- หน้าแรก
- คู่มือยั่วรักฉบับตัวประกอบ ทะลุมิติ ไปจับหัวใจนายทหาร
- บทที่ 25: คุณไม่ได้ไปแล้วหรอกเหรอ?
บทที่ 25: คุณไม่ได้ไปแล้วหรอกเหรอ?
บทที่ 25: คุณไม่ได้ไปแล้วหรอกเหรอ?
บทที่ 25: คุณไม่ได้ไปแล้วหรอกเหรอ?
"งั้นก็เรียกแม่นั่นออกมาถามเลยสิ"
หัวหน้าซูหาห้องทำงานว่างๆ ได้ห้องหนึ่ง แล้วสวี่โจวโจวก็ถูกพาตัวเข้าไปข้างใน
หัวหน้าฟู่ปรายตามองเพียงแวบเดียวก็เข้าใจทันทีว่าทำไมไอ้เด็กเหลือขอลู่ซื่อเจี๋ยถึงได้หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้ แม้ว่าผมเผ้าของเธอจะยุ่งเหยิงและมีสีหน้าอิดโรย ทว่าความงดงามของเธอก็ยังคงโดดเด่นจนไม่อาจปฏิเสธได้
สวี่โจวโจวกวาดสายตามองไปรอบห้อง เธอไม่เห็นตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้เลยสักนาย แต่กลับเห็นฟู่ชุนฮวากำลังกลอกตา เธอจึงเดาว่าพวกเขาน่าจะต้องการเจรจายอมความกับเธอ
ยอมความงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ ที่เธอลงมืออย่างโหดเหี้ยมขนาดนั้นก็เพื่อทำให้เรื่องมันบานปลาย ทำให้มันลุกลามจนควบคุมไม่ได้และทำให้คนพวกนี้ทนไม่ไหวจนต้องรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาบ้าง ต่อให้ต้องติดคุก เธอก็เต็มใจรับผลของมัน
"ปัญญาชนสวี่ ถ้าเรื่องนี้ยังบานปลายต่อไป มันก็ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น ฉันว่าเรามาหาทางออกร่วมกันเพื่อยุติเรื่องนี้จะดีกว่า เธอว่ายังไง?" หัวหน้าฟู่เอ่ยถามช้าๆ
"ไม่ว่าจะมองยังไง ฉันก็คือเหยื่อ ฉันจะฟ้องลู่ซื่อเจี๋ยให้ถึงที่สุด ไม่มีทางยอมความเด็ดขาด" สวี่โจวโจวตวัดสายตาเย็นชาใส่พวกเขา
"นังตัวดี แกจะมาทำหยิ่งผยองอะไรนักหนา? ซื่อเจี๋ยของพวกเราโดนแกตีซะปางตายขนาดนั้น แกก็รอติดคุกได้เลย" ฟู่ชุนฮวาพูดอย่างเกรี้ยวกราด
"เอาสิ งั้นฉันก็ขอให้พวกคุณพบกับโศกนาฏกรรมคนหัวหงอกต้องมาเผาคนหัวดำ ขอให้มันอายุสั้นและไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกเลย" สวี่โจวโจวพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม
"นัง... นังสารเลว ฉันจะฆ่าแก!" ฟู่ชุนฮวาลุกพรวดขึ้นมาหมายจะพุ่งเข้าใส่ แต่ถูกลู่ต้าไห่ดึงตัวรั้งเอาไว้
หัวหน้าฟู่ขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้จะดุดันขนาดนี้ "สหายสวี่ ดูสิเธอยังอายุน้อยแค่นี้ อยากจะทิ้งชีวิตทั้งชีวิตให้สูญเปล่าอยู่ในคุกจริงๆ งั้นเหรอ?"
"ฉันได้ยินมาว่าการตรวจสอบประวัติทางการเมืองของเธอมีปัญหา โอกาสที่จะได้กลับเข้าเมืองก็เลยริบหรี่ ถ้าเธอต้องติดคุกสักสองสามปี ก็ลืมเรื่องกลับเมืองไปได้เลย สุดท้ายก็ยังต้องอาศัยอยู่ในหมู่บ้านต่อไปอยู่ดี ไม่ใช่หรือไง?"
เขากำลังข่มขู่เธอ—ต่อให้เธอต้องติดคุกไม่กี่ปี แต่พอพ้นโทษออกมาก็ยังต้องกลับมาที่หมู่บ้านและตกอยู่ในกำมือของพวกเขาอยู่ดี
สวี่โจวโจวแค่นหัวเราะอย่างขมขื่น "ถ้าเป็นแบบนั้น ดูเหมือนว่าฉันจะปรานีเขาเกินไปหน่อย ฉันน่าจะตีเขาให้ตายไปเลย ต่อให้ฉันต้องถูกตัดสินประหารชีวิต แต่อย่างน้อยก็ยังมีเขาตายตกไปตามกัน"
หัวหน้าฟู่ไม่คิดว่าเด็กสาวคนนี้จะหัวรั้นขนาดนี้ เขากดไหล่ฟู่ชุนฮวาที่กำลังจะกระโจนเข้าใส่เอาไว้ ข่มอารมณ์โกรธแล้วพูดกับสวี่โจวโจวว่า "ปัญญาชนสวี่ ตอนนี้เธอกำลังโกรธอยู่ จะพูดจารุนแรงไปบ้างก็เข้าใจได้ ฉันมีทางออกที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ทำไมไม่ลองฟังดูก่อนล่ะ?"
สวี่โจวโจวช้อนตาขึ้นมองเขานิดหนึ่งแต่ไม่พูดอะไร
"ซื่อเจี๋ยเขาชอบเธอจริงๆ นะ เขาแค่ทำพลาดไปชั่ววูบเพราะอารมณ์พาไป ฉันว่าเธอแต่งงานกับเขาจะดีกว่า แบบนี้ก็จะอ้างได้ว่าเป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกันและพลั้งมือทำร้ายร่างกาย ทั้งเธอและเขาจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แล้วทางสถานีตำรวจก็จะปล่อยตัวเธอไปได้ทันที"
ราวกับได้ยินเรื่องตลก สวี่โจวโจวส่งเสียงหัวเราะหยันอย่างไม่อยากจะเชื่อ "พวกคุณเสียสติไปแล้วเหรอ? จะให้ฉันแต่งงานกับไอ้เดนมนุษย์ที่พยายามจะข่มขืนฉันเนี่ยนะ? นี่เหรอทางออกที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย? พวกคุณน่ะสิที่ได้ประโยชน์เต็มๆ พูดเรื่องหน้าไม่อายแบบนี้ออกมาได้ยังไง?"
"สวี่โจวโจว อย่ามาทำเป็นไม่รู้บุญคุณหน่อยเลย ซื่อเจี๋ยของเราคู่ควรกับนังตัวดีอย่างแกเหลือเฟือ!" ฟู่ชุนฮวาตะคอกพลางชี้หน้าสวี่โจวโจว
"ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมลู่ซื่อเจี๋ยถึงได้เลวทรามขนาดนี้ ที่แท้ก็เกิดมาในรังหนูโสโครกนี่เอง สันดานถึงได้เน่าเฟะไปหมด ไม่แปลกใจเลยที่โตมาจิตใจหยาบช้าเลวทรามแบบนี้"
สวี่โจวโจวหรี่ตามองคนทั้งสามตรงหน้าด้วยความรังเกียจ เธอคิดว่าพวกเขากำลังต้องการเจรจายอมความ แต่ไม่คิดเลยว่าจะคิดแผนการที่สกปรกโสมมและน่ารังเกียจขนาดนี้ออกมาได้ มันทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนจริงๆ
"สวี่โจวโจว ฉันขอแนะนำให้เธอคิดดูให้ดีๆ การแต่งงานกับซื่อเจี๋ยมีแต่ผลดีกับเธอนะ พอเธอมีสถานะที่ชัดเจนแล้ว ในอนาคตถ้านโยบายเปลี่ยนไป โอกาสที่เธอจะได้กลับเมืองก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มันดีกว่าต้องไปนอนในคุกตั้งหลายปีไม่ใช่หรือไง?"
สวี่โจวโจวได้ยินความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดของหัวหน้าฟู่ เขาต้องการเอาโอกาสในการกลับเข้าเมืองมาล่อใจเธอ
เธอเบ้ปากอย่างเหยียดหยาม "ฉันยอมติดคุกดีกว่า"
หัวหน้าฟู่เห็นความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเด็กสาวก็รู้ว่าไม่มีช่องทางให้เจรจาต่อรองได้อีก ใบหน้าของเขาเริ่มดำทะมึน "ได้ สวี่โจวโจว เห็นๆ กันอยู่ว่าเธอเป็นคนยั่วยวนลู่ซื่อเจี๋ยก่อน ด้วยความห่วงใยในชื่อเสียงของเธอ ลู่ซื่อเจี๋ยจึงปฏิเสธอย่างหนักแน่น เธอรู้สึกอับอายและโกรธแค้นก็เลยทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัส เธอต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมนี้แต่เพียงผู้เดียว"
เมื่อได้ยินคำโกหกหน้าด้านๆ ของเขา สวี่โจวโจวก็มองเขาด้วยความตกตะลึง ในขณะที่ฟู่ชุนฮวายิ้มอย่างผู้ชนะอยู่ข้างๆ
"ช่างเป็นข้าราชการของประชาชนที่ประเสริฐเสียจริง บิดเบือนความจริงและใส่ร้ายป้ายสีประชาชนแบบนี้น่ะเหรอ?"
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ตามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำดังกังวาน
สวี่โจวโจวหันขวับไปมอง เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงประตู เธอก็ถึงกับอึ้งไปอย่างไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง
"กู้... กู้เป่ยเจิง?"
ฟู่ชุนฮวาลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อมองไปที่ร่างสูงใหญ่ซึ่งมีใบหน้าเย็นชาของกู้เป่ยเจิงที่หน้าประตู "คุณ... คุณไม่ได้ไปแล้วหรอกเหรอ?"
กู้เป่ยเจิงก้าวเข้ามาข้างในและเดินมาเคียงข้างสวี่โจวโจว เมื่อเห็นผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงและท่าทีที่เหนื่อยล้าของเธอ หัวใจของเขาก็ปวดหนึบ ความโกรธแค้นที่อธิบายไม่ได้พวยพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึก เขาเอื้อมมือไปดึงเธอมาหลบอยู่ด้านหลัง
เขาหันขวับไปมองด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและเย็นชา พร้อมเอ่ยขึ้นว่า "เพียงเพราะผมไม่อยู่ พวกคุณก็คิดจะรังแกแฟนผมตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ?"
"แฟนคุณ?" ฟู่ชุนฮวากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่ใช่ว่ามีคนบอกว่ากู้เป่ยเจิงไม่ได้สนใจนังผู้หญิงคนนี้เลยไม่ใช่หรือไง?
"สหายท่านนี้ คือ?" หัวหน้าฟู่มองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า รูปร่างของเขาสูงใหญ่พร้อมกับใบหน้าถมึงทึง อีกทั้งน้ำเสียงการพูดจายังแฝงไปด้วยรังสีอำมหิต เขาประเมินได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"นี่คือบัตรประจำตัวของผม" กู้เป่ยเจิงหยิบบัตรประจำตัวทหารออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้
หัวหน้าฟู่รับไปเปิดดูผ่านๆ ก่อนที่สีหน้าตื่นตระหนกจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า "กองทัพ A กรมทหารที่ 702... รองผู้บังคับการกรมงั้นเหรอ?"
ในจังหวะนั้นเอง หัวหน้าซูก็รีบเดินเข้ามาในห้องทำงาน พอเห็นกู้เป่ยเจิง เขาก็ชะงักไปด้วยความตกใจ "ผู้บังคับการกู้?"
กู้เป่ยเจิงเคยติดต่อกับหัวหน้าซูมาก่อนตอนที่จัดการเรื่องเงินชดเชยการบาดเจ็บจากการทำงานของจ้าวต้าหมิง
"หัวหน้าซู คุณจัดการคดีที่ลู่ซื่อเจี๋ยพยายามจะล่วงละเมิดปัญญาชนสวี่ไปถึงไหนแล้ว?" กู้เป่ยเจิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเย็นชาจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้
เมื่อเห็นเขาจับมือสวี่โจวโจวเอาไว้ หัวหน้าซูก็พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ เขาเหลือบมองหัวหน้าฟู่ด้วยท่าทีอึกอักไม่กล้าพูด
หัวหน้าฟู่สบตากับหัวหน้าซูแล้วชิงพูดขึ้นมาว่า "สหายกู้ เรื่องนี้ยังสืบสวนไม่เสร็จสิ้นดีเลย ความจริงก็คือ ปัญญาชนสวี่ทำร้ายร่างกายลู่ซื่อเจี๋ยจนบาดเจ็บสาหัส และตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล"
กู้เป่ยเจิงมองหัวหน้าฟู่ นัยน์ตาของเขาล้ำลึกดั่งมหาสมุทร "เห็นได้ชัดว่าเป็นลู่ซื่อเจี๋ยที่พยายามล่วงละเมิดปัญญาชนสวี่ก่อน และเธอแค่ต่อสู้เพื่อป้องกันตัว หัวหน้าฟู่จะมาบิดเบือนความจริงแบบนี้ได้อย่างไร?"
หัวหน้าฟู่หัวเราะเบาๆ "เราจะฟังความข้างเดียวไม่ได้หรอกนะ มีพยานหลักฐานอะไรไหมล่ะ?"
"เข้ามา" กู้เป่ยเจิงตะโกนสั่งเสียงเย็นชาไปทางประตู
ชายฉกรรจ์ท่าทางหวาดกลัวสองสามคนเบียดเสียดกันเข้ามาทางประตู พวกเขาลอบมองกู้เป่ยเจิงอย่างขลาดกลัว ก่อนจะไปยืนหลบมุมก้มหน้าอยู่ด้านข้าง
เมื่อเห็นชายพวกนี้ ใบหน้าของหัวหน้าฟู่ก็ซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก เขาหันไปถลึงตาใส่ฟู่ชุนฮวาและสามีของเธอ
ฟู่ชุนฮวาเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ไม่ใช่ว่าพวกเธอบอกให้คนพวกนี้ไปซ่อนตัวอยู่นอกหมู่บ้านแล้วหรอกเหรอ?
"พูดมา" กู้เป่ยเจิงสั่งเสียงเย็น
"ครับ... ครับ... ลู่ซื่อเจี๋ยบอกว่าสหาย... สหายกู้กลับไปแล้ว ก็เลยจะพาพวกเราไปหาความสำราญกับปัญญาชนสวี่ครับ"
"พอพวกเราไปถึง ปัญญาชนสวี่ก็ไล่พวกเรากลับแถมยังด่าทอลู่ซื่อเจี๋ยด้วย ลู่ซื่อเจี๋ยโกรธจัดก็เลย... ก็เลยจะเข้าไปรังแกปัญญาชนสวี่ แถมเขายังบังคับให้พวกเราคอยดูต้นทางอยู่หน้าประตูด้วยครับ"
"พวกเราไม่รู้เลยว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลังจากนั้น... พอพวกเราเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นลู่ซื่อเจี๋ยลงไปนอนกองอยู่บนพื้นแล้ว"
หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์เล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะเสริมว่า "พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ลู่ซื่อเจี๋ยเป็นคนทำทั้งหมด"
"ใช่ครับๆ พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย ลู่ซื่อเจี๋ยบอกว่าสหายกู้ก็แค่เล่นสนุกกับปัญญาชนสวี่ ไม่ได้คบหาดูใจกันจริงๆ จังๆ"
"ใช่ครับ เขายังบอกอีกว่าไม่ช้าก็เร็วปัญญาชนสวี่ก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี และเขาจะเป็นคนจัดการเธอเอง"
คนอื่นๆ พากันพูดเสริม ใบหน้าของกู้เป่ยเจิงทะมึนทึงยิ่งกว่าเดิม แรงบีบที่มือของสวี่โจวโจวก็แน่นขึ้นตามไปด้วย
สวี่โจวโจวรู้สึกเจ็บจากแรงบีบ เธอขมวดคิ้วพลางเงยหน้ามองใบหน้าถมึงทึงของชายหนุ่ม
กู้เป่ยเจิงปรายตามองเธอแล้วค่อยๆ คลายแรงบีบที่มือลง
"ยังมีอะไรที่ไม่ชัดเจนอีกไหม?" เขาช้อนตาขึ้นมองหัวหน้าฟู่ด้วยสายตาเย็นชา