- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 730 : นี่เขาจะอวดดีไปทำไมกัน...
ตอนที่ 730 : นี่เขาจะอวดดีไปทำไมกัน...
ตอนที่ 730 : นี่เขาจะอวดดีไปทำไมกัน...
ตอนที่ 730 : นี่เขาจะอวดดีไปทำไมกัน...
“พวกนายรีบออกมาดูสิ! ข้างนอกมีเฮลิคอปเตอร์บินมาด้วย!!!”
“เอ๊ะ!? สัญลักษณ์นั่นมันดูคุ้นๆ นะ! เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย?”
ฐานเฉินซีที่เดิมทีเงียบสงบก็เกิดเสียงอึกทึกครึกโครมขึ้น คนที่อยู่ในฐานต่างก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินอยู่เหนือหัวทันที
มีบางคนที่มักจะไปแลกเปลี่ยนสิ่งของที่จุดรับแลกเปลี่ยนของฐานลวี่หยวน พอเห็นสัญลักษณ์ขนาดใหญ่บนเฮลิคอปเตอร์พวกเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ทันที!
คนเหล่านี้พากันเหงื่อแตกพลั่ก สายตาเริ่มหวาดผวาและเริ่มวิ่งหนีไปตามตึกหรือที่ที่มีคนน้อยทันที!
เพราะพวกเขาจำได้ว่านี่คือเฮลิคอปเตอร์ของฐานลวี่หยวน!
สถานที่รวมตัวของพวกอันธพาลที่โหดเหี้ยมจนได้ฉายาว่าฆ่าคนเป็นหมื่นได้โดยตาไม่กะพริบ!
แม้ว่าพวกเขาจะตั้งจุดรับแลกเปลี่ยนไว้ในหลายเมืองและดูไม่ได้โหดร้ายเหมือนในข่าวลือ แต่การที่มีข่าวว่าฐานบางแห่งถูกทำลายโดยฐานลวี่หยวนดังมาเป็นระยะๆ ก็ยังทำให้ผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่หวาดกลัวจนหัวหดอยู่ดี!
โดยเฉพาะตอนนี้ที่มีเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของฐานลวี่หยวนมาปรากฏตัวขึ้น ใครจะไปรู้ล่ะว่าคนพวกนี้จะมาเพื่อทิ้งระเบิดทำลายฐานของพวกเขาหรือเปล่า!?
ยังไงตอนนี้ก็หนีก่อนเถอะ!!
คนที่ตอนแรกแค่ออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเห็นบางคนที่หัวไวและเริ่มวิ่งหนีไปพวกเขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
ซวยแล้วสิ!
คนที่มาดูเหตุการณ์วงแตกกระเจิงไปในชั่วพริบตา
........
บนกำแพงฐานเฉินซี
หน่วยป้องกันฐานบางคนก็กำลังทำตัวเหมือนกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ พวกเขาถือปืนเล็งไปที่เฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้า ในใจก็รู้สึกว่าแขนขาของพวกเขาเริ่มอ่อนแรง เหงื่อไหลออกมาเป็นสาย เพราะไม่รู้ว่าเวลาของพวกเขาใกล้จะถึงจุดจบแล้วหรือยัง
คนของฐานลวี่หยวนมาแล้ว!
หรือว่าฐานของพวกเขาไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ อีกฝ่ายก็เลยส่งคนมากวาดล้างฐานเฉินซี!?
จะทำยังไงดีเนี่ย!?
ปืนกระบอกเล็กๆ ในมือของพวกเขาไม่มีทางทำอะไรเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธที่ดูน่าเกรงขามข้างบนนั้นได้อย่างแน่นอน!
แต่โชคดีที่วินาทีต่อมาก็มีข่าวที่ทำให้พวกเขาถอนหายใจอย่างโล่งอกดังออกมา
“ข้างบนนั้นเป็นคนของฐานลวี่หยวนที่จะมาช่วยพวกเรา! ห้ามยิงเด็ดขาด!! ทุกคนอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!! ใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่ามฉันจะสั่งประหารทันที!!”
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนและตึงเครียดของผู้บริหารของฐานก็ดังมาจากวิทยุสื่อสาร เพราะพวกเขากลัวว่าจะมีคนโง่ไปยิงปืนใส่เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นเข้า
เมื่อครู่ผู้บริหารของฐานเฉินซีก็เพิ่งจะได้รับข่าวดีที่จางหมิงเซิงส่งมาจากเฮลิคอปเตอร์ว่า เขาได้เจรจาขอความช่วยเหลือจากฐานลวี่หยวนสำเร็จแล้วจริงๆ!
และทางนั้นก็กำลังพาเขากลับมาเพื่อทำการส่งมอบตัวผู้เชี่ยวชาญทันที
สำเร็จแล้ว!
เมื่อได้รับข่าวดีนี้ ห้องของผู้บริหารฐานเฉินซีที่เมื่อครู่ยังมีบรรยากาศอึมครึมก็พลันดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที!
จะปล่อยให้ลูกน้องพวกนั้นทำปืนลั่นจนเสียการใหญ่ไม่ได้เด็ดขาด!
โชคดีที่ผู้บริหารฐานเฉินซีแจ้งข่าวได้รวดเร็วพอ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะมีคนที่ทนแรงกดดันไม่ไหวจนลั่นไกขึ้นมาแล้วจริงๆ
บุคลากรในฐานเฉินซีก็วางใจลงได้อย่างรวดเร็วหลังจากผู้บริหารฐานเดินออกมาอธิบาย
ไม่ได้มากวาดล้างฐานเฉินซีหรอกเหรอ
งั้นก็คงไม่มีอะไรแล้ว
หลายคนเหงื่อแตกพลั่กเต็มหลังและรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งเดินผ่านประตูผีมาหมาดๆ
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะชื่อเสียงของฐานลวี่หยวนนั้นน่ากลัวเกินไปจริงๆ แค่มาลอยลำอยู่เหนือหัว ก็รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับหายนะที่ไม่อาจบรรยายได้แล้ว
เฮลิคอปเตอร์ลงจอดอย่างนุ่มนวลบนลานว่างที่ถูกจัดไว้ชั่วคราวนอกฐานเฉินซี
พวกเขาไม่ได้เลือกลงจอดในพื้นที่ของฐานเฉินซี
จางหมิงเซิงที่เพิ่งก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ก็มองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาแต่ไกล
เป็นกลุ่มผู้บริหารของฐานเฉินซีที่เดินเข้ามา
จงอวี่สั่งให้ลูกน้องของเขาเตรียมพร้อมป้องกันตัวเองทันที ก่อนที่เขาจะเดินตามจางหมิงเซิงไปทางฐานที่อยู่ตรงหน้า
หลังจากทักทายกันตามธรรมเนียม ทางฐานเฉินซีก็ได้รับทราบสถานการณ์คร่าวๆ จากทางจางหมิงเซิงอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณหัวหน้าทีมจงมากครับ! ผมขอเป็นตัวแทนของฐานเฉินซียินดีต้อนรับการมาเยือนของคุณครับ!! ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญเข้ามาดื่มน้ำชาในฐานของพวกเราก่อนเถอะครับ”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่หวีผมเรียบร้อยและมีบารมีเหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ก็จับมือของจงอวี่อย่างกระตือรือร้นและเชิญชวน
ดูจากท่าทางของอีกฝ่ายก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายจะต้องเคยเป็นข้าราชการระดับสูงมาก่อนแน่ๆ
จงอวี่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก โลกทุกวันนี้ไม่มีใครมาสนใจเรื่องพวกนี้อีกแล้ว เพราะตอนนี้ต้องมาดูกันว่ากำปั้นของใครที่ใหญ่กว่า! และอาวุธของใครเยอะกว่า!
ถ้ามีแต่ธัญพืชแต่ไม่มีกำลังรบที่เหมาะสม ก็เป็นได้แค่คนเก็บธัญพืชให้คนอื่นเท่านั้นแหละ
เขาไม่ได้เกรงใจและบอกจุดประสงค์ที่มาที่นี่ไปตรงๆ แล้วเตรียมให้ทางนั้นส่งคนมาขนธัญพืชกลับไป
รวมถึงให้พาคนที่จะใช้แลกเปลี่ยนมาด้วย
ฉินจิ้นได้เน้นย้ำกับเขาแล้วว่า เขาจะต้องรีบพาคนกลับมาให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ด้านชีววิทยาคนนั้น
ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก
แถมพอกลับไปแล้วเขายังต้องไปดูดซึมฤทธิ์ยาของดี-ซีรั่มต่ออีก
ผู้บริหารฐานเฉินซีที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยากเข้าไปก็ไม่กล้าบังคับและรีบสั่งให้คนเริ่มลงมือทันที
ไม่ดื่มน้ำชาก็ไม่ดื่ม ยังไงซะการเจรจาให้สำเร็จก็สำคัญที่สุด
ไม่นาน
คนสิบกว่าคนก็ถูกเรียกมาที่บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์เพื่อเตรียมขนข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกขนมาพร้อมกับเที่ยวบินนี้
การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ฉินจิ้นได้ใช้ข้าวสายพันธุ์ใหม่ไป 2.3 ตันและข้าวหอมแบบเดิมอีก 200 กิโลกรัม
ในอีกด้านหนึ่ง
ผู้รอดชีวิตสูงวัยกลุ่มหนึ่งที่มีกันประมาณ 7-8 คนก็ถูกพาตัวมา พวกเขาคือกลุ่มของเหล่าซุนนั่นเอง!
