เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 164 สันติภาพของโลก

บทที่ 164 สันติภาพของโลก

บทที่ 164 สันติภาพของโลก


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 164 สันติภาพของโลก

รอบด้านหลินเฉิน เสียงโห่ร้องอันเต็มไปด้วยความยินดีและเสียงหัวเราะยังคงปะทุออกมาจากฝูงชนมากมาย

"ในที่สุด! โบแจ็คก็ตายแล้ว!”

“โบแจ็คผู้ชั่วร้ายได้ตายไปแล้ว!”

“ในที่สุดโลกก็สงบสุข มนุษย์ได้รับการปลดปล่อย!”

"พ่อ เห็นไหมคะ?"

บีเดลที่กำลังพยุงซาตานอยู่ก็ร้องไห้ออกมาด้วยน้ำตาแห่งความโศกเศร้า ในขณะที่ผู้อื่นกำลังมีความสุขกัน

เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว ลาซูลิกลับไม่รู้ว่าควรแสดงความรู้สึกของนางออกมาเช่นไรดี

นางมองไปโดยรอบอย่างว่างเปล่าและก็พบกับหลายคนที่ไม่ได้ยิ้มเหมือนเช่นนาง

"ติ้ง! ขอแสดงความยินดีที่ทำภารกิจสำเร็จครึ่งหนึ่ง แต่ขอเตือนผู้ใช้ว่าความสงบสุขของโลกไม่ได้กลับมาโดยสมบูรณ์!”

เมื่อได้ยินคำแจ้งเตือนของระบบ ท่าทางของหลินเฉินพลันกลับกลายเป็นเคร่งเครียด แตกต่างจากทรังคซ์และคนอื่นที่กำลังฉลองกันอยู่

เขาเข้าใจดีเลยว่าระบบมันกำลังจะบอกอะไรกับเขา

แม้ว่าโบแจ็คและแก๊งของมันจะตายไปแล้ว แต่ตัวการแท้จริงที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมของมนุษย์ในโลกใบนี้ยังมีชีวิตอยู่

นั่นคือ เซลล์ แม้ว่าเขาจะออกจากโลกและหายตัวไปนานแล้ว แต่อย่าลืมว่าเขาฝากคำพูดไว้ว่าสักวันหนึ่งเขาจะกลับมา!

ตราบใดที่เซลล์ยังมีชีวิตอยู่ ภัยคุกคามของโลกย่อมไม่ได้หายไปไหน

“หลินเฉิน โลกปลอดภัยแล้ว ทำไมเจ้าไม่ดูมีความสุขเลยล่ะ?”

ทันใดนั้น หลินเฉินก็ได้ยินเสียงถัดจากเขา เมื่อหันศีรษะไป เขาก็พบเข้ากับลาซูลิที่มองมายังเขา

“เจ้าเองก็ด้วยไม่ใช่หรือ?” หลินเฉินหัวเราะออกมา

ลาซูลิส่ายศีรษะ “ข้าเป็นมนุษย์จักรกล…”

“มนุษย์จักรกลก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เพียงแต่ถูกดัดแปลงโดยดร.เกโร่ นั่นหมายความว่าเจ้าไม่ใช่หุ่นยนต์ทั้งหมด” หลินเฉินกล่าว

"แล้วข้าต้องทำยังไง?" ลาซูลิถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

หลินเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและทันใดนั้นก็นึกถึงคำหนึ่งขึ้นมา “ในช่วงเวลาเช่นนี้ ทั้งหมดที่จำเป็นก็มีเพียงแค่รอยยิ้มเท่านั้น”

ลาซูลิชะงักไป แต่ในไม่ช้า ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

“รู้สึกดีใช่ไหมล่ะ?” หลินเฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของลาซูลิก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย

ในยามนั้นเอง ทรังคซ์ก็กลับมาและโค้งคำนับให้หลินเฉินด้วยดวงตาที่แดงระเรื่อ

หลังจากต้องทนมานานนับปี ในที่สุดสันติภาพก็กลับมาสู่โลก

แม้ว่าทรังคซ์จะจัดการกับโบแจ็คและแก๊งของมันด้วยตัวเขาเอง แต่เขาก็รู้ว่าหากไม่มีคำแนะนำจากหลินเฉิน เขาคงจะไม่มีทางทำได้เลย

ดังนั้นทรังคซ์จึงรู้สึกขอบคุณหลินเฉินมากที่สอนเขาเป็นการส่วนตัว

“ทรังค์ การที่เจ้าจะมีความสุขก็ไม่เป็นไรหรอก แต่จงอย่าลืมว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ เพราะเซลล์ยังมีชีวิตอยู่” หลินเฉินกล่าว

“ครับ” ทรังคซ์พยักหน้าอย่างหนักแน่นและมองกลับไปที่สนามรบ จากนั้นก็ได้กำหมัดขึ้นมา “คราวนี้ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อและคนอื่นๆ เอง!”

………

ในวันเดียวกัน บนเกาะแห่งนี้ได้เต็มไปด้วยความสุข ทุกคนต่างเฉลิมฉลองชัยชนะที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างช้านาน

แม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาเฉลิมฉลอง แต่คนที่ตระหนักดีถึงความเป็นจริงก็ไม่ได้ไปรบกวนผู้อื่น

ในขณะที่ใครหลายคนกำลังกินดื่มอยู่ภายนอก หลินเฉินและคนจำนวนหนึ่งก็มารวมตัวหารือเรื่องแผนในอนาคต

“ยังไม่ถึงเวลาเฉลิมฉลองกัน ท่านอาจารย์หลินเฉินกล่าวเตือนข้าว่าเซลล์ยังไม่ตาย!” ทรังคซ์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังพลางมองไปที่ผู้คนโดยรอบ

ในที่นี่นอกจากหลินเฉินและลาซูลิแล้ว ก็ยังมีผู้เฒ่าเต่า บูลม่า ซาตาน บูลม่าและคนอีกจำนวนหนึ่ง

ผู้นำและสมาชิกหลักของกองทัพกบฏได้รวมตัวกันแล้ว

เมื่อได้ยินคำพูดของทรังคซ์ ซาตานที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเคร่งเครียด “ใช่แล้ว ตราบใดที่เซลล์ไม่ตาย มนุษย์ก็ไม่มีเวลาที่จะมานั่งยินดีกันหรอก”

ซาตานเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะพูดคำเช่นนั้นออกมา

เพราะในวันนั้นเขาเป็นคนที่เห็นความน่าสะพรึงกลัวของเซลล์ด้วยตาของเขาเอง

“ทรังคซ์ มันน่าประทับใจมากที่เจ้าสามารถล้มโบแจ็คได้ แต่ข้าต้องเตือนเจ้าว่าพลังของเซลล์นั้นเหนือกว่าโบแจ็คอย่างเทียบไม่ได้”

ทรังคซ์พยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้วครับคุณซาตาน ไม่ต้องห่วงเลย ข้าจะไม่ประมาทเด็ดขาด! ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้เรายังมีคุณหลินเฉินอยู่ด้วย!”

“ตัวข้าสามารถเอาชนะโบแจ็คและแก๊งของมันได้อย่างง่ายดาย แต่คุณหลินเฉินน่ะมีพลังมากกว่าข้านับร้อยเท่า!”

“นับร้อยเท่า?”

"เช่นนั้นก็ดีเลยสิ!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความกังวลบนใบหน้าของทุกคนก็เลือนหายไป

ในยามนั้นเอง บูลม่าก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า “ถ้าเกิดตอนนี้เรายังมีลูกแก้วมังกรอยู่ล่ะก็ พอเราเอาชนะเซลล์ได้ เราก็จะสามารถใช้ลูกแก้วมังกรเพื่อทำให้โลกกลับมาเป็นดั่งเดิมได้”

“แล้วลูกแก้วมังกรของชาวดาวนาเม็กล่ะ?” หลินเฉินเอ่ยถาม

“ข้าเคยคิดเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แต่เดนเด้เป็นคนเดียวที่พบดาวเคราะห์นาเม็กดวงใหม่ จึงไม่มีใครรู้ตำแหน่งของมันเลย แถมยังมีปัญหาเรื่องยานอวกาศด้วย ยานอวกาศทุกลำได้ถูกทำลายทั้งหมดในระหว่างการโจมตีของเซลล์ อุปกรณ์ของเรายังไม่เพียงพอที่จะสร้างยานอวกาศลำใหม่ขึ้นมา” บูลม่าถอนหายใจ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินเฉินหัวเราะเบาๆ “เป็นเช่นนั้นเองสินะ… ไม่ต้องกังวล ให้ข้าจัดการเรื่องลูกแก้วมังกรเอง ข้ามีวิธีหาชาวดาวนาเม็กอยู่แล้ว”

"จริงงั้นเหรอ?"

“สุดยอด เช่นนี้ปัญหาของโลกก็จะได้รับการแก้ไขแล้ว!”

“คุณหลินเฉิน ถ้าอย่างนั้นด้วยลูกแก้วมังกรของดาวเคราะห์นาเม็ก คุณโกคูกับคนอื่นๆ ก็จะฟื้นคืนชีพได้สินะ?”

"ไชโย! นั่นมันยอดเยี่ยมที่สุดไปเลย!"

เมื่อทุกคนรู้ว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี พวกเขาจึงพากันดื่มไวน์ด้วยความยินดี

คืนนั้นทุกคนเมากันหมด

แม้ว่าหลินเฉินจะดื่มมากเหมือนกัน แต่ร่างกายของเขาได้ผ่านการฝึกมาหลายปี จึงมีภูมิคุ้มกันต่อแอลกอฮอล์เป็นธรรมดา

เมื่อเห็นว่าทุกคนหลับกันหมดแล้ว เขาจึงออกไปเดินเล่นที่ชายหาด ลมทะเลพัดผ่านมาขณะที่เขากำลังคิดแผนถัดไป

เมื่อปัญหาเรื่องเซลล์ได้รับการแก้ไขแล้ว ความสงบสุขย่อมกลับคืนสู่จักรวาลนี้ เขาก็จะสามารถค้นหาตำแหน่งของลูกแก้วมังกรซูเปอร์ลูกที่เจ็ดได้เสียที

ทว่าการเอาชนะเซลล์จะไม่ง่ายเท่ากับการเอาชนะโบแจ็ค

เพราะในจักรวาลนี้ เซลล์เกมได้จบไปนานกว่าทศวรรษแล้ว การที่เซลล์ออกไปนอกอวกาศอาจทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นมาก

ตามคำพูดของซาตาน ในระหว่างเกมส์เซลล์ เซลล์มีพลังเทียบเท่ากับซูเปอร์ไซย่าร่าง 2

ตอนนี้หลังจากผ่านไปหลายปี ด้วยความฉลาดของเซลล์ เซลล์ของชาวไซย่าและปีศาจน้ำแข็ง หลินเฉินก็รู้เลยว่าการต่อสู้ที่ยากลำบากกำลังรออยู่ "เฮ้อ..."

ขณะที่หลินเฉิถอนหายใจออกมา จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง

“เจ้าถอนหายใจทำไมหรือ? กระทั่งเจ้าเองก็รับมือกับเซลล์ไม่ได้เหรอ?”

หลินเฉินหันกลับมาและเห็นลาซูลิยืนอยู่ข้างหลังเขา

“เจ้าไม่ได้เมาหรือ?”

“ข้าเป็นมนุษย์จักรกล” ลาซูลิลูบผมของนาง “ดูเหมือนว่าเจ้าจะกังวลเรื่องเซลล์สินะ?”

“ข้าไม่กังวล แต่ข้ารู้สึกว่ามันอาจจะมีการต่อสู้ที่ยากลำบากรออยู่ข้างหน้า”

ลาซูลิหัวเราะ “ไม่ต้องห่วงเลย หลังจากหลายปีที่ผ่านมา มนุษย์ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก”

“อืม”

หลินเฉินหันกลับมา “ข้าจะไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปหาพวกชาวดาวนาเม็ก”

"เดี๋ยวก่อน!"

ทันใดนั้น ลาซูลิก็หยุดหลินเฉินไว้

"มีอะไรหรือ?"

ขณะที่หลินเฉินหันไปมองนาง ลาซูลิก็สัมผัสใบหน้าของหลินเฉินอย่างแผ่วเบา

“นี่...”

“ขอบคุณที่ในวันนี้ช่วยข้าเอาไว้ คิดเสียว่ามันเป็นของขวัญจากข้า ไม่ต้องคิดอะไรมาก!”

ขณะที่นางพูดจบ ลาซูลิก็เดินออกจากชายหาดไป

เมื่อเห็นนางเดินออกไป หลินเฉินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 164 สันติภาพของโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว