เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: ความฝัน

บทที่ 13: ความฝัน

บทที่ 13: ความฝัน


บทที่ 13: ความฝัน

หลังจากเสี่ยวเถาทำการบ้านเสร็จ กู้เป่ยเจิงก็พากลับบ้าน ขณะที่กำลังจะจากไป เขาก็หยุดชะงักและเอ่ยกับสวี่โจวโจวว่า "ผู้ใหญ่บ้านจะจัดการหาที่อยู่ใหม่ให้คุณโดยเร็วที่สุด"

"ห๊ะ? อ้อ!" สวี่โจวโจวอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่เขาเอาเรื่องของเธอไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านงั้นหรือ?

มองดูแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไป สวี่โจวโจวก็รู้สึกว่าการเดิมพันของเธอครั้งนี้คุ้มค่า หัวใจของกู้เป่ยเจิงไม่ได้เย็นชาเหมือนกับท่าทีภายนอกของเขา อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ใจจืดใจดำทิ้งเธอไปเสียทีเดียว

ดึกดื่นค่อนคืน หลังจากพี่สาวและเสี่ยวเถาหลับสนิทกันหมดแล้ว กู้เป่ยเจิงก็หิ้วถังน้ำไปที่บ่อน้ำหลังบ้านเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย

น้ำเย็นเฉียบราดรดลงบนศีรษะ ช่วยขับไล่ความร้อนอบอ้าวของฤดูร้อนไปได้บ้าง เขาเช็ดน้ำออกจากใบหน้า พลันนึกถึงเสียงสะอื้นไห้อ้อนวอนของหญิงสาวที่จุดพำนักยุวชนเมื่อช่วงหัวค่ำ จู่ๆ ความรุ่มร้อนอันแปลกประหลาดและกระสับกระส่ายก็ปะทุขึ้นในอก

ขมับของเขาเต้นตุบๆ ชายหนุ่มตักน้ำเย็นอีกขันราดรดศีรษะตัวเองอีกครั้ง

เพ้อเจ้อสิ้นดี คิดว่าน้ำตาไม่กี่หยดจะทำให้เขาใจอ่อนได้งั้นหรือ? ต่อให้เธอร้องไห้จนกำแพงเมืองจีนถล่มทลาย มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก

ค่ำคืนในฤดูร้อนนั้นอบอ้าว ซ้ำเสียงกบในสระน้ำด้านนอกก็ร้องระงมจนน่ารำคาญ กู้เป่ยเจิงนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืนจนไม่อาจข่มตาหลับ กว่าจะรู้สึกง่วงงุนขึ้นมาบ้าง ท้องฟ้าก็เริ่มสางแล้ว

สัมผัสอันร้อนผ่าว นุ่มละมุน และลื่นไหลเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของเขา เลื่อนต่ำลงมาจากลำคอ

เขาหอบหายใจพลางดึงรั้งตัวคนผู้นั้นขึ้นมา

หญิงสาวหัวเราะคิกคักอย่างขวยเขินพลางโน้มตัวลงมาหา เส้นผมของเธอสยายลงมา เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่หยาดเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนา

แสงจันทร์เย็นเยียบสาดส่องผ่านหน้าต่าง จู่ๆ เขาก็ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง สัมผัสลื่นมือเมื่อครู่ยังคงตราตรึงอยู่ที่ปลายนิ้ว

เขาจ้องมองฝ่ามือตัวเองอยู่นาน ก่อนจะลูบหน้าตัวเองอย่างแรง

ชายหนุ่มหายใจหอบหนัก ลำคอแห้งผากยามกลืนน้ำลาย เขาก้มลงมองด้านล่าง จากนั้นก็บีบสันจมูกตัวเองด้วยสีหน้าพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

ท้องฟ้าเริ่มสว่างรำไร เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า นำผ้าปูที่นอนและกางเกงไปซักที่บ่อน้ำ ตากทิ้งไว้ แล้วจึงเดินเข้าครัวไปทำอาหารเช้า

เมื่อติงหลานและเสี่ยวเถาตื่นนอน อาหารเช้าก็วางเตรียมไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

เสี่ยวเถาดีใจมากที่เห็นไข่ดาวและโจ๊กข้าวฟ่างบนโต๊ะ "หนูชอบไข่ดาวของคุณน้าที่สุดเลย! ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม อร่อยมาก!"

กู้เป่ยเจิงลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ "ถ้าชอบก็รีบกินสิ กินเสร็จจะได้ไปโรงเรียน"

"ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน ปากของเสี่ยวเถาก็ถูกเธอตามใจจนเสียคนไปแล้ว ตอนนี้ไม่ชอบกับข้าวฝีมือพี่เลย" ติงหลานมองทั้งสองคนแล้วแกล้งบ่นด้วยรอยยิ้ม ทว่าเมื่อหันไป เธอก็สังเกตเห็นผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าตากอยู่บนราว

"ทำไมตื่นมาซักผ้าแต่เช้าตรู่เลยล่ะ ทั้งซักผ้าทั้งทำกับข้าว นี่ลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลยใช่ไหม?"

กู้เป่ยเจิงที่นั่งอยู่ข้างเสี่ยวเถาหลบสายตาจับผิดของติงหลาน แล้วพึมพำตอบคำถามของเธอว่า "ผมชินกับการตื่นเช้าในกองทัพแล้วครับ ถึงเวลาก็นอนต่อไม่หลับ"

ติงหลานนั่งลงข้างๆ แล้วพูดว่า "เสื้อผ้าพวกนั้นเธอควรปล่อยให้พี่ซักนะ ผู้ชายที่ไหนเขามาซักผ้ากัน แถมยังซักผ้าปูที่นอนอีก?"

กู้เป่ยเจิงหลุบตาลงและซดโจ๊ก "มันเปื้อนน่ะครับ ไม่เป็นไรหรอก ตอนอยู่กองทัพพวกเราก็ซักของตัวเองกันทั้งนั้น"

"แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในกองทัพแล้วนะ กลับมาบ้านก็ควรพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่ต้องซักผ้าหรอก ทิ้งไว้ให้พี่ซักนั่นแหละ เข้าใจไหม?" ติงหลานคีบไข่ดาววางลงในชามของกู้เป่ยเจิง

"ไม่ต้องหรอกครับพี่ ผมซักเองได้จริงๆ" กู้เป่ยเจิงพยายามท้วงอีกครั้ง

"เด็กโง่ ซ่อนสมบัติอะไรไว้ในเสื้อผ้าหรือไง?" ติงหลานเอ่ยแซวยิ้มๆ

"หนูรู้! คุณน้าซ่อนทองคำไว้ในเสื้อผ้าแน่เลย!"

"พรวด" พอได้ยินคำพูดของเสี่ยวเถา กู้เป่ยเจิงก็แทบจะพ่นโจ๊กออกมา

"เป็นอะไรไป?" ติงหลานมองกู้เป่ยเจิงด้วยความงุนงง

"ร้อนครับ โจ๊กมันร้อนเกินไป" กู้เป่ยเจิงฝืนยิ้มแห้งๆ ให้ติงหลาน พลางทวนคำในใจ ทองคำ... ทองคำเนี่ยนะ เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายขึ้นบนหน้าผากขณะที่เขาก้มหน้าก้มตากินโจ๊กต่อไป

ทางด้านจุดพำนักยุวชน สวี่โจวโจวก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาเช่นกัน เธอนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียง ก้มหน้าครุ่นคิดว่าเมื่อคืนเธอฝันบ้าบออะไรกัน ฤดูใบไม้ผลิก็ผ่านพ้นไปแล้ว เจ้าแมวลายส้มตัวโตนั่นจะมาร้องหง่าวๆ อะไรนักหนาทั้งคืน น่ารำคาญชะมัด

ยาที่กู้เป่ยเจิงให้มาดูเหมือนจะได้ผลดีทีเดียว หลังจากทาไปได้หนึ่งวัน นอกจากรอยช้ำแล้ว เธอก็แทบไม่รู้สึกเจ็บอีก หลังจากกินมื้อเช้าง่ายๆ เสร็จ สวี่โจวโจวก็หยิบหนังสือแล้วมุ่งหน้าไปที่โรงเรียน

ช่วงพักกลางวัน ครูใหญ่หวังรีบเดินเข้ามาบอกเธอว่า "ครูสวี่ วันนี้ผู้ใหญ่บ้านแวะมา เขาบอกว่าจะเคลียร์ห้องทำงานในโรงเรียนให้คุณใช้เป็นหอพัก ผมให้คนไปจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว คืนนี้คุณย้ายเข้าไปอยู่ได้เลยนะ"

"เอ๊ะ? จริงเหรอคะ?" สวี่โจวโจวนึกถึงคำพูดของกู้เป่ยเจิงเมื่อวาน เธอไม่คิดเลยว่าผู้ใหญ่บ้านจะจัดการเรื่องนี้ให้รวดเร็วขนาดนี้

วันนี้เธอยังได้ยินมาว่ากู้เป่ยเจิงช่วยหมู่บ้านเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับความเกรงใจจากผู้ใหญ่บ้านไม่น้อยเลยทีเดียว

"จริงสิ ถึงอาคารเรียนจะไม่ได้หรูหราอะไร แต่มันก็ดีกว่าจุดพำนักยุวชนที่คุณอยู่ตอนนี้แน่นอน แถมยังอยู่ใกล้หมู่บ้าน จะตักน้ำหรืออาบน้ำซักผ้าก็สะดวกกว่ากันเยอะ"

ครูใหญ่หวังเป็นคนใจดีแต่ก็ระแวดระวังตัว การจ้างสวี่โจวโจวในตอนแรกเพราะประทับใจในวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของเธอนั้น ได้ก่อให้เกิดเสียงซุบซิบนินทาขึ้นมาไม่น้อยแล้ว

แม้เขาจะรู้ว่าสภาพความเป็นอยู่ปัจจุบันของเธอย่ำแย่เพียงใด แต่เขาก็อยากหลีกเลี่ยงปัญหาและรู้สึกว่าไม่เหมาะที่จะออกตัวพูดอะไรมากนัก

โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนออกปากเรื่องนี้เอง ครูใหญ่หวังจึงไม่ต้องกังวลอะไรอีกและรีบจัดการให้ทันที

"ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะครูใหญ่ ฉันจะกลับไปเก็บของแล้วย้ายเข้ามาวันนี้เลย" สวี่โจวโจวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง อาคารเรียนเพิ่งสร้างได้ไม่กี่ปี เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หน้าต่างประตูเปลี่ยนใหม่หมด ปลอดภัยกว่าบ้านดินของเธอตั้งเยอะ

ช่วงบ่ายหลังเลิกเรียน เสี่ยวเถาที่เดิมทีต้องไปเรียนพิเศษกับเธอ พอได้ยินว่าเธอจะย้ายบ้านก็ตื่นเต้นและอาสามาช่วยเก็บของทันที

"ครูสวี่คะ หนูขอเอากระเป๋านักเรียนกลับไปเก็บที่บ้านก่อน แล้วจะรีบกลับมานะคะ!"

มองดูร่างเล็กๆ ที่วิ่งพุ่งออกไป สวี่โจวโจวก็ส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเดินเข้าไปเริ่มเก็บข้าวของเครื่องใช้

พูดก็พูดเถอะ เจ้าของร่างเดิมไม่ได้มีสมบัติอะไรมากมาย มีแค่กระเป๋าหนังใบเล็กที่ใส่เสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวไม่กี่ชิ้น รวมไปถึงชุดเครื่องนอนอีกหนึ่งชุด

เมื่อเก็บของเสร็จ ขณะที่สวี่โจวโจวกำลังจะยกกระเป๋าออกไป เธอก็เห็นเสี่ยวเถาลากกู้เป่ยเจิงที่ดูจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษเดินตรงมาหา

"ครูสวี่คะ หนูหาผู้ช่วยมาให้แล้ว! ดูสิคะว่าคุณน้าของหนูแข็งแรงแค่ไหน!" เสี่ยวเถาเปิดเสื้อกล้ามของกู้เป่ยเจิงขึ้นอย่างซุกซน เผยให้เห็นกล้ามท้องที่เป็นลอนเรียงตัวสวยงามและมีเหงื่อเกาะพราว

นี่มันกำไรอาหารตาแบบไหนกัน? สวี่โจวโจวเหลือบมองกล้ามท้องที่โผล่ออกมาแวบหนึ่ง มันชวนมองมากจริงๆ

เด็กคนนี้ช่างรู้ใจเสียจริง

กู้เป่ยเจิงแกล้งถลึงตาใส่เสี่ยวเถาอย่างไม่จริงจังนัก เขาเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าหนังและเครื่องนอนของเธอขึ้นมา แล้วเอ่ยว่า "ไปกันเถอะ"

พูดจบเขาก็สาวเท้าเดินนำออกไปก่อน สวี่โจวโจวมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงและแข็งแรงของชายหนุ่ม เธอพองแก้มเล็กน้อย ก่อนจะจูงมือเสี่ยวเถาเดินตามไป

หอพักของโรงเรียนไม่ได้มีขนาดกว้างขวางนัก มีเตียงเดี่ยวตั้งอยู่ริมหน้าต่างและมีโต๊ะทำงานอยู่ข้างๆ มุมห้องมีหีบไม้วางอยู่บนม้านั่ง ซึ่งสามารถใช้เก็บเสื้อผ้าและเครื่องนอนได้

ไม่มีอะไรต้องทำมากนัก หลังจากจัดของเล็กๆ น้อยๆ และปูเตียง ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง

แม้จะดูเรียบง่าย แต่ห้องนี้ก็สะอาดและปลอดภัย ดีกว่าบ้านดินที่จุดพำนักยุวชนเป็นร้อยเท่า สวี่โจวโจวช้อนตาขึ้นมองกู้เป่ยเจิง หากเขาไม่ไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน เธอคงยังต้องทนอยู่ในที่ที่มีลมโกรกและหลังคารั่วแบบนั้น

"สหายกู้ ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้คุณ ผู้ใหญ่บ้านคงไม่เปลี่ยนที่พักให้ฉัน"

"ครูสวี่เกรงใจกันเกินไปแล้ว ผมก็แค่เปรยๆ ขึ้นมาเท่านั้นเอง" กู้เป่ยเจิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ วางตัวได้เหมาะสมกับสถานการณ์

"ครูสวี่คะ แล้วครูจะตอบแทนคุณน้ายังไงดีคะ?" เสี่ยวเถาที่ยืนอยู่ข้างๆ เอียงคอถามเจื้อยแจ้ว

สวี่โจวโจว : "เอ่อ..." มันก็แค่คำพูดตามมารยาทนะเด็กน้อย เข้าใจไหมเนี่ย?

"ครูสวี่คะ ถ้าอยากขอบคุณก็ต้องรีบหน่อยนะคะ เพราะคุณน้าใกล้จะไปแล้ว" เสี่ยวเถากระตุกแขนเสื้อสวี่โจวโจวพลางกะพริบตาปริบๆ "คว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีนะคะครูสวี่!"

"จะไปแล้วเหรอคะ?" สวี่โจวโจวเงยหน้าขึ้นมองกู้เป่ยเจิงทันที

กู้เป่ยเจิงเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า "อืม วันลาของผมมีน้อยน่ะ"

จบบทที่ บทที่ 13: ความฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว