- หน้าแรก
- วันนี้มันบรรลุเซียนแล้วหรือยังเนี่ย
- บทที่ 116 เครื่องดื่มแห่งการรู้แจ้ง
บทที่ 116 เครื่องดื่มแห่งการรู้แจ้ง
บทที่ 116 เครื่องดื่มแห่งการรู้แจ้ง
บทที่ 116 เครื่องดื่มแห่งการรู้แจ้ง
ความกระตือรือร้นของเซียวฉู่เป่ยทำเอาเยว่เหวินถึงกับไปไม่เป็น กว่าจะสะบัดหลุดมาได้ก็เล่นเอาเหนื่อย
แค่ไปลุยเขตแดนรกร้างด้วยกันครั้งเดียว ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนหมอนี่ถึงได้เทิดทูนเขาซะขนาดนั้น ดูทรงแล้วขอแค่เยว่เหวินพยักหน้าทีเดียว เซียวฉู่เป่ยคงคุกเข่ากราบแล้วพูดว่า "ข้าน้อยร่อนเร่มาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยพบพานนายเหนือหัวเลยจริงๆ"—
แต่เผอิญว่าตอนนี้บ้านเยว่เหวินมีลูกคนที่สองแล้ว เลยยังไม่อยากรับลูกบุญธรรมเพิ่ม
กว่าจะจัดการธุระเสร็จสรรพ ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ฤดูหนาวในแถบเหนือ ฟ้าจะมืดเร็วเป็นพิเศษ เมืองหมายเลขเจ็ดก็เป็นแค่เมืองบริวารเล็กๆ แสงนีออนไม่ได้สว่างไสวพอจะขับไล่ความหนาวเหน็บของค่ำคืนฤดูหนาวได้
แต่พอเยว่เหวินมาถึง "บาร์ความฝัน" เขาก็ต้องตกตะลึงกับความคึกคักของที่นี่
ที่นี่ถือเป็นบาร์นั่งชิลที่เปิดมาเพื่อผู้ฝึกตนโดยเฉพาะ บนเวทีมีนักร้องกำลังครวญเพลงจังหวะสบายๆ แสงไฟในร้านเป็นสีส้มสลัวๆ อบอุ่น มีฉากกั้นสูงต่ำสลับกันไปมา ผ้าม่านบางๆ ปลิวไสว แบ่งพื้นที่ออกเป็นมุมส่วนตัวเงียบสงบหลายๆ มุม
เพิ่งจะเลยเวลาอาหารเย็นมาไม่นาน แต่ในร้านก็มีลูกค้ามานั่งดื่มกันเพียบ แทบจะไม่มีโต๊ะว่างเลย
เยว่เหวินเดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ แล้วส่งข้อความหาตงฝูเมิ่งเหยา ไม่นานนัก นางก็เดินอ้อมออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ มานั่งลงข้างๆ "เห็นเจ้าปลอดภัยกลับมาก็ดีใจแล้ว"
วันนี้นางใส่เสื้อแขนยาวสีดำคอวีลึกโชว์สัดส่วนสุดเซ็กซี่ ท่อนล่างเป็นกระโปรงสั้นสีแดงสด ขับผิวขาวจั๊วะให้ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
เมื่ออยู่ในถิ่นตัวเอง นางก็ดูมั่นใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้น รอยยิ้มภายใต้แสงไฟสีส้มดูยั่วยวนมีเสน่ห์สุดๆ
เยว่เหวินดันกล่องใส่ดอกบัวหิมะเมฆาไปตรงหน้านาง "ในเมื่อรอดชีวิตกลับมาได้ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนี้แล้วล่ะ"
"หึๆ" ตงฝูเมิ่งเหยาหัวเราะเบาๆ "ข้าเพิ่งเคยเจอคนแบบเจ้านี่แหละ เกลียดชังสิ่งชั่วร้ายเข้าไส้ แต่กับคนด้วยกันกลับใจกว้างและกระตือรือร้นสุดๆ ไปเขตแดนรกร้างคราวนี้ ดูเหมือนเจ้าจะตั้งใจไปเพื่อฆ่าสัตว์ประหลาดอย่างเดียวเลยนะเนี่ย"
เยว่เหวินคิดในใจว่า แม่นยำหยั่งกะตาเห็นแฮะ
"นี่" ตงฝูเมิ่งเหยาดันขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมที่บรรจุของเหลวสีทองหม่นๆ มาให้เขา
"นี่คืออะไรน่ะ?" เยว่เหวินถาม
"เครื่องดื่มแห่งการรู้แจ้งสูตรพิเศษของทางร้านน่ะ เอาไปลองชิมดูสิ" ตงฝูเมิ่งเหยาอธิบาย "ที่ร้านข้าขายดีขนาดนี้ ก็เพราะเหล้าของข้ามีสรรพคุณช่วยเพิ่มความสามารถในการรับรู้ ดื่มแล้วไปบำเพ็ญเพียร รับรองว่าได้ผลดีเป็นสองเท่าเลยล่ะ"
"เจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ?"
เยว่เหวินเปิดขวดดมดู กลิ่นเหล้าบางเบามาก แต่กลับมีกลิ่นอายของพลังวิญญาณเข้มข้นเตะจมูก
ขวดนี้จะเรียกว่าเหล้าก็คงไม่เชิง น่าจะเรียกว่ายามากกว่า
"ความจริงมันเป็นเหล้าวานรบรรลุธรรมสูตรลับของตระกูลข้าเองแหละ แต่ข้าเอามาปรับปรุงสูตรนิดหน่อย ให้รสชาติมันถูกปากคนทั่วไปมากขึ้น" ตงฝูเมิ่งเหยาพูดเนิบๆ "ถ้าเจ้าชอบ วันหลังก็แวะมาบ่อยๆ ได้นะ ข้าว่าคนเก่งๆ อย่างเจ้าน่าจะต้องการเครื่องดื่มแห่งการรู้แจ้งแบบนี้มากที่สุดเลยแหละ—"
เหล้าวานรบรรลุธรรมเป็นยาวิเศษช่วยบำเพ็ญเพียรที่คลาสสิกมาก ในตลาดมีสูตรลับตกทอดมาหลายสูตร เยว่เหวินก็พอจะรู้เรื่องนี้ดี แต่พวกยาวิเศษที่ช่วยเพิ่มการรับรู้วิถีเต๋าพวกนี้ ยิ่งสรรพคุณดีเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งแพงหูฉี่เป็นเงาตามตัว
ดังนั้นเยว่เหวินเลยไม่ค่อยได้ใช้ของพวกนี้หรอก
เรียกได้ว่าที่ผ่านมาเขาเน้นบำเพ็ญเพียรแบบพึ่งพาตัวเองล้วนๆ
จนกระทั่งคราวก่อนที่ลองกินคุกกี้ปราณโลหิตของเหล่าป๋ายแล้วไปฝึกดู ก็รู้สึกว่าร่างกายคึกคักกระปรี้กระเปร่า สัมผัสวิญญาณก็ตื่นตัวสุดๆ ได้ผลดีเกินคาด หลังจากนั้นเขาก็เริ่มคิดว่า การใช้ยาช่วยบ้างนิดๆ หน่อยๆ มันก็ไม่เสียหายอะไร
"ขอบใจนะ" เยว่เหวินรับไว้พลางหัวเราะ "แต่เหล้าของเจ้าขวดนี้ ข้าคงไม่มีปัญญามาซื้อกินบ่อยๆ หรอกมั้ง"
"ระดับพลังอย่างเจ้า ธุรกิจที่สำนักงานคงรุ่งเรืองน่าดูเลยล่ะสิ?" ตงฝูเมิ่งเหยาถาม
"จะพูดยังไงดีล่ะ—" เยว่เหวินมองดูลูกค้าที่นั่งกันแน่นร้าน แล้วพูดด้วยความอิจฉาว่า "คงสู้ร้านเจ้าไม่ได้หรอก"
ลูกค้าที่บาร์ความฝันรับคืนเดียว ก็เท่ากับลูกค้าที่สำนักงานเขารับมาทั้งชีวิตแล้วมั้ง
และเขาก็พอจะเดาได้ว่า เหล้าที่ขายตามปกติในร้าน อาจจะช่วยเรื่องการบำเพ็ญเพียรได้บ้างนิดหน่อย แต่คุณภาพคงไม่คับแก้วเท่าขวดที่เขาได้มาแน่ๆ
ขวดที่ตงฝูเมิ่งเหยาให้มานี่ พลังวิญญาณพุ่งพล่านสุดๆ ต้องเป็นยาวิเศษที่ราคาแพงหูฉี่แน่นอน
ถ้าขายเหล้าคุณภาพนี้เป็นปกติ คงไม่มีใครมีปัญญามากินได้เยอะขนาดนี้หรอก
"งั้นวันหลังถ้าที่ร้านมีงานจ้างอะไรน่าสนใจ ข้าจะแนะนำให้เจ้าเป็นคนแรกเลยนะ" ตงฝูเมิ่งเหยาบอก "ร้านข้ามีผู้ฝึกตนมาเยอะ บางทีก็มีคนมาขอให้ช่วยหาคนทำงานให้ ข้าเองก็ปวดหัวทุกทีว่าไม่รู้จะแนะนำใครดี"
"งั้นไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้ว เจ๊เหยา" เยว่เหวินยกขวดเหล้าขึ้นมา "ข้าขอดื่มหมดแก้วเลยแล้วกัน"
"อ้อ จริงสิ" ตงฝูเมิ่งเหยานึกขึ้นได้ "เจ้าจะลงแข่งเก็บคะแนนงานชุมนุมผู้ฝึกปราณรุ่นเยาว์ด้วยใช่ไหม? มะรืนนี้ที่ร้านข้าจะมีงานรวมตัวผู้ฝึกตนอิสระรุ่นเยาว์ หลายคนก็เป็นตัวเต็งที่จะผ่านเข้ารอบในศึกครั้งนี้ด้วย เซียวฉู่เป่ยก็จะมานะ เจ้าสนใจจะมาร่วมงานทำความรู้จักกับคนอื่นไว้หน่อยไหม? จะได้เป็นประโยชน์ตอนลงแข่งไง"
"เอาสิ น่าสนใจดี" เยว่เหวินตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม "งั้นรบกวนเจ้าช่วยแนะนำข้าให้รู้จักคนอื่นด้วยนะ"
พอกลับมาถึงสำนักงาน เยว่เหวินก็เริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรอย่างเข้มข้นทันที
การทำความเข้าใจวิชามังกรวารีทะลวงมิติยังไม่เสร็จสมบูรณ์ สำหรับวิชาที่อานุภาพเข้าขั้นวิชาเซียนแบบนี้ ความนัยของวิถีเต๋าจะลึกซึ้งและเข้าใจยากก็เป็นเรื่องปกติ เหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งสัปดาห์กว่าการแข่งขันเก็บคะแนนจะเริ่ม เยว่เหวินมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเขาจะบรรลุวิชานี้ได้ก่อนแข่งแน่นอน
แต่นอกจากวิชานี้แล้ว เยว่เหวินยังอยากจะขอให้หวังต้าหลงสอนวิชาใหม่ให้อีกสักวิชาด้วย
เพราะการไปลุยเขตแดนรกร้างครั้งนี้ ทำให้เขาตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเองอย่างหนึ่ง ถึงแม้พลังของเขาจะสามารถบดขยี้นกนางแอ่นเหินคลื่นแบบตัวต่อตัวได้อย่างสบายๆ แต่วิชาควบคุมกระบี่ของเขา เวลาเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางครั้งนึงก็ฆ่าสัตว์ประหลาดได้เต็มที่แค่สองสามตัว ซึ่งมันจำกัดประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขามาก
ถ้าเขามีวิชาโจมตีหมู่เจ๋งๆ สักวิชา ความเร็วในการล่ามอนสเตอร์ของเขาต้องพุ่งกระฉูดแน่ๆ เผลอๆ อาจจะใช้วิธีวิ่งวนไปยิงไป ค่อยๆ กวาดล้างฝูงนกนางแอ่นเหินคลื่นจนเหี้ยนเตียนได้เลยด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้ตอนต่อสู้ในเขตเมือง ไม่ค่อยได้เจอศึกแบบหมาหมู่เท่าไหร่ ต่อให้เจอก็ไม่มีสัตว์ประหลาดเยอะขนาดนั้น เขาเลยไม่ได้รีบร้อนอยากจะเรียนวิชาโจมตีหมู่ แต่ตอนนี้เริ่มเห็นความสำคัญของมันแล้ว
แถมจากประสบการณ์ปีก่อนๆ การแข่งขันเก็บคะแนนสายผู้ฝึกตนอิสระของงานชุมนุมผู้ฝึกปราณรุ่นเยาว์ มักจะเป็นการต่อสู้แบบตะลุมบอนในแผนที่กว้างๆ—เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาจัดแข่งคัดเลือกผู้ฝึกตนอิสระทีละคนๆ ให้เสียเวลา ถึงตอนนั้นคงหนีไม่พ้นต้องเจอสถานการณ์หนึ่งรุมสิบ ถ้ามีวิชาโจมตีหมู่ ก็จะยิ่งได้เปรียบ
ในการแข่งขันเก็บคะแนน วิชาที่แข็งแกร่งจะยิ่งสร้างความได้เปรียบ
ในการแข่งขันหลักของงานชุมนุมผู้ฝึกปราณรุ่นเยาว์ อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันพกของวิเศษหรืออาวุธเข้าไปได้สองชิ้น ซึ่งมักจะจัดเป็นคอมโบแบบรุกหนึ่งรับหนึ่ง หรือกระบี่บินคู่กับของวิเศษอีกชิ้น
แต่ในการแข่งขันเก็บคะแนน อนุญาตให้พกของวิเศษหรืออาวุธเข้าไปได้แค่ชิ้นเดียวเท่านั้น ถ้าเยว่เหวินเลือกพกกระบี่บินเข้าไป เขาก็จะพกของวิเศษอย่างอื่นเข้าไปไม่ได้อีก
ที่ตั้งกฎแบบนี้ ก็เพราะผู้ฝึกตนอิสระส่วนใหญ่มันจนกรอบจนไม่มีปัญญาหาของวิเศษมาได้ถึงสองชิ้นไงล่ะ—ถ้ากฎยอมให้พกได้สองชิ้น ผู้ฝึกตนอิสระหลายคนก็ต้องเสียเปรียบเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์แบบเห็นๆ
ภายใต้กฎที่เข้มงวดแบบนี้ ต่อให้มีของวิเศษเทพแค่ไหนก็พกเข้าไปได้แค่ชิ้นเดียว ดังนั้นการมีวิชาที่ทรงพลังจึงมีความสำคัญและมีพื้นที่ให้แสดงฝีมือได้มากกว่า
แค่กระพริบตา เยว่เหวินก็เข้ามาอยู่ในตำหนักสีดำขลิบทอง แล้วบอกความต้องการของตัวเองไปตรงๆ "ข้าอยากได้วิชาโจมตีหมู่สักวิชา ถ้าจะให้ดีขอแบบที่ใช้ร่วมกับกระบี่บินได้ด้วย จะได้โจมตีได้แรงๆ"
เปลวไฟในดวงตาของหวังต้าหลงเริ่มกะพริบวูบวาบ เหมือนเป็นเอฟเฟกต์ตอนที่มันกำลังใช้ความคิด
ผ่านไปครู่หนึ่ง มันก็ตอบว่า "วิชาที่เจ้าต้องการอยู่ที่นี่หมดแล้ว เฮอะ"
สิ้นเสียงคำรามมังกร ข้อมูลแนะนำวิชาสามวิชาก็ปรากฏขึ้นในหัวเยว่เหวินอีกครั้ง
"วิชาแรก เคล็ดกระบี่แยกร่างไร้เงา"
"ใช้ร่วมกับวิชาควบคุมกระบี่ ระหว่างที่ควบคุมกระบี่ สามารถแยกปราณกระบี่ออกเป็นหลายสาย โจมตีศัตรูได้หลายเป้าหมาย จำนวนปราณกระบี่ไม่มีขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับพลังปราณและพลังวิญญาณของผู้ใช้ ราคาหนึ่งร้อยห้าสิบเก้าเหรียญ"
ในภาพจำลอง มีมนุษย์ตัวน้อยเกล็ดมังกรสีขาวหนึ่งคน กับมนุษย์ตัวน้อยเกล็ดมังกรสีดำอีกฝูงใหญ่
มนุษย์ตัวน้อยสีขาวขี่กระบี่เหาะขึ้นฟ้า ปล่อยแสงกระบี่ออกไป พอแสงกระบี่ลอยอยู่กลางอากาศ ก็แตกตัวออกเป็นแสงนับพันนับหมื่นสายพุ่งทะยานออกไป
เคลียร์ปราณกระบี่หมดเกลี้ยงในเสี้ยววินาที
แสงแต่ละสายพุ่งเสียบมนุษย์ตัวน้อยสีดำที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานจนล้มระเนระนาดไปหมด
"อันนี้ดูเข้าท่าดีแฮะ" เยว่เหวินพยักหน้า ประเมินอยู่ในใจเงียบๆ
"วิชาที่สอง เคล็ดพายุกระบี่"
"แปรสภาพปราณกระบี่ให้กลายเป็นพายุลูกมหึมา กวาดล้างศัตรูเป็นวงกว้าง ไม่มีที่ให้หลบซ่อนในระยะที่กำหนด ราคาเก้าสิบเก้าเหรียญ"
ในภาพจำลอง มนุษย์ตัวน้อยสีขาวยืนตวัดกระบี่ไปข้างหน้า สร้างพายุปราณกระบี่อันเกรี้ยวกราดซัดออกไป มนุษย์ตัวน้อยสีดำที่ยืนรวมกระจุกอยู่ข้างหน้าถูกพายุพัดปลิวว่อน ร้อง "โอ๊ยๆ" กันระงม
"อันนี้เฉยๆ" เยว่เหวินคิดในใจ
ถ้าศัตรูไม่ได้ยืนรวมกันเป็นกระจุกเหมือนพวกมนุษย์ตัวน้อยสีดำพวกนี้ วิชาโจมตีแบบครอบคลุมพื้นที่ตายตัวแบบนี้ก็ไร้ประโยชน์
ยุคไหนสมัยไหนแล้ว ใครเขาจะมายืนกอดกันกลมรอให้โดนอัดหมู่ล่ะ?
"วิชาที่สาม วิชากระบี่ประสานใจ"
"ใช้จิตใจกระบี่อันบริสุทธิ์เชื่อมโยงกับสรรพสิ่งบนโลก ในทางทฤษฎีแล้วสามารถเปลี่ยนสิ่งของใดๆ ก็ได้ให้กลายเป็นกระบี่บินของตัวเอง เพื่อใช้โจมตีศัตรู พลิกแพลงยากจะคาดเดา ป้องกันได้ยากยิ่ง ราคาหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเก้าเหรียญ"
คำอธิบายนี้ทำให้เยว่เหวินเริ่มสนใจขึ้นมานิดหน่อย เลยตั้งใจดูภาพจำลองต่อไป
ในภาพ มีมนุษย์ตัวน้อยสีขาวยืนเผชิญหน้ากับมนุษย์ตัวน้อยสีดำ มนุษย์ตัวน้อยสีขาวเรียกกระบี่บินออกมา ส่วนมนุษย์ตัวน้อยสีดำก็ตั้งท่าป้องกันอย่างเต็มที่
"รับกระบี่!" มนุษย์ตัวน้อยสีขาวตะโกนลั่น มนุษย์ตัวน้อยสีดำกำลังเตรียมจะรับมือปราณกระบี่ จู่ๆ ก้อนหินใต้เท้าก็ลอยละลิ่วขึ้นมา ฟาดเข้าที่หัวมนุษย์ตัวน้อยสีดำอย่างจัง ก้อนหินก้อนนั้นถูกอาบไปด้วยปราณกระบี่อันแหลมคม ทะลวงหัวมนุษย์ตัวน้อยสีดำจนเป็นรูเบ้อเริ่ม!
"โอ๊ย!" มนุษย์ตัวน้อยสีดำร้องลั่น "กระบี่ของเจ้ามันคือก้อนหินเรอะ!"
"วิชาประสานใจแบบนี้เนี่ยนะ?" เยว่เหวินขมวดคิ้วมอง คิดในใจ "มันก็ยากจะป้องกันจริงๆ นั่นแหละ แต่มันเกี่ยวอะไรกับการโจมตีหมู่ล่ะเนี่ย?"
ยังไม่ทันจะคิดจบ ภาพก็เปลี่ยนไป
มนุษย์ตัวน้อยสีขาวเผชิญหน้ากับมนุษย์ตัวน้อยสีดำสองคน มนุษย์ตัวน้อยสีขาวเรียกกระบี่บินออกมา มนุษย์ตัวน้อยสีดำทั้งสองก็ตั้งท่าป้องกันพร้อมกัน
"รับกระบี่!" มนุษย์ตัวน้อยสีขาวตะโกนอีกรอบ
มนุษย์ตัวน้อยสีดำฝั่งซ้ายกำลังเตรียมรับมือปราณกระบี่ จู่ๆ มนุษย์ตัวน้อยสีดำฝั่งขวาก็ลอยละลิ่วขึ้นมา ฟาดเข้าที่หัวมนุษย์ตัวน้อยสีดำฝั่งซ้ายอย่างจัง
บนร่างของมนุษย์ตัวน้อยสีดำฝั่งขวาก็ถูกอาบไปด้วยปราณกระบี่อันร้ายกาจ ทะลวงหัวมนุษย์ตัวน้อยสีดำฝั่งซ้ายจนเป็นรูเบ้อเริ่มอีกแล้ว!
"โอ๊ย" มนุษย์ตัวน้อยสีดำฝั่งซ้ายร้องลั่น "กระบี่ของเจ้ามันคือเพื่อนข้าเรอะ!"
"เอาคนมาประสานใจได้ด้วยเหรอเนี่ย?" เยว่เหวินเริ่มจะอึ้งแล้ว
จากนั้นภาพก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้มนุษย์ตัวน้อยสีขาวเผชิญหน้ากับฝูงมนุษย์ตัวน้อยสีดำ มนุษย์ตัวน้อยสีขาวเรียกกระบี่บินออกมา ฝูงมนุษย์ตัวน้อยสีดำก็เตรียมป้องกันพร้อมกัน
"รับกระบี่!" มนุษย์ตัวน้อยสีขาวตะโกนลั่นอีกครั้ง
บรรดามนุษย์ตัวน้อยสีดำกำลังตั้งหน้าตั้งตาเตรียมรับมืออย่างตึงเครียด
จู่ๆ สิ่งของสารพัดอย่างก็พุ่งลอยมาจากทุกสารทิศ ทั้งก้อนหิน กิ่งไม้ เศษเหล็ก รองเท้าผ้าใบ ถุงเท้า สำลี แตงโม แสงแดด สายรุ้ง ลูกม้าขาว—สรรพสิ่งทุกอย่างล้วนกลายเป็นกระบี่ แฝงไปด้วยปราณกระบี่อันแหลมคม กวาดล้างฝูงมนุษย์ตัวน้อยสีดำไปเป็นเบือในพริบตา!
ป้องกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
"โห" เยว่เหวินถึงกับร้องอุทานออกมา "วิชานี้โคตรเจ๋ง!"