- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!
บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!
บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!
บทที่ 99 : เข้าสู่ดินแดนลับ!
หนึ่งคนหนึ่งยุงถึงกับพูดไม่ออก
ช่างเป็นคนเก่งเสียจริง…ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ ไวยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือเสียอีก!
หางตาของกู่เยว่ซีกระตุกเล็กน้อย ชาติก่อนเธอเคยเห็นยอดฝีมือระดับราชามาไม่ต่ำกว่าแปดสิบหรือร้อยคน
แต่คนหน้าหนาอย่างฉีฉงซาน…ก็เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกนี่แหละ
แต่เธอก็ขี้เกียจจะไปถือสาหาความอะไร ในเมื่อเขาจัดการให้ได้ มันก็คุยกันง่าย
"ในเมื่อท่านผู้ว่าฉีมีความจริงใจถึงขนาดนี้ งั้นก็ตกลงตามนี้ก็แล้วกันค่ะ…รอให้พวกเราสอบประเมินผลร่วมเสร็จเมื่อไหร่ ฉันค่อยไปจัดการกับพญาแมลงตัวนั้นให้"
เธอแอบคิดในใจว่าการสอบก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน ไม่เห็นต้องรีบร้อนอะไร
เเต่พอฉีฉงซานได้ยินแบบนั้น ใบหน้าก็บิดเบี้ยวกลายเป็นมะระขี้นก ร้อนรนกระวนกระวายขึ้นมาทันที
"อย่าเลยนะ แม่ทูนหัวของฉัน!"
"กว่าการสอบจะเริ่มก็ตั้งอีกสองวันนะ! แถมตัวการสอบเองก็กินเวลาไปตั้งเจ็ดวันเต็มๆ! ไปๆกลับๆนี่มันล่อไปเก้าวันเลยนะ!
“นี่…แบบนี้มันนานเกินไปแล้ว!”
ตอนนี้เขาแทบจะรอไม่ไหวแม้แต่นาทีเดียว หรือวินาทีเดียว
เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของเมืองตูหนานกำลังถูกไอ้พวกแมลงบ้าพวกนั้นกัดกินอยู่ทุกขณะจิต สิ่งที่ร่วงหล่นหายไปไม่ใช่สมุนไพรวิญญาณ แต่มันคือชีวิตทางการเมืองและหมวกตำแหน่งของเขาต่างหาก!
เขารีบถูมือไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเรียกได้ว่าอ้อนวอน
"เอาแบบนี้ดีไหม…วันนี้เลย? พวกเราไปกันวันนี้เลยเป็นไง?"
กู่เยว่ซีได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
วันนี้เลยเหรอ?
เธอลังเลก่อนจะถามกลับว่า
"แต่ว่า ถ้าเกิดเข้าไปเสียเวลาในดินแดนลับนานเกินไป จนพลาดการสอบขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ?"
เธอไม่อยากทิ้งรางวัลจากการสอบครั้งนี้ไปหรอกนะ
พอฉีฉงซานฟังแล้วเห็นว่ามีหวัง เขาก็รีบตบหน้าอกเสื้อจงซานของตัวเองดังปุบปับ รับประกันอย่างแข็งขันทันที
"ไม่มีทางเด็ดขาด!"
"เธอวางใจได้เลย! อย่าว่าแต่ช้าไปไม่กี่วันเลย ต่อให้เธอไปสายสักสามถึงห้าวัน ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน!"
"เเละเมื่อถึงเวลานั้น ฉันจะไปส่งเธอที่สนามสอบด้วยตัวเองเลย! อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันจะกล้าขวาง? ใครมันจะกล้าปริปากห้ามแม้แต่ครึ่งคำ?!"
กู่เยว่ซีลองคิดดูแล้วก็เห็นด้วย
มีผู้ว่ามาเปิดประตูหลังให้ด้วยตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการสอบจริงๆนั่นแหละ
เธอหันไปส่งกระแสจิตผ่านพันธสัญญาเลือดเพื่อถามความเห็นฉู่เซิง
"หึ่งๆ! (ฉันไม่มีปัญหา! จะไปที่ไหนฉันก็สูบเลือดได้ทั้งนั้นแหละ!)" ฉู่เซิงตอบกลับทันควัน
เขาเองก็อยากได้บัตรผ่านเกาะฮ่องกงเร็วๆเหมือนกัน พอสอบเสร็จปุ๊บก็จะได้บินไปที่นั่นได้เลย!
เมื่อสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นและอยากรู้อยากลองของมัน กู่เยว่ซีก็รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาอีกระลอก
เจ้ายุงเวรนี่ มันเล็งของพวกนี้ไว้จริงๆด้วยแฮะ
แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ในหัวของเธอเต็มไปด้วยทิศทางอนาคตของโลกใบนี้
แถมโอกาสที่จะช่วยยกระดับพลังจิตที่เกาะฮ่องกง เธอจำได้ขึ้นใจอยู่หลายอย่าง และมีสองอย่างที่เธอมั่นใจเลยว่า เจ้ายุงนี่ไม่มีทางใช้ได้แน่นอน
ถึงเวลานั้น มันก็ทำได้แค่มองตาปริบๆเท่านั้นแหละ
พอคิดได้แบบนี้ กู่เยว่ซีจึงพยักหน้า ถือว่าตกลงตามข้อเสนอของฉีฉงซาน
"ดี! ดีมากเลย! ฉันขอเป็นตัวแทนชาวเมืองตูหนานขอบคุณเธอมากๆ!
“ไป! พวกเราไปที่ทางเข้าดินแดนลับกันเดี๋ยวนี้เลย!”
ฉีฉงซานดีใจจนเนื้อเต้น
เขารีบพาหนึ่งคนหนึ่งยุงขึ้นรถประจำตำแหน่งที่ติดป้ายทะเบียนพิเศษของผู้ว่ามณฑล
ภายใต้การคุ้มกันของกองกำลังรักษาความปลอดภัย ขบวนรถก็แล่นทะยานออกนอกเมืองไปอย่างยิ่งใหญ่…ทิ้งเซียวหรานให้ยืนทำหน้าซับซ้อนอยู่หน้าประตูโรงเรียนเพียงลำพัง
เขามองตามขบวนรถที่แล่นจากไปอย่างเหม่อลอย ในหัวสับสนวุ่นวายไปหมด
เจ้ายุงตัวนี้…มันจะทำได้ทุกอย่างเกินไปแล้วมั้ง?
ล้างคำสาปสายเลือดก็ทำได้ ช่วยสัตว์อสูรทะลวงสู่ระดับราชาก็ทำได้ แถมตอนนี้ยังจะไปแก้ปัญหาภัยพิบัติแมลงที่แม้แต่รัฐบาลมณฑลยังจนปัญญาได้อีก?
ประโยชน์ใช้สอยมันจะเหนือชั้นเกินไปหน่อยแล้ว
เซียวหรานขมวดคิ้วแน่น รู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ
ตอนนี้เจ้ายุงตัวนี้ได้รับความสำคัญจากรัฐบาลมณฑล หรือแม้กระทั่งตัวท่านผู้ว่าเองถึงขนาดนี้
ทางโรงเรียนยังจะกล้าบังคับให้กู่เยว่ซีไปเข้าร่วมการสอบประเมินผลสามมณฑลที่อันตรายสุดๆนั่น เพียงเพราะทนแรงกดดันจากกระแสสังคมนิดหน่อยจริงๆน่ะหรือ?
มันผิดตรรกะเห็นๆ!
หรือว่า…เบื้องหลังเรื่องนี้ยังมีความลับอะไรที่เขาไม่รู้อีก?
กู่เยว่ซีอยากจะเข้าร่วมเองงั้นเหรอ?
หรือว่า…ทางโรงเรียนและรัฐบาลมณฑล มีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของเจ้ายุงตัวนั้นของเธออย่างทะลุขีดจำกัดไปแล้ว?
ยิ่งเซียวหรานคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกแน่ๆ...
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ขบวนรถมาจอดลงที่หน้าป่ารกร้างไร้ผู้คนแห่งหนึ่งในเขตชานเมืองตูหนาน
สถานที่แห่งนี้ถูกกองทัพปิดล้อมไว้อย่างแน่นหนา ฐานทัพทหารขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นตระหง่าน
และที่ใจกลางฐานทัพนั้นเอง รอยแยกมิติที่บิดเบี้ยวและแผ่กลิ่นอายอัปมงคลออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็กำลังลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
"นักเรียนกู่ ที่นี่ก็คือทางเข้าดินแดนลับ…พวกเราตั้งชื่อมันว่า 'ป่ากลืนวิญญาณ'"
ฉีฉงซานชี้ไปที่รอยแยกมิตินั้น พร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"พวกเธอแค่เข้าไป หาตัวพญาแมลงกลืนวิญญาณให้พบแล้วฆ่ามันซะ ทำให้ดินแดนลับแห่งนี้ไม่สามารถผลิตแมลงกลืนวิญญาณตัวใหม่ๆออกมาได้อีก ภารกิจก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว"
กู่เยว่ซีพยักหน้ารับ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
"แล้วไอ้พวกแมลงที่ล้นทะลักออกมาอาละวาดอยู่ข้างนอกล่ะคะ? พวกท่านกะจะจัดการยังไง?"
"เรื่องนั้นเธอวางใจได้เลย!"
ฉีฉงซานโบกมืออย่างสบายๆ
"ฉันติดต่อไปหาสหายเก่าคนนึงแล้ว! ตอนนี้เขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดิเชียวนะ!"
"รอให้ข่าวดีของพวกเธอส่งมาเมื่อไหร่ เขาจะลงมือทันที โดยใช้พลังแห่งกฎเกณฑ์ ลบแมลงกลืนวิญญาณทั้งหมดในเมืองตูหนานให้หายไปจากโลกนี้อย่างหมดจดเลยล่ะ!"
พร้อมกัน​นั้น เขาอดไม่ได้ที่จะคุยโว
"ฉันกับท่านยอดฝีมือระดับจักรพรรดิคนนั้นน่ะ เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กเลยนะ! ความสัมพันธ์ของเราสองคนน่ะ ใส่กางเกงตัวเดียวกันยังได้เลย! พอฉันเอ่ยปากปุ๊บ เขาก็ตกลงปั๊บทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงเลยแหละ!"
กู่เยว่ซีฟังคำพูดของเขาแล้วก็เหลือบตาขึ้นมองอย่างไร้ความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า
"ในเมื่อท่านกับยอดฝีมือระดับจักรพรรดิท่านนั้นสนิทกันขนาดนี้ แล้วทำไมภัยพิบัติแมลงนี่มันลากยาวมาตั้งสองปี เขาถึงเพิ่งจะยอมลงมือล่ะคะ?"
"คงไม่ใช่ว่า…ท่านตามขอร้องเขามาตลอดสองปีเลยหรอกนะคะ?"
".....”
รอยยิ้มของฉีฉงซานถึงกับค้างเติ่ง
เขากระแอมไอสองสามที ใบหน้าแก่ชราเริ่มแดงซ่าน
"โธ่เอ๊ย! ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว! ไม่พูดแล้ว! พวกเธอรีบเข้าไปเถอะ! ไปไวกลับไวนะ! ฉันจะรอฟังข่าวดีอยู่ข้างนอกนี่แหละ!"
กู่เยว่ซีก็ขี้เกียจจะพูดอะไรต่อ
เธอพกฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ ก้าวเท้าเดินเข้าไปในรอยแยกมิติที่บิดเบี้ยวนั้นทันที
หลังจากภาพหมุนคว้างอยู่ครู่หนึ่ง ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้างขึ้น
ที่นี่คือป่าที่ทั้งมืดสลัวและน่าอึดอัด ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเน่าเปื่อยและความตาย
และสิ่งที่ทำให้ขนหัวลุกที่สุดก็คือ ไม่ว่าจะเป็นพื้นดิน ลำต้นของต้นไม้ หรือแม้กระทั่งบนท้องฟ้า ทุกหนทุกแห่งที่สายตามองเห็น ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยแมลงสีดำจำนวนมหาศาลยั้วเยี้ยไปหมด
จำนวนของมัน…มากกว่าในแปลงสมุนไพรของโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่งถึงร้อยเท่าพันเท่า!
นี่มันทะเลแมลงชัดๆ!
"หึ่งๆๆ! (เชี่ย โรคกลัวรูจะกำเริบแล้วเนี่ย!)" ฉู่เซิงสูดลมหายใจเข้าลึก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
แต่แล้วเขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที
เป็นเพราะว่า…แมลงกลืนวิญญาณที่นี่ มีระดับความแข็งแกร่งเฉลี่ยสูงกว่าข้างนอกตั้งหนึ่งระดับ!
ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดเดินกันให้ควั่ก ระดับสองขั้นต้นก็มีเยอะมาก!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรระดับสองช่วงปลาย ไปจนถึงขั้นสูงสุดอีกเพียบ!
ถ้าเอาลูกสมุนทั้งแปดพันตัวของเขา มาเปลี่ยนเป็นระดับสองขั้นสูงสุดให้หมด...
พลังรบก็จะพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีกระลอก…อัปเกรดอาวุธขนานแท้! ถือเป็นผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึงจริงๆ!
แต่ไม่นานฉู่เซิงก็พบกับปัญหาข้อหนึ่ง
นั่นคือขอบเขตการสำรวจของ [เนตรมารปรภพ] ของเขามันอยู่แค่หนึ่งพันเมตรเท่านั้น
ในดินแดนลับที่เป็นทะเลแมลงกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาแบบนี้ ระยะแค่หนึ่งพันเมตรมันช่างน้อยนิดน่าสงสารเหลือเกิน
แถมระยะที่เขาจะควบคุมลูกสมุนได้ ก็ขึ้นอยู่กับขอบเขตของ [เนตรมารปรภพ] ด้วย หนึ่งพันเมตรมันแคบเกินไป ลงมือไม่ถนัดเอาซะเลย
ขืนต้องค่อยๆคลำหาไปทีละนิด เมื่อไหร่จะหาพญาแมลงเจอเล่า?
ไม่ได้การ!
ต้องอัปเกรด!
ฉู่เซิงเปิดหน้าต่างระบบของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่ลังเล
แต้มวิวัฒนาการยังมีเหลืออีกตั้งสามร้อยกว่า แถมยังมีสมุนไพรวิญญาณอีกร้อยต้นที่เซียวหรานให้มา…มากพอให้ผลาญเล่นได้รอบนึงสบายๆ!
[ติ๊ง! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 30 แต้ม! 'เนตรมารปรภพ' เลื่อนระดับเป็น lv5! ขอบเขตการสำรวจเพิ่มเป็น 3000 เมตร!]
[ติ๊ง! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 50 แต้ม! 'เนตรมารปรภพ' เลื่อนระดับเป็น lv6! ขอบเขตการสำรวจเพิ่มเป็น 6000 เมตร!]
[ติ๊ง! ใช้แต้มวิวัฒนาการ 80 แต้ม! 'เนตรมารปรภพ' เลื่อนระดับเป็น lv7! ขอบเขตการสำรวจเพิ่มเป็น 12000 เมตร!]
หนึ่งหมื่นสองพันเมตร!
พอใช้งานแล้ว!
……