- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1485 ตลาดมืด
ตอนที่ 1485 ตลาดมืด
ตอนที่ 1485 ตลาดมืด
ดยุคโม่ซางได้ยินคำพูดของมู่เหลียงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะกลับมาดำคล้ำอีกครั้ง
"ท่านกำลังเห็นพวกเราเป็นคนโง่หรือไง?"
เขาใช้ชีวิตมาตั้งหลายปี ไม่เคยได้ยินเลยว่ามีเมืองที่เคลื่อนที่ได้มาก่อน รู้สึกเพียงว่านั่นมันเรื่องเพ้อฝัน ชัดๆ เป็นแค่คำพูดหยอกล้อปั่นหัวคนเท่านั้น
"ท่านก็แค่ประสบการณ์น้อยเลย ไม่เข้าใจเท่านั้นแหละ"
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ลี่เยว่เสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไม่เคยเห็น ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง"
ใบหน้าของดยุคโม่ซางยิ่งดำคล้ำลงไปอีก เขาโกรธจนแทบจะกัดฟันกรอด
หัวหน้าอัศวินใหญ่พูดแทรกขึ้นมา
"ในเมื่อท่านกล่าวเช่นนี้ งั้นช่วยอธิบายหน่อยเถอะว่าเมืองทั้งเมืองจะเคลื่อนที่ได้อย่างไร?"
หูของมู่เหลียงขยับเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ฉันพูดได้แค่ว่า ข่าวสารของพวกท่านมันไปได้ช้ามากจริงๆ"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปถูกยั่วโมโหอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะอ้าปากตวาดด่า ก็เหลือบไปเห็นอัศวินนายหนึ่งขี่อสูรสามเขาควบตะบึงมาแต่ไกลด้วยความเร็วสูง
"ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
อัศวินตะโกนร้องบอกด้วยความตื่นตระหนก
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปตวาดกลับ
"จะตื่นตระหนกไปทำไม เกิดอะไรขึ้น?"
อัศวินรีบลงจากหลังอสูรสามเขาอย่างลุกลี้ลุกลน เดินซวนเซเข้ามาหาทุกคน คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วรายงานด้วยความหวาดกลัว
"ฝ่าบาท นอกหมู่เกาะมีอสูรทะเลกำลังมุ่งหน้าเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ"
หัวหน้าอัศวินใหญ่ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ขมวดคิ้วแล้วซักไซ้
"อสูรทะเลแบบไหนกันที่ทำให้นายกลัวได้ถึงขนาดนี้?"
อัศวินกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"อสูรทะเลตัวนั้นมันใหญ่มาก ตัวใหญ่กว่าเมืองอีหลีเสียอีก แถมยังสูงมากๆ สูงยิ่งกว่าภูเขาเลยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
"อสูรทะเลที่ใหญ่กว่าเมืองอีหลีเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้หรอก"
ดยุคโม่ซางร้องเสียงหลง
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปขมวดคิ้วแน่น อัศวินตรงหน้าไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหก และยิ่งไม่มีความกล้าพอที่จะทำแบบนั้น นั่นหมายความว่ามีอสูรทะเลขนาดยักษ์กำลังมุ่งหน้ามาที่เมืองอีหลีจริงๆ
ลี่เยว่ปรายตามองดยุคโม่ซางแวบหนึ่ง ทำให้นึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่มู่เหลียงเคยพูดไว้
"มีเสียงแค่เส้นผมที่ยาว แต่สายตากลับไม่กว้างไกล"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดยุคโม่ซางก็ชะงักงันไป เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปเองก็ได้สติกลับคืนมา เมื่อนึกถึงคำพูดของมู่เหลียงก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมืองที่เคลื่อนที่ได้ หรืออสูรทะเลขนาดยักษ์ สองเรื่องนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน
หัวหน้าอัศวินใหญ่เอ่ยถามด้วยความตกตะลึง
"ท่านคงไม่ได้กำลังจะบอกว่า….เมืองเต่าทมิฬสร้างอยู่บนตัวของอสูรทะเลหรอกนะ?"
"ถูกต้อง ฉลาดมาก"
มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็พากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมืองที่สร้างอยู่บนตัวอสูรทะเล เรื่องนี้ยิ่งฟังดูเหลือเชื่อเข้าไปใหญ่
มู่เหลียงมองไปทางกษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปด้วยท่าทีสงบนิ่ง และเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย
"ว่ายังไงล่ะ จะอนุญาตให้เมืองเต่าทมิฬมาทำการค้าขายในเมืองอีหลีได้หรือเปล่า?"
สีหน้าของกษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปเปลี่ยนไปมาไม่หยุด เขาถามกลับด้วยใบหน้าดำคล้ำ
"ทำการค้าขายอะไร?"
มู่เหลียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงกังวานใส
"มีเยอะแยะเลยล่ะ ทั้งเครื่องดื่ม อาหาร เสื้อผ้า ของใช้ในห้องน้ำ อุปกรณ์เวท และอื่นๆ อีกมากมาย"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปถามด้วยความประหลาดใจ
"มีอุปกรณ์เวทด้วยงั้นรึ?"
มู่เหลียงพยักหน้าตอบรับ
"อืม มีอุปกรณ์เวทหลายชนิดเลยล่ะ เป็นของที่พวกขุนนางหลายคนต้องซื้อกันทั้งนั้น"
"หึหึ อุปกรณ์เวทธรรมดาๆ พวกเราไม่ชายตามองหรอก"
ดยุคโม่ซางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา เขามองไปที่ลี่เยว่กับมิอาด้วยแววตาจับผิด อุปกรณ์เวทบนตัวของพวกเธอต่างหากล่ะที่เป็นที่หมายปองของใครหลายคน พวกเขาดูออกแล้วว่าชุดเกราะบนตัวของลี่เยว่และมิอาอยู่ในระดับใด และนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้พวกเขาหวาดระแวงมู่เหลียง
"วางใจเถอะ พวกท่านจะต้องชอบแน่"
มู่เหลียงกล่าวอย่างมั่นใจ
เขาสะบัดมือเบาๆ จู่ๆ กล่องหลายใบก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า กระจัดกระจายอยู่ตรงหน้ากษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโป ภายในกล่องบรรจุเครื่องดื่มและของขึ้นชื่อต่างๆ นานาจากเมืองเต่าทมิฬ
มู่เหลียงฉีกยิ้มกว้าง กล่าวต้อนรับ
"ของพวกนี้คือของขึ้นชื่อของเมืองเต่าทมิฬ ท่านลองดูสิ ถ้าสนใจล่ะก็ ขอให้ไปเลือกซื้อที่เมืองเต่าทมิฬ"
"..."
หางคิ้วของกษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปกระตุกถี่ๆ เขาดูไม่ออกเลยว่าชายตรงหน้าต้องการจะทำอะไรกันแน่
มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ในเมื่อท่านไม่พูดอะไร งั้นฉันก็ถือว่าท่านเห็นด้วยที่จะให้เมืองเต่าทมิฬทำการค้าขายในเมืองอีหลีแล้วนะ"
"...ตราบใดที่มันไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของเมืองอีหลี ก็เอาเถอะ"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่ออยู่ภายใต้คำขู่ คนเราก็จำต้องยอมก้มหัวให้
มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"วางใจเถอะ เมืองเต่าทมิฬไม่เคยก่อเรื่องโดยไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว"
"..."
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มความโกรธเอาไว้ในใจ
มู่เหลียงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของกษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโป ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ฉันอยากจะขอซื้อเหล็กเบาลายม่วงสักหน่อย"
"เสียใจด้วยนะ ผลผลิตเหล็กเบาลายม่วงของเรามีน้อยมาตลอด ตอนนี้เหล็กเบาลายม่วงที่มีอยู่ทั้งหมด ก็ถูกพวกพ่อค้าสั่งจองไปหมดแล้ว"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปตอบด้วยท่าทีเฉยเมย
แววตาของมู่เหลียงเป็นประกายวาบ แม้จะรู้ดีว่ากษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปกำลังโกหก แต่ตอนนี้เขาก็ยังเปิดโปงไม่ได้ เขาจึงถามต่อไปตามน้ำ
"แล้วจะมีของเข้ามาอีกเมื่อไหร่ล่ะ?"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปตีหน้าตายตอบ
"เหล็กเบาลายม่วงผลิตได้น้อย บางทีอาจจะต้องรอไปอีกเป็นหลายปีแหละถึงจะมี"
หัวหน้าอัศวินใหญ่และดยุคโม่ซางแอบลอบสบตากัน มองดูกษัตริย์ของพวกตนโกหกหน้าตาย ทั้งๆ ที่ในโกดังยังมีเหล็กเบาลายม่วงกองอยู่ตั้งมากมาย ถึงแม้เหล็กเบาลายม่วงในโกดังจะถูกขายไปจนหมด ก็ยังสามารถไปขุดแร่ที่เหมืองมาเพิ่มได้อยู่ดี อย่างเร็วก็แค่เดือนหรือสองเดือน ก็สามารถส่งมอบเหล็กเบาลายม่วงล็อตใหม่ได้แล้ว
"ต้องรอเป็นปีเลยเหรอเนี่ย น่าเสียดายจริงๆ"
ใบหน้าของมู่เหลียงเผยให้เห็นถึงความเสียดาย
"ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็เชิญกลับไปเถอะ"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปเอามือไพล่หลังพลางออกปากไล่
มู่เหลียงไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขาเพียงแค่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"หวังว่าท่านจะแวะมาเดินเล่นที่เมืองเต่าทมิฬบ้างนะ"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปไม่ได้ตอบสนองอะไร เพียงแต่มองเขาด้วยสายตาเย็นชา
มู่เหลียงไหวไหล่ เขาสั่งการด้วยความคิด ควบคุมแรงโน้มถ่วงให้ห่อหุ้มตัวลี่เยว่กับมนุษย์สัตว์เอาไว้ จากนั้นก็พาทั้งสองคนลอยทะยานขึ้นไปในอากาศ แล้วบินออกจากเมืองไปด้วยความเร็วสูง
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปจ้องมองทั้งสามคนที่ลอยละลิ่วออกไป ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ตกลงแล้วเขาใช้เวทมนตร์อะไรกันแน่?"
"จะเป็นเวทมิติหรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ?"
ดยุคโม่ซางลองคาดเดา จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่จู่ๆ มู่เหลียงก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังกษัตริย์ ด้วยความรู้ความเข้าใจของเขาแล้ว มีเพียงเวทมิติเท่านั้นที่จะอธิบายเรื่องนี้ได้
หัวหน้าอัศวินใหญ่ส่ายหน้าพลางวิเคราะห์
"ไม่น่าจะใช่ ตอนนี้เขายังพาคนบินได้อีก นี่น่าจะเป็นเวทมนตร์ธาตุลม หรือไม่ก็ต้องเป็นเวทมนตร์สายแรงโน้มถ่วงของธาตุดินถึงจะทำได้นะพ่ะย่ะค่ะ"
ดยุคโม่ซางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง และเอ่ยอย่างหวาดระแวง
"ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลย กระหม่อมดูเขาไม่ออกจริงๆ"
"ฝ่าบาท แล้วพระองค์ทรงคิดเห็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?"
หัวหน้าอัศวินใหญ่เอ่ยถามหยั่งเชิง
"อืม ก็แค่มีความสามารถแปลกประหลาดนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก"
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปตอบด้วยใบหน้าดำคล้ำ
"พ่ะย่ะค่ะ..."
หัวหน้าอัศวินใหญ่หลุบตาลงต่ำ แววตาเย็นชาประกายขึ้นในดวงตาวูบหนึ่ง
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปหันไปมองหัวหน้าอัศวินใหญ่ แล้วออกคำสั่ง
"นายส่งคนออกไปดูนอกเมืองหน่อย ไปสืบเรื่องของเมืองเต่าทมิฬมาให้ชัดเจน"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"
หัวหน้าอัศวินใหญ่ยกมือขึ้นทาบอก โค้งคำนับทำความเคารพแบบอัศวิน เขาปรายตามองกล่องหลายใบที่วางอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปกล่าวต่อ
"โม่ซาง นำคำสั่งของฉันไปถ่ายทอดให้ทั่ว ห้ามขายเหล็กเบาลายม่วงให้กับเมืองเต่าทมิฬเด็ดขาด"
"พ่ะย่ะค่ะ"
ดยุคโม่ซางพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปหลุบตาลง แล้วเอ่ยสำทับ
"ให้คนคอยจับตาดูตลาดมืดไว้ด้วย อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ"
"กระหม่อมทราบแล้ว"
สีหน้าของดยุคโม่ซางแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
ภายในเมืองอีหลี นอกจากหอการค้าและตลาดนัดทั่วไปที่เปิดเผยอยู่เบื้องหน้าแล้ว ยังมีตลาดมืดที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครเห็นได้ซ่อนอยู่อีกด้วย ตลาดมืดแห่งนี้เป็นแหล่งซื้อขายของผิดกฎหมายและใช้สำหรับฟอกของโจรโดยเฉพาะ และก็มีเหล็กเบาลายม่วงจำนวนหนึ่งไหลเวียนอยู่ในตลาดมืดแห่งนี้เช่นกัน
ดยุคโม่ซางหันหลังเดินจากไป บรรดาขุนนางคนอื่นๆ ต่างก็ทำความเคารพแล้วขอตัวลากลับเช่นกัน
กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลานหลูโปถึงได้หันกลับมาให้ความสนใจกับกล่องไม้หลายใบเหล่านั้น เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งให้อัศวินยกกล่องพวกนั้นกลับไปที่วัง