เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 - พลตรีต่งเฉากลับสู่มหาวิทยาลัยโม่อู่ที่ซื่อสัตย์ของเขา

บทที่ 270 - พลตรีต่งเฉากลับสู่มหาวิทยาลัยโม่อู่ที่ซื่อสัตย์ของเขา

บทที่ 270 - พลตรีต่งเฉากลับสู่มหาวิทยาลัยโม่อู่ที่ซื่อสัตย์ของเขา


บทที่ 270 - พลตรีต่งเฉากลับสู่มหาวิทยาลัยโม่อู่ที่ซื่อสัตย์ของเขา

ต่งเฉามองส่งหมัวหลุนและคุณชายทั้งสามจนลับสายตา ก่อนจะล้วงบัตรอาหารออกมาจากกระเป๋า

"จิ่นจื่อ ซวี่จื่อ พวกนายยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม รีบเอาบัตรไปรูดซื้อข้าวซะ นี่อาจจะเป็นมื้อสุดท้ายที่พวกเราได้กินที่สำนักงานบริหารรัฐถัวโจวแล้ว เพราะเงินในบัตรของหัวหน้าหลี่กำลังจะหมดแล้ว"

เมื่อได้ยินแบบนั้น ฉีหวยจิ่นก็รีบลากหยางหมิงซวี่ไปต่อแถวซื้ออาหารที่หน้าต่าง เต้าสี่ เหอสยงจาย และมั่วเซี่ยง ทั้งที่พุงกางจนแทบจะปริ แต่ก็ยังดึงดันจะซื้ออาหารเพิ่มอีกคนละชุด เพื่อเก็บไว้กินมื้อหน้า

หยางหมิงซวี่เห็นภาพนี้แล้วถึงกับกุมขมับ

อาจารย์ต่งเฉาของเขา รวมถึงรุ่นพี่ร่วมชั้นอีกหลายคน ล้วนเป็นตัวตึงที่ทำให้ตระกูลหมัวแห่งรัฐถัวโจวต้องยอมศิโรราบ

แต่ตอนนี้ ตัวตึงเหล่านี้กลับไม่มีราศีของผู้ฝึกยุทธ์ระดับหัวกะทิเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ตั้งแต่อาจารย์ยันนักเรียน พวกเขาต่างก็แผ่กลิ่นอายความกระจอกงอกง่อยที่ทำให้คนมองแล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ

ต่งเฉาใช้บัตรอาหารของหลี่เจิ้งหมิงรูดซื้อกุ้งผัดเปรี้ยวหวานมาหกชุด เขากินไปพลาง สั่งการนักเรียนไปพลาง

"เรื่องทางนี้ก็จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว กินข้าวเสร็จ พวกนายก็ไปเก็บของ บ่ายนี้พวกเราจะนั่งรถไฟกลับเมืองม่อโจวกัน"

"กลับแล้วเหรอ ยังเที่ยวไม่หนำใจเลย"

เต้าสี่และเพื่อนลูบคลำแหวนมิติเก็บของในมือ สีหน้าดูผิดหวังเล็กน้อย

ต่งเฉารู้ดีว่า ไอ้เด็กแสบสามคนนี้ไม่ได้เที่ยวยังไม่หนำใจ แต่พวกเขายังหลอกคุณชายสามตระกูลหมัวไม่หนำใจต่างหาก

ต่งเฉายัดกุ้งเข้าปากอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับอบรมสั่งสอนทั้งสามคนด้วยน้ำเสียงของผู้มีประสบการณ์

"เรื่องบางเรื่อง จะใจร้อนเกินไปไม่ได้ ต้องรู้จักการสูบน้ำจับปลาอย่างยั่งยืน"

เต้าสี่และพรรคพวกถึงกับอ้าปากค้าง สมองของพวกเขาถูกประโยคที่ว่า การสูบน้ำจับปลาอย่างยั่งยืน นี้ทำเอาช็อตจนควันขึ้น

