- หน้าแรก
- ออลอินตลาดหุ้น พลิกฟ้าสู่เจ้าสัวหมื่นล้าน !
- บทที่ 665 ปัดสวะให้พ้นตัวอย่างสุดความสามารถ
บทที่ 665 ปัดสวะให้พ้นตัวอย่างสุดความสามารถ
บทที่ 665 ปัดสวะให้พ้นตัวอย่างสุดความสามารถ
บทที่ 665 ปัดสวะให้พ้นตัวอย่างสุดความสามารถ
"หลี่หลิน"
"ฉันขอเตือนให้นายเลิกทำตัวลับๆ ล่อๆ ซะที"
"ฉันเป็นคนความอดทนต่ำนะ"
เหยาเจิ้นหัวเอ่ยเตือน
หลี่หลินที่ถูกเรียกชื่อถึงกับมือสั่น
โทรศัพท์มือถือตกลงกระแทกพื้นเสียงดังแปะ
ยิ่งทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งทวีความกดดันขึ้นไปอีก
เมื่อเห็นดังนั้น
หวังเทากก็ล้วงเอาสนับมือสีทองออกมาจากกระเป๋า
แล้วสวมเข้าที่มือขวาอย่างช้าๆ
เขาจงใจชะลอการกระทำนี้ให้ช้าลง
ทำให้ทุกคนในห้องมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เมื่อเห็นว่าหลบเลี่ยงไม่ได้แล้ว
หลานเซิ่งอี้ก็รวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เถ้าแก่เหยา"
"พวกเราต่างก็เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมกันทั้งนั้น"
"แถมยังอยู่ในแวดวงเดียวกันอีก"
"มีอะไรก็ค่อยๆ นั่งคุยกันดีกว่าไหม?"
"ไม่เห็นต้องใช้กำลังกันเลยนี่นา?"
"ใช่แล้วครับ"
"พวกเราต่างก็เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเซินเจิ้นด้วยกันทั้งนั้น"
"ยังไงก็ต้องเจอหน้ากันอยู่ดี"
จ้าวเทียนอวี่ผสมโรง
ปีนี้เขาอายุใกล้จะห้าสิบแล้ว
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีประสบการณ์มากที่สุด
แต่อายุของเขาต้องมากที่สุดในกลุ่มนี้อย่างแน่นอน
ถ้าขืนโดนซ้อมจนอ่วมล่ะก็
ครึ่งชีวิตที่เหลือคงต้องนั่งรถเข็นไปตลอดแน่ๆ
"เถ้าแก่เหยา"
"ถ้าพวกเราทำอะไรล่วงเกินคุณไป"
"พวกเราก็พร้อมจะแก้ไขครับ"
"แก้ไขแน่นอนครับ"
"นั่นสิครับ"
"คนกันเองแท้ๆ"
"คุณบอกพวกเรามาตรงๆ เลยดีกว่าครับ"
"พวกเราไม่รู้เรื่องจริงๆ"
"ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ ครับ"
ภายในห้องวีไอพีเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
บางคนก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ
บางคนก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ
พวกเขาแค่ได้รับคำเชิญก็เลยมาร่วมสนุกด้วยเท่านั้นเอง
เหยาเจิ้นหัวไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา
เขาเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างหลานเซิ่งอี้และจ้าวเทียนอวี่แล้วนั่งลง
กางแขนทั้งสองข้างออก
โอบไหล่ของทั้งสองคนไว้
แล้วตั้งคำถามว่า
"พูดมาสิ"
"ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ฉัน?"
"ทะ... โทรศัพท์"
"โทรศัพท์ของผมคงจะพังน่ะครับ"
"ผมไม่ได้สังเกตเห็นเบอร์ของเถ้าแก่เหยาจริงๆ"
จ้าวเทียนอวี่หาข้ออ้าง
ทว่าในวินาทีต่อมา
เหยาเจิ้นหัวก็หันไปมองหวังเทาที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วเอ่ยว่า
"ลุงจ้าวอายุมากแล้ว"
"ความจำก็เลยไม่ค่อยดี"
"ได้ยินมาว่ากระดูกกระเดี้ยวก็มีปัญหาอยู่เหมือนกัน"
"อาเทา"
"พวกนายช่วยดัดกระดูกให้ลุงจ้าวหน่อยสิ"
"อ๊ะ"
"ไม่เป็นไรครับ"
"ไม่ต้องหรอก"
จ้าวเทียนอวี่ลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณ
"จัดไปครับ"
หวังเทายิ้มมุมปาก
เขาคว้าคอเสื้อด้านหลังของจ้าวเทียนอวี่เอาไว้
แล้วลากไปที่มุมห้องวีไอพี
"อ๊าก!"
"อย่านะ!"
"เจ็บๆๆ!"
"ช่วยด้วย!"
เสียงร้องโหยหวนดังแว่วมา
คนอื่นๆ ที่เห็นเหตุการณ์นี้
ต่างก็รู้สึกหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ
หวังเทาเป็นคนที่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
เขาไม่ได้ลงมือที่จุดสำคัญ
แต่ก็ต่อยเข้าเนื้อแบบเน้นๆ ทุกหมัด
ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ
ถ้าเป็นเมื่อยี่สิบปีก่อนล่ะก็
จ้าวเทียนอวี่คงหายสาบสูญไปจากโลกนี้
แล้วลงไปขายไข่เค็มอยู่ในปรโลกตั้งนานแล้ว
เหยาเจิ้นหัวทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนนั้นเลย
เขายังคงส่งยิ้มให้หลานเซิ่งอี้แล้วถามว่า
"พูดมาเถอะ"
"ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์?"
"แล้วฉันก็โทรหาจางหยางไม่ติดด้วยเหมือนกัน"
"นายตอบมาตามตรงจะดีกว่านะ"
"ไม่งั้นนายก็รู้จุดจบของตัวเองดี"
"เฮ้อ!"
หลานเซิ่งอี้ถอนหายใจออกมา
เมื่ออยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่นก็ต้องยอมก้มหัวให้
เขาจึงตัดสินใจสารภาพออกมาจนหมดเปลือกว่า
"เป็นเพราะจางหยางกับหลิวหัว"
"พวกเขาสองคนอยากได้ว่านเคอ"
"แถมยังบอกว่าเครือเป่าเหนิงไม่มีทางยึดอำนาจบริหารได้หรอก"
"ฉันก็เลยหน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ..."
"ตดหมาอะไรของมึงวะ!"
เหยาเจิ้นหัวลุกพรวดขึ้นมา
จ้องเขม็งไปที่หลานเซิ่งอี้ด้วยความโกรธแค้น
"เครือเป่าเหนิงของกูทำไม่ได้"
"แล้วพวกมันทำได้งั้นเหรอ?"
หลานเซิ่งอี้กลืนน้ำลายลงคอ
รีบอธิบายอย่างลุกลี้ลุกลนว่า
"ฉัน..."
"ฉันไม่ได้คิดว่าเครือเป่าเหนิงทำไม่ได้หรอกนะ"
"หลิวหัวเป็นคนพูดต่างหากล่ะ"
"เขาเป็นคนมาเกลี้ยกล่อมแทนจางหยาง"
"อีกอย่างเถ้าแก่เหยาก็น่าจะรู้ดีนี่นา"
"พวกเราก็แค่หาเช้ากินค่ำไปวันๆ"
"ไม่ได้จงใจจะเล่นงานคุณจริงๆ นะ"
"นายหมายความว่า"
"ตัวการใหญ่ก็คือจางหยางกับหลิวหัวงั้นสิ?"
เหยาเจิ้นหัวถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ใช่..."
"เป็นพวกเขานั่นแหละ"
ทันทีที่หลานเซิ่งอี้พูดจบ
บรรดาเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์คนอื่นๆ ในห้องวีไอพีต่างก็พากันผสมโรง
พยายามจะปัดสวะให้พ้นตัวอย่างสุดความสามารถ