- หน้าแรก
- ใครว่าการ์ดเวทมนตร์ของผมมีปัญหาครับ
- บทที่ 390 - ผู้ที่ครอบครองการ์ดของกู่ซินอย่างข้า คือผู้ที่ไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้า!
บทที่ 390 - ผู้ที่ครอบครองการ์ดของกู่ซินอย่างข้า คือผู้ที่ไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้า!
บทที่ 390 - ผู้ที่ครอบครองการ์ดของกู่ซินอย่างข้า คือผู้ที่ไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้า!
บทที่ 390 - ผู้ที่ครอบครองการ์ดของกู่ซินอย่างข้า คือผู้ที่ไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้า!
☆☆☆☆☆
"ว้าว! วิชาดาบที่แข็งแกร่งขนาดนั้นยังล้มเจ้ามังกรดำตัวนี้ไม่ได้อีกเหรอเนี่ย? มันจะถึกเกินไปแล้วนะ"
เมื่อเห็นว่าวิชาดาบตัดมิติกาลเวลาอันแสนอลังการของจอมดาบสวรรค์ยังไม่สามารถเอาชนะมังกรดำ โอนิกเซีย ได้ ฉินเยว่ก็เริ่มรู้สึกว่าพี่ใหญ่ของเธอท่าจะแย่เสียแล้ว เพราะเห็นได้ชัดเลยว่าวิชาดาบเมื่อครู่นี้สร้างภาระให้กับจอมดาบสวรรค์มหาศาล จนหลังจากใช้งานเสร็จจอมดาบสวรรค์แทบจะหมดแรงล้มพับลงไปเลยทีเดียว
อืม... ถ้าตอนนี้มีดอเรียของเธออยู่ด้วยก็คงจะดี ดอเรียจะได้ใช้ทักษะ "เสียงสวรรค์" เพื่อช่วยฟื้นฟูพลังให้จอมดาบสวรรค์ได้ใช้งานวิชาดาบตัดมิติกาลเวลาอีกครั้งทันที
แต่นี่เป็นการดวลกันอย่างยุติธรรม เธอจึงไม่อาจจะขึ้นไปเสนอหน้าช่วยได้
"ดูเหมือนพี่ใหญ่กำลังจะแพ้อีกแล้วแฮะ เอ๊ะ? พี่ใหญ่?"
ฉินเยว่คิดว่าฉินจิ่นน่าจะแพ้อีกรอบแน่ๆ แต่เมื่อเธอหันไปมองฉินจิ่น เธอก็พบว่าตอนนี้ฉินจิ่นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว
เอิ่ม... ทิศทางนั้นมันคือทิศที่พี่รองอยู่นี่นา?
ฉินเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ
"เป้าหมายคือข้าเหรอ?"
ตอนนี้ฉินสือเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นฉินจิ่นพุ่งตรงมาที่เขา
แต่พอคิดดูอีกที เขาก็เข้าใจความคิดของฉินจิ่นทันที ปัจจุบันเมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว หลังจากวิชาดาบตัดมิติกาลเวลาพลาดเป้าไป จอมดาบสวรรค์ก็เริ่มจะแสดงอาการพ่ายแพ้ออกมาให้เห็นแล้ว
ทว่าฉินจิ่นย่อมไม่ยอมรามือแค่นี้แน่
"หึๆ สมกับที่เป็นพี่สาวที่แสนดีของข้าจริงๆ ให้ตายสิ"
เมื่อเข้าใจแผนการแล้ว ฉินสือก็หัวเราะออกมา
ในทางทฤษฎีแล้วมันก็ไม่มีอะไรผิดหรอก โดยการให้จอมดาบสวรรค์ที่เริ่มอ่อนแรงลงคอยดึงรั้งมังกรดำ โอนิกเซีย เอาไว้ แล้วฉินจิ่นก็บุกมาหาฉินสือเพื่อดวลกันตัวต่อตัวแทน เพราะการใช้การ์ดทองสี่ดาวทำให้อีกฝ่ายทั้งคู่ต่างก็อยู่ในสภาพที่อ่อนเพลีย แต่ถ้าเทียบพลังต่อสู้กันตรงๆ ฉินจิ่นก็ยังคงแข็งแกร่งกว่าฉินสืออยู่ดี
ขอเพียงเธอเอาชนะเจ้าของการ์ดอย่างเขาได้ มังกรดำ โอนิกเซีย ต่อให้จะกดดันจอมดาบสวรรค์ได้แค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว
ตามหลักการมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ
"พี่สาวที่แสนดีของข้า เพื่อที่จะเอาชนะข้า ท่านนี่ช่างลำบากจริงๆ เลยนะ"
ฉินสือยืนมองดูฉินจิ่นที่กำลังพุ่งตัวข้ามลานประลองมาหาเขาด้วยท่าทางที่แสนสบายใจและไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย แถมยังมีเวลาว่างพอจะเอ่ยเย้าอีกต่างหาก
"ทำไมเจ้าถึงไม่หลบ?"
ฉินจิ่นชักดาบเล่มโปรดของเธอออกมาแล้วชี้ไปที่ฉินสือพลางขมวดคิ้วมุ่น
"ในเมื่อความได้เปรียบอยู่ฝั่งข้า แล้วข้าจะหลบไปทำไมกันล่ะครับ?"
ฉินสือสะบัดพัดในมือเปิดออกด้วยท่าทางที่แสนผ่อนคลายและใจเย็น
"ช่างหยิ่งยโสนัก เจ้าหวังจะให้มังกรดำมาช่วยเจ้าอย่างนั้นเหรอ?"
ในใจของฉินจิ่นเริ่มมีความรู้สึกไม่สบายใจผุดขึ้นมา เพราะจากที่เธอรู้จักฉินสือมา การที่เขากล้าเผชิญหน้ากับคมดาบของเธออย่างมั่นใจขนาดนี้แปลว่าเขาต้องมีไพ่ตายซ่อนอยู่แน่ๆ แต่เธอก็คิดไม่ออกว่ามันคืออะไร
"จอมดาบสวรรค์อาจจะสู้มังกรดำไม่ได้ แต่ถ้าแค่จะถ่วงเวลาเอาไว้ไม่ให้มันมาช่วยเจ้าล่ะก็ เธอทำได้อย่างแน่นอน"
"ส่วนเจ้า ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก"
ฉินจิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"อ้อ ใช่ครับ ตามทฤษฎีมันก็เป็นแบบนั้น" ฉินสือยักคิ้ว
"แต่พี่สาวที่แสนดีของข้า ท่านเคยคิดไหมว่าทำไมข้าถึงต้องเลือกใช้ [มังกรดำ โอนิกเซีย] มาสู้กับท่านล่ะ?"
"..."
ไม่ใช่เพราะพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งของมังกรสายเลือดบริสุทธิ์เพื่อรับประกันชัยชนะหรอกเหรอ?
ในใจของฉินจิ่นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เธอต้องยอมรับเลยว่ามังกรดำตัวนี้มันแข็งแกร่งมากจริงๆ
ไม่ใช่แค่พลังต่อสู้ที่โดดเด่นเท่านั้น แต่พละกำลังและร่างกายของเผ่าพันธุ์มังกรมันช่างเหนือชั้นเกินไป
หากเปลี่ยนเป็นทำการ์ดนักดาบเหมือนกัน อย่างเจ้า [นักดาบอสูร: เทพอสูรโลหิตนรก] นั่นน่ะ ถ้าถูกวิชาดาบตัดมิติกาลเวลาของจอมดาบสวรรค์ฟันเข้าไปเต็มๆ ต่อให้จะหลบพ้นไปได้สายหนึ่งแต่อีกสองสายที่เหลือก็เพียงพอจะทำให้มันบาดเจ็บสาหัสจนขยับไม่ได้แน่นอน หรือถ้าจะพูดให้เว่อร์กว่านั้น ร่างกายของมันอาจจะถูกฟันจนขาดครึ่งไปแล้วด้วยซ้ำ!
แต่เจ้ามังกรดำตัวนี้ล่ะ? มันกลับรับวิชาดาบตัดมิติกาลเวลาไปได้ถึงสองสายเต็มๆ!
ถึงแม้เลือดจะไหลนองเหมือนน้ำหลาก แต่มันกลับยังสามารถสู้ต่อได้ แถมยิ่งเจ็บมันก็ยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ
นี่แหละคือความแตกต่างของร่างกายที่ติดตัวมาแต่เกิด
ความแข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์มังกรเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้วมันคือความต่างในทุกๆ ด้านอย่างสิ้นเชิง!
"ท่านน่ะคิดถูกแล้วครับ การ์ด [มังกรดำ โอนิกเซีย] ใบนี้ ข้าตั้งใจให้กู่ซินสร้างขึ้นมาเพื่อเอาชนะการ์ดนักดาบของท่านโดยเฉพาะ"
"แต่ที่ข้าเลือกใบนี้มาสู้กับท่านในวันนี้ มันยังมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่งนะ"
รอยยิ้มของฉินสือเริ่มดูโอหังมากขึ้นเรื่อยๆ
"โอนิกเซียตัวนี้มันใช้เวทมลตร์ภาษาใจมังกรไม่ได้ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถใช้วิชาดาบที่ทั้งแรงและเท่อย่างวิชาดาบตัดมิติกาลเวลาของจอมดาบสวรรค์ของท่านได้ แต่มันมีความสามารถพิเศษที่ซ่อนอยู่อย่างหนึ่งนะ"
"พี่สาวครับพี่สาว ท่านเปลี่ยนไปมากจริงๆ และเริ่มเข้าใจแล้วว่าการต่อสู้ไม่ใช่แค่การประลองกำลังเพียงอย่างเดียว แต่มันก็ยังไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี"
ร่างกายของฉินจิ่นแข็งทื่อไปในทันที ขนทั่วร่างลุกซู่ขึ้นมาไม่ใช่เพราะคำพูดของฉินสือ แต่เป็นเพราะ...
"แฮ่..."
เสียงคำรามเล็กๆ ของมังกรดังขึ้นข้างหู ฉินจิ่นหันไปมองทันทีและพบว่ามีลูกมังกรดำขนาดจิ๋วสองตัวไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนกำลังกระพือปีกร่อนจอดอยู่ข้างตัวเธอทั้งสองด้าน พร้อมกับแยกเขี้ยวอันคมกริบใส่เธอ
ลูกมังกรดำ!
ฉินจิ่นรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ เธอไม่สงสัยเลยว่าถ้าลูกมังกรพวกนี้พุ่งเข้ามาหาเธอในตอนนี้ มันคงสามารถกัดกระชากลำคอของเธอจนขาดกระจุยแล้วแบ่งกันกินได้อย่างง่ายดาย
นี่แหละคือความสามารถ "มารดาแห่งรังมังกร" ของมังกรดำ โอนิกเซีย!
มันสามารถใช้พลังงานในร่างสร้างลูกมังกรดำออกมาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งลูกมังกรเหล่านี้ไม่ได้มีแค่พลังต่อสู้ที่ใช้รุมกินโต๊ะได้เท่านั้น แต่ในวินาทีสำคัญมันยังสามารถระเบิดตัวเองได้อีกด้วย
มิน่าล่ะ มิน่าล่ะฉินสือถึงไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยสักนิด และเจ้ามังกรดำตัวนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาช่วยฉินสือเลย
ที่แท้ มังกรดำตัวนี้ยังมีความสามารถแบบนี้ซ่อนอยู่อีกงั้นเหรอ
ฉินจิ่นกัดฟันแน่น นี่เจ้าเป็นมังกรสายเลือดบริสุทธิ์แต่กลับสามารถออกไข่ออกลูกมังกรมากลางสนามรบได้หน้าตาเฉยเนี่ยนะ? มันจะโกงเกินไปแล้วไหม?
"ทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าคาดไว้หมดเลยงั้นเหรอฉินสือ!"
"มิกล้าๆ เพียงแต่ข้าเผื่อใจไว้สำหรับสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้วล่ะครับ เพราะพี่สาวคือคู่ต่อสู้ที่ข้าอยากจะเอาชนะมาตั้งแต่เด็กจนโต สำหรับการต่อสู้กับท่าน ข้าย่อมต้องเตรียมตัวมาอย่างรอบคอบที่สุดอยู่แล้ว"
ฉินสือแกว่งพัดในมือเบาๆ พลางหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ
"ถ้าอย่างนั้น พี่สาวที่แสนดีของข้า ผลแพ้ชนะออกมาแล้ว ท่านว่ายังไงครับ?"
เมื่อได้ยินคำพูดที่แสนจะได้ใจของน้องชาย ฉินจิ่นก็เริ่มหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอจ้องมองฉินสือตาเขม็ง
"ข้า... แพ้แล้ว"
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉินจิ่นก็ยอมเค้นคำพูดทั้งสามคำนี้ออกมาจากปากจนได้
และทันทีที่สิ้นเสียงของฉินจิ่น
"ฮ่าๆๆๆๆๆ"
เสียงหัวเราะอย่างสะใจของรัชทายาทแห่งต้าเซี่ยก็ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที
เสียงหัวเราะที่แสบแก้วหูนั่นทำให้ฉินจิ่นได้แต่นิ่งเงียบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ
มังกรดำและจอมดาบสวรรค์ในตอนนี้ต่างก็หยุดมือลงแล้ว ในเมื่อผลแพ้ชนะออกมาแล้ว การสู้ต่อก็ไม่มีความหมายอะไรอีก
ถึงแม้เจ้ามังกรดำ โอนิกเซีย จะยังคงจ้องมองจอมดาบสวรรค์ด้วยสายตาอาฆาตแค้นอยู่ก็เถอะ เพราะบาดแผลจากคมดาบบนตัวมันนั้นยังเจ็บปวดมากจริงๆ
"สุดท้ายแล้ว ผู้ชนะก็ยังคงเป็นข้าอยู่ดี"
ฉินสือเรียกมังกรดำ โอนิกเซีย กลับมาเพื่อให้มันได้พักผ่อนในการ์ด
เขาจ้องมองรูปบนการ์ดที่ดูหม่นแสงลงเล็กน้อยของ [มังกรดำ โอนิกเซีย] พลางฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
จากนั้นฉินสือก็หันไปมองฉินจิ่น โดยเฉพาะเมื่อเห็นใบหน้าอันเย็นชาและไร้ความรู้สึกของเธอ รอยยิ้มของเขาก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
สะใจโว้ย!! ศึกครั้งที่สอง ผู้ชนะก็ยังเป็นเขา ฉินสือ อยู่ดี!
"แค็กๆ... อย่าเสียใจไปเลยครับพี่สาวที่แสนดีของข้า"
ฉินสือแสร้งทำเป็นไอแก้เขินสองสามที ก่อนจะใช้คำพูดของผู้ชนะมาปลอบใจพี่สาวแท้ๆ ของตน
"..." ฉินจิ่น
"การพ่ายแพ้ให้กับข้าน่ะ ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไรหรอกครับ" ฉินสือรำพึงออกมา "เพราะข้าคือลูกที่แข็งแกร่งที่สุดของเสด็จพ่อยยังไงล่ะ"
"คาดว่าในหมู่คนรุ่นเดียวกันในจักรวรรดิต้าเซี่ยทั้งหมด ตอนนี้ข้าคงจะไร้เทียมทานที่สุดแล้วล่ะนะ"
"หึๆๆ หึๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ"
ฉินสือยืนเอามือไขว้หลังด้วยท่าทางของยอดฝีมือผู้โดดเดี่ยว แต่พอพูดจบเขาก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมาอีกรอบ
ใบหน้าที่ตื่นเต้นและเสียงหัวเราะที่ดูหลุดโลกนั่นมันแทบจะไม่เหมือนมนุษย์ปกติแล้ว
พี่ชายอุ้มดาบ: "..."
ฉินเยว่: ( ̄▽ ̄)
องค์จักรพรรดิ: "..."
ถึงแม้จะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่พอได้ยินคำประกาศชัยชนะของฉินสือเข้าแบบนี้ ใบหน้าของฉินจิ่นก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกเบาๆ
"เจ้าเนี่ยนะ? ไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้า?" ฉินจิ่นถึงกับเก็บทรงไม่อยู่จริงๆ
เจ้าน้องชายตัวแสบนี่ แค่ชนะเธอได้สองครั้งถึงกับเสียสติไปแล้วงั้นเหรอ
"แน่นอนสิครับ หรือว่ามันไม่ใช่ล่ะ?" ฉินสือถามกลับด้วยหน้าตาซื่อๆ
"..." ฉินจิ่น
"พี่สาวครับ ท่านรู้ไหม? ตอนนี้ข้าน่ะได้ก้าวข้ามเสด็จพ่อในวัยเยาว์ไปเรียบร้อยแล้ว!"