จี้เทียนฝูและฉีหวยจิ่นเองก็อึ้งไปเหมือนกัน คำพูดของตาเฒ่าดูเหมือนจะเป็นประโยคที่ขัดแย้งกันเอง แต่พอลองคิดดูดีๆ กลับรู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง

เหตุผลที่ดูเหมือนจะใช่แต่ก็ไม่ใช่แบบนี้ ทำให้ทั้งสองคนมึนงง และมอบความยอมรับให้ไปโดยไม่รู้ตัว

ความยอมรับของจี้เทียนฝู +2

ความยอมรับของฉีหวยจิ่น +3

ความยอมรับของทั้งสองคนกลายเป็นพลังฝึกตนไหลรินเข้าสู่ร่างกายของต่งเฉา เมื่อรวมกับความยอมรับหลายสิบแต้มที่ได้จากเกาะเจียวเหรินก่อนหน้านี้ ตอนนี้ระดับการฝึกตนของต่งเฉาก็มาถึงขั้นหกขั้นสี่แล้ว

หากพูดถึงแค่ระดับการฝึกตน เขาเกือบจะเทียบเท่ามั่วเซี่ยงแล้ว

และเมื่อสองเดือนก่อน ในสายตาของมั่วเซี่ยง เขายังเป็นแค่อาจารย์ขยะระดับสองอยู่เลย

นักเรียนทุกคนถูกคำคมของต่งเฉาปั่นหัวจนมึนงง มีเพียงหยางหมิงซวี่คนเดียวที่ยังคงทำหน้าไม่เข้าใจ

เขายิ่งรู้สึกว่า อาจารย์วิชาต่อสู้ของเขาคนนี้ ช่างแปลกประหลาดจริงๆ

สำหรับชีวิตวิถีแห่งการฝึกยุทธ์ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น หยางหมิงซวี่เต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลอย่างบอกไม่ถูกปะปนอยู่ด้วย

สองวันต่อมา

พลตรีต่งเฉาในที่สุดก็กลับมายังมหาวิทยาลัยโม่อู่ที่ซื่อสัตย์ของเขา

นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในมหาวิทยาลัย รอยยิ้มแบบเป็นมิตรก็ไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าของเขาเลย

เขากล่าวทักทายบุคลากรในโรงเรียนทุกคนอย่างกระตือรือร้น

"พี่ติง วันนี้พี่เข้าเวรยามเหรอ ฉันรับลูกศิษย์ใหม่มาอีกคนแล้วนะ ชื่อซวี่จื่อ เดี๋ยวฉันให้เขามาทำใบรับรองสุขภาพกับพี่นะ"

"พี่สาวหวัง ไม่เจอกันไม่กี่วัน พี่สาวดูเด็กลงอีกแล้วนะ การเต้นแอโรบิกที่ลานกว้างนี่มันช่วยบำรุงคนได้ดีจริงๆ ได้ๆ ไว้มีเวลาพวกเรามาจับคู่เต้นระบำปรองดองกันนะ แต่พวกเราต้องตกลงกันก่อนนะว่า พี่เขยห้ามขี้หึงเด็ดขาด"

"อ้าว เจ้าเหมียว เหมียวๆๆ เหมียวๆๆ"

ต่งเฉาไม่เว้นแม้แต่แมวจรจัดที่เดินผ่านไปมา เขายังพยายามเข้าไปหยอกล้อกับมัน

สำหรับท่าทางกะล่อนของตาเฒ่า เต้าสี่และพรรคพวกก็ชินชาไปนานแล้ว

ส่วนหยางหมิงซวี่นั้นถึงกับปวดขมับ

โชคดีนะที่นอกจากอาจารย์ต่งเฉาจะดูแปลกประหลาดไปบ้าง คนอื่นๆ และสิ่งต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้แตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไปเท่าไหร่นัก

นักเรียนจากคณะต่างๆ ถือหนังสือเดินจ้ำอ้าวไปตามถนนสายเล็กๆ ในวิทยาเขต และยังคงกล่าวทักทายอาจารย์ที่เดินผ่านไปมาอยู่เสมอ

เหล่าอาจารย์ก็พยักหน้ารับไหว้ด้วยท่าทีเป็นมิตรและเป็นกันเอง

ขณะที่หยางหมิงซวี่แอบชื่นชมในใจว่า นี่แหละคือชีวิตในมหาวิทยาลัยที่เขาใฝ่ฝัน เขาก็ได้เห็นฉากประหลาดฉากหนึ่ง

ไกลออกไป มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มกันอยู่

"น้องๆ ครับ ถือว่าสงสารพวกพี่เถอะ ให้โอกาสพี่สักครั้ง พี่ก็อยากไปทำงานที่ภูเขาด้านหลังเหมือนกันนะ"

"น้องๆ พวกน้องก็ช่วยผลักดันพี่หน่อยเถอะ หุ่นเชิดของพี่เป็นสายพละกำลัง เหมาะกับการขุดดินที่ภูเขาด้านหลังที่สุดแล้ว น้องก็เอางานหนักๆ สกปรกๆ พวกนั้นมารับเหมาให้พวกพี่เถอะ ถือเห็นแก่ความเป็นเพื่อนร่วมสถาบัน น้องก็ช่วยดูแลพี่หน่อยนะ"

รุ่นพี่ชั้นปีสูงๆ หลายคนที่ดูมีอายุ กำลังอ้อนวอนนักเรียนใหม่หลายคนที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกับเต้าสี่

หยางหมิงซวี่สังเกตเห็นรายละเอียดอย่างหนึ่ง นักเรียนใหม่เหล่านั้นสวมชุดวอร์มที่เหมือนกันเป๊ะ ด้านหลังชุดวอร์มพิมพ์ตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า สำนักดาราราตรีสนับสนุนแต่เพียงผู้เดียว ส่วนที่หน้าอกก็พิมพ์ตัวอักษรขนาดเล็กว่า วิทยาลัยหุ่นเชิดกลไก

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือนักเรียนของวิทยาลัยหุ่นเชิดกลไก

ตอนที่อยู่บนรถไฟ หยางหมิงซวี่ได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยโม่อู่มาบ้าง เขารู้ว่าวิทยาลัยหุ่นเชิดกลไกเคยเป็นไพ่ตายอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยโม่อู่

แต่ดูเหมือนว่าไพ่ตายใบนี้ จะดูแปลกๆ ไปหน่อยนะ

รุ่นพี่ชั้นปีสูงร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนรุ่นน้องชั้นปีต่ำงั้นเหรอ นี่มันสลับขั้วกันชัดๆ

เมื่อเผชิญหน้ากับการอ้อนวอนอย่างน่าสงสารของรุ่นพี่ หยางฟานนักเรียนใหม่สาขาหุ่นเชิดกลไกก็เอามือไพล่หลัง วางท่าเป็นผู้นำ

"รุ่นพี่ครับ พวกพี่มีเวลาว่างขนาดนี้ สู้เอาเวลาไปหางานทำดีกว่า ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจ้างพวกพี่นะ แต่พวกพี่ไม่ผ่านเกณฑ์เลยสักอย่าง"

"พี่ดูพวกพี่สิ ยังไม่ทันได้ออกไปทำงานในสังคมเลย ก็มีกลิ่นอายพนักงานออฟฟิศติดตัวเต็มไปหมด ลองดูพวกเราสิ ใช้ชีวิตอิสระเสรี ปล่อยผมยาวสลวย พวกเราเข้ากันไม่ได้หรอกครับ แล้วก็เลิกเรียกผมว่าน้องๆ ได้แล้ว พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น"

