เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 35 Lycanthrope (Part 1)

Chapter 35 Lycanthrope (Part 1)

Chapter 35 Lycanthrope (Part 1)


Chapter 35 Lycanthrope (Part 1)

“ก่อนอื่น งั้นเรามาตรวจสอบภารกิจของเรา.”

“โอเค ฮยอง.”

“เริ่ม.”

จุนโฮและแฮซูตอบรับทันทีแม้แต่จุนชอยก็พยักหน้าด้วย อ่า ความร่วมมือแบบนี้ ตอนโกซางอยู่ไม่มีบรรยากาศแบบนี้อยู่เลย.

“เรียกกระดาน.”

-ชื่อ: คิม ฮยอน โฮ

-คลาส: 5

-คาม่า: 0

-ภารกิจ: ออกจากป่า

-จำกัดเวลา: 20 วัน

“20 วัน?”

มันคือแฮซูที่พูดคนแรก

“เราต้องเดินป่าเป็นเวลานาน…”

จุนโฮก็ประหลาดใจเหมือนกัน

แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับการเอาชีวิตรอดและผ่านการสอบครั้งที่สอง รวมทั้งเราได้เตรียมการต่างๆไว้หมดแล้ว ในการอยู่อาศัยภายในป่า แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยากมาก

การเตรียมตัวที่นอนอย่างยากลำบากกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น มีศัตรูพืช การต่อสู้ที่มากมายเป็นเวลา 20 วัน มันคงไม่แปลกใจที่คนไม่ชอบภารกิจนี้ ผมคงป่วยหลังจากออกไปจากป่านี้.

ในฐานะหัวหน้าทีมผมตัดสินใจทำให้กลุ่มสงบก่อน

“ไม่ต้องกังวลมากเกินไป บางทีพวกเขาอาจจะให้เวลามากมายถึง 20 วัน ถ้าเราสามาถออกจากป่าได้เราอาจจะไม่ถึง 20 วัน.”

“นั่นก็ถูกต้อง.”

จุนโฮพยักหน้าเห็นด้วย

“อย่างไรก็ตาม อย่างที่ศูนย์วิจัยคาดเอาไว้ ภารกิจนี้คือการออกจากป่า และเราต้องเดินไปทางตะวันออกตามแผน”

ผมเรียกซิล

-เมี๊ยว.

ลมเริ่มหมุนก่อตัวเป็นรูปร่างของแมว เพราะนั่นคือซิล เธอเริ่มทำท่าน่ารักด้วยการเอาหางพันรอบคอเพื่อทักทายผม.

“สอดแนมบริเวณรอบๆ.”

-เมี๊ยว.

เธอพยักหน้าและบินไปอย่างรวดเร็ว.

“เอาหล่ะ ไปกัน”

ผมเริ่มเดินนำหน้าหลังจากที่พูด.

“โอปป้า เราไม่ต้องไปทางตะวันออก?”

แฮซูถาม.

ผมพยักหัวของผม.

“ช่าย นี่คือทิศตะวันออก.”

“จริง? คุณรู้ทิศทางได้อย่างไร?”

โอ้ เธอคงไม่รู้ว่าเกี่ยวกับสกิลช่วยเหลือมาก่อนสินะ.

ผมให้คำอธิบายง่ายๆเกี่ยวกับ ‘เนวิเกเตอร์’ สกิลช่วยเหลือที่ผมได้รับมาในราคา 100 คาม่า.

“ว้าว ตั้งแต่นี้ไปเราจะไม่หลงกันแล้ว.”

“อืมใช่ แต่มันไม่ใช่แบบนั้นจริงๆ ผมรู้แค่ทิศทางทั่วๆไปและต้องการศึกษาสกิลนี้อีกเล็กน้อย.”

แน่นอนว่าสกิลนำร่อง(เนวิเกเตอร์)ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ เมื่อไปไปจับแกะน้อย ฮยอนจีที่คลับ.

หลังจากนั้นผมก็เรียนรู้สกิลเพื่มเติมจากจีเฮ.

-เนวิเกเตอร์ (สกิลช่วยเหลือ):ได้รับสัมผัสที่หกในการหาเส้นทาง.

*ระดับเริ่มต้น 1: รู้ทิศทางทั่วไป. (-100)

นี่คือขอบเขตของเลเวล1

อย่างแรกผมรู้ทิศทาง แต่ไม่ใช่ระยะทาง ผมไม่รู้ว่ามันจะต้องเดินทางอย่างไรในเมื่อผมมองไม่เห็น.

อย่างที่สอง ผมต้องพบเห็นบุคคลหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นมาก่อน.

