เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 484 อยากแอบอู้อย่างนั้นหรือ

ตอนที่ 484 อยากแอบอู้อย่างนั้นหรือ

ตอนที่ 484 อยากแอบอู้อย่างนั้นหรือ


"ไปกันเถอะ"

เสิ่นเยียนเอ่ยปาก

ระหว่างทางที่เดินทางไปยังหอฝึกฝนสายกายภาพด้วยกัน เสิ่นเยียนก็เล่าต้นสายปลายเหตุให้จูเก่อโย่วหลินฟังรอบหนึ่ง

จูเก่อโย่วหลินขมวดคิ้วแน่น กล่าวอย่างจริงจังว่า

"วันหน้าเจ้าใช้วิชานี้น้อยลงหน่อยจะดีกว่า"

"ตกลง"

เสิ่นเยียนพยักหน้ารับ

เมื่อจูเก่อโย่วหลินเห็นนางรับปาก หัวคิ้วที่ขมวดแน่นจึงคลายลง ทันใดนั้นเขาก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"วันนี้พวกเจ้าเรียนอันใดไปบ้าง รีบบอกข้ามาเร็ว!"

พวกเขาเดินไปคุยไป ไม่นานก็มาถึงด้านนอกหอฝึกฝนสายกายภาพ

ที่นี่ก็มีการตั้งหอจัดการสายกายภาพเอาไว้เช่นกัน พวกเขาทั้งหลายเดินเข้าไปด้านใน

ผู้ดูแลสายกายภาพทราบอยู่ก่อนแล้วว่าพวกเขาเป็นศิษย์ที่เพิ่งมาใหม่ จึงไม่ได้ไต่ถามอันใดให้มากความ เพียงแค่บอกเล่ากฎระเบียบของหอฝึกฝนสายกายภาพให้ฟัง

"พวกเจ้าทุกคนจะต้องเรียนให้ครบสามร้อยบทเรียนของหอฝึกฝนสายกายภาพ โดยหนึ่งร้อยห้าสิบบทเรียนแรกมีไว้เพื่อหลอมกายา ส่วนหนึ่งร้อยห้าสิบบทเรียนหลังมีไว้เพื่อขัดเกลากายา จงจำไว้ ก่อนที่จะเรียนครบหนึ่งร้อยห้าสิบบทเรียนแรก หอฝึกฝนสายกายภาพของเราไม่อนุญาตให้พวกเจ้าหยุดเรียนกลางคันเพื่อออกไปทำภารกิจด้านนอก"

เมื่อเสิ่นเยียนได้ยินดังนั้นจึงถามขึ้นว่า

"ผู้ดูแล หมายความว่าบทเรียนในขั้นขัดเกลากายาสามารถหยุดพักหรือลางานได้ชั่วคราวใช่หรือไม่"

"ถูกต้อง" ผู้ดูแลพยักหน้ารับคำและอธิบาย

"เนื่องจากบทเรียนขัดเกลากายานั้นมีความยากสูงมาก ดังนั้นในหมู่ศิษย์สายใน ศิษย์กว่าแปดส่วนจึงยังเรียนไม่จบบทเรียนในขั้นนี้"

ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนที่จะเหมาะกับการหลอมกายาและขัดเกลากายา ศิษย์ส่วนใหญ่ที่ลงทะเบียนเรียนในหอฝึกฝนสายกายภาพก็เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นและกระดูก มีเพียงศิษย์ที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการฝึกฝนพลังวิญญาณเท่านั้นที่จะตัดสินใจเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายกายภาพ โดยมุ่งเน้นไปที่การหลอมกายาและขัดเกลากายา

"พวกเราเข้าใจแล้ว"

เสิ่นเยียนกล่าว

ช่วงค่ำมีศิษย์สายในจำนวนมากมาฝึกฝนที่หอฝึกฝนสายกายภาพ อย่างน้อยก็มีมากกว่าสองร้อยคน

ศิษย์สายในบางส่วนให้ความสนใจศิษย์ใหม่กลุ่มนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเห็นพวกเสิ่นเยียนเดินเข้ามา พวกเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย คนเหล่านี้ดูเหมือนอัจฉริยะระดับแนวหน้าจริงๆ ทว่าระดับการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาในตอนนี้กลับต่ำต้อยนัก

เสิ่นเยียนสังเกตเห็นว่าห้องในหอฝึกฝนสายกายภาพนั้นใหญ่โตมาก และที่หน้าประตูแต่ละบานก็มีหมายเลขกำกับไว้ เช่น สิบ ยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ ...หนึ่งร้อยห้าสิบ ...สามร้อย

เวินอวี้ชูยิ้มบางๆ

"ดูเหมือนว่าที่นี่จะให้เข้าเรียนพร้อมกันทีละสิบบทเรียนนะ"

"พวกเราเข้าไปกันเถอะ"

ห้องที่สลักหมายเลขสิบไม่มีศิษย์สายในคนใดเข้าไปเลย ในทางกลับกัน ห้องที่มีหมายเลขตั้งแต่สี่สิบขึ้นไปกลับมีคนเข้าไปมากกว่า

เสิ่นเยียนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงกล่าว

"ตอนที่หลอมกายา พวกเจ้าไม่ต้องพะวงถึงข้า หากสามารถผ่านบทเรียนได้ก็อย่าลังเล วันนี้ข้าแค่อ่อนล้าไปหน่อยเท่านั้น เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าจะฟื้นฟูสภาพร่างกายและไล่ตามความคืบหน้าของพวกเจ้าให้ทัน"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จูเก่อโย่วหลินก็เอ่ยด้วยความตื่นเต้น "ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ต้องรีบผ่านบทเรียนนี้ให้ได้!"

"ล้วนฟังตามหัวหน้า"

เวินอวี้ชูหัวเราะร่วน

เมื่อพวกเขาผลักประตูห้องแรกเข้าไป ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็แตกต่างไปจากรูปแบบของหอฝึกฝนอีกสองแห่งอย่างสิ้นเชิง

ด้านหน้ามีห่วงถ่วงน้ำหนักวางอยู่มากมาย ทั้งยังมีหุ่นไม้อีกสิบตัว

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง พวกเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าพลังวิญญาณในร่างถูกกดข่มเอาไว้ นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่อาจใช้พลังวิญญาณได้

เสิ่นเยียนกล่าว

"ดูภาพบันทึกเงาก่อนเถิด"

เซียวเจ๋อชวนเดินเข้าไป ทันทีที่เขาหยิบหินบันทึกเงาขึ้นมา มันก็ฉายภาพออกมาโดยอัตโนมัติ

ชายในภาพมีใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา หน้าตาดุดันหยาบกระด้าง รูปร่างสูงใหญ่กำยำ แม้จะสวมเสื้อผ้ามิดชิดก็ไม่อาจปกปิดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นจนแทบจะปริแตกของเขาได้

เขาหัวเราะเสียงดังลั่น

"ข้าชื่อจี้หลิวเฟิง เป็นผู้อาวุโสห้าของสำนักเฉียนคุน และเป็นผู้รับผิดชอบหอฝึกฝนสายกายภาพ หวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะประสบความสำเร็จในการหลอมกายาและขัดเกลากายา เอาล่ะ ข้าจะขอพูดถึงเนื้อหาการทดสอบของบทเรียนที่หนึ่งถึงสิบของหอฝึกฝนสายกายภาพ"

"ก่อนอื่น พวกเจ้าต้องเรียนรู้วิชาหลอมกายาชุดหนึ่ง หรือจะเรียกว่าเป็นทักษะการสังหารระยะประชิดก็ได้ ประเดี๋ยวข้าจะสาธิตวิชาหลอมกายานี้ให้พวกเจ้าดู ประการที่สอง บริเวณลำคอ ข้อมือ ข้อเท้า และเอวของพวกเจ้าจะต้องสวมห่วงถ่วงน้ำหนักสิบจิน สามสิบจิน สี่สิบจิน และห้าสิบจินตามลำดับเพื่อใช้ในการฝึกฝน เมื่อพวกเจ้าเรียนรู้วิชาหลอมกายาขั้นพื้นฐานที่สุดแล้ว ก็ให้สวมห่วงถ่วงน้ำหนัก แล้วใช้วิชาหลอมกายาจู่โจมใส่หุ่นไม้ หากสามารถโจมตีจนมันเปล่งแสงออกมาได้ พวกเจ้าก็จะผ่านบทเรียนที่หนึ่งถึงสิบได้สำเร็จ"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พวกของเสิ่นเยียนก็ตระหนกตกใจเล็กน้อย พวกเขาหันไปมองหุ่นไม้ทั้งสิบตัว

วัตถุดิบที่ใช้สร้างหุ่นไม้เหล่านี้น่าจะผสมหินเหล็กนิลลงไปด้วย

เมื่อหินเหล็กนิลถูกโจมตีถึงระดับหนึ่ง มันก็จะเปล่งแสงออกมา

"ข้าขอลองดูก่อน!"

จูเก่อโย่วหลินรีบถกแขนเสื้อขึ้นอย่างรวดเร็ว เขายื่นมือออกไปฟาดหุ่นไม้ด้วยความตื่นเต้น

'ปัง' ทว่าในวินาทีต่อมา ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก

จูเก่อโย่วหลินสีหน้าย่ำแย่

"ทำไมมันถึงแข็งขนาดนี้!"

เมื่อเวินอวี้ชูเห็นดังนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่น เมื่อคิดว่าจะต้องใช้มือที่เอาไว้ดีดฉินของตนไปฟาดหุ่นไม้ เขาก็รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ตอนนั้นเอง เสียงของผู้อาวุโสห้าจี้หลิวเฟิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"ต่อไป ข้าจะถ่ายทอดวิชาหลอมกายาให้พวกเจ้า"

พวกของเสิ่นเยียนได้ยินดังนั้นจึงหันไปจดจ่ออยู่กับภาพที่หินบันทึกเงาฉายออกมา เห็นเพียงจี้หลิวเฟิงไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ท่วงท่าและกระบวนท่าของเขาล้วนเฉียบขาดและหมดจด เขางอนิ้วทั้งสองข้างแล้วจู่โจมเข้าที่บริเวณลำคอของหุ่นไม้ ชั่วพริบตาเดียวเขาก็เจาะจนเป็นรูทะลุ

ภาพที่เกิดขึ้นทำให้พวกของเสิ่นเยียนถึงกับตกตะลึง

ทันใดนั้น ร่างของเขาก็พลิ้วไหวราวกับเงา พันธนาการหุ่นไม้อย่างต่อเนื่อง และในพริบตาต่อมา เขาก็ใช้ข้อศอกซ้ายกระแทกเข้าที่ศีรษะของหุ่นไม้ 'กร๊อบ' เสียงหักดังขึ้น ศีรษะของหุ่นไม้ถูกกระแทกจนหักสะบั้น จากนั้นจี้หลิวเฟิงก็ฟาดฝ่ามือใส่หุ่นไม้ตามไปติดๆ

ปัง!

หุ่นไม้แตกกระจายไปตามเสียงฝ่ามือ!

จี้หลิวเฟิงชักมือกลับอย่างรวดเร็วและหมดจด

"นี่คือวิชาหลอมกายา"

เจียงเสวียนเยว่ทอดถอนใจ

"ร้ายกาจยิ่งนัก!"

"ใช่แล้ว!"

จูเก่อโย่วหลินเอ่ยสนับสนุน

เวินอวี้ชูหันไปมองอวี๋ฉางอิงพลางเอ่ยชื่นชม

"วิชานี้เหมาะกับเจ้าดีนะ"

อวี๋ฉางอิงไม่โกรธหนำซ้ำยังหัวเราะร่วน

"ข้าก็คิดเช่นนั้น รอข้าเรียนจนชำนาญแล้ว พี่อวี้ชู ท่านมาเป็นคู่ซ้อมให้ข้าดีหรือไม่"

เวินอวี้ชู "..." จู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ลำคอขึ้นมา

"...ได้"

ยามนี้จี้หลิวเฟิงในภาพลูบเคราสีดำของตนเองพลางยิ้มตาหยี

"ต่อไป ข้าจะสาธิตให้ดูอย่างช้าๆ หวังว่าพวกเจ้าจะสามารถทำความเข้าใจได้ทั้งหมด"

กล่าวจบ จี้หลิวเฟิงก็เริ่มสาธิตด้วยท่วงท่าที่เชื่องช้า

เมื่อถึงจุดนี้ ภาพบันทึกเงาก็สิ้นสุดลง

เสิ่นเยียนมีเพียงความรู้สึกเดียวเท่านั้น

"แม้วิชาหลอมกายานี้จะไม่ได้ยากเย็นอันใด ทว่าการฝึกฝนวิชานี้ช่างยากลำบากยิ่งนัก"

เผยซู่ยิ้มรับ "ต่อให้ยากกว่านี้ก็ต้องฝึก"

เซียวเจ๋อชวนเดินไปหยิบห่วงถ่วงน้ำหนักแล้ว เขาค่อยๆ สวมมันลงไปพลางหันมากล่าวกับพวกเขา

"มาเถิด สวมห่วงถ่วงน้ำหนักได้แล้ว"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็พากันไปหยิบห่วงถ่วงน้ำหนักมาสวมทีละชิ้น

จูเก่อโย่วหลินเอ่ยด้วยความสงสัย

"เหตุใดถึงต้องสวมห่วงถ่วงน้ำหนักที่เอวด้วย"

"เพื่อฝึกฝนความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัว"

เสิ่นเยียนตอบกลับ

จูเก่อโย่วหลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง"

ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นฉือเยว่ที่ยืนโอนเอนไปมาอยู่กับที่ ดวงตาของเขาหรี่ลงพร้อมกับโพล่งออกไปว่า

"นี่ เจ้าหนอนขี้เกียจตัวโต ทำไมเจ้าถึงไม่สวมห่วงถ่วงน้ำหนัก อยากจะแอบอู้อย่างนั้นหรือ!"

จบบทที่ ตอนที่ 484 อยากแอบอู้อย่างนั้นหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว