- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปสวมบทตัวร้ายในนิยายที่เคยอ่าน
- บทที่ 16 - เสน่ห์ชายหนุ่ม ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด
บทที่ 16 - เสน่ห์ชายหนุ่ม ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด
บทที่ 16 - เสน่ห์ชายหนุ่ม ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด
บทที่ 16 - เสน่ห์ชายหนุ่ม ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด
"ซู่..."
ท่ามกลางสติที่เลือนราง เธอได้ยินเสียงหยาดฝนร่วงหล่น
เสียงนั้นเดี๋ยวชัดเดี๋ยวหาย เดี๋ยวหนักเดี๋ยวเบา และเดี๋ยวไกลเดี๋ยวใกล้
เย่เหยายกมือขึ้นนวดขมับตามสัญชาตญาณ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น ความทรมานนี้ทำให้เธออยากจะตายๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
ในหัวพลันปรากฏภาพหัวงูขนาดมหึมา ที่แค่ลิ้นสองแฉกของมันก็สามารถพันรอบคอเธอได้แล้ว
ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดจนแทบคลั่ง
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
"ตื่นแล้วเหรอ?"
เสียงของเซี่ยหมังนี่นา
เธอลืมตาขึ้นแล้วมองไปทางต้นเสียง
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ และร่างกายนี้มันก็อ่อนแอจริงๆ ล่ะก็ ตอนนี้เธอคงอยากจะผิวปากแซวแบบพวกอันธพาลไปแล้ว
เซี่ยหมังน่าจะสูงประมาณร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเป็นอย่างน้อย
ไหล่กว้าง เอวสอบ ขายาว แถมยังผิวขาวสะอาด เข้ากับใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ และรูปร่างที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างสมบูรณ์แบบ
เย่เหยาถึงกับ...
ยอมรับก็ได้ว่า น้ำลายสอเลยล่ะ
แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละ
ตอนนี้เธอเป็นแค่ยัยไก่อ่อน ผู้หญิงที่ชอบผู้ชายคนนี้ก็คงมีไม่น้อย เธอไม่อยากไปตายเปล่าในการชิงดีชิงเด่นระหว่างผู้หญิงหรอกนะ
"พี่ชาย?"
สภาพของเธอในตอนนี้ ดูน่าสงสารราวกับลูกนกตกน้ำ
ว่าแต่ หมอนี่มาอาบน้ำที่ห้องพักของเธอทำไมเนี่ย?
การกระทำนี้มันน่าสับสนชะมัด
เซี่ยหมังยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชุ่มไปด้านหลัง เผยให้เห็นหน้าผากสวยได้รูป ยิ่งเพิ่มกลิ่นอายความดุดันและอันตรายมากขึ้นไปอีก
"ถ้าขยับตัวได้แล้ว ก็ไปเตรียมมื้อเย็นซะ"
เขาปรายตามองเย่เหยาแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนไป
เย่เหยา: "..."
ระบบถูกตัดการเชื่อมต่ออีกแล้ว และมันก็รู้ดีว่าครั้งนี้โฮสต์ด่าได้เจ็บแสบยิ่งกว่าครั้งก่อนเสียอีก
ครั้งที่แล้วยังพอจับใจความได้บ้าง แต่ครั้งนี้ด่าไฟแลบ ตื๊ดๆๆ ไปตลอดทางเลย
มื้อเย็นคือข้าวราดมะเขือเทศผัดไข่
ในยุคอวกาศก็มีมะเขือเทศนะ แต่วิธีทำอาหารมีแค่อย่างเดียวคือหั่นกินสดๆ ทำเป็นสลัด
เมื่อวานตอนเห็นมะเขือเทศในตู้เย็น เธอเลยลองชิมไปลูกนึง โห เปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟันเลย
ในห้องนั่งเล่น
เซี่ยหมังนั่งอยู่บนโซฟา กำลังจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อจัดการธุระบางอย่าง
พอเงยหน้าขึ้น ก็มองเห็นเย่เหยายืนอยู่ในครัวแบบเปิดโล่งได้อย่างชัดเจน
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศในตอนนี้มันให้ความรู้สึกเหมือน "บ้าน" ขึ้นมา
แต่ความคิดนี้ก็โผล่มาแค่แวบเดียวเท่านั้น
เซี่ยหมังไม่ได้เก็บมาใส่ใจ และก็ไม่อยากจะใส่ใจด้วย
"..."
พร้อมกับเสียงทำอาหารแปลกๆ ที่ไม่คุ้นหู ไม่นานก็มีกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
ลูกกระเดือกของเซี่ยหมังขยับขึ้นลงเบาๆ
จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เย่เหยาที่กำลังผัดอาหารอยู่ หันไปมองชายหนุ่มในห้องนั่งเล่น
"พี่ชาย ช่วยไปดูหน่อยสิคะว่าใครมา"
น้ำเสียงนั้นไม่มีความเกรงใจเลยสักนิด สนิทสนมกันราวกับใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานแล้วอย่างนั้นแหละ
เซี่ยหมัง: "..."
เขาเลิกคิ้วขึ้น สายตาเย็นชาตวัดมองไปที่เย่เหยาอย่างไร้อารมณ์
เขาลุกขึ้นอย่างเนิบนาบ แล้วเดินไปเปิดประตู
"คุณหนูใหญ่ ฉัน..."
คำพูดถูกกลืนหายกลับลงคอไปทันที
เมื่อชิงถงเห็นลูกพี่ใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู ความหวาดกลัวก็แล่นปราดจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กระหม่อม
เธอรีบหุบรอยยิ้มที่กำลังจะเอื้อนเอ่ย ถอยหลังไปสองก้าว แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมในทันที
"ลูกพี่!"
เซี่ยหมังที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เพียงแค่ยืนนิ่งๆ ก็แผ่รังสีอำมหิตกดดันจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว
ชิงถงเป็นลูกน้องของไอรีน ปกติแล้วแทบจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเซี่ยหมังเลย
แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ ก็ทำให้ชิงถงรู้สึกเหมือนเฉียดใกล้ความตายอยู่เสมอ
เซี่ยหมังหลุบตามองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า
โดยเฉพาะหน้ากากครึ่งซีกของเธอ
พอนึกถึงตอนเที่ยงที่เย่เหยาถามถึงเรื่องหน้ากาก เขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง
"มีอะไร?" เซี่ยหมังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ชิงถงกลัวจนเหงื่อเย็นผุดเต็มแผ่นหลัง
"ลูกพี่หญิงไอรีน ให้ฉันกับเรย์มอนด์มาคอยคุ้มครองคุณหนูใหญ่ค่ะ"
เซี่ยหมังเงียบไป
บรรยากาศในตอนนั้น อึดอัดและหนักอึ้งจนแทบขาดใจ
ชิงถงรู้สึกหายใจไม่ออก แอบนึกเสียใจว่าทำไมต้องมาเอาป่านนี้ด้วย
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเซี่ยหมังก็ดังขึ้น
แต่ละพยางค์ที่เปล่งออกมา ราวกับยันต์เรียกวิญญาณที่ทำให้ชิงถงตัวสั่นงันงก
คุณหนูใหญ่เหรอ?
เขาปรายตามองเข้าไปในครัว ซึ่งมุมนี้มองเห็นได้แค่บางส่วนเท่านั้น
ไม่ว่าเขาจะมีท่าทีอย่างไรต่อเย่เหยา
แต่ในฐานะลูกพี่ลูกน้องแท้ๆ ของเซี่ยหมัง คู่ควรที่จะถูกเรียกว่า "คุณหนูใหญ่" แค่นั้นงั้นเหรอ?
"พี่ชาย เอ๊ะ ชิงถงมาเหรอคะ"
ทำมะเขือเทศผัดไข่เสร็จ เย่เหยาก็หันไปเรียกเซี่ยหมังให้มากินข้าว แล้วก็เห็นชิงถงยืนอยู่หน้าประตูพอดี
เธอยิ้มแล้วบอกว่า "รอแป๊บนึงนะ ฉันทำไว้เยอะเลย เดี๋ยวจะตักแบ่งให้เธอกับเรย์มอนด์เอาไปกินด้วย"
พูดจบ เธอก็หมุนตัวไปหยิบกล่องใส่อาหาร
ชิงถงอ้าปากค้าง ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบทำให้เธอแทบอยากจะร้องไห้
"ไม่เป็นไรค่ะคุณหนูใหญ่ ฉันกับเรย์มอนด์กินกันมาแล้ว"
เธอไม่กล้ารับหรอก
สายตาของลูกพี่ใหญ่ แทบจะแช่แข็งเธออยู่แล้ว แถมยังดูเหมือนอยากจะสับเธอเป็นชิ้นๆ อีกต่างหาก
ขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปมีหวังตายแน่
ชิงถงรีบหาข้ออ้างหลบหนี แล้ววิ่งแจ้นเผ่นแน่บไปแทบไม่คิดชีวิต ภายใต้สายตาคมกริบราวกับใบมีดของเซี่ยหมัง
เย่เหยา: "...มีธุระด่วนอะไรรีบร้อนขนาดนั้นเนี่ย?"
เห็นๆ อยู่ว่าเมื่อคืนยังกินซาลาเปาที่เธอทำซะเกลี้ยงเลย
ชิงถงเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังกินไปตั้งเจ็ดแปดลูก ส่วนเรย์มอนด์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เบิ้ลไปสองเท่าเลย
แต่พอคิดถึงกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ของเรย์มอนด์แล้ว ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่
"พี่ชาย กินข้าวกันเถอะค่ะ กินตอนร้อนๆ ถึงจะอร่อยนะ"
ในห้องนั่งเล่น
เย่เหยากินข้าวไปพลาง ดูซีรีส์สงครามไซไฟไปพลาง
มันเป็นเรื่องราวของสองจักรวรรดิที่ทำสงครามกันเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว เนื้อเรื่องน้ำเน่าสุดๆ แต่มันส์หยด ตรรกะป่วยพังพินาศ แต่มันส์สะใจ
เอาเป็นว่า เย่เหยาขอยกให้เป็นซีรีส์ดูเพลินตอนกินข้าวก็แล้วกัน
ดูซีรีส์จบ เธอก็เก็บถ้วยชามไปไว้ในครัว
เย่เหยา: "..."
เมื่อเห็นข้าวสวยกับมะเขือเทศผัดไข่ถูกกวาดเรียบจนเกลี้ยงหม้อ เธอถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว
คืนนี้เธอเตรียมข้าวไว้เยอะมาก
เพราะรู้ว่าชิงถงกับเรย์มอนด์กินจุแค่ไหน เธอเลยทำไว้สำหรับสิบคนกิน
เธอเพิ่งกินไปแค่ชามเล็กๆ ชามเดียว ที่เหลือ เซี่ยหมังจัดการเหมาหมดคนเดียวเลยเหรอเนี่ย?
ไม่ได้หวงของกินหรอกนะ แต่มันจะเวอร์เกินไปแล้วมั้ง
**
เที่ยงวันถัดมา
เย่เหยาหิ้วกล่องอาหารเดินออกจากตึก จู่ๆ ก็มีเงาดำทะมึนร่วงหล่นลงมาตรงหน้า
"..."
เชี่ย เพิ่งจะก้าวออกจากประตู ก็ต้องสลบอีกแล้วเหรอ?
นี่เธอต้องสลบวันละรอบเลยหรือไง?
นี่มัน "กลไก" บ้าบออะไรของต่างโลกฟะเนี่ย?
【โฮสต์ ไม่มีกลไกอะไรแบบนั้นหรอกครับ】
เห็นระบบเป็นแค่มือใหม่ แต่ถ้าไม่ใช่ความผิดของมัน มันก็ไม่ยอมรับผิดเด็ดขาดหรอกนะ
ระบบเกิดใหม่ที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วงการ ยืดอกตั้งตรงอย่างสง่าผ่าเผย ยอมหักไม่ยอมงอ
เย่เหยาขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับไอ้ระบบไม่ได้ความ รีบกระโดดหลบไปด้านข้าง
"ฟิ้ว ตู้ม—"
วัตถุขนาดใหญ่ร่วงกระแทกพื้นตรงตำแหน่งที่เธอเพิ่งยืนอยู่เมื่อกี้ แล้วก็ระเบิดกระจาย
เย่เหยายกมือทาบอกที่กำลังเต้นระรัว หายใจหอบถี่ สมองหมุนเคว้งวิงเวียนไปหมด
วัตถุขนาดใหญ่ตรงหน้านี้ คือคน
กะด้วยสายตา น้ำหนักน่าจะอย่างต่ำสี่ห้าร้อยชั่ง แถมมีแต่ไขมันล้วนๆ เนื้อล้นปลิ้นออกมาขนาดนั้น มองพลาดไม่ได้หรอก
แรงกระแทกมหาศาล ทำให้ร่างของคนคนนี้แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ
ภาพที่เห็นมันน่าสะอิดสะเอียนและสยดสยองเกินไป กระเพาะอาหารปั่นป่วนอย่างหนัก น้ำย่อยหลั่งออกมาไม่หยุด ทรมานจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
"นี่มันเถ้าแก่ร้านกระป๋องเนื้อไม่ใช่เหรอ?"
"เถ้าแก่เนื้อ? ใครไปฆ่ามันเข้าล่ะเนี่ย?"
"ก็สมควรแล้วแหละ ร้านกระป๋องเนื้อของมันกอบโกยเงินไปตั้งเท่าไหร่ แถมไอ้อ้วนพุงพลุ้ยนี่ก็ชอบทำตัวกร่างอวดรวยอีก มีชีวิตรอดมาได้จนถึงป่านนี้สิแปลก"
ผู้คนรอบข้างที่มุงดูเหตุการณ์สยดสยองตรงหน้า ไม่มีใครแสดงอาการตกใจเลยสักนิด ราวกับเป็นเรื่องชินตาไปเสียแล้ว
เย่เหยากดท้องตัวเองไว้แน่น
ถ้าน่ากลัว เธอยังสลบหนีได้
แต่เจอของ "น่าสะอิดสะเอียน" แบบนี้ เธอรับไม่ไหวจริงๆ
เครื่องในและเลือดกองระเนระนาดอยู่เต็มพื้น ภาพที่เห็นมันรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว
"อึก—"
ความรู้สึกอยากอาเจียนพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจุกที่คอหอย
"คุณหนูใหญ่ หายใจเข้าลึกๆ ค่ะ"
เสียงของชิงถงดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่นของมวลหมู่ไม้ที่ช่วยดึงสติอันเลือนรางของเธอให้กลับมา
(จบแล้ว)