เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1489 ชักจะบ้าคลั่งไปแล้ว

ตอนที่ 1489 ชักจะบ้าคลั่งไปแล้ว

ตอนที่ 1489 ชักจะบ้าคลั่งไปแล้ว


ดอสลงมาจากเรือลำเล็ก เหยียบไปตามขั้นบันไดจนมาถึงหน้าป้อมเฉือนคง นัยน์ตาทั้งสองกวาดมองไปรอบๆ เพื่อสังเกตสภาพแวดล้อม

ในขณะนี้ มีขุนนางหลายคนเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์แล้ว แต่กลับได้รับแจ้งว่าการเข้าเมืองจำเป็นต้องมีเอกสารผ่านทาง ทั้งยังต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นผลึกสัตว์อสูรระดับสองจำนวนหนึ่งเม็ด

เหล่าขุนนางแม้จะประหลาดใจ แต่ด้วยความที่มีเงินหนา พวกเขาจึงจ่ายค่าธรรมเนียมไปโดยไม่ถามอะไรให้มากความ ก่อนจะรับเอกสารผ่านทางและเดินออกจากป้อมเฉือนคงไป

ดอสเองก็ไม่มีข้อยกเว้น หลังจากได้รับเอกสารผ่านทาง เขาก็พลิกดูอยู่สองรอบ ถึงได้เดินผ่านป้อมเฉือนคงมุ่งหน้าไปยังป้อมซานไห่

ป้อมซานไห่นั้นมีขนาดใหญ่และดูโอ่อ่าอลังการยิ่งกว่าป้อมเฉือนคง เมื่อคนไปยืนอยู่เบื้องหน้าก็ราวกับมดตัวน้อยที่เผชิญหน้ากับภูเขายักษ์ หากจ้องมองนานๆ อาจทำให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ดอสดึงสติกลับมา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบเร่งฝีเท้าตามหลังขุนนางคนอื่นๆ ไป

"โปรดแสดงเอกสารผ่านทางด้วยครับ"

ที่ทางเข้าป้อมซานไห่ เว่ยกังได้กล่าวขวางดอสและคนอื่นๆ เอาไว้

"ยุ่งยากเสียจริง"

มีคนบ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่บางคนก็ยื่นเอกสารผ่านทางออกไป และเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นก็สามารถเข้าไปยังเขตการค้าได้อย่างราบรื่น

ดอสเองก็ทำเช่นเดียวกัน เขาไม่ได้โง่พอที่จะคิดว่าตัวเองสามารถต่อกรกับเมืองเต่าทมิฬได้ เขาเพียงแค่อยากจะรีบเข้าไปดูข้างในเร็วๆ เท่านั้น

เมื่อทุกคนเดินเข้ามาในเขตการค้า ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ... ที่นี่มันสะอาดเกินไปแล้ว

"ฉันคิดว่า... ฉันได้มาถึงสรวงสวรรค์แล้ว ที่นี่มันจะสะอาดเกินไปแล้วนะ!"

"อากาศที่นี่ก็ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยด้วย เหมือนสวรรค์จริงๆ นั่นแหละ"

"ทำยังไงดี ฉันเหมือนจะชอบที่นี่เข้าแล้วสิ"

"..."

เหล่าขุนนางต่างอุทานออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับคนบ้านนอกที่เพิ่งเคยเข้าเมืองเป็นครั้งแรก เห็นอะไรก็เอ่ยชมไปเสียหมด

ดอสอ้าปากค้าง มุมมองความเข้าใจที่เขามีต่อเมืองเต่าทมิฬได้ถูกเปิดหูเปิดตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

"สะอาดมากจริงๆ กลิ่นเหม็นก็ไม่มีเลย"

เขาพึมพำเสียงเบา

"หอมจัง นี่มันกลิ่นอะไรน่ะ?"

มีคนร้องถามด้วยความประหลาดใจ

ในอากาศมีกลิ่นหอมเข้มข้นลอยโชยมา ทำเอาเหล่าขุนนางถึงกับน้ำลายสอ นัยน์ตาของพวกเขาเป็นประกายขณะสอดส่ายสายตามองหาต้นตอของกลิ่นหอมนั้น

"ตรงนั้นไง"

ดอสตาวไว สังเกตเห็นร้านอาหารหลายร้าน จึงก้าวฉับๆ เดินตรงเข้าไป

เหล่าขุนนางเดินตามไป และในไม่ช้าก็พบร้านที่เป็นต้นตอของกลิ่นหอมเมื่อครู่... ร้านบะหมี่เต่าทมิฬ

ดอสและคนอื่นๆ เดินเข้าไปในร้าน พนักงานก็เข้ามาต้อนรับและเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น

"คุณลูกค้าทุกท่าน จะรับประทานอาหารใช่ไหมครับ?"

ดอสลูบท้องของตัวเองแล้วพยักหน้า

"กำลังหิวพอดีเลย งั้นขอกินอะไรหน่อยก็แล้วกัน"

"มีอะไรให้กินบ้างล่ะ?"

ขุนนางคนอื่นเอ่ยถาม

พนักงานแนะนำว่า

"ของกินเด่นของร้านเราคือหมี่เปรี้ยวเผ็ดครับ เป็นเมนูที่ทุกคนที่เข้ามาในร้านจะต้องสั่ง"

"งั้นเอามาให้ฉันชามหนึ่ง"

ดอสโบกมือสั่ง

"เอาเหมือนกัน ขอลองชิมดูก่อน หวังว่าจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ"

คนอื่นๆ ทยอยกันเอ่ยปาก ทุกคนล้วนสั่งหมี่เปรี้ยวเผ็ดเหมือนกันหมด

พนักงานนับจำนวนคนแล้วคำนวณยอดรวม

"ตกลงครับ ชามละห้าสิบทมิฬครับ"

"ทมิฬคืออะไร?"

ดอสถามด้วยความแปลกใจ

พนักงานอธิบายว่า

"ทมิฬ เป็นสกุลเงินของเมืองเต่าทมิฬเราครับ หากพวกคุณไม่มี ก็สามารถชำระด้วยผลึกอสูรแทนได้ครับ"

ขุนนางเบ้ปากกล่าว

"งั้นจ่ายเป็นผลึกสัตว์อสูรก็แล้วกัน"

พนักงานยิ้มตอบ

"ตกลงครับ หมี่เปรี้ยวเผ็ดชามละหนึ่งผลึกอสูรระดับสองครับ"

"แพงขนาดนั้นเลยเหรอ?"

ดอสถึงกับเดาะลิ้นด้วยความตกใจ

"เอ้า นี่ของฉัน"

ก็มีขุนนางกระเป๋าหนักบางคนที่หยิบผลึกอสูรจ่ายไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

เมื่อคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ไม่อยากเสียหน้า ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ พวกเขาก็หยิบผลึกอสูรออกมาจ่ายเงินกันทั้งสิ้น

ทว่าเมื่อหมี่เปรี้ยวเผ็ดถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ขุนนางเหล่านี้ต่างก็เริ่มกลืนน้ำลาย และอดไม่ได้ที่จะสูดเส้นและซดน้ำซุปคำโต

"อร่อย นี่มันอร่อยเกินไปแล้ว ฉันไม่เคยได้กินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย"

"ขออีกชาม นี่ผลึกอสูร รับไป"

"ฉันก็ขออีกชามเหมือนกัน"

"..."

คนที่ก่อนหน้านี้ยังบ่นว่าแพง ต่างหน้าเบิกบานด้วยความอิ่มเอม และกลับกลายเป็นคนแรกๆ ที่รีบล้วงผลึกสัตว์อสูรออกมาเพื่อสั่งชามที่สอง

ภายในร้านบะหมี่ยุ่งเหยิงขึ้นมาทันที หมี่เปรี้ยวเผ็ดชามแล้วชามเล่าถูกยกมาวางที่โต๊ะ และชามเปล่าแต่ละใบก็ถูกเก็บออกไป

"เอิ๊ก”

"อร่อยเหลือ อยากจะมากินทุกวันเลยจริงๆ"

ดอสเรอออกมาด้วยความอิ่มเอม

"ฉันก็อยากเหมือนกัน คงต้องซื้อบ้านไว้ที่นี่แล้ว ว่างๆ ก็แวะมาพักสักช่วงหนึ่ง"

"เกรงว่าจะหาซื้อยากน่ะสิ ฉันยังไม่เห็นบ้านพักอาศัยเลย"

หลายคนยังคงตั้งตารอคอยสุราชั้นเลิศ พวกเขาลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า

"ไป ออกไปซื้อเหล้ากินกันเถอะ"

"ใช่ๆๆ ซื้อเหล้าสำคัญที่สุด"

สำหรับคนรักสุราเหล่านี้แล้ว สุรารสเลิศคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่ง

กลุ่มคนพากันเดินออกจากร้านบะหมี่เป็นขบวนใหญ่และมุ่งหน้าไปตามท้องถนน ทว่าทุกครั้งที่เดินผ่านร้านค้า พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปดู และท้ายที่สุดก็เดินออกมาพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง

"น่ากลัวเกินไปแล้ว ของทุกอย่างที่นี่ฉันอยากได้ไปหมด แต่ผลึกอสูรที่พกติดตัวมาถูกใช้ไปจนเกลี้ยงแล้วเนี่ยสิ"

"ฉันก็ใช้หมดแล้วเหมือนกัน รู้งี้น่าจะพกผลึกสัตว์อสูรติดตัวมาให้มากกว่านี้หน่อย"

ดอสกล่าวด้วยสีหน้าเสียดาย

เขาซื้อของมาไม่น้อยเลย ทั้งเครื่องประดับสวยงาม เสื้อผ้า อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย

"ฉันจะกลับไปเอา ต้องพาองครักษ์มาช่วยถือของเพิ่มอีกสักสองสามคนด้วย"

"ฉันก็จะกลับเหมือนกัน ไปด้วยกันสิ"

ขุนนางหลายคนตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเมืองอีหลี เพื่อเตรียมนำผลึกอสูรมาเพิ่ม

เพราะได้ยินพนักงานร้านบอกว่า เขตการค้าแห่งนี้กว้างใหญ่มาก ที่พวกเขาเดินดูไปยังไม่ถึงหนึ่งในห้าของทั้งหมดเสียด้วยซ้ำ

ดอสตัดสินใจ

"เวลายังเช้าอยู่ ฉันก็จะกลับไปเหมือนกัน"

ด้วยเหตุนี้ เหล่าขุนนางจึงได้พากันหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังจากไป

กระทั่งถึงช่วงบ่าย คนเหล่านี้ก็พาสาวใช้และองครักษ์มาด้วย อีกทั้งยังเรียกญาติสนิทมิตรสหายให้แห่กันเข้ามาในเขตการค้าอีกครั้ง

ดอสเองก็ไม่มีข้อยกเว้น เพียงแต่เขาพาองครักษ์มาแค่สองคน และทิ้งอาวุธทั้งหมดไว้ที่ป้อมเฉือนคง

องครักษ์สะพายถุงหนังสัตว์ ซึ่งภายในบรรจุผลึกอสูรไว้จนเต็มเปี่ยม

"ไป แวะไปที่ร้านตรงนั้นก่อน"

ดอสโบกมือแล้วก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังหอสมบัติ

เขาอยู่บนถนนสายแรก ซึ่งสุดทางถนนก็คือหอสมบัติ

ดอสยังมองเห็นภัตตาคารเต่าทมิฬที่ตั้งตระหง่านอยู่ เพียงแต่มันยังอยู่ในถนนอีกหลายสายถัดไป เขาจึงตั้งใจว่าจะค่อยๆ เดินชมไปเรื่อยๆ

ความรู้สึกของการได้ค้นพบเรื่องน่าประหลาดใจอย่างไม่ขาดสายเช่นนี้ ช่างเป็นสิ่งที่ชวนให้คนหลงใหลเสียจริง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ดอสพาองครักษ์เดินออกมาจากหอสมบัติ สติของเขายังคงเลื่อนลอยอยู่นิดหน่อย

เมื่อหันไปมององครักษ์ทั้งสองคน พวกเขากำลังกอดหีบไม้ใบใหญ่ไว้ในอ้อมแขน ส่วนผลึกอสูรถุงนั้นได้ถูกทิ้งไว้ในหอสมบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดอสดึงสติกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

"ไม่สิ ต้องกลับไปอีกรอบ ผลึกอสูรไม่พอใช้จริงๆ"

เขาได้เห็นของดีๆ มากมายในหอสมบัติ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนยั่วยวนให้อยากได้ แต่ละชิ้นก็ราคาไม่ถูกเลย ผลึกอสูรที่ติดตัวมาจึงพอซื้อได้แค่สองอย่างเท่านั้น

"ไป รีบกลับกันเถอะ"

ดอสเร่งเร้าพลางก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังป้อมซานไห่

เขาอยากจะรีบกลับไปโดยเร็ว เพราะกังวลว่าหากกลับมาช้า ของดีๆ ในหอสมบัติจะถูกคนอื่นซื้อตัดหน้าไปจนหมดเสียก่อน

"เครื่องเล่นเพลง เตาอบ ตู้เย็น พวกแกต้องรอฉันกลับมาก่อนนะ"

ดอสบ่นพึมพำไปตลอดทาง

องครักษ์ทั้งสองหันมามองหน้ากัน ต่างก็รู้สึกว่าเจ้านายของตนเริ่มจะบ้าคลั่งไปหน่อยแล้ว ผลึกอสูรที่ใช้จ่ายไปในวันเดียวนี้ มากกว่าที่เคยใช้ไปตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาเสียอีก

จบบทที่ ตอนที่ 1489 ชักจะบ้าคลั่งไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว