เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 กายาพยัคฆ์ขาว

บทที่ 100 กายาพยัคฆ์ขาว

บทที่ 100 กายาพยัคฆ์ขาว


"แก... รนหาที่ตาย!"

การสูญเสียการควบคุมระฆังใบเล็กทำให้กู่เสวียนทงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นฉินเสวียนถือกระบี่พุ่งเข้ามา เขากลับไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย

เขานั้นเป็นถึงคุณชายจากตระกูลไป๋หู่โบราณ ระดับพลังสูงถึงขอบเขตตี้เสวียนระดับแปด

ส่วนฉินเสวียนเป็นเพียงขอบเขตตี้เสวียนระดับสามเท่านั้น มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องเกรงกลัวมดปลวกในขอบเขตตี้เสวียนระดับสาม?

เมื่อคิดได้ดังนั้น กู่เสวียนทงที่มองดูฉินเสวียนพุ่งเข้ามาอย่างไม่เจียมตัวจึงแปรเปลี่ยนความโกรธเป็นความยินดี

เจ้าเด็กนี่นอกจากจะไม่คิดหนี ยังกล้ามาประมือกับเขาอีกรึ?

มีทางสวรรค์ไม่เดิน ดันเสนอหน้าก้าวเข้าสู่ขุมนรกเอง!

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ที่เตรียมจะสู้ตายต้องหยุดชะงักลงด้วยความงงงวย

มันเกิดอะไรขึ้น?

เห็นชัดว่าระฆังใบนั้นกำลังจะสยบฉินเสวียนได้อยู่แล้ว แต่อยู่ๆ มันกลับหยุดทำงานเสียดื้อๆ

ไม่ใช่แค่กู่เสวียนทงที่ไม่รู้สาเหตุ แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่เองก็มองไม่ออกเช่นกัน

เรื่องนี้มีเพียงฉินเสวียนเท่านั้นที่รู้แจ้งเห็นจริง

ในวินาทีที่ระฆังยักษ์เกือบจะทับร่างของเขา เตาหลอมเทพในกายเขาก็พลันเคลื่อนไหว

เตาหลอมเทพเพียงแค่สั่นสะเทือนเบาๆ ระฆังใบที่เคยอวดอ้างอานุภาพก็พลันหยุดนิ่งสนิททันที

มันดูหวาดกลัวราวกับหนูที่เผชิญหน้ากับแมวก็ไม่ปาน

คนอื่นอาจจะไม่รู้สถานการณ์ แต่ฉินเสวียนนั้นรู้ดีที่สุด

โอกาสทองเช่นนี้เขาไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ เขาจึงลงมือโจมตีทันที และกระบี่นี้เล็งไปที่จุดตายของอีกฝ่าย!

กู่เสวียนทงที่ยังมึนงงตัดสินใจลงมือตอบโต้อย่างไม่ลังเล!

ไม้บรรทัดเหล็กวิสุทธิ์สีดำปรากฏขึ้นในมือของเขา ดูจากออร่าแล้วน่าจะเป็นอาวุธอาคมระดับสูง

"แกควรจะภูมิใจนะ ที่ตอนนี้ระดับพลังของฉันยังไม่สูงพอจะกระตุ้นอานุภาพของอาวุธที่เกรดสูงกว่านี้ได้ ไม่อย่างนั้นแกคงกลายเป็นศพไปนานแล้ว"

ในฐานะทายาทตระกูลไป๋หู่ ในมือเขาย่อมมีอาวุธวิญญาณมากมาย หรือแม้แต่อาวุธที่ระดับสูงกว่านั้น

ทว่าด้วยพละกำลังในปัจจุบัน เขาไม่อาจใช้พวกมันได้อย่างเต็มที่

แม้แต่ระฆังใบเล็กนั่น เขาก็แสดงอานุภาพออกมาได้เพียงส่วนเสี้ยวเดียวเท่านั้น

กล่าวจบ เขาก็สะบัดไม้บรรทัดเหล็กวิสุทธิ์ฟาดใส่ฉินเสวียนอย่างแรง

"เคร้ง!"

กระบี่ยาวสีเลือดในมือฉินเสวียนปะทะเข้ากับไม้บรรทัดเหล็กวิสุทธิ์ จนเกิดประกายไฟกระเด็นว่อนไปทั่ว

"อึก!"

เพียงแค่การปะทะครั้งแรก กู่เสวียนทงก็หน้าถอดสี เปลือกตาของเขากระตุกวูบไม่หยุด

สถานการณ์ไม่ปกติ!

เขาไม่คิดเลยว่า ทั้งที่เขามีระดับพลังเหนือกว่าเจ้าเด็กนี่ถึงห้าขั้นย่อย

แต่เพียงแค่เริ่มสู้กัน เขากลับพบว่านอกจากจะสยบเจ้าเด็กนี่ไม่ได้แล้ว ตัวเขากลับดูเหมือนจะเป็นฝ่ายถูกกดข่มเสียเอง!

เป็นไปไม่ได้! เขาจะมาพ่ายแพ้ให้กับศิษย์สำนักชางชิงกระจอกๆ ได้ยังไง?

ในเวลานี้เขาไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้าได้เลย!

"นายน้อย ให้พวกผมจัดการเองไหมครับ!"

จังหวะนั้น องครักษ์ที่ติดตามมาต่างขยับก้าวเข้ามาใกล้ แววตาจ้องมองฉินเสวียนอย่างมุ่งร้าย

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่เสวียนทงก็หันไปถลึงตาใส่ทันที

"บังอาจ! ฉันจัดการมันเองได้!"

หลังจากตวาดสั่งเสร็จ กู่เสวียนทงก็กำไม้บรรทัดสีดำแน่นแล้วพุ่งเข้าหาฉินเสวียนอีกครั้ง

ฉินเสวียนกัดฟันกรอดและพุ่งเข้าปะทะกับกู่เสวียนทงอย่างไม่ลดละ

"เคร้ง! เคร้ง!..."

กระบี่สีเลือดและไม้บรรทัดสีดำปะทะกันอย่างต่อเนื่องนับสิบครั้ง

ยิ่งสู้กันนานเข้า แผ่นหลังของกู่เสวียนทงก็เริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ แม้คนตรงหน้าจะมีระดับพลังต่ำกว่าเขา แต่หากวัดกันที่พลังการต่อสู้เพียวๆ หมอนี่กลับแข็งแกร่งกว่าเขามาก

หากขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาแพ้แน่

เมื่อคิดได้ดังนั้น กู่เสวียนทงก็ทนต่อไปไม่ไหว เขาดีดตัวถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะแหงนหน้าคำรามกึกก้องเสียดฟ้า

เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังกังวานไปทั่วตำหนัก ทันใดนั้นท่ามกลางสายตาทุกคู่ ขนสีขาวพลันงอกเงยออกมาปกคลุมทั่วร่างของกู่เสวียนทง

เพียงชั่วอึดใจ กู่เสวียนทงก็เปลี่ยนสภาพไปเป็นมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นคนแต่ร่างกายเป็นเสือ!

หากไม่นับศีรษะที่เป็นมนุษย์ ร่างกายส่วนที่เหลือของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับพยัคฆ์ขาวที่น่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 100 กายาพยัคฆ์ขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว