- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- บทที่ 865 ลูกผู้ชายยืดได้ก็ต้องหดแล้วหดอีกได้
บทที่ 865 ลูกผู้ชายยืดได้ก็ต้องหดแล้วหดอีกได้
บทที่ 865 ลูกผู้ชายยืดได้ก็ต้องหดแล้วหดอีกได้
บทที่ 865 ลูกผู้ชายยืดได้ก็ต้องหดแล้วหดอีกได้
เพราะต่างก็คบกันด้วยความจริงใจและมุ่งเป้าไปที่การแต่งงาน ดังนั้นหลิวหรูเยียนจึงไม่ต่อต้านขั้นตอนเหล่านี้
ขอเพียงไม่ใช่การจับญาติกลุ่มใหญ่มาอยู่รวมกัน แล้วจัดพิธีที่ใหญ่โตเอิกเกริกเป็นพิเศษ เธอก็ยังพอรับได้
หากญาติสนิทมิตรสหายทั้งหมดในครอบครัวมารวมตัวกันเพียงเพื่อมาพบเธอ ต่อให้เป็นหลิวหรูเยียน ก็ยังต้องรู้สึกกดดันไม่น้อยเลยทีเดียว
ตอนกลางคืน อาหารเย็นยังคงอุดมสมบูรณ์ แต่หลิวหรูเยียนก็ยังคงกินอย่างสง่างาม ไม่รีบไม่ร้อน มองปราดเดียวก็รู้ว่าได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี
ส่วนครอบครัวของหลินโม่ แม่โจวหมิ่นกลับไม่ได้กินอะไรมากนัก เธอเอาแต่คอยคีบกับข้าวให้หลิวหรูเยียน การปฏิบัติที่ได้ข้าวพูนชามในที่สุดก็ตกเป็นของมหาราชหรูเยียนแล้ว
แม่ของเขาคีบกับข้าวไปพลาง ปากก็ยังอดไม่ได้ที่จะพึมพำไปพลาง: "ผอมเกินไปแล้ว เยียนเยียน เธอผอมเกินไปจริงๆ รีบกินเยอะๆ หน่อยสิ นี่ผอมจนจะผิดรูปผิดร่างอยู่แล้ว!"
ช่วยไม่ได้ หลิวหรูเยียนสวยก็จริง แต่ร่างกายนี้ก็ผอมจริงๆ คนแก่ที่มีอายุมักจะชอบลูกหลานที่ขาวๆ อวบๆ ไม่ว่าชายหรือหญิง ต่างก็ชอบรูปร่างที่ขาวอวบทั้งนั้น
ผู้หญิงดีที่สุดคือมีใบหน้ากลมเล็กน้อย ใบหน้าที่ดูอุดมสมบูรณ์ รูปร่างอวบอั๋นสักนิด แต่ไม่ดูเทอะทะ ถ้าใช้คำเรียกของคนหนุ่มสาวสมัยนี้ก็คือ ขีดสุดของความอวบ!
นั่นถึงจะเป็นสุนทรียภาพที่คนแก่ทุกคนชื่นชอบ ส่วนหลิวหรูเยียนถึงแม้รูปร่างจะโค้งเว้าได้รูป เรียกได้ว่าเป็นกิ่งไม้เล็กๆ ที่แบกผลไม้ลูกโต แต่สวยก็ส่วนสวย แค่ผอมเกินไปหน่อย จนกลัวว่าถ้าเผลอทำอะไรแรงๆ จะหักเอาได้
แต่หลิวหรูเยียนฉลาดหลักแหลมแค่ไหนกันล่ะ เธออาศัยข้อได้เปรียบของการเป็นผู้หญิง เขี่ยกับข้าวลงในชามของหลินโม่กันอย่างโจ่งแจ้ง
กับข้าวบางอย่าง เธอเกรงใจที่จะปฏิเสธ ก็เลยชิมไปคำหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ตกไปอยู่ในชามของหลินโม่
แม่โจวหมิ่นมองแวบหนึ่ง ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ คนเป็นแฟนกัน กินของเหลือของแฟนหน่อยจะเป็นไรไป ไม่ใช่เรื่องปกติหรอกเหรอ?
สมัยที่เธอยังเป็นสาว พ่อของหลินโม่ก็กินแต่ของที่เธอเหลือทิ้งไว้ทั้งนั้น
หลังจากกินข้าวเสร็จ หลิวหรูเยียนไม่เป็นอะไร แต่เขาเนี่ยสิ อิ่มจนแทบจะตายห่าอยู่แล้ว
เขาล่ะสงสัยจริงๆ ว่าทำไมกัน ตอนกินข้าวที่บ้านของหลิวหรูเยียน ตัวเองก็อิ่มจนแทบตาย พอกลับมากินข้าวที่บ้านตัวเอง ก็ยังเป็นเขาที่อิ่มจนแทบตายอีก การจะรังแกคนก็ไม่ควรจะเจาะจงรังแกอยู่แค่คนเดียวสิ!
หลังอาหารเย็น หลินโม่แอ่นพุงกาง นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนโซฟาราวกับคนใกล้ตาย ตอนนี้เขารู้สึกว่า ขอแค่ตัวเองก้มหน้าลง ก็สามารถอ้วกออกมาได้ทันที
"ไปๆๆ ไปขยับยุกยิกอยู่ข้างๆ นู่นไป ทำตัวเหมือนหนอนตัวเบ้อเริ่มเลย" แม่ใช้เท้าเตะเขาไปไว้ข้างๆ แล้วหันไปยิ้มพูดกับหลิวหรูเยียนต่อ: "เยียนเยียนเอ๊ย เธอไม่ต้องห่วงนะ วันข้างหน้าถ้าเสี่ยวโม่รังแกเธอ เธอบอกป้าได้เลย ป้าจะขับรถไปเจียงหนิงช่วยเธอจัดการเขาเอง!"
"คิกคิกคิก หนูรู้แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ เอ้า น้องชาย ได้ยินไหม วันหลังห้ามรังแกฉันนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะให้คุณป้าจัดการนาย!" หลิวหรูเยียนชะโงกตัวไปตะโกนใส่เขา
สำหรับเรื่องนี้ หลินโม่ทำได้เพียงมองบน ขยับก้นไปด้านข้าง ไม่อยากจะพูดอะไร
พอเห็นลูกชายยังกล้ากลอกตาใส่ แม่โจวหมิ่นก็อดไม่ได้ที่จะอบรม: "นี่ แกทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไง แกยังไม่ยอมรับอีกเหรอ?
แม่จะบอกให้นะ คนสองคนอยู่ด้วยกัน จะไปแยกแยะถูกผิดขาวดำให้มันชัดเจนขนาดนั้นได้ยังไงกัน นี่ก็คือการที่แกถอยก้าวหนึ่ง... แกก็ถอยอีกก้าวหนึ่ง แก... ถอยหลังไปเรื่อยๆ ยอมประนีประนอมไปเรื่อยๆ ชีวิตคู่ถึงจะอยู่รอดต่อไปได้ไงล่ะ!"
หลินโม่ได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหันขวับไปเบิกตากว้างมองแวบหนึ่ง นี่ใช่แม่แท้ๆ ของตัวเองหรือเปล่าเนี่ย? ในปากถึงได้พ่นคำพูดที่น่าตกใจแบบนี้ออกมาได้?
หลิวหรูเยียนที่อยู่ข้างๆ บีบมือตัวเองแน่น เม้มริมฝีปาก อดทนไว้ ต้องอดทนไว้ ห้ามหัวเราะออกมาเด็ดขาด
"แม่ครับ เมื่อก่อนตอนที่ผมยังไม่มีแฟน แม่ไม่ได้พูดแบบนี้นี่ครับ ตอนนั้นแม่บอกว่า ต้องให้ผมหาผู้หญิงที่รู้หนังสือและมีเหตุผลมาเป็นแฟนให้ได้นะ!" หลินโม่เอ่ยปากด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
นี่เขาไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมาเองนะ แต่แม่ของเขาเคยพูดประโยคนี้เอาไว้จริงๆ
สาเหตุก็คือ ลูกชายของเพื่อนร่วมงานแม่แต่งงาน แล้วได้ลูกสะใภ้ที่ชอบตีโพยตีพาย ไม่มีเหตุผลแต่ก็เถียงเอาเป็นเอาตายกลับมา ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ทำเอาครอบครัววุ่นวายปั่นป่วนไปหมด สุดท้ายก็ยังหย่ากันอีก
เรียกได้ว่า นอกจากทิ้งเด็กไว้ให้หนึ่งคน สองสามีภรรยาวัยชรารวมไปถึงเงินเก็บทั้งหมดของฝ่ายชายก็ไม่เหลือหลอเลย
นี่ไม่ได้มีแค่ค่าสินสอดตอนแต่งงาน ค่าใช้จ่ายในการแต่งงาน ค่าซื้อรถซื้อบ้าน แต่ยังรวมถึงผลลัพธ์จากการที่ทั้งสองคนแต่งงานกันแล้วก็ทะเลาะกันเรื่องเล็กๆ ทุกสามวัน ทะเลาะกันเรื่องใหญ่ทุกห้าวัน จนผลาญเงินเก็บในบ้านไปจนหมดเกลี้ยง
เรื่องนี้ถึงแม้จะเกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานของแม่ แต่โจวหมิ่นแค่ได้ยินอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบแล้ว จากนั้นก็คอยกำชับลูกชายตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า วันข้างหน้าถ้าจะหาภรรยา ต้องหาคนที่รู้หนังสือและมีเหตุผล อารมณ์อาจจะไม่ดีก็ได้ ขอแค่คุยกันด้วยเหตุผลก็พอ
ถ้าเป็นประเภทชอบหาเรื่องไร้สาระ ทำตัวงี่เง่าสารพัด บ้านของเขาคงรับไม่ไหวแน่ๆ!
"เอ่อ เรื่องนี้มันคนละเวลากัน มาตรฐานของเยียนเยียนไม่เหมือนกันหรอก!" แม่โจวหมิ่นกล่าว
เมื่อได้ยิน หลินโม่ก็เบิกตากว้าง: "แม่อายุขนาดนี้แล้วยังสองมาตรฐานอีกเหรอครับ?"
"สองมาตรฐานบ้าอะไรล่ะ สรุปก็คือแกเชื่อฉันก็พอแล้ว ไม่อย่างนั้นแกคิดว่าฉันจะไปถูกใจพ่อแกได้ยังไงล่ะ? จริงไหมล่ะเหล่าหลิน?"
สหายเหล่าหลินได้ยินดังนั้น ท่าทางที่กำลังทำความสะอาดก็ชะงักไป จากนั้นก็พยักหน้ารัวๆ : "ใช่ๆๆ ลูกชาย แกฟังแม่แกไว้เถอะ ไม่ผิดแน่! ลูกผู้ชายยืดได้ก็ต้องหดแล้วหดอีกได้นั่นแหละ"
ล้อเล่นหรือไง ปกติเขายังสามารถพึ่งพาวาทศิลป์หวานหูและอีคิวสูงๆ ในการหลอกล่อภรรยาเล่นได้ แต่ตอนนี้มันเวลาไหนกันแล้ว? ถ้าเขากล้าหาเรื่องใส่ตัว คืนนี้คงไม่มีจุดจบที่ดีแน่
หลินโม่: .
อย่างที่คิดไว้เลย บ้านของเขา นอกจากการตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ แล้ว อำนาจในการออกเสียงของพ่อเขานั้นเรียกได้ว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนไม่รู้จะต่ำยังไงแล้ว
หลินโม่พลิกตัวกลิ้งไปมา ก่อนจะลุกขึ้นยืน เอามือยันกำแพงแล้วเดินตรงไปที่ห้องนอน ห้องรับแขกนี่อยู่ต่อไม่ได้แล้ว เขาเตรียมจะกลับไปนอนพักในห้องสักหน่อย
ตอนสองทุ่มครึ่ง หลิวหรูเยียนกลับเข้าห้องนอน ปิดประตูตามหลัง จากนั้นก็ถอดชุดกี่เพ้าที่มีกระดุมไม่กี่เม็ดบนตัวออก ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของหลินโม่ เธอทำท่าละมั่งกระโดดบวกกับอีกาบินถลากระโจนขึ้นไปบนเตียง
วินาทีต่อมา
หลินโม่: "อ้วก~~"
"ท้อง ท้อง จะระเบิดแล้ว!"
เดิมทีตอนเย็นก็กินมาซะแน่นท้องอยู่แล้ว เจอแบบนี้เข้าไป เกือบจะทำเอาเขาอ้วกแตกออกมา
"เลิกพูดมากได้แล้ว พี่สาวมาแล้วจ้า คำแนะนำที่แม่ฉันให้มา เป็นไงล่ะ กระดุมน้อย ไม่มีซิป เวลานอนก็ยังสะดวกด้วย!" หลิวหรูเยียนยิ้มกล่าว
หลินโม่ได้ยินก็มองบนใส่เธอ: "สะดวกก็สะดวกสิ แต่เธอช่วยเอาเท้าออกจากท้องฉันได้ไหม เธอเชื่อไหมว่าฉันจะอ้วกใส่ตัวเธอ!"
หลิวหรูเยียนเห็นดังนั้นก็ไม่รังแกเขาอีก ล้มตัวลงนอนข้างๆ เขาอย่างว่าง่าย ยังไงซะตอนเย็นหลินโม่กินอะไรเข้าไปบ้าง เธอก็รู้อยู่แก่ใจดี
"เอาล่ะ ไม่แกล้งนายแล้ว แต่ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ พี่สาวคงต้องฝากตัวไว้กับนายแล้วนะ ก่อนวันที่สิบฉันยังไม่กะจะกลับหรอก นายมีที่เที่ยวสนุกๆ อะไรบ้าง รีบแนะนำมาให้หมดเลยนะ"
หลินโม่ได้ยินก็ส่ายหน้า: "วางใจเถอะ ไม่ต้องถึงมือฉันหรอก ทางแม่ฉันนั่นแหละที่จะจัดการวางแผนให้เธออย่างชัดเจนแจ่มแจ้งเลย!"
"คุณป้าเหรอ?"
"หึ~ เธอคิดว่าเธอได้ลูกสะใภ้สวยขนาดนี้ จะไม่ไปอวดกับบรรดาเพื่อนสาวรุ่นใหญ่ของเธอได้ยังไงล่ะ?
หลังจากที่เธอใช้ครีมสูตรลับนั่น เธอก็ออกไปอวดมาสองวันแล้ว คอยดูเถอะ เธอได้ยุ่งแน่!" หลินโม่กล่าวอย่างจนใจ
เมื่อได้ยิน หลิวหรูเยียนก็ลูบคางตัวเอง: "ถ้าพูดแบบนี้ คราวนี้ก็ถึงตาฉันไปอวดบารมีต่อหน้าผู้คนแล้วสิ? แบบนี้มันก็สะใจเกินไปแล้ว!"
หลินโม่: .