เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 : อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

ตอนที่ 30 : อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

ตอนที่ 30 : อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด


ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกนักเลงก็จากไปทั้งน้ำตาพร้อมหน้าที่บวมฉ่ำและรอยฟกช้ำตามตัว ดูน่าเวทนาเป็นอย่างมาก

“เควสเสร็จสิ้น EXP +137 ชื่อเสียงในเมืองเรดเมาน์เทน +10”

“คุณถึงเลเวล 3 แล้ว คุณสมบัติของคุณเพิ่มขึ้น”

เมื่ออ่านการแจ้งเตือน โรแลนด์ก็รู้สึกสบายเป็นอย่างมากราวกับได้ยาวิเศษ สิ่งที่มีความสุขในชีวิตนี้คือได้คลายเครียดและได้ของตอบแทนมหาศาล

เบทต้ากล่าวว่า “ผมเลเวล 2 แล้ว ผมคิดว่าผมต้องล่าแมงมุมยักษ์ต่ออีกสัก 2-3 อาทิตย์เสียอีก แต่ว่าพวกนักเลงนั่นก็เข้ามาเสนอค่าประสบการณ์ให้พวกเราด้วยตัวเอง ถ้าพวกเขามาอีกสัก 2-3 ครั้ง ผมว่าพวกเราน่าจะขึ้นถึงเลเวล 5 ได้เร็วๆนี้”

เขาดูโลภเป็นอย่างมาก โรแลนด์ยิ้มออกมาและกล่าวว่า “ตอนนี้กว่าครึ่งเมืองเห็นเรากำราบพวกนักเลงไป แม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกดีที่ได้เห็น ทว่าพวกเขาก็อาจจะคิดว่าเราเป็นพวกป่าเถื่อนได้ ถ้าเราทำแบบนั้นอีกก็มีโอกาสที่พวกเราจะเปลี่ยนจากนักล่ามังกรกลายเป็นมังกรเสียเอง

เบทต้าคิดอยู่ครู่หนึ่งและก็เห็นด้วยกับเขา “ก็เป็นไปได้นะครับ”

หลังจากนั้นพวกเขาก็เห็นเด็กๆยืนมองพวกเขาด้วยท่าทางเลื่อมใส

พวกนักเลงนั้นกล้าหาเรื่องภายในเมืองเรดเมาน์เทนเพราะว่าพวกเขานั้นเกี่ยวข้องกับนายก

ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงไม่กล้ายั่วยุพวกนั้น ถ้าเกิดฟอลเคิลไม่ได้อยู่ที่นี่ พวกนั้นจะยิ่งป่าเถื่อนกว่านี้อีก ทว่าเมื่อฟอลเคิลแก่ขึ้นเรื่อยๆ พวกนั้นก็เริ่มวางท่ามากขึ้นจากแต่ก่อน

หลังจากได้บทเรียนวันนี้ พวกนั้นคงเลิกกร่างไปสักพัก

เด็กส่วนมากนั้นมาจากครอบครัวที่ยากจนซึ่งเคยชินกับการถูกกลั่นแกล้ง บุคลิกของพวกเขาเลยได้รับผลกระทบจากความกลัว

พวกผู้ใหญ่ต่างก็ไม่กล้าทำอะไรหกคนนี้ ตามจริงแล้วเด็กๆของพวกเขาก็กลัวพวกเขาเองด้วยซ้ำ ทว่าโรแลนด์และเบทต้าแสดงให้พวกเขาเห็นว่ามีสิ่งอื่นที่สามารถทำได้นอกจากแค่นั่งกลัวและอดทน

เด็กๆนั้นเป็นนักเลียนแบบที่ยอดเยี่ยม เขามักจะทำตามสิ่งที่เป็นต้นแบบของเขาเสมอ

ตอนนี้เด็กๆต่างรวมตัวกันที่ทะเลสาบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยส่วนใหญ่นั้นจะมาเรียนเพลงดาบพื้นฐานจากเบทต้า

บางคนก็หวังว่าจะได้เรียนเวทย์จากโรแลนด์...น่าเสียดายแม้ว่าโรแลนด์จะพยายามชี้นำพวกเขา แต่ไม่มีใครเลยที่สามารถสัมผัสถึงเวทมนตร์ได้

ท้ายที่สุดเด็กทั้งหมดจึงเรียนเพลงดาบของกองทัพจากเบทต้า

โรแลนด์รู้สึกดีใจที่เขารอดพ้นไปได้ จากนั้นเขาก็มุ่งเน้นความสนใจไปที่ความสามารถทางภาษาเวทย์ระดับสอง

จุดเวทย์นั้นหนาแน่นอย่างน่าตกใจ เนื่องจากเบทต้าสามารถใช้ความสามารถทางภาษาได้ โรแลนด์จึงลองปรึกษาเขาดู

ทว่าเบทต้าเพียงแค่โบกมือพร้อมพูดว่า “พ่อมดสายเลือดมังกรไม่จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ใดๆเลย สิ่งที่พวกเราต้องทำก็แค่เรียกชื่อของสกิลเพื่อใช้มัน ดังนั้นผมไม่สามารถสอนอะไรพี่ได้”

ท้ายที่สุด โรแลนด์จึงตัดสินใจที่จะฝึกด้วยตัวเอง

วันเวลาผ่านไป ในทุกๆวันโรแลนด์ใช้เวลาระหว่างวันของเขาไปกับสโมสรมวยและใช้เวลากลางคืนเพื่อเข้าเกม

ตอนนี้ชีวิตของเขาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง เขาสุขภาพดีกว่าแต่ก่อน ทว่าเขากลับรู้สึกตัวเองหายใจถี่ขึ้นในชีวิตจริง

มันไม่ใช่ความรู้สึกทางกาย ทว่าเป็นความรู้สึกทางใจ

เขาเหมือนรู้สึกว่าในอากาศมีบางอย่างขาดหายไป

ทว่ามันก็ไม่ใช่ว่ารู้สึกอย่างรุนแรงหรือเป็นบ่อยนัก ดังนั้นเขาจึงเลือกที่ปล่อยผ่านมันไป เขาคิดว่าบางทีอาจเป็นเพราะคุณภาพอากาศในชีวิตจริงนั้นแย่กว่าในเกมเป็นอย่างมาก

ครึ่งเดือนผ่านไปราวกับกระพริบตา ในช่วงนี้โรแลนด์และเบทต้าแต่ละคนล่าแมงมุมเกิน 60 ตัวไปแล้ว ทว่ามันก็ยังคงเหลืออีกเยอะ

เป็นเพราะป่าเมเปิลมีขนาดใหญ่เกินไป หลังจากกวาดล้างแมงมุมที่นี่แล้วแมงมุมที่อยู่อีกด้านหนึ่งของสันเขาก็จะย้ายเข้ามา

มันไม่แย่นักที่มีแมงมุมเข้ามาไม่หยุดหย่อนเพื่อนำมันเป็นเนื้อสำหรับเด็กๆ แต่ว่าโรแลนด์ก็ยังขมวดคิ้วออกมาอยู่ดี”

วันใดวันหนึ่งเขาและเบทต้าก็ต้องจากเมืองนี้ไป และที่นี่ก็ยังคงอยู่ใต้การคุกคามของแมงมุมอยู่ดี แล้วพวกชาบบ้านจะจัดการกับพวกมันยังไง?

ถัดจากทะเลสาบ จะเห็นเบทต้ากำลังเล่นกับเด็กๆ เด็กบางคนนั้นมีพรสวรรค์สามารถเรียนรู้ท่าเคลื่อนไหวพื้นฐานได้ และเบทต้าก็ได้เข้าไปร่วมซ้อมกับพวกเขา

แน่นอนไม่สามารถการซ้อมแบบตัวต่อตัว เบทต้าต้องรับมือกับเด็กห้าคนพร้อมๆกัน

ชายหนุ่มผมทองและหน้าตาดีแบบฉบับขุนนางยืนอยู่ตรงกลางและรับมือกับแท่งไม้ที่โจมตีเข้ามา การโจมตีของพวกเด็กๆนั้นค่อนข้างรุนแรง ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่อาจสามารถรับมือกับทีมเวิร์คของพวกเขาได้ แต่เบทต้ากับรับการโจมตีของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย

แม้แต่การโจมตีที่เล็กไปที่หลังของเขา เขาก็สามารถหลบได้โดยง่าย

การฝึกแบบนี้มีประโยชน์เหรอ? แน่นอน! โรแลนด์สามารถบอกได้ทันทีว่าเบทต้า     นั้นวาดดาบได้รวดเร็วและมั่นคงขึ้น

ในขณะที่เบทต้ากำลังก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ โรแลนด์กลับติดขัดเกี่ยวกับการวิจัยเวทย์ของเขา

ความสามารถทางภาษานั้นซับซ้อนยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ มันมีจุดเวทย์ถึง 372 จุด

โครงสร้างทางคณิตมันใหญ่เกินกว่าที่เขาจะสามารถบันทึกมันได้

โรแลนด์ค่อนข้างหดหู่กับความคืบหน้าที่ช้าของตัวเอง

เขานั่งอยู่ตรงราวสะพานมองเบทต้าฝึกฝนอยู่กับเด็กๆ

เสาควันพุ่งขึ้นในขณะที่พระอาทิตย์กำลังตกดิบ เสียงกบร้องและเสียงใบไม้ดังขึ้นมาในโสตประสาทของเขา

โรแลนด์สูดหายใจเข้าลึก

ชีวิตที่นี่ดูทั้งสงบสุขและสวยงามมาก เขาไม่ควรจะมัวแต่หดหู่

เขากำลังจะลองพยายามอีกครั้ง ทว่ากลับมีเสียงระฆังดังขขึ้นมาจากทางโบสถ์ของเทพธิดาแห่งชีวิต

มันดังสะท้อนเข้าไปในใจของทุกคนสามครั้ง

ชาวบ้านทั้งหมดต่างปล่อยเรื่องงานทิ้วไว้พร้อมเดินขึ้นเขาไปอย่างเงียบๆ

เด็กๆต่างก็เงียบลงเช่นกัน พวกเขามองไปยังโบสถ์ที่อยู่ห่างออกไปอย่างพร้อมเพรียง ราวกับพวกเขากำลังสูญเสียบางอย่าง

เบทต้ารู้สึกมึนงง เขาหันไปถามโรแลนด์ว่า “เกิดอะไรขึ้นครับพี่? มีการเรียกรวมตัวฉุกเฉินเหรอครับ?”

โรแลนด์ก็เดาไม่ออกเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปิดตาพร้อมกับส่ายหัว

ขณะนั้นเอง เด็กทีกำลังยืนมองไปที่เท้าของตัวเองด้วยความหงุดหงิดก็พูดออกมา “ทุกๆครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้นสองครั้ง หมายความว่าใครสักคนในเมืองจะถูกฝังไว้ที่หลังภูเขา”

เบทต้าถามออกมาด้วยท่าทีตกใจว่า “แล้วสามครั้งล่ะ?”

“ผมไม่รู้” เด็กน้อยตอบออกมาเสียงเบา

เด็กทั้งหมดล้วนไม่รู้แต่ชาวบ้านทั้งหมดรู้

ชาวบ้านเกือบทั้งหมดกำลังเดินไปที่วัด โรแลนด์อ้าปากเล็กน้อยและพูดเสียงแหบว่า “ฉันจะไปดูสักหน่อยนะ”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบบทที่ ตอนที่ 30 : อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

คัดลอกลิงก์แล้ว