เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 : อธิบายได้เยอะเลย

ตอนที่ 10 : อธิบายได้เยอะเลย

ตอนที่ 10 : อธิบายได้เยอะเลย


ชาวบ้านหลายคนรีบขึ้นมายังภูเขาพร้อมคบเพลิงเพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขารู้สึกตกใจกับสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นอย่างมาก ภาพต้นไม้กำลังถูกเผาไหม้ ชายหนุ่มประหลาดที่ชื่อโรแลนด์นอนกึ่งตายอยู่บนพื้นพร้อมยิ้มกว้างไปบนท้องฟ้า

หน้าของเขาทั้งดำและแดง เต็มไปด้วยรอยพุพอง ผมส่วนใหญ่ของเขาถูกเผาจนหมด

รอบตัวของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเพลิงสีฟ้าสด ซึ่งยังคงไม่หายไปแม้จะอยู่บนพื้นทราย

พวกชาวบ้านรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนช่วยเหลือพวกเด็กทั้งสามที่อยู่ในเมือง พวกเขากำลังจะเข้าไปช่วยเหลือทันใดนั้นหอลเคิลก็รีบห้ามพวกเขาและพูดว่า “ไฟสีฟ้าพวกนั้นคือเวทมนตร์มันจะกลืนกินทุกสิ่งที่มันสัมผัส เจ้าจะกลายเป็นผุยผงภายในสองนาทีหากแตะต้องมันเข้า

ฟอคเคิลเป็นนักบวชที่น่ายกย่องภายในเมืองเรดเมาน์เทนแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเชื่อฟังคำพูดเขาโดยปราศจากคำถามใดๆ

ทันทีที่ฟอลเคิลเตือนออกไป พวกชาวบ้านก็ไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว

ฟอลเคิลโบกมือของเขาและพูดว่า “ไม่มีอะไรร้ายแรงที่นี่ พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะเรียกพวกเจ้าเองถ้าข้าต้องการความช่วยเหลือ”

พวกชาวบ้านรีบสลายตัวอย่างรวดเร็ว พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะหวาดกลัวกับบางสิ่งเช่นเวทมนตร์หรือภูตผี และจะยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าได้อยู่ห่างจากพวกมัน

หลังจากนั้นไม่นาน ก็เหลือเพียงฟอลเคิลอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ

เมื่อมองไปยังเปลวเพลิงสีฟ้าที่กระจัดกระจายอยู่ เขาก็ไม่ได้ฝืนเดินเข้าไป ถึงแม้เขาจะเป็นนักบวช แต่เขาก็ไม่กล้าดูถูกเปลวเพลิงพวกนี้ ในสายตาเขาเพลิงพวกนี้สามารถเผาเขาให้เป็นเถ้าถ่านได้เช่นเดียวกัน

เขาจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่ดูไหม้เกรียม ทว่ากลับกำลังยิ้มอย่างมีความสุข เขาถอนหายใจออกมาด้วยความอิจฉา เขารอเฉยๆเกือบ 20 นาที จนกระทั่งเปลวเพลิงพวกนั้นหายไปเนื่องจากพลังเวทย์ที่อยู่ภายในหมดลง

หลังจากนั้น ฟอลเคิลก็เดินเข้าไปใกล้โรแลนด์และร่ายเวทย์รักษาและความชำนาญทางภาษาให้แก่เขา เสาแสงสีขาวคลอบคุมไปยังชายหนุ่มและสว่างไสวไปโดยรอบ

“มันคุ้มค่ารึเปล่า”

“ครับมันคุ้มค่ามาก” การรักษาไม่ได้ออกผลในทันทีมันค่อนข้างใช้เวลาอยู่เล็กน้อย ทว่ามันก็ยังคงเร็วกว่าการฟื้นตัวตามธรรมชาติ ร่างกายของโรแลนด์ทั้งระบมและอ่อนแรงไปหมด แต่เมื่อความเจ็บปวดถูกลดเหลือเพียง 1 ใน 10 มันก็แค่รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่านั้น เมื่อได้ยินคำถามของฟอลเคิล โรแลนด์ก็ตอบกลับไปโดยไร้คำลังเลว่า “การเปิดเผยจุดเวทมนตร์ก็ไม่ต่างอะไรจากการค่อยๆเปิดกระโปงของเทพธิดาแห่งโชคชะตาทีละนิด มันทำให้รู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัวเลย”

ค่อก , ค่อก... ฟอลเคิลไอออกมาอย่างหนัก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นสาวกของเทพธิดาแห่งชีวิต แต่เขาก็นับถือในเทพองค์อื่นๆด้วยเช่นกัน คำพูดของโรแลนด์เป็นการดุหมิ่นอย่างชัดเจน เขาทำได้แค่แกล้งเป็นไม่ได้ยินสิ่งที่โรแลนด์พูด

แต่แน่นอน ถ้าโรแลนด์เปรียบเทียบประสบการของเขาเป็นการเปิดกระโปรงของเทพธิดาแห่งชีวิตละก็ฟอคเคิลคงไม่สามารถใจเย็นได้ขนาดนี้

“ขอโทษที่ทำลายกำแพงโบสถ์คุณไป” โรแลนด์เงยหน้ามองไปยังฟอลเคิลขณะนอนอยู่บนพื้น ไม่ใช่เขาชอบแหงนหน้ามองคนอื่นแต่ว่าตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้น “พักก่อนเถอะ ข้าเรียกร้องค่าตอบแทนแน่ แต่ในตอนนี้เจ้าไม่มีเงินไม่ใช่รึ”

“มันก็แค่กำแพง...โบสถ์ก็โทรมมากอยู่แล้ว ข้าวางแผนไว้นานแล้วหละว่าจะปรับปรุงมัน” ฟอลเคิลหลังกลับไปและมองไปยังกำแพงที่ถูกทำลาย เปลือกตาเขาสั่น ไม่ใช่เพราะเสียใจเรื่องกำแพง ทว่าเขาตกใจกับพลังของเวทมนตร์ต่างหาก เขาบอกได้ทันทีว่าโบสถ์ไม่ใช่เป้าหมายของการโจมตี มันเป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่ผนังก็ยังถูกทำลายลง มันไม่ยากที่จะคาดเดาถึงอานุภาพของเวทมนตร์บทนั้น

โรแลนด์เรียนรู้การควบคุมพลังเวทย์ภายในสองชั่วโมง ใช้เวลาเพียงครึ่งวันเพื่อวาดแผนผังเวทมนตร์ และถึงขั้นทำให้เวทมนตร์ทรงพลังขึ้นจากการจำลองเวทย์ได้ “อัจฉริยะ” ก็ไม่เพียงพอที่จะอธิบายความรู้อันไม่น่าเชื่อของเขาได้ ที่สำคัญเขายังคงเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่ม

โรแลนด์ใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นว่าฟอลเคิลไม่ได้โกรธ อย่างไรก็ตามฟอลเคิลได้ช่วยเขาไว้เยอะมาก ถ้าทำให้ฟอลเคิลโกรธเข้า เขาต้องรู้สึกแย่แน่ๆ.... โรแลนด์วางแผนไว้ในใจว่า ครั้งหน้าเขาควรจะหาพื้นที่โล่งๆสำหรับฝึกเวทมนตร์

ฟอลเคิลนั่งลงข้างๆโรแลนด์และพูดออกมาว่า “ลูกชาย ร่างกายเจ้ายังฟื้นตัวได้ไม่มาก ทำไมเราไม่คุยกันสักหน่อยละ?”

“เป็นความคิดที่ไม่เลว” โรแลนด์เห็นด้วยกับข้อเสนอ เพราะว่านอนอยู่บนพื้นเฉยๆนั้นน่าเบื่อมาก “เราจะพูดเกี่ยวกับเรื่องอะไรล่ะ”

ฟอลเคิลมองตรงไปยังพระจันทร์แล้วพูดว่า “มาคุยกันเกี่ยวกับมิติของเจ้ากัน”

หลังจากลังเลอยู่สักพัก โรแลนด์ก็พูดว่า “ผมไม่สามารถเล่าให้คุณฟังได้มากนัก เพราะก่อนที่เราจะมาที่นี่ เราได้ทำข้อตกลงว่าจะไม่เผยแพร่รายละเอียดของมิติที่เราจากมา”

ในตอนนี้ โรแลนด์ไม่รู้เลยว่าไม่เพียงแต่ทำข้อตกลงเท่านั้นแต่มันยังมีระบบตรวจจับอัตโนมัติอีกด้วย ที่จะตรวจจับชื่อของสิ่งที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงซึ่งถูกระบุและปิดบังเอาไว้ เช่น โทรศัพท์ และ คอมพิวเตอร์

ฟอลเคิลยิ้มออกมา “ช่างน่าเสียดาย แต่ข้าสงสัยเกี่ยวกับโลกของเจ้าจริงๆ ถ้างั้นทำไมไม่ให้ข้าเล่าประสบการณ์การผจญภัยในตอนหนุ่มของข้าให้เจ้าฟังละ?”

“ผมจะตั้งใจฟังเป็นอย่างดีเลย”

โรแลนด์ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆฟอลเคิลถึงพูดเรื่องในวัยหนุ่มของเขาขึ้นมา ทว่ามันก็ค่อนข้างน่าสนใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมันช่วยฆ่าเวลาได้ดี อีกส่วนเป็นเพราะประสบการณ์ของฟอลเคิลอาจจะเป็นประโยชน์เมื่อเขาออกจากเมืองนี้ไป

ด้วยเสียงที่ช้าและมั่นคงของชายชรา เขาเริ่มเล่าตั้งแต่ตอนที่เขายังเห็น ,คนที่เขาแอบชอบคนแรก ,ความฝันของเขา ,ความสิ้นหวัง ,ความยินดี และความดื้อรั้น... ราวกับม้วนหนังสือชีวิตของชายชราถูกกางออกตรงหน้าเขา

ไม่ว่าใครก็ตามต่างสนใจในชีวิตของคนอื่น โรแลนด์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แม้เรื่องราวในชีวิตของเขาจะได้ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ยังคงมีเรื่องราวที่โดดเด่นและน่าสนใจ

คนหนึ่งเล่า คนหนึ่งฟัง ค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในเวลาไม่นานรุ่งเข้าก็มาถึง ต้องขอบคุณเวทย์รักษาที่ช่วยให้เขาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วและสามารถที่จะลุกขึ้นมานั่งได้ เมื่อดูจากความเร็วในการรักษาเขาน่าจะกลับมาแข็งแรงได้เร็วๆนี้

“เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นหละ และข้าก็กลายมาเป็นสาวกของเทพธิดาแห่งชีวิตและย้ายมาอยู่ในเมืองเรดเมาน์เทน”

พระอาทิตย์เริ่มขึ้นมาแล้ว แสงสีส้มสาดส่องมาจากทางทิศตะวันออก เมื่อโบสถ์ตั้งอยู่ในทิศเดียวกัน มันก็สาดแสงสีทองมาทางพวกเขา

ฟอลเคิลทำท่าจะลุกขึ้น แต่ทันใดนั้นเขาก็หยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็งไว้ โรแลนด์รู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ก่อนจะพบว่าเขาเองก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นโลกทั้งใบก็หยุดนิ่งลงและแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวดำ

“ขณะนี้เกมหมดเวลาให้บริการแล้ว กรุณารอเปิดอีกครั้งในเวลาต่อไป”

เมื่ออ่านข้อความแจ้งเตือนตรงหน้าจบ โรแลนด์ก็ออกจากเกม แม้จะไม่ค่อยพอใจก็ตาม

จบบทที่ ตอนที่ 10 : อธิบายได้เยอะเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว