- หน้าแรก
- บอสสั่งให้เร่งโปรเจกต์ แต่ผมดันทะลุเป้าไปดังระดับโลก
- บทที่ 8: ก่อสร้างพร้อมกันสองฝั่ง เร่งความเร็วเต็มพิกัด!
บทที่ 8: ก่อสร้างพร้อมกันสองฝั่ง เร่งความเร็วเต็มพิกัด!
บทที่ 8: ก่อสร้างพร้อมกันสองฝั่ง เร่งความเร็วเต็มพิกัด!
บทที่ 8: ก่อสร้างพร้อมกันสองฝั่ง เร่งความเร็วเต็มพิกัด!
ชายชราผู้นี้มีใบหน้าแดงระเรื่อ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายสง่างามเหนือโลกีย์ราวกับเซียนบรรพต เขาส่งยิ้มให้ฉินเฟิงแล้วเอ่ยขึ้น
"สวัสดีเถ้าแก่ฉิน ชายชราผู้นี้ขอร้องท่านสักเรื่องได้หรือไม่?"
"เรื่องอะไรล่ะ?" ฉินเฟิงปรายตามองพร้อมกับขมวดคิ้ว
"ชายชราผู้นี้อยากจะขอรั้งอยู่ที่นี่เพื่อชมการก่อสร้างของพวกท่าน จะได้หรือไม่?"
ชมการก่อสร้างเนี่ยนะ? คนเราจะว่างงานขนาดนั้นเลยเหรอ?
ทว่าเมื่อเห็นการแต่งกายของชายชรา ฉินเฟิงก็พอจะเข้าใจขึ้นมาเลาๆ ดูเหมือนว่าเขาจะว่างมากจริงๆ หรือไม่ก็คงคิดว่าที่นี่มีพลังปราณฟ้าดินอะไรทำนองนั้นมั้ง...
ฉินเฟิงตกลงรับคำขอโดยไม่ปฏิเสธ แต่มีข้อแม้ว่าชายชราห้ามลงไปยืนในพื้นที่ก่อสร้างเด็ดขาด ท้ายที่สุดแล้ว รถบรรทุกขนาดใหญ่ก็มีจุดบอดมากมาย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำให้งานล่าช้าไปเสียเปล่าๆ
เวลาผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมง คลองก็ถูกขุดขยายออกไปได้ถึงห้าสิบเมตรแล้ว
ห่างออกไปแปดสิบเมตรเบื้องหน้ามีแผ่นหินผืนใหญ่ขวางทางอยู่ จำเป็นต้องใช้รถเจาะหินมากระแทกหินให้แตกเสียก่อน จึงจะสามารถดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้
ฉินเฟิงหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมามองตรงไปข้างหน้า
รถขุดดิน 'เบิกทาง' คันหน้าสุดได้ขุดนำไปไกลกว่าร้อยเมตรแล้ว พร้อมกับทำเครื่องหมายจุดที่มีหินไว้ทุกจุด
มีเพียงไม่กี่จุดเท่านั้นที่ต้องใช้การระเบิด เกือบทั้งหมดสามารถใช้รถเจาะหินบดทำลายหินได้เลย
"เวรเอ๊ย แบบนี้ตึงมือไปหน่อยแฮะ!"
ฉินเฟิงนั่งยองๆ อยู่ริมเขื่อนอ่างเก็บน้ำ ล้วงบุหรี่ออกจากกระเป๋ามาจุดสูบอัดเข้าปอด
คำว่า 'ตึงมือ' ของเขา ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่เสร็จภายในสิบวัน แต่มันหมายถึงคำคุยโวที่เขาเพิ่งลั่นวาจาไว้ต่อหน้านักข่าวสาวคนนั้นต่างหาก การจะทำให้เสร็จภายในหกวันมันค่อนข้างตึงมือจริงๆ!
"พ่อหนุ่ม ขอม้วนหนึ่งสิ"
ชายชราที่ดูเหมือนนักพรตเดินมาหาฉินเฟิงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ และทิ้งตัวลงนั่งบนสันเขื่อนข้างๆ เขา
"พวกท่านสูบบุหรี่ไม่ถือเป็นการผิดศีลหรอกเหรอ?"
ปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่ฉินเฟิงก็ยื่นบุหรี่ให้อย่างซื่อตรง หลังจากสูดควันเข้าไปฟอดใหญ่ ชายชราก็เอ่ยถามฉินเฟิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"คนอื่นเขามีแต่กังวลว่าจะทำงานนี้ไม่เสร็จ แล้วทำไมพ่อหนุ่มถึงกล้ารับงานนี้ล่ะ?"
ฉินเฟิงไม่ตอบ เพียงแต่พิจารณาอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชุดคลุมสีดำ ย่ามสะพายไหล่ และผมสีดอกเลาที่มัดรวบไว้ด้านหลัง ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนปรมาจารย์นักพรตจากภูเขาชื่อดังหรือแม่น้ำสายใหญ่
เมื่อถูกฉินเฟิงจ้องมองอย่างจริงจัง ชายชราก็เงียบไปเช่นกัน
ครู่ต่อมา ฉินเฟิงก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน "ท่านนักพรต ท่านก็สูบบุหรี่ของฉันไปแล้ว เอาเป็นว่าช่วยดูดวงให้ฉันหน่อย ถือว่าเจ๊ากันไป ดีไหม?"
"..."
"ท่านคิดว่าโครงการของฉันต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเสร็จล่ะ?"
"..."
"ไอ้คนลวงโลก!"
ฉินเฟิงหันหน้าหนี อัดควันบุหรี่เข้าปอดลึกๆ แล้วเพ่งสายตาไปที่ทางเข้าซึ่งถนนเชื่อมต่อกับพื้นที่ก่อสร้าง
ในตอนนั้นเอง รถบรรทุกหนักร้อยตันหลายแถวกำลังหลบทางให้ ในขณะที่ขบวนรถเทรลเลอร์ยาวเหยียดกำลังแล่นเข้ามาจากอีกฝั่ง
รถเทรลเลอร์เหล่านี้มีความกว้างถึงสามเมตรเต็ม และทุกคันก็บรรทุกรถขุดดินขนาดยักษ์มาด้วย
ในระดับนี้ ถือว่าเป็นเครื่องจักรกลเฉพาะทางได้เลย!
ท่านนักพรตมองตามสายตาของฉินเฟิงไป ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาทันที เขาเอ่ยถาม
"สหายหนุ่ม เครื่องจักรพวกนี้... ของนายทั้งหมดเลยหรือ?"
"แล้วจะเป็นของท่านได้ไหมล่ะ?"
"..."
ฉินเฟิงกลอกตา ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับนักพรตเฒ่าจอมเหม็นผู้นี้
รถขุดดินขนาดยักษ์มีน้ำหนักมหาศาลมาก เมื่อรถเทรลเลอร์แล่นเข้าสู่ถนนย่อย แผ่นเหล็กที่ปูรองพื้นไว้ก็ถูกกดทับจนแทบจะโค้งงอ
แม้จะถูกเมินใส่ แต่ท่านนักพรตก็ไม่ได้โกรธเคือง เพียงแต่มองดูอยู่อย่างเงียบๆ
เมื่อเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่กว่าปรากฏขึ้นในสายตา สีหน้าตกตะลึงก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาในที่สุด
"สหายหนุ่ม นั่นมันเครื่องจักรอะไรกัน?"
"รถเจาะหิน"
ฉินเฟิงตอบอย่างเฉยชา ทว่าในใจกลับรู้สึกคาดหวัง ขอเพียงให้เจ้ายักษ์ใหญ่พวกนี้เติมน้ำมันจนเต็ม พวกมันก็แทบจะเคลื่อนย้ายภูเขาได้เลยทีเดียว!
ในขณะเดียวกัน
เฟิงชวนที่กำลังยัดข้าวกล่องเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อเห็นรถเทรลเลอร์แล่นลงมา ความสงสัยก็ปรากฏขึ้นในดวงตาทันที
"ทำไมถึงมีรถขุดดินถูกส่งมาอีกเนี่ย? ฉันไม่ได้เรียกมาสักหน่อย!"
คนขับรถที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ใกล้ๆ ชี้มือพลางตั้งข้อสังเกต "ดูสิ ขนาดของรถขุดดินพวกนี้ดูแปลกๆ นะ มันใหญ่กว่ารถขุดขนาดใหญ่พวกนั้นตั้งไซซ์นึงแน่ะ"
"เชี่ยเอ๊ย! รุ่นมันต่างกันจริงๆ ด้วย!"
เฟิงชวนกระโดดลุกขึ้นจากก้อนหิน จ้องมองด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่ง
บุ้งกี๋ของรถขุดดินเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่ารถขุดขนาดใหญ่ทั่วไปถึงสองเท่า
ถ้าใช้เจ้านี่ตักดินใส่รถบรรทุก ความเร็วก็คงจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองในสามเลยล่ะ!
ขณะที่เขากำลังยืนอึ้งอยู่นั้น ฉินเฟิงก็เดินทอดน่องเข้ามาพอดี
ฉินเฟิงหยิบข้าวกล่องจากลังใกล้ๆ มากล่องหนึ่งแล้วหันไปสั่งเฟิงชวน
"เสี่ยวชวน รถขุดดินพวกนี้เป็นของเราทั้งหมด จัดการให้พวกมันเริ่มงานได้เลยทันที"
"แล้วก็ คันที่อยู่บนเทรลเลอร์คันหลังนั่นคือรถเจาะหิน รีบจัดคนไปคุมซะ"
"เถ้าแก่... ฉิน คุณไปเอารถขุดดินยักษ์เยอะขนาดนี้มาจากไหนเนี่ย?"
"แฟนฉันซื้อให้"
ฉินเฟิงกุเรื่องไร้สาระขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ทำเอาบรรดาคนขับรถที่อยู่ใกล้ๆ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
เมื่อเห็นเครื่องจักรกลทรงพลังมากมายขนาดนี้ เฟิงชวนก็ไม่มีกะจิตกะใจจะกินข้าวต่อ เขาวางข้าวกล่องทิ้งไว้แล้วรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
คนขับรถขุดดินสำรองกว่าสิบคนเดินทางมาถึงไซต์งานแล้ว แม้ว่าระดับประสบการณ์ของพวกเขาจะแตกต่างกันไป แต่ถ้าลองหาดูดีๆ ก็ต้องเจอคนที่ขับรถเจาะหินเป็นสักคนสองคนนั่นแหละ
...
ซุนเหลาอู่ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาที่ไซต์งาน หยิบข้าวกล่องขึ้นมาเปิดกิน แล้วนั่งยองๆ ข้างๆ ฉินเฟิงพลางเอ่ยขณะเคี้ยวข้าว
"เถ้าแก่ จัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เรามีรถบรรทุกพร้อมใช้งานประมาณสามร้อยคัน ทีมช่างซ่อมก็จัดเตรียมไว้แล้ว พวกเขากำลังระดมกำลังเสริมมาช่วยกันยกใหญ่เลย"
"สามร้อยคันก็ถือว่ากำลังดี เดี๋ยวลองคำนวณความเร็วในการทำงานตอนนี้ดูสิ ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะเสร็จ"
"ได้ครับ!"
ซุนเหลาอู่พยักหน้ารับแล้วเริ่มสวาปามข้าวในกล่อง
เวลาผ่านไปเกือบแปดชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ที่ฉินเฟิงเข้ามารับช่วงโครงการ ท้องของเขาก็กำลังส่งเสียงร้องโครกครากด้วยความหิวโหยเช่นกัน
กินข้าวเสร็จ ฉินเฟิงก็คว้ากระป๋องกระทิงแดงโยนให้ซุนเหลาอู่หนึ่งกระป๋อง แล้วส่งสัญญาณให้คนขับรถที่อยู่ใกล้ๆ หยิบไปดื่มตามสบาย พวกเขาทุกคนต่างยิ้มและส่ายหน้า
"พวกเถ้าแก่ดื่มเถอะครับ ในรถของพวกเรายังมีอยู่เลย"
เฟิงชวนได้ติดต่อคนให้มาส่งเสบียงตามที่ฉินเฟิงสั่งไว้เรียบร้อยแล้ว กระทิงแดงถูกนำไปวางไว้ในรถบรรทุกและรถขุดดินคันละหนึ่งลัง ส่วนตรงกองข้าวกล่องเหลืออยู่แค่สามลังเท่านั้น
บรรดาคนขับรถจึงเกรงใจเกินกว่าจะหยิบไปดื่มอีก
ท่านนักพรตก็ตามพวกเขามาร่วมวงกินข้าวด้วย เขาเช็ดปาก โยนกระป๋องเปล่าทิ้ง เรอออกมาดังเอิ๊ก แล้วเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจ
"น้ำนี่รสชาติดีทีเดียว"
"..."
ฉินเฟิงเมินเฉยต่อเขา แล้วแอบเปิดดูหน้าต่างสถานะของตัวเองเงียบๆ อีกครั้ง
โฮสต์: ฉินเฟิง
ความมั่งคั่ง: 45,410,500
ชื่อเสียง: 435,800
ไอเทมที่ซื้อได้: รถขุดดินขนาดยักษ์ 50,000 รถเจาะหินขนาดยักษ์ 100,000
สินค้าก่อสร้างที่ปลดล็อก: เครื่องขุดเจาะอุโมงค์ขนาดใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ขนส่งขนาดใหญ่...
...
เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ค่าชื่อเสียงของเขาก็พุ่งขึ้นไปถึง 450,000 แถมยังปลดล็อกเครื่องจักรได้มากขึ้นอีกด้วย
มีทั้งเฮลิคอปเตอร์ขนส่งและรถปูยาง ซึ่งไม่ได้ใช้ค่าชื่อเสียงมากมายอะไรนัก เครื่องที่แพงที่สุดก็แค่ 200,000 เท่านั้น
ต่อให้เขาไม่ทำอะไรเลยนอกจากเอาเครื่องจักรพวกนี้ไปขายต่อ เขาก็รวยเละได้ง่ายๆ!
"มันกำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!"
ฉินเฟิงถอนหายใจด้วยความตื้นตัน พลางปรายตามองซุนเหลาอู่ที่อยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังใช้โทรศัพท์มือถือคำนวณเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างจนเสร็จตามความคืบหน้าในปัจจุบัน
ความคืบหน้าหนึ่งชั่วโมงคือหกสิบเมตร ดังนั้นความคืบหน้าหนึ่งวันก็จะเท่ากับ 1,440 เมตร
สิบวันก็เพิ่งจะได้ระยะทางแค่สิบกิโลเมตรกว่าๆ ความเร็วก่อสร้างระดับนี้รับรองว่าไม่พอแน่!
"เถ้าแก่ เราจะทำยังไงกันดีล่ะครับ?" ซุนเหลาอู่มองฉินเฟิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
"จะทำยังไงได้อีกล่ะ? ก็ต้องเร่งความเร็วในการทำงานให้มากขึ้นไปอีกไง!"
ฉินเฟิงยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ ทอดสายตามองลงไปยังพื้นที่ก่อสร้างในปัจจุบัน
คลองกว้างยี่สิบเมตรและลึกห้าเมตร แค่ขุดอย่างเดียวก็ต้องใช้เวลาแล้ว ยังจะต้องมาโหลดดินขึ้นรถบรรทุกอีก...
ช้าเกินไปแล้ว!
เพื่อเร่งความคืบหน้า พวกเขาจำเป็นต้องมีรถขุดดินมากกว่านี้ หรือไม่ก็ต้องเริ่มทำงานจากทั้งสองฝั่งพร้อมกัน!
ซุนเหลาอู่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและกล่าวอย่างกังวล "ตอนนี้มีรถขุดดินจอดทิ้งไว้ว่างๆ ทั่วทั้งเมืองประมาณร้อยคัน แต่พวกเขาไม่ยอมให้เรายืมเลยครับ"
ฉินเฟิงเบะปากและเอ่ยด้วยความมั่นใจ "ไม่ต้องห่วงเรื่องรถขุดดิน ไปเตรียมตัวซะ เราจะไปตั้งจุดก่อสร้างอีกแห่งที่ปลายทางด้วย"
"เถ้าแก่หมายถึง... ก่อสร้างพร้อมกันจากสองฝั่งเหรอครับ?"
"ใช่!"
"แต่เราไม่มีรถขุดดินเยอะขนาดนั้นนะ!"
"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกังวลเรื่องรถขุดดิน!"
...
ตอนนี้เวลา 20.10 น. แล้ว อีกยี่สิบนาทีจะถึงเวลารายงานข่าวของเมืองสุ่ยเฉิง
ฉินเฟิงมั่นใจว่าพอถึงเวลานั้น ค่าชื่อเสียงของเขาจะต้องพุ่งทะยานอย่างแน่นอน!
รถขุดดินคันหนึ่งใช้ค่าชื่อเสียงแค่ 50,000 แต้ม นั่นมันใช่ปัญหาซะที่ไหนล่ะ?