ตอนที่พูด หยางฟานยังจงใจสะบัดผมยาวของเขาด้วย

หลังจากได้รับบุญคุณอันยิ่งใหญ่ นักเรียนใหม่สาขาหุ่นเชิดกลไกก็ไม่ต่อต้านมั่วเซี่ยงอีกต่อไป ในทางกลับกัน พวกเขาทุกคนต่างก็เคารพมั่วเซี่ยงในฐานะลูกพี่ใหญ่

แก๊งเพื่อนสนิทที่มีหยางฟานเป็นหัวโจก ถึงกับเลียนแบบมั่วเซี่ยง โดยการไว้ผมยาวประบ่าและมัดเป็นมวย

ภาพที่หยางฟานเอามือไพล่หลังสั่งสอนรุ่นพี่ ทำให้หยางหมิงซวี่ยิ่งรู้สึกสับสนเข้าไปอีก

เมื่อต้องเผชิญกับคำวิจารณ์ของหยางฟาน รุ่นพี่ก็ไม่โกรธเลยสักนิด พวกเขาแทบจะคุกเข่าให้หยางฟานอยู่แล้ว พวกเขารีบเปลี่ยนคำเรียกอย่างรวดเร็ว

"พี่ฟาน พี่ให้โอกาสพวกเราเถอะ พวกเราหลายคนรวมตัวกัน ขอแค่แต้มสมทบวิชาต่อสู้แต้มเดียวก็พอแล้ว"

ระหว่างที่พูด รุ่นพี่คนหนึ่งก็ล้วงบัตรอาหารออกมา ยัดใส่มือหยางฟาน

"พี่ฟาน ในนี้ยังมีเงินอยู่หลายร้อย พี่ฟานเอาไปรูดได้เลย"

รุ่นพี่อีกคนก็รีบประจบประแจง

"พี่ฟาน ต่อไปพี่ตั้งใจทำงานไปเถอะ เรื่องการบ้านกับเช็คชื่อเข้าเรียน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"

รุ่นพี่คนที่สามก็อยากจะประจบประแจงบ้าง แต่เรื่องที่เขาคิดออก กลับถูกสองคนแรกแย่งพูดไปหมดแล้ว

เจ้านี่อึกอักอยู่นาน ในที่สุดก็กัดฟันพูด

"พี่ฟาน แฟนฉันเป็นดาวคณะ ถ้าพี่ให้ฉันมีส่วนร่วมในการก่อสร้างภูเขาด้านหลัง ฉันสามารถให้แฟนของฉัน..."

ยังไม่ทันพูดจบ หยางฟานก็รีบห้าม

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่แต้มสมทบวิชาต่อสู้แต้มเดียว ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก็ได้"

รุ่นพี่โบกมือปฏิเสธ

"พี่ฟาน พี่เข้าใจผิดแล้ว ฉันหมายความว่า ถ้าพี่ให้ฉันทำงาน ฉันจะให้ดาวคณะแฟนฉัน แนะนำสาวๆ ให้พี่"

หยางฟานหน้าเขียวปัด

"แนะนำสาวๆ มันเกี่ยวอะไรกับแฟนแกที่เป็นดาวคณะล่ะ"

รุ่นพี่ส่ายหน้าอย่างหน้าไม่อาย

"ไม่เกี่ยวหรอก ฉันก็แค่อยากจะอวดแฟนดาวคณะของฉันเท่านั้นเอง"

หยางฟานถลึงตาใส่

"ไอ้เวร ต่อไปงานรับเหมาทั้งหมดของวิทยาลัยหุ่นเชิดกลไก แกอย่าหวังว่าจะได้ทำแม้แต่นิดเดียว แฟนแกเป็นดาวคณะงั้นเหรอ ฉันจะทำให้แกดาวกระจายเอง"

จบบทที่ บทที่ 270 - พลตรีต่งเฉากลับสู่มหาวิทยาลัยโม่อู่ที่ซื่อสัตย์ของเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว