- หน้าแรก
- คู่มือยั่วรักฉบับตัวประกอบ ทะลุมิติ ไปจับหัวใจนายทหาร
- บทที่ 30: ฉันสู้เธอไม่ได้ตรงไหน?
บทที่ 30: ฉันสู้เธอไม่ได้ตรงไหน?
บทที่ 30: ฉันสู้เธอไม่ได้ตรงไหน?
บทที่ 30: ฉันสู้เธอไม่ได้ตรงไหน?
พี่ชาย ช่วยไว้หน้าฉันหน่อยไม่ได้เหรอ? สวี่โจวโจวมองเงินในมือแล้วถึงกับพูดไม่ออก
พนักงานขายหัวเราะคิกคัก "แหม เป็นแฟนกันแล้ว จะมาแบ่งแยกอะไรกันให้วุ่นวายล่ะจ๊ะ?"
"ใช่ ใครจ่ายก็เหมือนกันนั่นแหละ ไปเถอะ" กู้เป่ยเจิงพูดพร้อมกับดันหลังเธอเบาๆ
สวี่โจวโจวเม้มปากแล้วนำเงินไปจ่ายที่โต๊ะแคชเชียร์
กู้เป่ยเจิงที่หิ้วถุงน้อยใหญ่เต็มมือปรายตามองสวี่โจวโจว "เราไปซื้อเสื้อผ้ากันสักชุดเถอะ"
"ไม่ต้องหรอกๆ ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งซื้อชุดใหม่ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเหรอ? ไม่จำเป็นจริงๆ นะ" สวี่โจวโจวปฏิเสธซ้ำๆ เธอไม่มีเงินเหลือแล้วจริงๆ
"คุณตั้งใจจะใส่ชุดสีเขียวเข้าพิธีแต่งงานของเราเหรอ?" กู้เป่ยเจิงมองเธอด้วยแววตาหยอกล้อ
สวี่โจวโจว: "...ฉันว่าฉันมีเสื้อสีแดงอยู่นะ"
"เจ้าสาวที่ไหนเขาใส่เสื้อผ้าเก่าๆ กัน ไปซื้อชุดกระโปรงสีแดงใส่ในงานแต่งพรุ่งนี้ดีกว่า"
กู้เป่ยเจิงพูดแกมสั่งพลางดึงแขนเธอไปที่โซนเสื้อผ้า
"ตัวนี้สวยดี ลองใส่ดูสิ"
กู้เป่ยเจิงหยิบชุดกระโปรงแขนยาวสีแดงแล้วยื่นให้เธอ คะยั้นคะยอให้เธอลองใส่
"อ้าว พวกคุณสองคนอีกแล้วเหรอ? มาซื้อเสื้อผ้าอีกแล้วเหรอคะ?" พนักงานขายคนเดิมเมื่อคราวก่อนจำพวกได้ทันที ผู้ชายก็ตัวสูงหล่อเหลา ส่วนผู้หญิงก็ผิวขาวสะสวย ทำให้จำได้ง่าย
สวี่โจวโจวยิ้มให้เธอ
"อะไรกัน? ซื้อเสื้อผ้าให้คนอื่นอีกแล้วเหรอคะ?" พนักงานขายแซว
"เปล่าครับ ซื้อให้แฟนผมเอง" กู้เป่ยเจิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อ้าว ไม่ใช่ว่าตอนนั้นบอกไม่ได้เป็นแฟนกันเหรอคะ?" พนักงานขายมองสวี่โจวโจวพร้อมรอยยิ้มขณะถือชุดกระโปรงไว้
สวี่โจวโจวรับชุดมาแล้วยิ้มเขินๆ "ตอนนี้เป็นแล้วค่ะ"
ชุดกระโปรงสีแดงมีแขนยาวจั๊มปลาย เอวเข้ารูป และชายกระโปรงยาวระข้อเท้า คอเสื้อเป็นแบบไขว้ทับกัน เมื่อสวมแล้วก็เน้นทรวดทรงองค์เอวโดยไม่ต้องเปิดเผยเนื้อหนัง และสีแดงยังขับผิวให้ดูขาวกระจ่างใสและเปล่งประกายยิ่งขึ้น
"แหม คนสวยนี่ใส่อะไรก็สวยจริงๆ" พนักงานขายอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมขณะมองสวี่โจวโจว
กู้เป่ยเจิงมองสำรวจเรือนร่างเธอด้วยสายตาเร่าร้อน
"สวยไหมคะ?" สวี่โจวโจวเงยหน้าขึ้นถาม
กู้เป่ยเจิงพยักหน้าเล็กน้อย "สวยดี ซื้อตัวนี้แหละ"
สวี่โจวโจวก็คิดว่ามันสวยเหมือนกัน สีสันสดใสแต่ไม่ฉูดฉาด ดูหรูหราสง่างาม เธอถามพนักงานขายด้วยรอยยิ้มว่า "ตัวนี้เท่าไหร่คะ?"
"ยี่สิบห้าหยวนจ้ะ"
"เท่าไหร่นะคะ?" สวี่โจวโจวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แม้เธอจะเพิ่งมาอยู่ในโลกนี้ได้ไม่กี่วัน แต่ก็เริ่มคุ้นเคยและยอมรับค่าครองชีพที่นี่ได้แล้ว เงินจำนวนนี้ในอนาคตคงซื้อได้แค่ชานมไข่มุกแก้วเดียว แต่ที่นี่มันเท่ากับเงินเดือนสอนหนังสือของเธอตั้งสองเดือนเลยนะ บ้าไปแล้ว ตัวเธอในอนาคตคงไม่บ้าพอที่จะเอาเงินเดือนสองเดือนไปซื้อชุดแค่ชุดเดียวหรอก
"ฉันไม่เอาๆ มันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่" เธอพูดพลางเดินเข้าห้องลองเสื้อไปถอดออก
เธอรีบเปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาคืนชุดให้พนักงานขาย แต่กลับไม่เห็นกู้เป่ยเจิงอยู่แถวนั้นแล้ว
"เขาไปไหนแล้วคะ?"
"แฟนคุณไปจ่ายเงินแล้วจ้ะ เขาซื้อชุดนี้แล้ว" พนักงานขายยิ้มพลางแพ็คชุดใส่ถุงแล้วส่งให้สวี่โจวโจว "สหายเอ๊ย ดูสิว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่ได้แฟนทั้งหล่อทั้งใจป้ำขนาดนี้"
เมื่อเห็นกู้เป่ยเจิงเดินมาจากแต่ไกล สวี่โจวโจวก็ขมวดคิ้วใส่เขา "คุณบ้าไปแล้ว ชุดนี้แพงเกินไปนะ มันไม่คุ้มราคาเลย"
กู้เป่ยเจิงปรายตามองเธอ "ถ้าคุณใส่แล้วสวย มันก็คุ้มแล้วล่ะ"
สวี่โจวโจวหน้ามุ่ยแล้วเม้มปาก "ก็ได้ ในเมื่อซื้อมาแล้ว กลับไปฉันจะคืนเงินให้คุณนะ"
กู้เป่ยเจิงเหลือบมองเธอแต่ไม่พูดอะไร
"คุณจะซื้อเสื้อผ้าสักชุดไหม?" สวี่โจวโจวสังเกตเห็นว่ากู้เป่ยเจิงไม่ได้ซื้ออะไรให้ตัวเองเลย
"ไม่จำเป็นหรอก" กู้เป่ยเจิงส่ายหน้า "ผมจะใส่เครื่องแบบทหาร"
สวี่โจวโจว: "..." เอาเถอะ ใส่เครื่องแบบทหารมันก็ดูน่าเกรงขามกว่าจริงๆ นั่นแหละ
เมื่อซื้อของเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองก็รีบเดินทางกลับหมู่บ้าน
กู้เป่ยเจิงพาสวี่โจวโจวไปที่บ้านของติงหลาน
ติงหลานกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ส่วนเสี่ยวเถากำลังนั่งตัดกระดาษมงคล 'ซวงสี่' (ตัวอักษรจีนมงคลหมายถึงความสุขคู่) อยู่ในลานบ้าน เมื่อเห็นกู้เป่ยเจิงและสวี่โจวโจวเดินเข้ามา เธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น
"คุณน้า จะแต่งงานกับครูสวี่จริงๆ เหรอคะ?"
กู้เป่ยเจิงลูบหัวเธอเบาๆ "ใช่แล้ว"
เสี่ยวเถากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจพลางดึงมือสวี่โจวโจว "คุณน้าสะใภ้ คุณน้าสะใภ้! ครูสวี่ ต่อไปนี้ครูจะเป็นคุณน้าสะใภ้ของหนูแล้วนะ"
เมื่อสรรพนามเปลี่ยนไปกะทันหัน สวี่โจวโจวก็ยิ้มเขินๆ และลูบหัวเสี่ยวเถา
ตอนนั้นเอง ติงหลานก็เดินออกมา ใบหน้าของเธอทะมึนทึงขณะมองดูทั้งสองคน
สวี่โจวโจวรู้ว่าติงหลานไม่ชอบเธอ แต่ก็ไม่ได้มีความบาดหมางส่วนตัวอะไรกัน อันที่จริง ติงหลานเป็นคนพาพ่อแม่ของลู่ซื่อเจี๋ยไปที่บ้านพักครูเพื่อช่วยชีวิตเธอในวันนั้นด้วยซ้ำ
ในฐานะครูของลูก ติงหลานอาจจะชอบและเคารพเธอ แต่ในฐานะคนรักของน้องชายสุดที่รัก เธอคงยอมรับไม่ได้
"พี่ติงหลานคะ" สวี่โจวโจวเอ่ยเรียกเธอ
ติงหลานปรายตามองทั้งสองคนที่ยืนเคียงข้างกัน—คนหนึ่งหล่อเหลาเอาการ อีกคนก็สวยสะพรั่งงดงาม เธอต้องยอมรับว่าทั้งคู่ดูเหมาะสมกันจริงๆ
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้ดีว่าเมื่อเด็กคนนี้ตัดสินใจอะไรไปแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนใจ เธอแค่กังวลว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับแม่บุญธรรมยังไงดี
"พี่ทำความสะอาดห้องนี้ไว้ให้แล้ว พวกนายใช้เป็นเรือนหอก็แล้วกัน ทนๆ อยู่ไปก่อนนะ"
"ขอบคุณครับพี่" กู้เป่ยเจิงระบายยิ้มบางๆ ถึงจะโดนด่าแค่ไหน แต่สุดท้ายพี่สาวก็ตัดหางปล่อยวัดเขาไม่ลงอยู่ดี "แต่พี่ต้าหมิงเพิ่งจะเสียไป จัดงานแต่งที่นี่คงไม่เหมาะเท่าไหร่ เดี๋ยวผมจะไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน ขอยืมที่ทำการกองพลจัดงานเลี้ยง ส่วนเรื่องที่อยู่พักที่บ้านพักครูก็ได้ครับ"
กู้เป่ยเจิงหันกลับมามองสวี่โจวโจวเป็นเชิงถาม เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบพยักหน้า "ได้สิคะ"
ถึงอย่างไรสามีของติงหลานก็เพิ่งเสียชีวิตไปหมาดๆ การมาจัดงานเฉลิมฉลองเอิกเกริกที่นี่คงดูไม่เหมาะสมจริงๆ
"เอาเถอะ ตามใจนายก็แล้วกัน" ติงหลานพยักหน้า
"พี่ครับ เมื่อคืนผมเขียนการ์ดเชิญไว้สองสามใบสำหรับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในหมู่บ้าน รบกวนพี่ช่วยเอาไปแจกให้หน่อยนะครับ ผมจะไปหาผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยจัดการเรื่องงานเลี้ยงแล้วก็ประกาศบอกคนในหมู่บ้านด้วย"
กู้เป่ยเจิงยื่นการ์ดเชิญที่เขียนบนกระดาษสีแดงให้ติงหลาน
สวี่โจวโจวมองดู ลายมือพู่กันสีดำบนกระดาษสีแดงที่ตัดอย่างประณีตนั้นดูตวัดหนักแน่นและทรงพลัง
"โอเค เดี๋ยวพี่ไปจัดการให้"
ติงหลานรับการ์ดเชิญแล้วเดินออกไป
"แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ?" สวี่โจวโจวไม่คิดว่ากู้เป่ยเจิงจะจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยขนาดนี้
กู้เป่ยเจิงที่กำลังจะออกไปหาผู้ใหญ่บ้านหันกลับมามองเธอ "คุณก็... เรียนตัดกระดาษมงคล 'ซวงสี่' กับเสี่ยวเถาก็แล้วกัน ตอนบ่ายก็พาเธอไปเรียนด้วย"
พูดจบ เขาก็ก้าวยาวๆ ออกจากประตูไป
สวี่โจวโจวเม้มปาก เอาเถอะ เธอเองก็ยินดีที่จะไม่ต้องลงมือทำอะไรอยู่แล้ว
"คุณน้าสะใภ้ มาทางนี้สิคะ หนูจะสอนตัดเอง"
เสี่ยวเถาดึงสวี่โจวโจวด้วยความตื่นเต้น ดีจังเลย มีคุณน้าเป็นทหารแถมยังมีคุณน้าสะใภ้เป็นครู คราวนี้ใครจะกล้ารังแกเธอที่ไม่มีพ่อได้อีกล่ะ
ช่วงบ่าย เสียงประกาศจากลำโพงของกองพลก็แจ้งข่าวเรื่องการแต่งงานของสวี่โจวโจวกับกู้เป่ยเจิง พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่ที่ทำการกองพลในวันพรุ่งนี้
ทั้งหมู่บ้านแตกตื่นกันไปหมด
"พวกเขาจะแต่งงานกันจริงๆ เหรอเนี่ย?"
"ปัญญาชนสวี่คนนี้มีฝีมือไม่เบาเลยนะ จับนายทหารได้เร็วขนาดนี้เลย?"
"จะเป็นนายทหารหรืออะไรก็ช่างเถอะ ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย มีใครบ้างล่ะที่จะไม่มักมากในกาม"
"ได้ยินมาว่างานเลี้ยงพรุ่งนี้กินฟรี ไม่ต้องใส่ซองด้วย เราไปดูหน่อยดีไหม?"
"มีของฟรีให้กินใครจะไม่ไปล่ะ? ไปกันเถอะ"
ขณะที่คนในหมู่บ้านกำลังฮือฮา จ้าวอิงที่อยู่ในบ้านผู้ใหญ่บ้านก็รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า
"พ่อบอกว่ากู้เป่ยเจิงจะแต่งงานกับสวี่โจวโจวงั้นเหรอ?"
"ใช่ กู้เป่ยเจิงเพิ่งมาคุยเรื่องงานเลี้ยงกับพ่อแกเมื่อกี้ แล้วพ่อแกก็ออกไปช่วยเขาจัดการเรื่องงานแล้ว"
หวังกุ้ยฮวาพูดด้วยใบหน้าเสียดาย "ไม่คิดเลยว่านังแพศยานั่นจะชิงตัดหน้าเราไปก่อน ชิ กู้เป่ยเจิงคนนี้หน้าตาก็ดูดีหรอกนะ แต่ที่แท้ก็บ้ากามเหมือนกัน โดนนังนั่นหลอกล่อจนวิญญาณหลุดลอยไปง่ายๆ ซะงั้น"
ความโกรธเกรี้ยวในใจของจ้าวอิงพลุ่งพล่านราวกับพายุคลั่ง เธอหันหลังเตรียมจะวิ่งออกไปนอกประตู
"แกจะไปไหน?" ผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งเดินเข้ามาถามพลางรั้งลูกสาวไว้
"กู้เป่ยเจิงอยู่ไหนล่ะพ่อ?" จ้าวอิงชะเง้อมองไปด้านหลังพ่อ
"เขาไปแล้ว กลับไปหาเมียเขาแล้ว" ผู้ใหญ่บ้านมองลูกสาวที่กำลังฟึดฟัดแล้วเตือนว่า "ฉันบอกแกไว้ก่อนนะ พวกเขากำลังจะแต่งงานกัน แกอย่าไปทำเรื่องขายหน้าเชียวล่ะ"
"ฮึ" จ้าวอิงไม่สนใจพ่อแล้ววิ่งพุ่งตรงไปที่โรงเรียน
หลังเลิกเรียน เสี่ยวเถาเอากระดาษมงคล 'ซวงสี่' ที่ตัดไว้ออกจากกระเป๋าแล้วรบเร้าจะไปติดที่บ้านพักครูของสวี่โจวโจวให้ได้
สวี่โจวโจวพาเธอกลับไปที่บ้านพักครู ทั้งสองกวนแป้งเปียกแล้วเอากระดาษที่ตัดไว้ออกมา แปะลงบนผนัง โต๊ะ และแม้แต่กระติกน้ำร้อนสีแดงคู่ใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อเช้าทีละแผ่น
เมื่อก่อนเธอมีกาต้มน้ำเก่าๆ ที่เก็บความร้อนไม่ได้แล้ว แต่ก็ทนใช้มาตลอด หลังจากที่กู้เป่ยเจิงเอากระติกน้ำร้อนใบใหม่มาให้ เขาก็เอากาต้มน้ำใบเก่าไปทิ้งซะแล้ว
"คุณน้าสะใภ้ เราเอาไปติดตรงหน้าต่างบานนั้นด้วยสิคะ" เสี่ยวเถาพูดพลางชี้ไปที่ช่องแสงเหนือประตู
"ตรงนั้นเหรอ? มันสูงจัง ฉันว่าเราข้ามไปเถอะ"
สวี่โจวโจวมองไปที่หน้าต่าง มันสูงเกินไป เธอเอื้อมไม่ถึงหรอก
"ก็เพราะมันสูงไงคะถึงต้องติดตรงนั้น! สูงๆ คนจะได้เห็นกันทั่วไง" เสี่ยวเถาพูดอย่างตื่นเต้น เด็กน้อยดีใจจนเนื้อเต้น ตื่นเต้นยิ่งกว่าสวี่โจวโจวที่เป็นเจ้าสาวตัวจริงเสียอีก เธอเดินวุ่นไปมาอย่างขะมักเขม้น
"ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันลองดู" สวี่โจวโจวไม่อยากขัดความกระตือรือร้นของเด็กน้อย จึงไปยกเก้าอี้จากในห้องมา แต่ถึงจะขึ้นไปยืนแล้วเขย่งเท้าก็ยังเอื้อมไม่ถึงอยู่ดี "เสี่ยวเถา ไปหยิบม้านั่งตัวเล็กมาให้ฉันหน่อยสิ ฉันจะเอามาซ้อนกันจะได้เอื้อมถึง"
สวี่โจวโจวตะโกนบอกเสี่ยวเถา พอเธอก้มลงมองก็เห็นกู้เป่ยเจิงกำลังแหงนหน้ามองเธออยู่
"ว้าย!" เธอหันขวับ เท้าซ้ายสะดุดเท้าขวา ร่างกายเอนไปด้านข้าง กู้เป่ยเจิงก้าวไปข้างหน้าแล้วคว้าตัวหญิงสาวที่กำลังจะล้มลงมาสู่อ้อมกอด
"ไม่เป็นไรใช่ไหม?"
สวี่โจวโจวโอบแขนรอบคอกู้เป่ยเจิง เกาะเขาไว้แน่นแล้วรีบส่ายหน้า "ฉันไม่เป็นไรๆ"
ทันทีที่เธอพูดจบ เธอก็รู้สึกถึงมือใหญ่คู่หนึ่งมาจับที่เอว เธอถูกจับหมุนตัวและยกขึ้นไปในอากาศ กว่าจะรู้ตัว เธอก็ขึ้นไปนั่งอยู่บนไหล่ขวาของกู้เป่ยเจิงเสียแล้ว
"ติดสิ"
ชายหนุ่มประคองแผ่นหลังและเอวของเธอไว้อย่างมั่นคง สวี่โจวโจวยังคงตกใจ มือของเธอจับผมสั้นเกรียนของเขาไว้แน่น หลังจากตั้งสติได้ เธอก็พบว่าตัวเองนั่งได้อย่างมั่นคงทีเดียว
เธอปล่อยมือจากผมของเขา ลูบผมให้เขาอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วยกแขนขึ้นค่อยๆ แปะกระดาษมงคล 'ซวงสี่'
"เสร็จแล้ว"
ตัวของเธอเบาหวิวเมื่อเขาจับเอวเธอแล้ววางลงบนพื้นอย่างมั่นคง
การถูกเขาอุ้มขึ้นวางลงอย่างง่ายดาย ทำให้สวี่โจวโจวรู้สึกเหมือนเป็นตุ๊กตาในมือเขา ที่จะถูกจับวางตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ
"ติดเสร็จหมดหรือยัง?" กู้เป่ยเจิงก้มลงมองเธอ
"ยังเหลืออีกสองสามแผ่นค่ะ" สวี่โจวโจวชี้ไปที่กระดาษสีแดงบนโต๊ะ
"คุณน้า หนูอยากขี่ม้าส่งเมืองบ้าง" เสี่ยวเถาอ้อนพลางกระตุกเสื้อกู้เป่ยเจิงและทำปากยื่น
"ได้สิ งั้นหนูไปติดแผ่นที่อยู่ข้างบนนะ" กู้เป่ยเจิงก้มลง จับแขนเสี่ยวเถา แล้วหมุนตัวยกเธอขึ้นไปนั่งคร่อมบนคอเขา
"สูงจังเลย สูงจังเลย!" เสี่ยวเถาปรบมืออย่างตื่นเต้น "คุณน้าสะใภ้ รีบส่งกระดาษมาให้หนูสิคะ หนูจะติดเอง"
"ระวังหน่อยนะ" สวี่โจวโจวอดเตือนไม่ได้ เพราะข้างบนนั้นมันสูงจริงๆ
"ไม่เป็นไรค่ะ ไหล่คุณน้ากว้างมาก หนูนั่งสบายและมั่นคงสุดๆ เลย" เสี่ยวเถายิ้มแฉ่งขณะแปะกระดาษ แล้วถามว่า "คุณน้าสะใภ้ เมื่อกี้ที่นั่งแบบนั้น มันสบายไหมคะ? มั่นคงดีไหม?"
"เอ่อ..." สวี่โจวโจวเงยหน้าขึ้นสบตากับสายตาตั้งคำถามของกู้เป่ยเจิง เธอหน้าแดงก่ำแล้วตอบส่งๆ ไปว่า "ก็ดีนะ มั่นคงดี"
"ก็ดีเหรอ?" กู้เป่ยเจิงมองเธออย่างขบขัน "ยังไม่มั่นคงพอเหรอ? คราวหน้าผมจะทำให้คุณนั่งได้มั่นคงกว่านี้อีก"
สวี่โจวโจว: "...ฉันไม่ใช่เด็กนะ ทำไมจะต้องมาอยากขี่ม้าส่งเมืองทั้งวันด้วย"
กู้เป่ยเจิงได้ยินเสียงบ่นพึมพำของเธอแล้วหัวเราะในลำคอ ก่อนจะอุ้มเสี่ยวเถาเดินไปที่ห้องถัดไป
"เสี่ยวเถา แปะตรงนี้แผ่นหนึ่ง"
"ได้เลยค่ะ"
"กู้เป่ยเจิง!" ประตูโรงเรียนถูกผลักเปิดออกเสียงดังปัง แล้วจ้าวอิงก็พุ่งพรวดเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด
กู้เป่ยเจิงขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะวางเสี่ยวเถาลง
"กู้เป่ยเจิง ไหนคุณบอกว่ายังไม่มีแผนจะแต่งงานไงคะ?" จ้าวอิงพุ่งเข้าไปหากู้เป่ยเจิงด้วยท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจ แล้วหันไปถลึงตาใส่สวี่โจวโจวอย่างดุเดือด
เมื่อนางเอกของเรื่องมาทวงถาม สวี่โจวโจวก็ต้องยอมรับว่าเธอรู้สึกผิดอยู่บ้าง
"งั้นพวกคุณคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวพวกเราเข้าไปข้างในก่อน" สวี่โจวโจวจับมือเสี่ยวเถา ตั้งใจจะเลี่ยงเข้าไปข้างในอย่างรู้มารยาท แต่พอหันหลังกลับ เธอก็ถูกคว้าคอเสื้อไว้
"คุณจะหลบไปไหน?" กู้เป่ยเจิงดึงไหล่เธอให้มาแนบชิดข้างกายเขา
"ฉันไม่ได้หลบ แค่ไม่อยากขัดจังหวะพวกคุณคุยกันไง" สวี่โจวโจวที่ถูกมือใหญ่ของเขากักตัวไว้และต้องพิงแอบอิงกับเขาไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้ จึงได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ ให้เขา
ในสายตาของจ้าวอิง สองคนนี้กำลังจีบกันต่อหน้าต่อตาเธอ ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที "กู้เป่ยเจิง ไม่ใช่คุณบอกว่ายังไม่คิดเรื่องแต่งงานในตอนนี้หรอกเหรอคะ?"
กู้เป่ยเจิงปรายตามองอย่างเย็นชา "ใช่ 'ในตอนนี้' ก็แปลว่าตอนนั้นไง"
จ้าวอิง: "คุณ..." ก็ได้ งั้นไอ้คำว่า 'ในตอนนี้' มันใช้ได้กับฉันคนเดียวงั้นเหรอ?
"แล้วทำไมต้องเป็นเธอด้วย? ทำไมถึงต้องแต่งงานกับเธอ?" จ้าวอิงถามอย่างไม่พอใจ เธอรู้สึกว่าตัวเองยอมลดทิฐิมาเสนอตัวให้ถึงที่แล้ว การถูกปฏิเสธอย่างเย็นชาก็เรื่องหนึ่ง แต่การที่เขาหันไปแต่งงานกับผู้หญิงที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่แถมยังเกือบจะติดคุก—เธอจะทนรับเรื่องนี้ได้ยังไง?
"สหายจ้าว ผมจะแต่งงานไหม หรือจะแต่งกับใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ กรุณารู้จักวางตัวด้วย" กู้เป่ยเจิงตอบกลับความไม่พอใจของจ้าวอิงอย่างตรงไปตรงมาและเรียบง่าย
"คุณ คุณก็แค่มองที่หน้าตาของเธอใช่ไหมล่ะ? คุณเองก็ถูกนังจิ้งจอกนี่ปั่นหัวเอาเหมือนกันใช่ไหม?" ด้วยความอับอายและโกรธแค้น จ้าวอิงละทิ้งภาพลักษณ์ที่ดูสง่างามและใจดีของเธอไปจนหมดสิ้น เธอชี้หน้าด่าสวี่โจวโจวพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความโกรธจัด
ความหึงหวงก็เรื่องหนึ่ง แต่การมาโจมตีกันส่วนตัวแบบนี้มันเกินไปหน่อยไหม
สวี่โจวโจวเอียงคอแล้วมองจ้าวอิง "สหายจ้าว ในเมื่อคุณก็รู้เหตุผลอยู่แล้ว ก็อย่ามาทำตัวไร้เหตุผลหน่อยเลย ถึงยังไงคุณสมบัติติดตัวที่ได้มาตั้งแต่เกิดพวกนี้มันก็สู้กันยากอยู่แล้วล่ะนะ"
พูดจบ เธอก็ส่งยิ้มที่ดูไร้เดียงสาให้จ้าวอิง
แม้เธอจะรู้สึกผิดต่อนางเอกอยู่บ้างนิดหน่อย แต่ก็ต้องขอโทษด้วยนะ เธอจะใช้ความสวยของเธอให้เป็นประโยชน์ พระเอกเขาเป็นคนเดินเข้ามาหาเธอเองนี่นา
กู้เป่ยเจิงก้มหน้าลงและหัวเราะในลำคอเบาๆ โดยไม่พูดอะไร
จ้าวอิงจับน้ำเสียงประชดประชันของสวี่โจวโจวได้ จึงทำหน้าตาหน้าสงสาร "กู้เป่ยเจิง ฉันสู้เธอไม่ได้ตรงไหน?"