ฉินสือยืนยืดอกอย่างทระนงพร้อมคำประกาศที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ใช่แล้ว มันคือความมั่นใจ ตอนนี้ทั่วทั้งร่างของเขาแผ่ซ่านไปด้วยความมั่นใจอันน่าทึ่ง
"แม้แต่พวกที่เขาว่ากันว่าเป็นผู้ถูกเลือกโดยพระเจ้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าแม้เพียงกระบวนท่าเดียว! ผู้ที่ครอบครองการ์ดของกู่ซินอย่างข้า ในยุคสมัยนี้ ย่อมต้องไร้เทียมทานที่สุด!"
รัชทายาทสะบัดผมหน้าม้าอย่างมาดเท่ ก็เขามั่นใจเสียอย่าง!
"เอาล่ะครับพี่สาว ข้ายังคงเชื่อมั่นในตัวท่านนะ ถึงแม้ท่านจะพ่ายแพ้คาแรคมือข้ามาสองครั้งรวดแล้วแต่ข้าก็ยังยอมรับในฝีมือท่าน"
"ถึงแม้ว่า ท่านจะไม่มีทางเอาชนะข้าได้อีกแล้วก็เถอะ"
"ทว่า พยายามไล่ตามข้าต่อไปเถอะนะ ข้าจะรอการท้าดวลครั้งต่อไปของท่านอยู่เสมอ ฮ่าๆๆๆ"
รัชทายาทเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง พร้อมกับเสียงหัวเราะที่แสนจะมีเอกลักษณ์ของเขา
พี่ชายอุ้มดาบมุมปากกระตุกเบาๆ เขาพยักหน้าทักทายฉินจิ่นและฉินเยว่เล็กน้อยก่อนจะรีบเดินตามฉินสือไป
ฉินจิ่นมองตามแผ่นหลังของเจ้าน้องชายตัวแสบด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้ากลับกระตุกไม่หยุด ดูเหมือนเธออยากจะหัวเราะออกมาแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนจะโกรธจัด
เป็นสภาวะที่ดูประหลาดและน่าขนลุกเป็นที่สุด
"คุณพระช่วย..."
จนกระทั่งเสียงหัวเราะของใครบางคนจางหายไปจนหมด ฉินเยว่ก็เดินมากระซิบข้างหูของฉินจิ่นด้วยความตกตะลึง
"พี่รองเขาเปลี่ยนไปเยอะมากเลยนะ! อาการแบบนี้มันเริ่มเป็นมาตั้งแต่ตอนไหนกันล่ะเนี่ย?"
ฉินเยว่ถึงกับอึ้งไปเลย นั่นยังใช่พี่รองคนเดิมที่แสนจะถ่อมตัวและสุภาพของเธออยู่หรือเปล่าเนี่ย?
ฉินจิ่นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายต่อหลายครั้งกว่าจะระงับอารมณ์โกรธนั้นลงได้
"เขาไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก เขาแค่เป็นบ้าไปแล้ว" ฉินจิ่นแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
"ก็แค่โชคดีชนะข้าได้สองครั้ง ทำมาเป็นเก่งกาจ ไร้เทียมทานที่สุด? ก้าวข้ามเสด็จพ่อ?"
ฉินจิ่นหัวเราะจนตัวสั่นเพราะความโมโห
"เขามีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนั้น? ถ้าไม่มีการ์ดมังกรดำนั่น วันนี้ข้าต้องเอาชนะเขาได้แน่นอน!"
"ยังจะมาบอกว่าก้าวข้ามเสด็จพ่ออีก? ถ้าตามความหมายของเขา เสด็จพ่อในอดีตก็คงถูกข้าก้าวข้ามไปแล้วเหมือนกันสิ! เขากำลังโชว์เหนือเรื่องอะไรกันอยู่วะเนี่ย?!"
คำพูดของฉินจิ่นพ่นออกมาเหมือนปืนกล เห็นได้ชัดเลยว่าเธอถูกฉินสือทำให้โกรธจนฟิวส์ขาดจริงๆ
แม่เจ้า...
ฉินเยว่หดคอลงไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่มองดูพี่ใหญ่ที่กำลังบ่นรัวๆ
พี่ใหญ่เองก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย...
ฉินเยว่กลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางมองดูฉินจิ่นที่กำลังทำหน้าบึ้งบ่นพึมพำไม่หยุด ถึงจะพอเดาได้ว่าพี่ใหญ่น่าจะโดนพี่รองกวนประสาทจนปรอทแตกจนต้องระบายออกมาก็เถอะ
แต่เมื่อเทียบกับพี่ใหญ่คนเดิมที่เย็นชาจนเอาแต่ฝึกดาบวันทั้งวันแล้ว ฉินเยว่กลับรู้สึกว่าพี่ใหญ่ในตอนนี้ดูมีความเป็นมนุษย์และเข้าถึงง่ายกว่าเยอะเลย
จะว่าไป นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่แฝงมากับเรื่องร้ายหรือเปล่านะ?
ฉินเยว่เอียงคอคิด
"เอ่อ พี่ใหญ่คะ พี่รองเขาเดินไปโน่นแล้วค่ะ"
ผ่านไปสองนาที เมื่อเห็นฉินจิ่นยังคงบ่นด่าอยู่อย่างเผ็ดร้อน ฉินเยว่ก็เลยเอ่ยเตือนเบาๆ อย่างระมัดระวัง
"ข้ารู้แล้ว!" ฉินจิ่นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาเสียงแข็ง
"น้องเล็ก ไปกันเถอะ"
"ไปไหนคะ?"
"เมืองอินเฉิง!"
"เอ๋?"
"เหอะ ในเมื่อเขามีมังกรดำได้ ข้าก็ต้องมีได้เหมือนกัน!"
ฉินจิ่นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก เธอทนเห็นท่าทางโอหังของเจ้าคนรองไม่ไหวแล้ว ที่เที่ยวได้เอามังกรดำมาอวดอ้างทำเป็นไร้เทียมทานอยู่ได้
การ์ดมังกรดำงั้นเหรอ? ใครบอกว่าข้าจะมีไม่ได้?!
เมื่อได้ยินดังนั้นฉินเยว่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
"แต่พี่กู่ซินเวลาจะสร้างการ์ดเขาต้องใช้วัตถุดิบด้วยนะ พี่ใหญ่คะ พี่มีวัตถุดิบมังกรดำเหรอ?"
"..." ฉินจิ่นชะงักฝีเท้าลงทันทีแล้วเงียบไป
"ทั้งหมดเป็นความผิดของฉินสือ!"
ฉินจิ่นแอบด่าในใจ เธอโดนฉินสือปั่นประสาทจนเกือบจะลืมเรื่องสำคัญเรื่องนี้ไปเลย
วัตถุดิบมังกรดำสายเลือดบริสุทธิ์...
ฉินจิ่นขมวดคิ้วแน่น เรื่องนี้มันจัดการยากจริงๆ นั่นแหละ แล้วจะไปหาได้จากที่ไหนกันนะ?
วัตถุดิบของมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ แถมยังต้องเป็นมังกรดำอีก ถึงแม้เธอจะเป็นองค์หญิงแห่งต้าเซี่ย แต่มันก็ไม่ใช่ของที่จะหามาได้ง่ายๆ ตามใจนึกเลยสักนิด
สิ่งนั้นน่ะมันหายากสุดๆ เลยล่ะ
ที่หอคอย
สายตาที่จ้องมองดูลูกๆ ของพระองค์เดินจากไปทีละคน แววตาขององค์จักรพรรดิช่างดูประหลาดเหลือเกิน
มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดและบอกไม่ถูกจริงๆ
"ราชครู ท่านคิดยังไงกับเรื่องนี้?"
"องค์หญิงกับรัชทายาท... เปลี่ยนไปมากจริงๆ ครับ"
ชางอิ้งซิงนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่กว่าจะเค้นประโยคนี้ออกมาได้
พูดตามตรง ฉินสือกับฉินจิ่นที่เขาเห็นในวันนี้ กับสองคนที่อยู่ในความทรงจำของเขามันไม่ใช่แค่ไม่เหมือนกัน แต่มันแทบจะเป็นคนละคนกันเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "ข้าไร้เทียมทานที่สุดในใต้หล้าแล้ว" ของฉินสือ
มันยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่หายและยังคงส่งเสียงสะท้อนไปมาอยู่ในใจ
ความมั่นใจระดับนั้นมันช่างรุนแรงเหลือเกิน
[จบแล้ว]