เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 572 รากฐานเบญจธาตุ!

ตอนที่ 572 รากฐานเบญจธาตุ!

ตอนที่ 572 รากฐานเบญจธาตุ!


ยิ่งไปกว่านั้น พลังเวทเบญจธาตุยังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าแก่นแท้ของมันอยู่เหนือกว่าพลังเวทไท่หยวนของเขาไปไกลลิบ!

ด้วยเหตุนี้ ความแข็งแกร่ง ศักยภาพ ไปจนถึงรากกระดูกและพรสวรรค์ในการหยั่งรู้ของกู้หย่วน ล้วนได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มาถึงตอนนี้ รากฐานของกู้หย่วนเรียกได้ว่าผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่เสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นที่เรียบร้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาเลื่อนขั้นสู่ระดับจินตานขั้นสมบูรณ์แบบ มันก็ยิ่งเร่งให้เกิดการผลัดเปลี่ยนรากฐานครั้งนี้ให้เร็วขึ้นไปอีก

อีกทั้งสิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงก็คือ ร่างกายของกู้หย่วนก็ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง

เริ่มตั้งแต่ตอนที่เลื่อนขั้นเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นพอรากฐานเปลี่ยนเป็นรากฐานเบญจธาตุ ความแข็งแกร่งทางร่างกายก็ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

กู้หย่วนในยามนี้ หากวัดกันที่ความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงอย่างเดียว หรือจะเรียกว่าตบะในสายผู้บำเพ็ญเพียรทางกาย ก็บรรลุถึงระดับหยินเสินขั้นสูงแล้ว

นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด ทว่ามันคือความจริง!!!

หลังจากนั้น กู้หย่วนก็ใช้เวลาอีกเดือนกว่าเพื่อทำให้ระดับขั้นของตัวเองมั่นคง

จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

บนผิวหน้าของกู้หย่วนปรากฏแสงรัศมีห้าสีไหลเวียน แผ่กลิ่นอายของการหมุนเวียนเบญจธาตุที่คอยเกื้อหนุนและหลอมรวมกันอย่างไม่ขาดสาย

เช้ง เช้ง เช้ง!!! เช้ง เช้ง เช้ง!!!

ภายในร่างกายของเขา ราวกับมีเสียงกระบี่กรีดร้องดังกังวานกึกก้องและทรงพลังดังออกมาอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางความเลือนราง รอบกายของกู้หย่วนปรากฏแสงรัศมีห้าสีที่ดูพร่ามัว ภายในนั้นคล้ายกับมีแสงกระบี่ปรากฏขึ้น พวกมันพุ่งเข้าปะทะกันและแปรสภาพซึ่งกันและกัน ดูราวกับว่าชายหนุ่มกำลังดำรงอยู่ในอีกโลกใบหนึ่ง

แสงรัศมีห้าสีเหล่านี้มีอำนาจทะลุทะลวงสูงมาก แม้แต่ค่ายกลอาคมที่กู้หย่วนวางเอาไว้ในถ้ำพำนักก็ยากที่จะปกปิดมันเอาไว้ได้มิดชิด ยังคงมีเสียงเล็ดลอดออกไปด้านนอกให้ได้ยินอยู่บ้าง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดแสงรัศมีห้าสีบนผิวของกู้หย่วนก็ค่อยๆ หม่นแสงลง ก่อนจะจางหายไปจนหมด

กู้หย่วนพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาเฮือกหนึ่ง แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภายในดวงตาปรากฏแสงรัศมีห้าสี ขาว เขียว น้ำเงิน แดง เหลือง สว่างวาบขึ้น ก่อนจะถูกเก็บซ่อนเอาไว้

บุคลิกของเขาในยามนี้ แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด

กู้หย่วนคนก่อนมีบุคลิกที่ดูสะอาดสะอ้านและราบเรียบเยือกเย็น แต่กู้หย่วนในตอนนี้ นอกจากความเยือกเย็นไม่สะทกสะท้านแล้ว ยังเพิ่มความหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวเข้ามาอีกหลายส่วน ทำให้ดูเป็นคนที่พึ่งพาได้มากยิ่งขึ้น

"หืม? เกิดอะไรขึ้น?"

ขณะที่กู้หย่วนกำลังปรับตัวเข้ากับค่ายกลกระบี่เบญจวิญญาณเสวียนเทียนสะบั้นมารอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ว่าค่ายกลอาคมที่วางไว้ด้านนอกถูกกระทบกระเทือน และกำลังส่งสัญญาณเตือน

ทว่าค่ายกลนั้นไม่ได้ถูกโจมตีแต่อย่างใด

ไม่นานนัก ประกายแสงสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงค่ายกลมาจากด้านนอก และร่วงหล่นลงมาในมือของกู้หย่วน

มันคือยันต์วิญญาณรูปร่างคล้ายงูที่มีกลิ่นอายวิญญาณอัดแน่น เมื่อตกอยู่ในมือของกู้หย่วน มันจึงสงบนิ่งลง

กู้หย่วนดีดนิ้วกระตุ้นข้อมูลที่อยู่ภายใน ก่อนจะมีข้อความสายหนึ่งไหลเข้าสู่ห้วงคำนึง

เมื่อรับรู้ข้อความในยันต์วิญญาณ สีหน้าของกู้หย่วนก็ดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย

ตัวยันต์ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ แต่คนที่อยู่ข้างนอกนั่นสิที่ดูจะพิเศษอยู่สักหน่อย

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กู้หย่วนก็ตัดสินใจปลดค่ายกลบางส่วนออก แล้วเดินออกไป

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตู คือผู้บำเพ็ญเพียรที่มีรูปลักษณ์ประหลาดผู้หนึ่ง

คนผู้นี้มีรูปร่างผอมเล็ก อายุอานามไม่ใช่น้อย ผมเผ้าหงอกขาว เดินเหินงกๆ เงิ่นๆ เห็นได้ชัดว่าชราภาพมากแล้ว

ชายชราสวมชุดคลุมสีขาว แต่กลับสวมเสื้อกั๊กสีเขียวทับไว้ด้านนอก

และเบื้องหลังของเขายังมีสาวใช้รูปงามอีกสองนางยืนอยู่

"ผู้น้อยแซ่อู นามว่าถัน ขอคารวะสหายหนุ่ม"

ชายชราประสานมือคารวะกู้หย่วนอย่างเชื่องช้า

"ข้าน้อยฉู่เหอ ขอคารวะสหายอู..."

กู้หย่วนใช้ความคิดเพียงชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจหยิบชื่อปลอมเก่าของตัวเองขึ้นมาใช้

และหลังจากที่ได้เห็นชายชราผู้นี้ ภายในใจของกู้หย่วนก็เกิดความหวั่นไหว เขาจดจำฐานะของอีกฝ่ายได้ทันที และความรู้สึกประหลาดใจก็ผุดขึ้นมาในใจ

กู้หย่วนรู้สึกประหลาดใจ แต่ทางฝั่งอูถันนั้นกลับตกตะลึงจนแทบช็อก

ตัวเขาในวงการบำเพ็ญเพียรทะเลตงไห่แห่งนี้ ก็นับว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง สำหรับชื่อ "ฉู่เหอ" เขาย่อมเคยได้ยินมาเช่นกัน

ชื่อของฉู่เหอในทะเลตงไห่ แม้จะไม่ถึงกับโด่งดังเป็นพลุแตก แต่ก็ใกล้เคียงคำนั้นมากทีเดียว

เพราะเมื่อไม่นานมานี้ หมอนี่เพิ่งจะขึ้นลานประลองเป็นตายกับคนผู้หนึ่งที่เกาะเซียนหลัวฝู

ผู้ที่ประลองวิชากับเขาคือศิษย์สายตรงของวังเซียนอวี้เจียว นามว่ากู่เสวียนชิง ผู้ซึ่งเป็นอัจฉริยะระดับสูงที่บรรลุจินตานขั้นหนึ่ง ซ้ำยังสำเร็จมหาวิชาเทวะถึงสองแขนง

ตามหลักแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตัวตนเช่นนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเดียวกันทุกคนล้วนต้องทุ่มเทสุดกำลังและรับมืออย่างระมัดระวัง

และเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเดียวกัน ก็คงต้องพ่ายแพ้ให้กับกู่เสวียนชิงอย่างแน่นอน

แต่ทว่าฉู่เหอผู้นี้ แม้ระดับตบะจะด้อยกว่ากู่เสวียนชิงอยู่หนึ่งระดับ กลับเป็นฝ่ายกดดันและไล่ต้อนกู่เสวียนชิงจนถอยร่นไม่เป็นขบวนในระหว่างการต่อสู้

หากไม่ใช่เพราะตาเฒ่ากู่คง ผู้เป็นอาจารย์ของอีกฝ่ายไร้ความละอาย ลงมือลอบโจมตีฉู่เหอล่ะก็ เกรงว่ากู่เสวียนชิงต่อให้ไม่ตายก็คงต้องบาดเจ็บสาหัส

ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้น ยิ่งเหนือความคาดหมายของผู้คนไปไกล

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการลงมือของตาเฒ่ากู่คง ฉู่เหอกลับไม่ตื่นตระหนก ซ้ำยังฉวยโอกาสหลบหนี และยังลงมือสังหารผู้ยิ่งใหญ่ระดับหยินเสินอย่างเซวียอู่หลง เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียว ก็สามารถเด็ดหัวมันได้คาที่

ด้วยตบะระดับจินตาน แต่กลับสามารถสังหารผู้ยิ่งใหญ่ระดับหยินเสินได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว เรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้กลับเกิดขึ้นจริงต่อหน้าธารกำนัลมากมาย!

แม้ว่าในท้ายที่สุด ฉู่เหอจะพลาดท่าตกอยู่ในเงื้อมมือของตาเฒ่ากู่คงจนวิญญาณแตกสลายไป แต่ฉู่เหอผู้นั้นก็เป็นเพียงร่างแยกของฉู่เหอตัวจริงเท่านั้น

ดังนั้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อเสียงของฉู่เหอก็เริ่มโด่งดังกระฉ่อนไปทั่ว!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนโหดเหี้ยมระดับนี้ ย่อมไม่มีใครกล้าดูแคลน

สีหน้าของอูถันยิ่งทวีความนอบน้อม เขาประคองบัตรเชิญยื่นให้กู้หย่วน

"ที่แท้ก็คือคุณชายฉู่นี่เอง เมื่อไม่กี่วันก่อน องค์ชายหกของข้าน้อยบังเอิญเห็นประกายแสงสมบัติเรืองรองปรากฏขึ้นเหนือถ้ำพำนักของคุณชาย จึงสงสัยว่าจะมีผู้เยี่ยมยุทธ์พำนักอยู่ที่นี่ จึงจงใจส่งผู้น้อยมาเยี่ยมเยียนขอรับ"

"นี่คือของกำนัลแรกพบจากองค์ชายของข้าน้อย ขอคุณชายฉู่โปรดรับไว้ด้วยเถิด"

ระหว่างที่พูด เขาก็ตบมือเบาๆ สาวใช้ทั้งสองที่อยู่ด้านหลังก็ก้าวออกมา ต่างคนต่างหยิบกล่องไม้ออกมาจากถุงเก็บของ แล้วยื่นให้กับกู้หย่วน

"โอ๊ะ? องค์ชายหก..."

กู้หย่วนทวนสรรพนามที่ดูพิเศษนี้อยู่ในใจ ทำให้เขายิ่งแน่ใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง จากนั้นเขาก็โบกมือเบาๆ กล่องไม้ทั้งสองก็เปิดออก เผยให้เห็นของที่อยู่ด้านใน

ภายในกล่องไม้ใบหนึ่งมียาเม็ดสีทองหม่นขนาดเท่าไข่ไก่ บนพื้นผิวมีลวดลายคล้ายมังกรและงูจางๆ แฝงความมันวาวราวกับโลหะ และยังมีกลิ่นหอมของยาที่เบาบางเสียจนแทบไม่ได้กลิ่น

ส่วนของอีกชิ้นในกล่องไม้ เป็นสมุนไพรวิญญาณรูปร่างแปลกตา รูปลักษณ์ภายนอกดูธรรมดาสามัญ มองเผินๆ คล้ายกับยอดอ่อนของกล้วยไม้ ทว่าสีของมันกลับเป็นสีแดงฉานประดุจเลือด

"กล้วยไม้โลหิตเร้นลับ..."

สายตาของกู้หย่วนทอดมองไปยังสมุนไพรวิญญาณต้นนั้น เขารู้จักที่มาของมันเป็นอย่างดี ดูประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าสีหน้ากลับยังคงสงบนิ่ง

"คุณชายช่างตาแหลมคมยิ่งนัก!"

เมื่อได้ยินดังนั้น อูถันก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม

"กล้วยไม้โลหิตเร้นลับต้นนี้เป็นสมุนไพรวิญญาณที่หาได้ยากยิ่ง สรรพคุณของมันไม่ได้มีไว้เพื่อปรุงยาเพิ่มระดับตบะ แต่สมุนไพรวิญญาณชนิดนี้มีประโยชน์ต่อจิตวิญญาณอย่างมาก เหมาะที่สุดสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน เพราะมันสามารถช่วยให้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานทะลวงเข้าสู่ระดับหยินเสินได้ นับเป็นสุดยอดสมุนไพรวิญญาณที่ต่อให้มีหินวิญญาณนับแสนก้อนก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้! ในตลาดหลายแห่ง ของสิ่งนี้ถือเป็นของล้ำค่าที่มีเงินก็หาซื้อไม่ได้"

สีหน้าของกู้หย่วนยังคงไม่เปลี่ยน สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องเลื่อนขั้นสู่ระดับหยินเสิน กล้วยไม้โลหิตเร้นลับต้นนี้ย่อมมีประโยชน์อย่างยิ่ง และคงจะทำให้พวกเขาตาลุกวาวได้แน่นอน

แต่สำหรับเขาน่ะหรือ...

ความจริงมันก็งั้นๆ แหละ

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 572 รากฐานเบญจธาตุ!

คัดลอกลิงก์แล้ว