น้องสาวผมฮยอนจีผมเคยเห็นมาแล้วเพราะงั้นผมเลยเข้าใจทิศทางที่เธออยู่ ทีมของผมก็เหมือนกันถ้าพวกเขากระจายออกจากป่า.

แต่สมมุติว่า ‘หาผู้เข้าสอบคนอื่นในชอยนัน.’ นั่นผมไม่สามารถทำได้ เพราะผมไม่เคยเจอคนเหล่านั้น.

แม้ว่าจะพบโดยบังเอิญแต่ผมไม่รู้ว่าเขา ‘เป็นผู้เข้าสอบชอยนัน’ ผมก็ไม่สามารถไปหาเขาได้.

เหมือนกับที่ผมเห็นคนดังบนTVหรืออินเตอร์เน็ต ผมไม่เคยพบพวกเขาด้วยตัวเองเพราะงั้นเนวิเกเตอร์ไม่สามารถหาเขาพบได้.

“ถ้าคุณเพิ่มเลเวลสกิลของคุณ คุณจะสามารถรู้ได้อย่างไร?”

แฮซูพูด.

“ผมไม่รู้ แต่มิสจีเฮบอกกับผมว่าเลเวล1ก็พอแล้ว และผมต้องใช้คาม่าไปยังสกิลอื่นจะดีกว่า.”

ขณะที่เราเดินผมได้เรียกซิลเพือสำรวจสภาพแวดล้อมและเราก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก.

เรามีประสบการณ์เพียงแค่สองครั้งและในป่าครั้งสุดท้าย เราเหมือนกับอยู่ต่างประเทศ และลิงแดงที่ปรากฎออกมาที่เป็นศัตรูเรามาก่อนนั้นไม่ได้ทำให้เรากลัว.

เนื่องจากว่าเราทั้งหมดเดินทางและคุยกัน

ส่วนใหญ่แล้วเรากำลังเดินไปรอบๆตามทิศทางของเนวิของผม มันจึงไม่ใช่ไร้ประยชน์ทั้งหมด

“แล้วอันนี้ละ?”

จุนโฮหยิบหินก้อนเล็กออกมาจากพื้น

“ดูใกล้ๆ”

จุนโฮยื่นกำปั้นทั้งสองมาให้ผม

“เดาสิว่าหินอยู่ในมือข้างไหน.”

ผมจ้องเขม็งไปที่มือของจุนโฮแต่ผมไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ

“ผมไม่รู้.”

“โอ้ ผมคิดว่ามันไม่ได้ผล.”

จุนโฮเผยก้อนหินที่อยู่ในมือขวา

ผมมองไปที่ซิลที่ออกไปสอดแนมและรู้ว่าลิงแดงกำน้อยลงเรื่อยๆ.

‘มันกำลังหลีกเลี่ยงการขัดแย้ง.’

พวกมันได้สูญเสียผู้นำและพวกเราก็เหมือนกับระเบิดขนาดใหญ่ ถ้าพวกมันรู้ว่าเราไม่ได้ปรากฏตัวอีกครั้งพวกมันอาจจะตอบสนองมากกว่านี้ ที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และออกไปจากดินแดนพวกมันอย่างรวดเร็ว.

หนึ่งวันผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์อื่น

ผมเรียกซิลออกมาเพื่อสอดแนมและหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ไม่คาดฝัน.

ศัตรูที่อันตรายที่สุดที่เราเจอวันนี้คืองูที่ตกลงมาจากต้นไม้ ทันทีที่มันตกลงมางูก็ถูกตัวหัวโดยซิลที่เรียกไว้แล้ว.

จุนโฮและแฮซูรู้สึกอึดอัดใจมาก แต่ตามความคิดของจุนชอยคือให้เราทำมันเป็นเนื้อย่างและกินมัน เป็นเพราะว่าเขาเป็นคนจีน? เขาไม่สามารถกินมันได้ทุกอย่าง.

หลังจากมื้อเย็นเสร็จแล้วเราก็มาล้มรอบกองไฟเพื่อพูดคุยก่อนที่จุนโฮจะปวดท้อง.

“อ่า ทำไมท้องของผมรู้สึกไม่ดี?”

“อาหารที่นายกินคงไม่ดีมั้ง?”

“สิ่งเดียวที่มาสัมผัสปากผมคืองู ฮยอง”

จุนโฮตบไปที่หน้าท้องและยิ้มแย้ม ดูเหมือนว่าการกินเนื้องูจะไม่ดีสำหรับเขา

“กดไว้ก่อน.”

แฮซูเอายาเล็กๆออกจากกระเป๋า.

“มันเป็นยาช่วยย่อย.”

“ขอบคุณนูน่า.”

จุนโฮกินยาช่วยย่อยที่แฮซูให้เขา.

ผมคิดว่ายาช่วยย่อยคงอยู่ในชุดพยาบาลเบื้องจ้นของแฮซู หลังจากนั้นคุณอาจจะได้กินอาหารที่ทำให้เราป่วย.

“ผมขอโทษ.”

มันเป็นคำขอโทษที่หาได้ยากจากจุนชอย เขาคิดว่ามันเป็นเพราะเนื้องูที่จุนโฮกิน.

“ไม่ มันดี มันอร่อยมาก.”

“จุนโฮไม่ต้องเฝ้ายามในวันนี้และไปพักผ่อนเร็วๆ.”

“ครับฮยอง.”

จุนโฮล้มตัวลงนอนและพวกเราก็จัดเวรยามก่อนที่จะแยกย้ายไปนอน

โชคดีที่ยาช่วยย่อยส่งผลดีมากใบหน้าของจุนโฮที่อยู่ในแสงไฟไม่เป็นไรแล้ว.

แบบนั้นเหตุการณ์ต่างๆในวันแรกก็ผ่านไป.

***

“ผมขอโทษทุกคน เป็นเพราะผม.”

ตอนเช้า จุนโฮขอโทษทุกคน ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ยืนยามเนื่องจากปวดท้อง.

“มันโอเค ไม่ความเจ็บแล้ว?”

“ครับ.”

“ดี งั้นเรามากินอาหารเช้าก่อน”

แฮซูและผมร่วมมือกันทำอาหารเช้า ผมใช้ซิลไปล่าสัตว์ที่สามารถจัดการได้มากที่สุดอย่างกระต่ายและแฮซูก็เตรียมเบอร์รี่และผลไม้ที่เหมือนกับส้มจีนและผักสีเขียว.

“นูน่า ผลไม้และผักกินได้?”

“อืม ฉันได้เรียนรู้มาแล้วไม่ต้องกังวล.”

แฮซูได้ฝึกดาบ ปฐมพยาบาล และยังฝึกแยกแยะผักผลไม้ที่ทานได้.

เธอฝึกฝนอย่างหนักพอๆกับความอ่อนแอของเธอและความพยายามของเธอก็ส่งผลแล้ว

‘ตอนนี้เมื่อฉันคิดถึงมัน เราเดินกันไกลมากเมื่อวานและวันนี้เธอก็ยังไม่ได้แสดงความอ่อนแอ.’

เมื่อเทียบกับการสอบรอบสองแฮซูก้าวหน้าอย่างมาก เธอที่กังวลว่าจะเป็นภาระได้กลายเป็นความโล่งใจ.

เรากินอาหารเสร็จและเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง.

แฮซูมีร่างกายที่อ่อนแอที่สุด และมีเพิ่มพลังความแข็งแรงเลเวล 1 มันเท่ากับชายปกติที่แข็งแรงและการเดินทางก็ไม่ได้ส่งผลอะไร.

ด้วยการสอดแนมของซิล เราสามารถหลีกเลี่ยงการเจอกันกับลิงแดงได้และเดินต่อไปอีกครึ่งวัน.

เมื่อถึงจึดหนึ่งความมือเริ่มเข้ามาปกคลุมป่า.

-เมี๊ยว!

ซิลปรากฎตัวตรงกลางหลังจากที่เธอสอดแนมและส่งเสียง.

“มันเป็นศัตรูหรือเปล่า?”

-เมี๊ยว!

ซิลพยักหน้า

“พวกมันมาทางนี้?”

ตอนนี้เธอส่ายหน้า.

แต่การกระทำของเธอแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เธอแตกต่างจากตอนที่เธอเจอลิงแดงที่กำลังหาอาหาร

ผมคิดแบบนั้นบางทีผมต้องถาม

“มันเป็นศัตรูที่ไม่ใช่ลิงแดง?”

ซิลพยักหน้า.

***

“ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างผ่านเราไปอย่างไว.”

ใครบางคนพูด.

คนอื่นๆก็รู้สึกเหมือนกัน

“ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน มันเหมือนกับเป็นเงาตะคุ่มๆ”

“พวกคุณด้วย? ผมคิดว่าผมรู้สึกคนเดียว.”

ความมืดเริ่มเข้ามาในป่า.

เงามนุษย์4คนเดินไปอย่างช้าๆ

“ไม่มีเสียงหรือกลิ่นน่าสนใจ.”

“ผมรู้ มันเป็นไปได้อย่างไร?

“มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในดินแดนของเรา”

จากนั้น.

“โง่”

เงาที่ใหญ่ที่สุดพูด

“มันเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกลิ่นหรือเสียง.”

อีกสามคนพูกและให้ความสนใจ.

มันยังคงพูดต่อไป.

“มันอาจเป็นไปได้สำหรับ สปิริต.”

“สปิริต?”

“จริงหรอฮยอง?”

พี่น้องที่ยังแปลกใจและคนที่ถูกเรียกว่าฮยองยังคงพูดต่อ.

“มันเป็นเวลานานแล้วปู่ของฉันเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน เขากล่าวว่ามีสปิริตในโลกนี้ แต่มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่มีชีวิตอยู่.”

“ปู่บอกว่าเขาเคยเห็นสปิริต?”

“ครั้งนึงเมื่อนานมาแล้วเราถูกเนรเทศออกจากตระกูลของเราครั้งนึงและพยายามที่จะข้ามเทือกเขาสีเขียวในทิศตะวันตก.”

“เทือกเขาสีเขียว?”

“เอ่อนั่นล่ะ…”

โดซัง(พี่น้อง)* ได้หายไปจากความคิด.

(TN: สิ่งที่ใช้เรียกเพือนสนิทที่มีอายุน้อยหรือเท่ากับคุณ.)

“ทุกคนตายและปู่มาที่นี่ เขาบอกว่าเขาเห็นสปิริต.”

“แน่นอนว่าทุกคนตาย! โชคดีที่ปู่อยู่รอดได้!”

“นั่นเป็นอาณาเขตของเอลฟ์!”

ความวิตกกังวลแผ่ซ่านไปที่ใบหน้าพวกเขาทั้งสามคน พวกเขามองไปที่ฮยองและถาม.

“บางทีสปิริตนั่นอาจจะเป็นเอลฟ์?”

“ถ้าเอลฟ์บุกพื้นที่เรา นี่มันก็เป็นปัญหาใหญ่!”

“เราต้องแจ้งเตือนพ่อ!”

“อย่ารีบร้อน!”

ฮยองตะโกนด้วยเสียงอันดัง สามพี่น้องไม่พูดอะไรออกมาสักคำ.

ฮยองตะโกนพูด

“เรายังไม่ได้ตรวจสอบอะไรแล้วจะแจ้งเตือนท่าพ่อ? นายต้องการให้เขาคิดว่าเป็นคนขี้ขลาดหรอ?”

“ไม่ ไม่.”

“ไม่ใช่อย่างนั้น.”

“เราไม่ใช่คนขี้ขลาด.”

เมื่อพูดถึง ‘พ่อ’,เสียงร้องตะโกนก็เงียบลง พ่อคนนี้เป็นพ่อที่พิเศษมาก.

“งั้นไปตรวจสอบกัน ฉันไม่ได้ยินว่ามีแค่เอลฟ์เท่านั้นที่จะมีสปิริต ปู่บอกว่ามีคนที่หายากและเป็นเพือนกับเอลฟ์และเรียนรู้ที่จะเรียกวิญญาณ.”

ฮยองยังพูดต่อ.

“ถ้ามันเป็นเอลฟ์เราจะกลับไปบอกพ่อ และถ้าเป็นมนุษย์...เราจะทำแบบเดียวกับที่พวกเขาก้าวเข้ามาในดินแดนของเราเหมือนกับคนอื่นๆ”

“โอเค.”

“คุณพูดถูก.”

พี่น้องอนุมัติ.

แสงจันทร์ในยามค่ำคืนพัดผ่านผืนป่าผลัดใบหนาทึบและให้แสงเงาสี่เงา.

การปรากฏตัวของพวกเขาใต้แสงจันทร์เผยให้เห็นสัตว์สองเท้าที่ปกคลุมไปด้วยขนสัตว์สีเงิน.

“ไปเลย!”

ฮยองที่เป็นผู้นำและวิ่งไปพร้อมกัยพี่น้องของเขาที่เดินตาม.

“กรร!”

“กรรรร!”

ขณะที่พวกเขาเริ่มวิ่งเขาเริ่มแสดงความเป็นธรรมชาติของเขา.

ด้วยขาที่ยืดหยุ่นและสลับกับแขนที่เคลื่อนที่คล้ายกลับสัตว์สี่เท้า

ดวงตาของพวกเขาไหลเวียนเป็นประกายด้วยก้อนเลือด ดวงตาของพวกเขาเหล่านั้นหิวกระหายเลือดออกมาอย่างเห็นได้ชัด.

และไลแคนสี่พี่น้องได้วิ่งเข้าไปหาศัตรู.

จบบทที่ Chapter 35 Lycanthrope (Part 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว