว่า…แมลงกลืนวิญญาณที่นี่ มีระดับความแข็งแกร่งเฉลี่ยสูงกว่าข้างนอกตั้งหนึ่งระดับ!

ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเดินกันให้ควั่ก ระดับสองขั้นต้นก็มีเยอะมาก!

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรระดับสองช่วงปลาย ไปจนถึงขั้นสูงสุดอีกเพียบ!

ถ้าเอาลูกสมุนทั้งแปดพันตัวของเขา มาเปลี่ยนเป็นระดับสองขั้นสูงสุดให้หมด...

พลังรบก็จะพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีกระลอก…อัปเกรดอาวุธขนานแท้! ถือเป็นผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึงจริงๆ!

แต่ไม่นานฉู่เซิงก็พบกับปัญหาข้อหนึ่ง

นั่นคือขอบเขตการสำรวจของ [เนตรมารปรภพ] ของเขามันอยู่แค่หนึ่งพันเมตรเท่านั้น

ในดินแดนลับที่เป็นทะเลแมลงกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาแบบนี้ ระยะแค่หนึ่งพันเมตรมันช่างน้อยนิดน่าสงสารเหลือเกิน

แถมระยะที่เขาจะควบคุมลูกสมุนได้ ก็ขึ้นอยู่กับขอบเขตของ [เนตรมารปรภพ] ด้วย หนึ่งพันเมตรมันแคบเกินไป ลงมือไม่ถนัดเอาซะเลย

ขืนต้องค่อยๆคลำหาไปทีละนิด เมื่อไหร่จะหาพญาแมลงเจอเล่า?

ไม่ได้การ!

ต้องอัปเกรด!

ฉู่เซิงเปิดหน้าต่างระบบของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่ลังเล

แต้มวิวัฒนาการยังมีเหลืออีกตั้งสามร้อยกว่า แถมยังมีสมุนไพรวิญญาณอีกร้อยต้นที่เซียวหรานให้มา…มากพอให้ผลาญเล่นได้รอบนึงสบายๆ!

[ติ๊ง! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 30 แต้ม! 'เนตรมารปรภพ' เลื่อนระดับเป็น lv5! ขอบเขตการสำรวจเพิ่มเป็น 3000 เมตร!]

[ติ๊ง! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 50 แต้ม! 'เนตรมารปรภพ' เลื่อนระดับเป็น lv6! ขอบเขตการสำรวจเพิ่มเป็น 6000 เมตร!]

[ติ๊ง! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 80 แต้ม! 'เนตรมารปรภพ' เลื่อนระดับเป็น lv7! ขอบเขตการสำรวจเพิ่มเป็น 12000 เมตร!]

หนึ่งหมื่นสองพันเมตร!

พอใช้งานแล้ว!

……

จบบทที่ บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!

คัดลอกลิงก์แล้ว