เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 457 ห้วงฝันหมื่นปี

ตอนที่ 457 ห้วงฝันหมื่นปี

ตอนที่ 457 ห้วงฝันหมื่นปี


ตอนที่ 457 ห้วงฝันหมื่นปี

สุราหนึ่งจอกลงสู่ท้อง กลิ่นสุราที่ลอยไกลนับร้อยลี้ ก็สลายหายไปกว่าครึ่งในพริบตาเดียว

ส่วนที่เหลือเพียงเล็กน้อย กลับแผ่ออกมาจากร่างของเจียงหราน

“รองประมุขมาร!!”

ผู้คนเห็นเขาดื่มสุราของเนี่ยหงอีที่ไม่รู้ที่มาเช่นนี้ ต่างก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ

เจียงหรานหลับตาลง ราวกับกำลังดื่มด่ำอยู่ในอารมณ์ของสุรา

มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ

“ไม่ต้องกังวล เขาเป็นรองเจ้าสำนักสุราพันรสย่อมไม่เอาสุราพิษมาฆ่าข้าแน่”

“สุราจอกนี้… ไม่ธรรมดาจริงๆ เปิดหูเปิดตาข้าอย่างแท้จริง”

สิ้นคำ ม่านพลังคุ้มกันทั่วร่างของเจียงหรานก็เดือดพล่านขึ้นทันที

สุราจอกนั้น ราวกับระเบิดฟ้าคำรนทรงอานุภาพ ระเบิดอยู่ในท้องของเขา พริบตาเดียว กำลังภายในทั่วร่างก็ถูกกระตุ้นจนปะทุขึ้นพร้อมกัน

เจียงหรานยืนอยู่หน้าโต๊ะ เสื้อผ้าพองพัด เส้นผมปลิวไสว

ลมปราณไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณเสริม แผ่ซ่านสู่สี่แขนขาและทั่วร่างกาย

ภาพที่เห็นดูเหมือนไม่มีอันตรายใด แต่ถังจั่วกลับเริ่มร้อนใจอดตวาดถามเนี่ยหงอีไม่ได้

“สุราหอมขจรร้อยลี้ของเจ้า แท้จริงแล้วซ่อนกลอุบายอะไรไว้กันแน่”

“กลอุบาย” เนี่ยหงอีสีหน้าเคร่งขรึม

“คนพรรคมารนี่ช่างไม่รู้คุณค่าเสียจริง คิดว่าสุราจอกนี้ได้มาง่ายนักหรือ”

“ภายในรวบรวมของวิเศษแห่งฟ้าดินไม่รู้กี่ชนิดกี่อย่าง สุรานี้ลงสู่ท้องสามารถระดมพลังทั่วร่างเชื่อมต่อทั้งกาย”

“มีโรคก็รักษา ไม่มีโรคก็เสริมแกร่ง หากผู้ฝึกยุทธ์ดื่มเข้าไป จะสามารถดึงกำลังภายในที่ซ่อนเร้นทั้งหมดออกมาใช้”

“ควบคุมได้ดั่งแขนขาตนเองลื่นไหลดั่งใจนึก คุณค่าของมัน พวกเจ้ารู้หรือเปล่า”

ถังจั่ว ตู้โม่หมิง และคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันไปมา

เหลียวอวี่เสียนเลิกคิ้วเล็กน้อย

“เช่นนั้น… ก็นับว่าเป็นเรื่องดี”

พลังที่คนหนึ่งมีกับพลังที่เขาใช้ได้จริง แท้จริงแล้วเป็นคนละเรื่อง

เช่น คนหนึ่งมีพลังสิบส่วน แต่สามารถใช้ได้จริงอาจมีเพียงสองหรือสามส่วนเท่านั้น

จะดึงอีกเจ็ดแปดส่วนที่เหลือออกมาไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ยากยิ่งนัก

สุราจอกนี้กลับสามารถปลุกศักยภาพทั้งหมด ให้พลังทุกส่วนถูกใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

คุณค่าของมันจึงสูงล้ำยิ่งนัก

ดังนั้น แม้สุรานี้จะไม่ใช่เพื่อเพิ่มกำลังภายในโดยตรง แต่ก็เป็นการกระตุ้นกำลังภายในอย่างแท้จริง

“รู้ว่าเป็นเรื่องดีก็ดีแล้ว… หึ ข้าอุตส่าห์มีน้ำใจมาส่งสุรา กลับถูกพวกเจ้าจับตัวไว้เสียได้ ช่างไร้เหตุผลจริงๆ เลย!”