บนใบหน้าของพวกเขาก็มีความประหลาดใจแฝงอยู่และก็มีความรู้สึกโล่งใจรวมถึงอยากรู้อยากเห็นอยู่ด้วย
เพราะในที่สุดพวกเขาก็ถูกฐานเฉินซีขายแล้ว
แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็พอจะเข้าใจดี
โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ
ชีวิตคนมันไร้ค่านี่นา
ในขณะเดียวกันพอเห็นเฮลิคอปเตอร์ที่จอดอยู่ตรงหน้า พวกเขาก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าสถานที่ที่พวกเขาจะต้องย้ายไปอยู่คือที่ไหนกันแน่?
อนาคตของพวกเขาจะแย่กว่าตอนอยู่ที่ฐานเฉินซีไหม?
ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่ยังไงก็ให้ความร่วมมือไปก่อนก็แล้วกัน
จงอวี่มองดูคนที่ถูกพามา โดยเฉพาะชายชราที่เดินนำหน้าและดูเหมือนจะมีสถานะสูงที่สุด เขาเองก็พอจะเดาออกได้คร่าวๆ แล้วว่า
คนๆ นี้น่าจะเป็นปรมาจารย์ด้านชีววิทยาที่อาจิ้นให้ความสำคัญมากที่สุดแน่ๆ
เขาที่เพิ่งจะได้วิวัฒนาการมา แถมยังรู้ว่าฐานของตัวเองกำลังวิจัยไวรัสซอมบี้และมนุษย์ที่ได้วิวัฒนาการอยู่ เขาย่อมเข้าใจถึงความสำคัญของคนคนนี้ต่อฐานเป็นอย่างดี!
การที่มีคนเก่งระดับนี้มาร่วมงาน ไม่แน่ว่าในอนาคตพวกเขาอาจจะสามารถพัฒนาสิ่งที่น่าทึ่งกว่าเดิมออกมาก็ได้!
หรืออาจจะมีการค้นพบครั้งสำคัญอื่นๆ อีกก็เป็นได้!
ถ้าไปอยู่ที่อื่นคนเก่งแบบนี้ก็อาจจะเป็นแค่ตัวถ่วงที่คอยผลาญธัญพืช แต่เมื่อมาอยู่ที่ฐานลวี่หยวน เขาก็คือสมบัติล้ำค่าที่จะนำไปสู่อนาคตที่สดใส!
ก่อนหน้านี้ฐานลวี่หยวนได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญอย่างบ้าคลั่ง ก็เพื่อจะหาคนที่มีความสามารถในการผลักดันฐานไม่ใช่หรือไง!
ใจของเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย
หัวใจที่เพิ่งได้รับพลังมาของจงอวี่ก็เกิดความรู้สึกอยากจะแสดงออกขึ้นมาทันที
เขามองไปรอบๆ แล้วสายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ธัญพืชข้างๆ ที่ถูกเตรียมไว้ให้คนของฐานเฉินซีขนย้าย
ธัญพืชกองนี้มีถึง 20 กว่ากระสอบ แต่ละกระสอบหนักเกือบ 100 กิโลกรัม ถ้าไม่มีเครื่องมือขนย้ายหรือคนที่แข็งแรงมากๆ ก็ยากที่จะยกไหว
มุมปากของเขายกขึ้น เขาตัดสินใจที่จะโชว์ความเทพของตัวเองต่อหน้าคนพวกนี้!
ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของคนอื่นๆ หัวหน้าทีมจงก็เดินไปที่กองธัญพืช แล้วจับกระสอบใหญ่ห้ากระสอบ ก่อนจะใช้พลังมหาศาลที่เพิ่งได้รับมายกมันขึ้นมาอย่างแรง!
“ฮึบ——!”
กระสอบทั้ง 5 กระสอบที่มีน้ำหนักรวมกันอย่างน้อยก็ 500 กิโลกรัมก็ถูกเขายกขึ้นมา!!
ปัง!
ทุกย่างก้าวที่เขายกธัญพืชเหล่านี้เดินไปก็จะมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้น จนกระทั่งเขาเดินไปถึงรถเข็นขนของที่ฐานเฉินซีเข็นมา เขาถึงได้วางมันลงอย่างแรง!
ตึง!
พื้นดินสั่นสะเทือน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนอื่นๆ เขาตบมือ “เบาๆ”
จงอวี่พูดอย่างสบายใจว่า
“ธัญพืชพวกนี้ยกให้พวกคุณแล้วกัน”
ทั้งลานเงียบกริบทันที.......
ด้านหนึ่งคือพวกเขากำลังตกใจกับพลังของหัวหน้าทีมจงคนนี้ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือ......
นี่เขาจะอวดดีไปทำไมกัน......??