- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นอ๋องตกอับ ขอพลิกชะตาด้วยระบบก๊อปปี้สุดโกง
- บทที่ 4 - ประโยชน์ของภาพท่องเทวะ
บทที่ 4 - ประโยชน์ของภาพท่องเทวะ
บทที่ 4 - ประโยชน์ของภาพท่องเทวะ
บทที่ 4 - ประโยชน์ของภาพท่องเทวะ
หลิวอี้พบทหารมองโกลนายหนึ่งกำลังฟาดฟันอยู่กับทหารต้าซ่ง
หลิวอี้ไม่รอช้า ใช้กระบี่แทงทะลวงจากด้านหลังอย่างไม่เกรงใจ
"ติ๊ง ผู้ครอบครองสังหารทหารมองโกล ได้รับค่าประสบการณ์ 10 แต้ม!"
ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูกทหารมองโกลคนอื่นๆ ค้นพบ ทหารสี่นายแห่กันเข้ามาล้อมเขาไว้
นึกไม่ถึงว่าจะมากันถึงสี่คน หลิวอี้ใช้วิชากระบี่พิรุณสารทออกไปโดยตรง
เพียงพริบตาเขาก็สังหารไปได้ถึงสองคน ส่วนอีกสองคนก็ได้รับบาดเจ็บ
"ติ๊ง ผู้ครอบครองสังหารทหารมองโกล ได้รับค่าประสบการณ์ 10 แต้ม!"
"ติ๊ง ผู้ครอบครองสังหารทหารมองโกล ได้รับค่าประสบการณ์ 10 แต้ม!"
จากนั้นหลิวอี้ก็จัดการสังหารทหารที่เหลืออีกสองนายอย่างรวดเร็ว
ทว่าขณะที่เขากำลังเตรียมจะไล่สังหารต่อ
"เหลือเวลาอีก 5 นาที จงรีบตามหาจื้อซ่านให้พบ"
"บัดซบ นึกไม่ถึงว่าจะมีเวลาจำกัดด้วย" หลิวอี้อดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา เพราะหากเขายังคงไล่ฆ่าต่อไปที่นี่ มันก็คือแหล่งฟาร์มค่าประสบการณ์ชั้นดีเลยทีเดียว
มีเวลาเพียงห้านาที การจะตามหาคนผู้หนึ่งในสมรภูมิอันกว้างใหญ่เช่นนี้นับว่าไม่ง่ายเลย
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าพัวพันกับทหารเหล่านี้อีก เน้นการหลบหลีกเป็นหลักและเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
"ปรมาจารย์จื้อซ่าน ท่านอยู่ที่ใด"
หลิวอี้ตะโกนก้องสลับกับเคลื่อนกายไปรอบๆ
ทว่าบนสมรภูมิรบแห่งนี้ช่างเสียงดังอึกทึกเกินไป เสียงของเขาแทบจะส่งไปไม่ถึงผู้ใด
อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เคลื่อนที่ เขาก็พบทหารมองโกลในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายอีกสองนาย ย่อมต้องลงมือปลิดชีพพวกมันไปตามระเบียบ
"เหลือเวลาอีก 1 นาทีสุดท้าย"
เวลาใกล้จะหมดลง หลิวอี้ตวัดกระบี่สังหารคนข้างกายไปอีกหนึ่งคน
"ติ๊ง ผู้ครอบครองสังหารทหารมองโกล ได้รับค่าประสบการณ์ 10 แต้ม!"
"ขอแสดงความยินดี ผู้ครอบครองเลื่อนระดับ!"
หลังจากการเลื่อนระดับ พลังวิญญาณก็เพิ่มพูนขึ้นอีกหลายส่วน หลิวอี้ใช้พลังวิญญาณส่งเสียงตะโกนก้อง "ปรมาจารย์จื้อซ่าน ท่านอยู่ที่ใด"
"ฟิ้ว!"
หลิวอี้เห็นเพียงปราณวิญญาณสายหนึ่งพุ่งทะลวงสังหารทหารสองนาย จากนั้นหลวงจีนอายุราวสี่สิบกว่าปีก็กระโจนเข้ามา
"เจ้าตามหาข้าหรือ" คนผู้นี้มองมาที่หลิวอี้พลางเอ่ยถาม
"ตามหาหลวงจีนจื้อซ่านพบแล้ว ได้รับวิชาดรรชนีเอกะระดับสวรรค์"
"กำลังออก..."
ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ หลิวอี้ก็กลับมาปรากฏตัวอยู่ในห้องอีกครั้ง เขาก้มลงสำรวจตนเอง โชคดีที่บนร่างไม่มีคราบเลือดติดมาด้วย มิเช่นนั้นหากมีผู้ใดมาเห็นเข้าคงเป็นเรื่องยุ่งยากแน่
ถึงกระนั้นเขาก็รีบตรวจสอบสถานะของตนเองทันที เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เพิ่งเผชิญมาเป็นเรื่องจริงหรือความฝัน
ผู้ครอบครอง: หลิวอี้
เลเวล: 2 (ผู้ฝึกวิญญาณระดับสอง)
ค่าประสบการณ์: 0/100
ชิ้นส่วน: 100
ภาพท่องเทวะ: ไม่มี
ทักษะ: กระบี่พิรุณสารทระดับปฐพี ขั้นทะลุปรุโปร่ง (2/1000) ดรรชนีเอกะระดับสวรรค์ ขั้นแรกเริ่ม (0/500)
เมื่อเห็นดังนี้ หลิวอี้ก็เข้าใจถึงประโยชน์ของภาพท่องเทวะในที่สุด
ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา "เหตุใดถึงไม่ใช่วิชาเทพอย่างคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นนะ แต่อย่างไรเสียวิชาดรรชนีเอกะนี้ก็อยู่ในระดับสวรรค์ ซึ่งถือเป็นสุดยอดวิชาที่บรรดาสำนักใหญ่ต่างก็ซ่อนเร้นปกปิดไว้เป็นความลับ"
จากนั้นเขาก็ลองคำนวณเวลาดู
ตั้งแต่เขาเข้าไปจนถึงตอนที่มีการแจ้งเตือนครั้งแรก ใช้เวลาประมาณห้านาที นั่นหมายความว่าการเข้าไปตามหาคนในภาพท่องเทวะนี้ จะมีเวลาให้ประมาณสิบนาที
เขาตัดสินใจว่าคราวหน้าที่เข้าไปในภาพท่องเทวะอีก เขาจะลองทดสอบดู ในช่วงเวลาหนึ่งวันหลังจากนี้ก็ไม่มีผู้ใดมาหาเขาเลย
วันที่สอง หลังจากตื่นนอน เขาก็สั่งขันทีที่อยู่หน้าประตู "ไปเตรียมม้าและกระบี่มาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปลานล่าสัตว์"
"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง" แม้ราชวงศ์จะตกต่ำลง ทว่าต่อหน้าคนในวังเหล่านี้ พวกเขาก็ยังมีอำนาจสั่งการอยู่
แน่นอนว่าพวกที่มีความเกี่ยวข้องกับตำหนักชิงซวีอย่างหวังโย่วนั้นย่อมโอหังเป็นธรรมดา
ยามนี้เสี่ยวโหรวเดินเข้ามาเอ่ย "ท่านอ๋อง ท่านจะไปล่าสัตว์หรือเจ้าคะ ท่านเพิ่งจะล่วงเกินตำหนักชิงซวีไป มิสู้พักผ่อนอยู่ในวังดีกว่าไหมเจ้าคะ"
"วางใจเถอะ แค่ล่าสัตว์เท่านั้น คนของตำหนักชิงซวีก็ทำอันใดข้าไม่ได้หรอก" หลิวอี้เอ่ย
"เช่นนั้นท่านอ๋องก็รีบไปรีบกลับนะเจ้าคะ" เสี่ยวโหรวรู้ดีว่าไม่อาจเกลี้ยกล่อมหลิวอี้ได้ จึงได้แต่ยอมแพ้
ผ่านไปครู่หนึ่ง ขันทีน้อยก็นำคนห้าคน ม้าหนึ่งตัว และกระบี่หนึ่งเล่มเดินเข้ามา
"ท่านอ๋อง คนทั้งห้าคนนี้คือคนที่แม่ทัพอวี๋ส่งมาเพื่อคุ้มครองท่านพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีน้อยก้าวเข้ามาพร้อมกับประคองกระบี่ให้อย่างนอบน้อม
"เข้าใจแล้ว เจ้าถอยไปเถอะ" หลิวอี้ยื่นมือไปรับกระบี่แล้วเดินเข้าไปหา
แม่ทัพอวี๋คือแม่ทัพผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของพระราชวัง นับว่ายังมีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์อยู่บ้าง
เพียงแต่ใต้บังคับบัญชาไม่มีทหารฝีมือดีมากนัก
ทว่าเมื่อหลิวอี้กวาดตามองคนทั้งห้า เขาก็พบว่าทุกคนล้วนมีพลังระดับผู้ฝึกวิญญาณขั้นห้า ดูท่าคงเป็นแม่ทัพอวี๋ที่คัดเลือกมาด้วยตนเองเป็นแน่
"ท่านอ๋อง!" ทั้งห้าคนเอ่ยทำความเคารพอย่างนอบน้อม
สำหรับทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี การเชื่อฟังคำสั่งคือหน้าที่อันพึงกระทำ
คำสั่งของพวกเขาคือการปกป้องความปลอดภัยของหลิวอี้ และพวกเขาก็รู้ดีว่าแม่ทัพของตนจงรักภักดีต่อราชวงศ์ ดังนั้นพวกเขาจึงแสดงความเคารพต่อหลิวอี้อย่างยิ่ง
"พวกเราไปกันเถอะ!" หลิวอี้พลิกตัวขึ้นม้า นำทั้งห้าคนมุ่งหน้าไปยังลานล่าสัตว์
ภายนอกลานล่าสัตว์!
เมื่อหลิวอี้และเหล่าทหารมาถึง เขาก็ชักกระบี่ออกและเริ่มมองหาสัตว์ป่าในบริเวณนี้
ไม่นานนักเขาก็พบกวางตัวหนึ่ง
ทว่าเมื่อสังหารมันลงไป กลับได้รับค่าประสบการณ์เพียง 1 แต้มเท่านั้น
หนึ่งแต้มงั้นหรือ เช่นนี้ก็แปลว่าเขาต้องฆ่ากวางถึง 100 ตัวถึงจะเลื่อนระดับได้งั้นสิ
อย่าเพิ่งพูดถึงว่าจะหากวางได้มากถึงเพียงนั้นหรือไม่ หากเขาฆ่ากวางมากมายขนาดนั้น ผู้อื่นคงมองว่าเขาเป็นคนเสียสติไปแล้วแน่ๆ
"เดินหน้าต่อไป มุ่งสู่อุทยานป่าชั้นกลาง" หลิวอี้เอ่ย
ลานล่าสัตว์ของราชวงศ์แบ่งออกเป็นอุทยานป่าชั้นบน อุทยานป่าชั้นกลาง และอุทยานป่าชั้นล่าง
อุทยานป่าชั้นล่างก็คือที่ที่มีสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไป เช่นกวางที่เขาเพิ่งสังหารไปเมื่อครู่
อุทยานป่าชั้นกลาง จะเริ่มมีสัตว์อสูรปรากฏตัวให้เห็น
อุทยานป่าชั้นบนนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยิ่งนัก ต้าฮั่นได้สั่งปิดตายสถานที่แห่งนี้ไปตั้งแต่ร้อยปีก่อนแล้ว
เป็นเพราะราชวงศ์อ่อนแอเกินกว่าจะเข้าไปล่าสัตว์ได้ มันจึงกลายมาเป็นลานล่าสัตว์ของตำหนักชิงซวีแทน
"ท่านอ๋อง คนของพวกเรามีเพียงเท่านี้ อย่าไปอุทยานป่าชั้นกลางเลยพ่ะย่ะค่ะ การเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรมันอันตรายเกินไป" ทหารนายหนึ่งเอ่ยเตือน
"พวกเราจะล่าสัตว์อยู่แค่รอบนอกเท่านั้น หากมีอันตราย จะหนีก็ยังทัน" หลิวอี้กล่าว
เขาเองก็กล้าไปแค่รอบนอกเท่านั้น หากเข้าไปลึกถึงใจกลางอุทยานป่าชั้นกลาง นั่นก็ไม่ต่างอันใดกับการรนหาที่ตาย
"ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ ถึงตอนนั้นหากมีอันตราย พวกกระหม่อมจะคอยคุ้มกันอยู่ด้านหลัง ท่านอ๋องต้องรีบหนีไปให้เร็วที่สุดนะพ่ะย่ะค่ะ" ทหารนายนั้นเอ่ยรับคำ
เมื่อเห็นความภักดีของทหารเหล่านี้ หลิวอี้ก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ "หากต้าฮั่นมีทหารเช่นนี้อยู่เต็มกองทัพ มีหรือที่จะตกต่ำถึงเพียงนี้"
แม้อุทยานป่าชั้นล่างจะมีแต่สัตว์ธรรมดา ทว่าพื้นที่ก็กว้างใหญ่ไม่น้อย
พวกเขาใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามกว่าจะมาถึงอุทยานป่าชั้นกลาง
ภายนอกอุทยานป่าชั้นกลางมีค่ายกลป้องกันกางกั้นไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรหลุดรอดออกมา
ทว่าหลิวอี้ในฐานะท่านอ๋อง ย่อมมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในอุทยานป่าชั้นกลางได้
เขาหยิบป้ายหยกประจำตัวออกมาและนำไปทาบกับค่ายกลป้องกัน
ค่ายกลในรัศมีรอบตัวพวกเขาก็สลายหายไป ทั้งหกคนจึงรีบแทรกตัวเข้าไปด้านใน
หลังจากเข้ามาได้ไม่นาน พวกเขาก็พบกับหมาป่าตัวหนึ่ง
"หมาป่าระดับผู้ฝึกวิญญาณขั้นสอง ไม่รู้ว่าจะให้ค่าประสบการณ์เท่าใดกันนะ" หลิวอี้คิดในใจ ก่อนจะหันไปสั่งทหารข้างกาย "พวกเจ้าอย่าเพิ่งลงมือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง"
"เอ่อ...เรื่องนี้" เหล่าทหารต่างมองหลิวอี้ด้วยความลังเล
"อย่ามัวชักช้า พวกเจ้าคอยดูอยู่ข้างๆ ก็พอ เดียรัจฉานตัวนี้จะเก่งกาจไปกว่าศิษย์ตำหนักชิงซวีเชียวหรือ" หลิวอี้เอ่ยจบก็กระโดดลงจากหลังม้า พุ่งทะยานเข้าหาหมาป่าตัวนั้นในทันที
[จบแล้ว]