เนี่ยหงอีพร่ำบ่นอย่างขุ่นเคือง

ในตอนนั้นเอง เหลียวอวี่เสียนก็เอ่ยขึ้นอีก

“แต่… การระดมพลังทั่วร่างปลุกกระแสกำลังภายในจะรุนแรงถึงขั้นนี้เชียวหรือ”

พลังรอบตัวเจียงหรานยิ่งทวีความรุนแรง เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกระแสลมกรรโชก ลมพัดดุจมังกรทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า

เวลาผ่านไป ลมพายุนั้นไม่เพียงไม่อ่อนลงกลับยิ่งรุนแรง ราวกับไร้ที่สิ้นสุด

ภาพนี้ ไม่เพียงถังจั่วและพวกพ้องที่เห็นแล้วขนลุก แม้แต่ตู้โม่หมิง ผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดินยังต้องเบิกตากว้าง

สุดท้ายหันไปตะโกนใส่เนี่ยหงอี

“เจ้ายังจะไม่พูดอะไรอีกหรือ!!”

“พูดอะไร”

เนี่ยหงอีขมวดคิ้วแน่น

“รองประมุขมารของพวกเจ้า แท้จริงแล้วมีกำลังภายในมากแค่ไหนกัน”

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าข้าฝึกวิชาเทพสุรามาทั้งชีวิตกลับทนหมัดเขาได้ไม่กี่หมัดเท่านั้น…”

“สามหมัด” ถังซือฉิงเอ่ยเตือนเบาๆ จากด้านข้าง

“……”

เนี่ยหงอีขบฟัน ชัดเจนว่าไม่คิดขอบคุณคำเตือนนั้น

“เจ้าเด็กคนนี้ กำลังภายในยิ่งมาก ปรากฏการณ์ก็ยิ่งรุนแรง”

“แต่ตอนนี้… มันรุนแรงเกินไปแล้วหรือเปล่า”

“แย่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป อ่าวเหลียนเผิงจะพังแน่!”

อ่าวเหลียนเผิงเป็นแหล่งชุมชน รอบด้านมีผู้คนอาศัยอยู่ ยามนี้ผู้คนจำนวนมาก ถูกสุราหมอขจรร้อยลี้ และเมามายพันลี้ทำให้สลบ

หากถูกลมพายุนี้อัดกระแทก เกรงว่าจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วยพลังของเจียงหราน

“เดิมทีตั้งใจให้เขาดื่มแค่คำเดียว… ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้ดื่มหมดทั้งจอก แถมกำลังภายในยังไร้ขอบเขตเช่นนี้… แย่แล้ว แย่แล้ว คราวนี้ผิดพลาดครั้งใหญ่!”

“พวกเจ้ายังยืนทำอะไรกันอยู่ รีบช่วยคนเร็วเข้า!”

ถังจั่วและคนอื่นๆ งุนงง ช่วยใครรึ

รองประมุขมารก็ไม่เป็นอะไรจะช่วยใครกัน

ถังซือฉิงกล่าวเสียงเบา

“ถ้าเขาฟื้นขึ้นมา แล้วพบว่ามีคนตายเพราะเขามากมาย เขาจะไม่สบายใจเอาได้”

ถังจั่ว และพวกพ้องพยักหน้าทันที

“มีเหตุผล! ช่วยคนเถิด!!”

เนี่ยหงอี “……”

คนมากมายขนาดนี้ ชีวิตความเป็นความตาย กลับสู้ความรู้สึกของคนเพียงคนเดียวไม่ได้เลยหรือ

เขาอยากโกรธ แต่ถูกจับไว้ โกรธไปก็ไร้ประโยชน์

โชคดีที่ ขณะที่ทุกคนกำลังจะลงมือ ลมพายุนั้นก็สลายหายไปกะทันหัน

ลมสงบ เมฆเคลื่อน เจียงหรานค่อยๆ ลืมตาขึ้น

“…กำลังภายในหมดแล้วหรือ”

เนี่ยหงอีถอนหายใจโล่งอกยาว

แม้พลังที่เจียงหรานแสดงออกมาจะน่าตกตะลึงถึงขีดสุด เรียกได้ว่าหาใครเทียบเคียงได้ยากทั้งจากอดีตกาลจนจวบทุกวันนี้

แต่สุดท้าย… ก็ยังมีขอบเขตอยู่ดี

ทว่าคำพูดยังไม่ทันจางหาย เจียงหรานกลับส่ายหน้า

“ฤทธิ์สุราของเจ้าหมดแล้ว น่าเสียดายจริงๆ”

“…พูดให้มันเหมือนคำคนหน่อย!!”

เนี่ยหงอีแทบอยากร่ำไห้

สุราหอมไกลร้อยลี้หนึ่งจอก ยังไม่อาจกระตุ้นกำลังภายใน และศักยภาพของเจียงหรานได้จนหมดสิ้น

นี่มันคำพูดของคนเราหรือ

“แต่เช่นนี้… สำหรับข้าแล้วกลับเป็นเรื่องดี”

เจียงหรานมองนิ้วมือตนเอง

“แม้ปกติกำลังภายในของข้าจะควบคุมได้ดั่งแขนขา แต่บางครั้งก็ยังไม่รู้ว่าควรใช้แรงมากน้อยแค่ไหน จึงจะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บแต่ไม่ถึงตาย”

“บัดนี้ ดูเหมือนการควบคุมกำลังภายในจะละเอียดลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น”

“สุราจอกนี้ ขอขอบคุณจริงๆ”

“……”

เนี่ยหงอีสูดลมหายใจลึก

“ไม่ต้องเกรงใจ… รองประมุขมาร เจ้าพอใจก็ดีแล้ว”

เจียงหรานพยักหน้า

“ย่อมพอใจ…”

พูดจบ เขาก็ยกสุราจอกที่สองขึ้น

ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ดื่มรวดเดียวจนหมด

คราวนี้ ทันทีที่สุราลงสู่ท้อง สีหน้าของเจียงหรานก็แปรเปลี่ยนเป็นเจ็บปวด

“ความรู้สึกนี้ เหมือนไม่ได้ดื่มสุรา แต่เป็นเปลวเพลิงทั้งจอก!”

คำพูดยังไม่ทันจบ เส้นเลือดบนหน้าผากของเขาก็ปูดขึ้น ฟันกัดแน่น เดินพลังในร่างหมุนเวียนรอบกาย

เสียงกระดูกและเส้นเอ็นดังเปรี๊ยะๆ ไม่หยุดหย่อน

ความเจ็บปวดรุนแรงยากจะพรรณนา ราวกับถูกหมื่นมีดแล่เนื้อเฉือนกาย!

เจียงหรานหลับตาลง ปล่อยให้เส้นเลือดปูดโปนเต็มหน้า ฝืนทนความปวดแสบปวดร้อนที่กัดกินหัวใจ ยืนนิ่งรอคอยอย่างสงบ

เนี่ยหงอีอึ้งไป

“เขา… ทำไมไม่เมา”

“เขาไม่เคยเมา”

ถังซือฉิงกล่าว

“เขาดื่มเก่งโดยกำเนิด ตั้งแต่เด็กจนโต ข้าไม่เคยเห็นเขาเมามายเลยสักครั้ง”

“เช่นนั้นเขาควรเข้าสำนักสุราพันรสจะไปเป็นรองประมุขมารทำไมกัน”

“แต่ถ้าเขาไม่เมา คราวนี้คงต้องทนทุกข์เต็มที่แล้ว”

“ทนทุกข์อย่างไร”

“เมามายพันลี้ สามารถชำระล้างเส้นเอ็น ชำระไขกระดูกเพิ่มพูนพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์อย่างรอบด้าน”

“เพียงแต่ระหว่างกระบวนการนั้น เจ็บปวดอย่างถึงที่สุด”

“ดังนั้นสุรานี้ต้องให้ผู้ดื่มเมามายหลับฝันไป ต่อให้มีความเจ็บปวดก็ไม่รู้สึกอยู่ดี พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็เสร็จสิ้นแล้ว”

“แต่เขาดื่มสุราเมามายพันลี้ทั้งจอก กลับไม่เมาแม้แต่น้อยเช่นนั้นก็ต้องฝืนทนด้วยตัวเอง”

เนี่ยหงอีกล่าวพลาง มองสีหน้าของเจียงหรานก็ยิ่งตกใจ

เมามายพันลี้ คือสุราร้อนแรงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า เป็นสุราฤทธิ์แรงที่สุด

คนธรรมดาไม่ต้องถึงกับดื่มเพียงใช้ตะเกียบแตะนิดเดียวส่งเข้าปาก ลำไส้ก็แตกตายทันที

แต่เจียงหรานในยามนี้แม้จะเจ็บปวด กลับยังห่างไกลจากสภาพที่เขาคาดคิดเอาไว้

ยิ่งเวลาผ่านไป เขากลับดูรับมือได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ทันใดนั้น เจียงหรานที่ยืนอยู่นิ่งๆก็พุ่งตัวขึ้น สองมือเคลื่อนไหว พลังรวมแน่นไม่ปล่อย กายเคลื่อนตามมือ พลันหยุดชะงัก

บูม!!!!

พลังมหาศาลแข็งกร้าว ระเบิดกวาดออกไปทั่วทุกทิศ!

“พลังนี้… ไม่ใช่กำลังภายใน นี่คือพลังกาย!”

“พลังกายของรองประมุขมาร เหตุใดถึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้”

“นี่คือวิชาพลังมังกร ไม่สิ ท่วงท่าของรองประมุขมารกำลังแปรเปลี่ยนไป!”

“เขากำลังปรับปรุงวิชานี้อยู่!”

“เร็ว! จดจำท่วงท่าของรองประมุขมารให้ครบถ้วน!”

“ควักลูกตาเนี่ยหงอีออกมา ห้ามให้วิชาของรองประมุขมารถูกเผยแพร่ออกไป!”

เนี่ยหงอี “……”

“พวกเจ้านี่ลืมไปหรือไม่ว่า สุรานี่ข้าเป็นคนเอามาให้เขาเองนะ ข้าเป็นคนดีนะ คนดีจริงๆ!!”

คนพรรคมาร… ไม่เคยสนใจว่าใครเป็นคนดีหรือคนเลวอยู่แล้ว

ท้ายที่สุด ถังซือฉิงคือผู้ที่เข้าใจเจียงหรานมากที่สุด

รู้ดีว่าเขาไม่มีทางยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นแน่ จึงสั่งให้คนเอาผ้าดำมาปิดตาเนี่ยหงอีเอาไว้ก็พอ

จากนั้นกำชับจ้าวเฉิน เถียนเมียวเมียว ไป๋จื่อมู่ และอาเหวินให้เหล่าคนรุ่นหลังเหล่านี้จดจำท่วงท่าของเจียงหรานให้ชัดเจน

โดยเฉพาะเถียนเมียวเมียว…

นางเป็นคนที่เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาล เมื่อได้รับการถ่ายทอดวิชาพลังมังกรจากเจียงหราน พลังกายก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก

บัดนี้ เจียงหรานถูกกระตุ้นด้วยสุราเมามายพันลี้เกิดความก้าวหน้าในหนทางนี้อีกขั้น

สำหรับเถียนเมียวเมียวแล้ว นั่นคือวาสนาฟ้าประทานโดยแท้

ย่อมต้องจ้องดูอย่างละเอียด ไม่กล้าคลาดสายตาแม้แต่น้อย

ส่วนคนอื่นๆ ดูไว้ให้มากไว้ย่อมไม่เสียหาย

แต่จะซึมซับได้มากเพียงใด จดจำได้มากเท่าไร และจะยืนหยัดเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับโชควาสนา และรากฐานของแต่ละคนแล้ว และวิชาพลังมังกรของเจียงหราน ท่วงท่าที่ซ้ำซากก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ

ท้ายที่สุด กลับคงเหลือเพียงแปดท่วงท่าเท่านั้น

แปดท่วงท่านี้ สามารถระดมพลังทั่วร่าง วิธีเดินพลังไม่เคยปรากฏมาก่อน

แม้มิใช่ท่วงท่าต่อสู้โดยตรง แต่หากลอบรวบรวมพลังเมื่อใด ย่อมมีพลังเคลื่อนขุนเขาแหวกทะเลเมฆ

เจียงหรานแสดงแปดท่วงท่านี้ ซ้ำไปซ้ำมารวมสิบหกครั้ง

จากนั้นจึงยืนนิ่งลงอย่างช้าๆ ก้มมองฝ่ามือตนเอง พยักหน้าอย่างพอใจ แล้วหันไปกล่าวกับตู้โม่หมิง

“เปิดผ้าปิดตาเขาได้แล้ว”

ตู้โม่หมิงรับคำ แล้วถามต่อทันที

“รองประมุขมาร วิชานี้… พวกเราฝึกได้หรือไม่”

เจียงหรานครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า

“วิชานี้เดิมทีคือวิชาพลังมังกร เมื่อครู่ข้าเกิดความเข้าใจบางอย่าง จึงรื้อถอนและขัดเกลาขึ้นใหม่ บัดนี้ถือว่าแปรสภาพโดยสิ้นเชิงแล้ว”

“พวกเจ้ามีคนบันทึกวิชานี้ไว้แล้ว สามารถถ่ายทอดแก่ศิษย์ในพรรคได้”

“รับทราบ”

ตู้โม่หมิงรับคำ แล้วถามต่ออีก

“ในเมื่อมิได้ถูกจำกัดอยู่ภายใต้กรอบของวิชาพลังมังกรแล้ว ก็ควรตั้งนามใหม่เพื่อเรียกขาน”

เจียงหรานคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า

“เป็นวิชาที่ขัดเกลาจากพลังมังกรเช่นนั้นก็เก็บคำว่า ‘มังกร’ ไว้ มีทั้งหมดแปดท่วงท่า…”

“เรียกว่าวิชาแปดมังกรทลายขุนเขาละกัน พลังเคลื่อนขุนเขาสายน้ำ อำนาจสะท้านแปดทิศ!”

ทุกคนได้ยิน ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย

จากนั้น เจียงหรานก็เดินไปหยุดตรงหน้าสุราจอกสุดท้าย

“หอมขจรร้อยลี้ ช่วยขัดเกลาลมปราณของข้า”

“เมามายพันลี้ชำระเอ็นกระดูก”

“แล้วสุราจอกสุดท้ายนี้… ห้วงฝันหมื่นปี มีความหมายเช่นไร”

เขาหันกลับไปมองเนี่ยหงอี

เนี่ยหงอีแค่นเสียง

“ลองเองสิ”

เจียงหรานพยักหน้า ยกจอกสุราขึ้น จิบเพียงเล็กน้อย

สองจอกก่อนหน้า เขาดื่มอึกใหญ่

รสชาติแม้ยอดเยี่ยม แต่จางหายไปเร็วเกินไป

สุราจอกนี้ เขาตั้งใจจะค่อยๆ ดื่มลิ้มรส

ทว่าเพียงอึกแรกลงสู่ท้อง ภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นในห้วงความคิด

วันคืนเก่า ที่เขาติดตามต้วนตงหลิวผู้เป็นอาจารย์ ฝึกวิชาอยู่ในกระท่อมกลางเขารกร้าง…

“วันนี้อาจารย์จะถ่ายทอดวิชากระบี่ชุดหนึ่งให้เจ้า วิชากระบี่นี้ อาจารย์ต้องลำบากลำบนอย่างยิ่งกว่าจะได้มาเป็นวิชาอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าของยุคนี้”

“เจ้าต้องตั้งใจฝึกอย่าให้ชื่อเสียงของข้ามัวหมอง”

“ตาเฒ่าหลอกลวงเอ๊ย ท่านมีชื่อเสียงอะไรนักหนา”

“คิดจะหลอกให้ข้าเรียนเรื่องอะไรเพี้ยนๆ อีกล่ะสิ ไม่เรียน ไม่เรียน ท่านจะมีวิชากระบี่ดีๆ ได้อย่างไร”

“หา! ไร้มารยาทนัก เจ้าพูดกับอาจารย์เช่นนี้หรือ”

“วันนี้หากอาจารย์ไม่ตีเจ้าจนก้นบาน เจ้าคงไม่รู้สิแล้วว่าใครเป็นศิษย์ใครเป็นอาจารย์กันแน่!”

เจียงหรานสะบัดศีรษะอย่างแรง มองจอกสุราในมืออย่างตะลึง

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วดื่มต่ออีกอึก

คราวนี้ ภาพในห้วงจิตแปรเปลี่ยนไป

แสงดาวสาดส่อง ต้นไม้เก่า บ้านเรือนโบราณ ใต้ต้นไม้มีคนผู้หนึ่งนั่งดีดพิณ ท่วงทำนองแผ่วเบา ไพเราะจับจิต…

นั่นคือคืนแรก ที่เขาได้พบถังซือฉิง…

เขาดื่มไปเรื่อยๆ อึกแล้วอึกเล่า อดีตทั้งมวลค่อยๆ ไหลเวียนในใจ

ทีละภาพ ทีละฉาก ผสานเข้ากับความทรงจำ สั่นสะเทือนถึงวิญญาณ

ทุกสิ่งทุกอย่าง ผ่านตาไปทั้งหมด

จนในที่สุด เขาก็รู้สึกว่าตนเอง เดินดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ

จากปัจจุบันย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เพิ่งมาถึงโลกใบนี้เป็นครั้งแรก

ลมพายุหิมะโหมกระหน่ำ ต้วนตงหลิวปรากฏตัวตรงหน้า สีหน้าเคร่งขรึมยิ่งนัก

ดวงตาคู่นั้น มองเขาด้วยความรู้สึกซับซ้อนอย่างยิ่ง

ในเวลานั้น เขาไม่ทันสังเกต…

แท้จริงแล้ว ตั้งแต่พบกันครั้งแรก ต้วนตงหลิวก็เผยพิรุธออกมาแล้ว

นั่นไม่ใช่สายตาของคนที่มองเด็กแปลกหน้าในถิ่นทุรกันดาร

สายตานั้น ซับซ้อนกว่านั้นมาก…

ทว่าวิญญาณสั่นไหว ภาพทุกอย่างแตกสลาย

เมื่อเขาลืมตาอีกครั้ง กลับราวกับวิญญาณล่องลอยออกนอกโลก ทะยานผ่านแสงเงานับไม่ถ้วน

ประสบการณ์เช่นนี้ เขาไม่ใช่ไม่เคยเผชิญมาก่อน

ครั้งที่วิชามหามารหมื่นภพบรรลุขั้นสมบูรณ์ เขาเคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

และครั้งนั้น จิตวิญญาณของเขาก็พุ่งทะยานอย่างมหาศาล

แต่คราวนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่เพราะเหตุนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น…

ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนอีกครั้ง เขาพบว่าตนเองยืนอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดยิ่ง

ห้องหิน กำแพงหิน และบนผนังมีรูปสลักมังกรดำ สมจริงดุจมีชีวิต!

“ที่นี่คือที่ใดกันแน่”

เจียงหรานเอ่ยถาม

ทว่าเขาไม่รู้เลยว่า ในห้วงเวลาเดียวกัน โลกภายนอกนั้น คนพรรคมารกำลังปั่นป่วนมากน้อยเพียงใด

เพราะหลังจากดื่มสุราสองจอกแรก เจียงหรานก็เกิดความก้าวหน้ามากมาย

เมื่อถึงสุราจอกที่สาม ทุกคนจึงละทิ้งความสงสัยไปโดยสิ้นเชิง

แต่กลับไม่คาดคิดว่า สุราจอกนี้เจียงหรานจะดื่มอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเร็วขึ้นเรื่อยๆ และทันทีที่ดื่มอึกสุดท้ายลงไป เขากลับล้มลงนอนทันที

คราวนี้ ทุกคนต่างแตกตื่น

“รองประมุขมาร!”

“สุราจอกที่สามนี้ แท้จริงมีความลับอันใด รองประมุขมารเป็นอะไรไป”

“เนี่ยหงอี! เจ้าอยากตายหรืออย่างไร!”

เนี่ยหงอีรีบตะโกน

“ใจเย็น! ใจเย็นก่อน สุราจอกนี้ชื่อว่าห้วงฝันหมื่นปี”

“หนึ่งห้วงฝันยาวนานหมื่นปี ในความฝัน จริงบ้าง เท็จบ้าง ไม่เพียงแต่ชีวิตนี้ อาจย้อนถึงชาติปางก่อน หรือแม้แต่พบสิ่งที่ตนไม่เคยเห็น ไม่เคยนึกฝันมาก่อน”

“เมื่อฟื้นจากความฝัน จิตใจสมบูรณ์ พลังเต็มเปี่ยม ดีกว่านั่งสมาธิภาวนาหกสิบปีเสียอีก!”

“พวกเจ้าเคยได้ยิน ‘จวงโจวฝันเป็นผีเสื้อ’ หรือเปล่า หลักการก็เช่นนั้นแหละ!”

ทุกคนมองหน้ากันไปมา

เยี่ยจิงซวง เยี่ยจิงเสวี่ย ถังซือฉิง ถังฮว่าอี้ รวมถึงองค์หญิงใหญ่ ต่างพากันเข้ามาล้อมเจียงหราน

ตรวจดูอย่างละเอียด จนแน่ใจว่าเขาเพียงหลับไปจริงๆ

ทุกคนจึงค่อยโล่งอก

เนี่ยหงอีเองก็ถอนหายใจยาว

แต่เมื่อมองร่างเจียงหรานที่นอนอยู่ สีหน้าของเขากลับซับซ้อนยิ่งนัก

เหมือนกำลังลังเลใจ เหมือนมีเรื่องหนักใจอยู่ลึกๆ

และในขณะนั้นเอง ตู้โม่หมิงกับถังจั่ว ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

ร่างหนึ่ง ปรากฏขึ้นจากผิวน้ำอย่างกะทันหัน

เหยียบคลื่นเดินมา เพียงชั่วพริบตา ก็ถึงตรงหน้า

ผู้มาสวมชุดเขียว สวมหน้ากาก ไม่เผยโฉมหน้า

ถังจั่วสีหน้าเคร่งขรึม ก้าวออกไปหนึ่งก้าว กำลังภายในระเบิดออกไปทันที

“เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!”

แต่ร่างนั้นกลับเลือนหายไปในพริบตา เมื่อปรากฏอีกครั้งก็มาอยู่ข้างกายถังจั่วแล้ว

รูม่านตาของถังจั่วหดตัวฉับพลัน

เขาหมุนกาย ยื่นมือคว้าบ่าผู้นั้น

ห้านิ้วเกือบจะจับต้อง ร่างนั้นกลับเลือนหายไปอีกครั้ง

เมื่อปรากฏกายอีกครั้ง ก็มาอยู่ตรงหน้าเจียงหรานและคนอื่นๆ แล้ว

ถังซือฉิงค่อยๆ เงยหน้า ในดวงตาซ่อนประกายดารานับหมื่น

ชายผู้นั้นก้าวออกหนึ่งก้าว ยกเท้าอยู่กลางอากาศ กลับเหยียบลงไปมิได้

พลังไร้รูป ปะทะกันระหว่างทั้งสอง

เสียง ตึง! ดังอับ

ถังซือฉิงขมวดคิ้ว ร่างกายสั่นไหวเล็กน้อย

ส่วนชายผู้นั้น ถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะหมุนตัวกล่าวว่า

“วิชามหานิพพานจิตมารสมกับเป็นถังจั่ว ฝีมือตัวเองก็ธรรมดา แต่บุตรสาวที่สั่งสอน กลับไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”

เขาก้าวอีกก้าว พลันมาปรากฏตัวตรงหน้าตู้โม่หมิง

ตู้โม่หมิงเตรียมพร้อมอยู่แล้ว กระบี่ผลาญโลหิตเหวี่ยงลงไปทันที

แต่กลับรู้สึกว่ามือว่างเปล่า

เนี่ยหงอีถูกชายผู้นั้นฉกไปแล้ว

แม้ต้องแลกด้วย การถูกกระบี่ผลาญโลหิตฟันเข้าที่แผ่นหลังหนึ่งที แต่กลับไม่บาดเจ็บสาหัสเท่าใดนัก

เสื้อเขียวฉีกขาด เผยให้เห็นเกราะวิเศษด้านใน เขางอนิ้ว จิ้มลงบนร่างเนี่ยหงอีไม่กี่ครั้ง

“เหตุใดถึงไร้ประโยชน์เช่นนี้” เนี่ยหงอีเดือดดาล

“เจ้าลองสู้กับเขาเองดูสิ เจ้าก็ไร้ประโยชน์เหมือนกันนั่นแหละ!”

“…แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ”

ชายผู้นั้นเหมือนจะชะงัก ก่อนจะพยักหน้า

“เช่นนั้นก็ไม่ได้”

คำพูดจบลง เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

ถังจั่ว ตู้โม่หมิง เหลียวอวี่เสียน ถังซือฉิง ถังฮว่าอี้ เยี่ยจิงซวง เยี่ยจิงเสวี่ย และคนอื่นๆ อีกมากมาย

ต่างพร้อมใจกันลงมือ!

ไม่ว่าผู้มาเยือนจะเป็นใคร เป้าหมายของเขาย่อมเป็นเจียงหรานอย่างไม่ต้องสงสัย

ในยามนี้ ไม่มีทางปล่อยให้เขาพาตัวเจียงหรานไปได้เป็นอันขาด

สุราสามจอกของเนี่ยหงอี จอกสำคัญที่สุด เกรงว่าจะเป็นจอกที่สามนี้เอง

เพราะทันทีที่ดื่มเข้าไป เจียงหรานก็หลับใหลอย่างสมบูรณ์

แม้จะมีประโยชน์มหาศาลรออยู่เบื้องหน้า แต่ด่านเคราะห์ตรงหน้าจะผ่านไปได้อย่างไร

ทว่าผู้มา กลับเพียงยิ้มบางๆ

“น่ากลัวจริงๆ นะ… ท่าทางก็ดูอลังการใช้ได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอหรอก”

กล่าวจบ เขาถอยหลังหนึ่งก้าว ประกบฝ่ามือทั้งสอง

กลางฝ่ามือ สายฟ้าแลบวาบ!

แล้วสองฝ่ามือก็พุ่งออก ซัดใส่ถังซือฉิง และพวกพ้อง!!

แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเจียงหราน ผู้ที่ควรจะหลับใหลอยู่นั้นกลับลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย เปิดเป็นรอยหรี่แคบ…

จบบทที่ ตอนที่ 457 ห้วงฝันหมื่นปี

คัดลอกลิงก์แล้ว