- หน้าแรก
- ระบบความเพียร ฝึกฝนครบร้อยครั้งก็เทพได้
- บทที่ 40 - เจตจำนงที่แท้จริง
บทที่ 40 - เจตจำนงที่แท้จริง
บทที่ 40 - เจตจำนงที่แท้จริง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเพิ่งจะสาง
สวีอู๋อี้ค่อยๆ ลดทวนลง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามหน้าผาก การควบคุม 【เคล็ดพลังพันไหม】 ของเขาเริ่มจะเข้าที่เข้าทางแล้ว
พลังแฝงที่อ่อนนุ่มดุจเส้นไหมไร้รูป เริ่มไหลลื่นและสอดประสานไปกับ 【กวาดวายุหวน】 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ถึงจะยังไม่ถึงขั้นควบคุมได้ดั่งใจนึก แต่มันก็ไม่ได้ดูเก้งก้างเหมือนตอนแรกแล้ว
เขาแวะเข้าไปเช็กหน้าต่างระบบ เปอร์เซ็นต์ของ 'เพลงทวนสยบวายุ' ขยับขึ้นมาเป็น 【ขั้นสำเร็จเบื้องต้น (0.8%)】
ก็เหมือนกับตอนฝึกเคล็ดหล่อหลอมร่างกายนั่นแหละ พอเข้าขั้นสำเร็จเบื้องต้นปุ๊บ เปอร์เซ็นต์ก็ขึ้นช้าเป็นเต่าคลาน แต่ก็ถือว่ายังขยับขึ้นอยู่
เขาอาบน้ำแต่งตัว กินข้าวเช้าแบบรวบรัด แล้วรีบบึ่งไปโรงเรียน
วันนี้คือวันดีเดย์ ที่เงินโควตาทรัพยากรงวดแรกจากโรงเรียนจะโอนเข้าบัญชี
พอเปิดระบบแลกเปลี่ยนทรัพยากรของโรงเรียนดู ก็เห็นตัวเลข 100,000 เหรียญสหพันธ์ โชว์หราอยู่ในบัญชีเรียบร้อย
เขาไม่รอช้า ล็อกอินเข้าเครือข่ายประลองยุทธ์ แล้วพุ่งตรงไปที่โซน "แลกเปลี่ยนเศษเสี้ยวเจตจำนง" ทันที
บนหน้าจอโฮโลแกรมเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวเจตจำนงขั้นพื้นฐานหลากหลายรูปแบบ พร้อมกับป้ายราคาที่เห็นแล้วชวนหน้ามืด
สวีอู๋อี้สูดหายใจลึกๆ แล้วกดเลือกปุ่ม "ทดลองใช้งานฟรี" ที่ระบบมีให้เป็นออเดิร์ฟ
การได้ซัดกับหลีโม่เมื่อวาน ทำให้เขาตระหนักว่า ความเข้าใจเรื่องวรยุทธ์ของเขามันยังตื้นเขินนัก
เขาอยากจะลองสัมผัสดูว่า นอกจากเจตจำนง 'ขุนเขา' แล้ว เจตจำนงอื่นๆ มันจะเข้ากับสไตล์ของเขาได้บ้างหรือเปล่า
เริ่มจากเจตจำนง 'สายน้ำ' ก่อนเลย พอดึงสติเข้าไปปุ๊บ ความรู้สึกถึงพลังที่อ่อนนุ่ม พลิ้วไหว และแทรกซึมไปได้ทุกที่ ก็โอบล้อมเข้ามาทันที
มันเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ดี แต่มันดันไปคนละทางกับสภาพจิตใจและรากฐานอันหนักแน่นที่เขาปูมาด้วย 'เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกายขั้นพื้นฐาน' อย่างสิ้นเชิง เหมือนมีกระจกฝ้ากั้นอยู่ ทำให้เข้าไม่ถึงแก่นแท้ของมัน
พอกดออก เขาก็ส่ายหน้าเบาๆ
ต่อด้วยเจตจำนง 'เปลวเพลิง'
ความรู้สึกบ้าคลั่ง ร้อนระอุ และพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่าง พุ่งเข้ากระแทกจิตสำนึก มันเต็มไปด้วยสัญชาตญาณของการทำลายล้าง
สวีอู๋อี้รู้สึกใจเต้นแรง เลือดลมลมสูบฉีดจนร้อนวูบวาบ แต่ความรู้สึกแบบนี้มันทำให้เขาอึดอัด เพราะมันขัดกับความต้องการที่จะ "ควบคุม" การต่อสู้ของเขาอย่างแรง
กดออกอีกรอบ แล้วไปลองเจตจำนง 'สายลม'
รวดเร็ว จับต้องไม่ได้ ไร้กฎเกณฑ์ ตอนที่ลองสัมผัส เขารู้สึกเหมือนตัวเบาหวิวราวกับจะปลิวตามลม
แต่มันก็ยังไม่ใช่สไตล์เขาอยู่ดี ขนาดจะพยายามทำความเข้าใจมันสักนิด ยังยากเลย
หลังจากลองเทสต์ไปหลายอัน ผลลัพธ์ก็แป้กหมด ถึงเจตจำนงพวกนี้จะดูล้ำลึกและทรงพลังแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึก "อิน" เลยสักนิด
"อย่างที่คิดไว้เลยแฮะ ไม่เวิร์กจริงๆ ด้วย" สวีอู๋อี้บ่นพึมพำ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรมากมาย
อย่างที่อาจารย์หวังบอกไว้ การรับรู้เจตจำนงมันฝืนกันไม่ได้ มันต้องหาอันที่คลิกกับตัวเองจริงๆ
เขาเลื่อนกลับไปหา 'เจตจำนงแห่งขุนเขา' แล้วกดเข้าสู่โหมดจำลอง
จิตสำนึกของเขาถูกดูดเข้าไปในดินแดนอันเวิ้งว้างเบื้องหน้ามีภูเขายักษ์สูงตระหง่านเสียดฟ้าทอดเงาดำมืดปกคลุมไปทั่วบริเวณ
สวีอู๋อี้มีความคุ้นเคยกับ 'เจตจำนงแห่งขุนเขา' อยู่เป็นทุนเดิม แค่แวบแรกที่สัมผัส เขาก็สามารถแยกแยะความหมายที่ซ่อนอยู่ได้ถึงสี่ทิศทาง
หนึ่ง 'หนักแน่น' มั่นคงดุจศิลา ภัยใดก็มิอาจกล้ำกราย
สอง 'สูงชัน' ยอดเขาทิ่มแทงทะลุฟ้า ท้าทายสวรรค์ ยอมหักไม่ยอมงอ
สาม 'ยิ่งใหญ่' ดั่งขุนเขากดทับ รัศมีบารมีแผ่ไพศาล
สี่ 'ต่อเนื่อง' เทือกเขาทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ลมปราณไหลเวียนไม่สิ้นสุด
"เจตจำนงวรยุทธ์แบบเดียวกัน สามารถแตกแขนงออกไปได้หลายรูปแบบ และผู้ฝึกยุทธ์แต่ละคนก็จะตีความมันออกมาไม่เหมือนกันสินะ"
สวีอู๋อี้เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว
หลังจากหมดเวลาทดลองใช้ สวีอู๋อี้ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป กดโอนทั้งคะแนนสะสมและเงินเหรียญสหพันธ์ เพื่อแลกซื้อเจตจำนงนี้มาครอบครองทันที
พริบตาต่อมา ภาพโฮโลแกรมของเศษเสี้ยวเจตจำนงที่แผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขาม ก็พุ่งเข้าไปหลอมรวมอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขาบนเครือข่ายประลองยุทธ์
ตู้ม!
ภาพภูเขายักษ์ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับทอดเงาอันกว้างใหญ่ไพศาล
กลิ่นอายของมันดุดันและชัดเจนกว่าเศษเสี้ยวที่เขาเคยคลำทางเจอเองซะอีก!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน สวีอู๋อี้ค่อยๆ ถอนสติออกมาจากห้วงแห่งการรับรู้ เขาพรูลมหายใจยาวๆ ประกายแสงสว่างวาบในดวงตา
"เข้าใจล่ะ... ขุนเขา คือความแข็งแกร่งที่ไม่มีอะไรมาทำลายได้ และสามารถสยบทุกสรรพสิ่ง!"
เขารีบล็อกเอาต์ออกจากเครือข่าย แล้วพุ่งตรงไปที่โซนเก็บอุปกรณ์ของอาคารฝึกซ้อมที่หนึ่ง คว้าทวนโลหะตันขึ้นมาทันที
เขาหลับตาลง พยายามรื้อฟื้นความรู้สึกของเจตจำนงนั้น แล้วพยายามจะยัดมันลงไปในวิชาทวน
เริ่มจาก 【กระบวนท่าสยบทัพ】 ดูหนักแน่นขึ้น
ต่อด้วย 【ทะลวงเมฆา】 พยายามแฝงความรู้สึก "สยบ" ลงไปที่ปลายทวน
แต่พอลองทำซ้ำอยู่หลายรอบ ถึงจะรู้สึกว่าทวนดูมีน้ำหนักขึ้น แต่มันก็ยังเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่ ทำให้เจตจำนงกับกระบวนท่าไม่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันสักที
พอยิ่งฝืนทำ ปราณเลือดก็เริ่มตีรวนจนรู้สึกติดขัดไปหมด
สวีอู๋อี้หยุดมือ คิ้วขมวดเข้าหากัน
"สงสัยจะด่วนสรุปเกินไป การจะเอาเจตจำนงมาหลอมรวมกับวิชาวรยุทธ์ มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ แถมยังมาลองทำตอนซ้อมปกติแบบนี้อีก"
เขารู้ตัวแล้วว่าตัวเองกำลังใจร้อนเกินไป
ชัยชนะเหนือหลีโม่ กับการที่เพลงทวนบรรลุขั้นสำเร็จเบื้องต้น มันทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมจนเผลอเร่งจังหวะตัวเองโดยไม่รู้ตัว
แต่ข้อดีของสวีอู๋อี้คือ เขารู้จักดึงสติกลับมาได้ไว พอรู้ตัวว่ามาผิดทาง เขาก็ปรับโหมดทันที
เขาพักการฝึกทวนไว้ก่อน รอให้จิตใจสงบลง แล้วหันกลับมาทำกิจวัตรประจำวันในตอนเช้า นั่นคือการฝึก 'เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกายขั้นพื้นฐาน'
ถึงครั้งนี้จะยังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของเจตจำนงวรยุทธ์ แต่อย่างน้อยก็ถือว่าก้าวเข้าใกล้เป้าหมายไปอีกก้าวใหญ่
เศษเสี้ยวเจตจำนงไม่ได้มีขายแค่อันเดียวซะหน่อย ไว้มีเงินค่อยซื้อมาศึกษาใหม่ก็ได้
สวีอู๋อี้ไม่ยอมให้เรื่องนี้มาบั่นทอนกำลังใจ เขาเดินกลับไปที่ห้องฝึกซ้อมส่วนตัว สลัดความกังวลทิ้งไปจนหมด แล้วจัดท่าเตรียมพร้อมของ 'เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกายขั้นพื้นฐาน' — 【เคล็ดโอบหยวนรักษาเอกะ】
ย่อไหล่ ทิ้งศอก ผ่อนคลายเอว เกร็งสะโพก... ท่วงท่าที่ถูกฝังรากลึกอยู่ในกระดูก ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
ลมปราณไหลเวียนไปตามจังหวะการหายใจเข้าออกที่เชื่องช้าและลึกซึ้ง
รอบแรก รอลสอง รอบสาม...
เขาไม่ได้คาดหวังอะไร แค่ปล่อยใจให้ไหลไปกับการเคลื่อนไหว ซึมซับความรู้สึกของลมปราณที่กำลังหล่อเลี้ยงทุกอณูของร่างกาย
อาจจะเป็นเพราะเมื่อกี้ใช้พลังจิตไปกับการรับรู้ 'เจตจำนงแห่งขุนเขา' จนหมดแมกซ์ หรืออาจจะเป็นเพราะเขายอมปล่อยวางความคาดหวังลงได้ จิตใจของเขาในตอนนี้ถึงได้นิ่งสงบสุดๆ
และในตอนที่เขาฝึก 【เคล็ดโอบหยวนรักษาเอกะ】 รอบที่เจ็ด จังหวะที่กำลังจะเปลี่ยนจากท่านิ่งไปสู่ท่าต่อไปนั่นเอง
ม้วนตำราทองสัมฤทธิ์ในห้วงจิตสำนึก ก็เปล่งแสงสว่างจ้าขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย!
พร้อมๆ กันนั้น ความรู้สึกถึงความหนักแน่นและยิ่งใหญ่ ก็ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจ แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายในพริบตา ทำให้เขารู้สึกเหมือนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนแผ่นดินเบื้องล่าง!
ความรู้สึกนี้มันแตกต่างจากตอนที่สัมผัสผ่านเศษเสี้ยวเจตจำนงในเครือข่ายอย่างสิ้นเชิง แต่มันคือของจริง! มันเหมือนกับว่าเจตจำนงนี้มันฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณเขามาตลอด และตอนนี้มันถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว!
ในห้วงภวังค์ เขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้เป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นภูเขาลูกยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนผืนดิน หยั่งรากลึกลงไปในชั้นหิน ทนทานต่อทุกพายุฝน และพร้อมที่จะสยบทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
และในขณะเดียวกัน หน้าต่างระบบก็เด้งข้อความขึ้นมารัวๆ:
【จากการฝึกฝนเป็นประจำจนรู้แจ้งเห็นจริง เหนี่ยวนำปราณเลือดให้เกิดการสั่นพ้อง บรรลุเจตจำนงวรยุทธ์ — ขุนเขา!】
【ผลจากเจตจำนงวรยุทธ์: เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝน 'เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกายขั้นพื้นฐาน' ถาวร 50%, เพิ่มความหนาแน่นของปราณเลือดถาวร 20%】
【คุณสมบัติพิเศษของ 'เคล็ดวิชาหล่อหลอมร่างกายขั้นพื้นฐาน' เปิดใช้งาน: สยบขุนเขา!】
(จบแล้ว)