- หน้าแรก
- ระบบพัฒนาความปรารถนา
- ตอนที่ 2 เปิดตัวก็ถึงจุดสูงสุด
ตอนที่ 2 เปิดตัวก็ถึงจุดสูงสุด
ตอนที่ 2 เปิดตัวก็ถึงจุดสูงสุด
ตอนที่ 2 เปิดตัวก็ถึงจุดสูงสุด
การสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาแห่งชาติ ปี 2016
คะแนนสอบของผู้สมัคร:
ภาษาจีน: 117
คณิตศาสตร์: 140
วิทยาศาสตร์รวม: 274
ภาษาอังกฤษ: 136
คะแนนรวม: 667
“เช็คได้หรือยัง?” จ้าวชางตงเดินเข้ามาในห้อง แม้จะพยายามทำเป็นนิ่ง แต่เสียงที่สั่นเครือก็บ่งบอกว่าภายในใจของเขาไม่สงบเลย ระบบเช็คคะแนนมักจะไม่เปิดให้เข้าใช้งานตรงเวลาตอนเที่ยงคืนเป๊ะๆ ดังนั้นพ่อลูกจึงแยกกันใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ในการค้นหา
จ้าวเสวียนตื่นเต้นจนพูดไม่ออก การมีชื่อติดในทำเนียบผู้สอบผ่านคือหนึ่งในสามเรื่องน่ายินดีที่สุดของชีวิต อีกทั้งยังถูกระบบส้มหล่นใส่กลายเป็นเศรษฐีน้อยที่มีรายได้ปีละ 3 ล้าน ยิ่งไปกว่านั้นตามที่ระบบบอก นี่เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ของความสามารถของมันเท่านั้น
จ้าวชางตงดูคะแนนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาตบไหล่ลูกชายแรงๆ และโอบกอดจ้าวเสวียนไว้อย่างแน่นหนา
แม้จะยังไม่เห็นลำดับที่แน่นอน แต่ในมณฑลเหลียวตง คะแนน 667 หมายความว่าเขาสามารถเลือกเข้ามหาวิทยาลัยไหนก็ได้ ยกเว้นเพียงสองมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศเท่านั้น
ไม่กี่ชั่วโมงก่อน จ้าวกู่อวี้อ้างว่าทนไม่ไหวอยากจะนอนจึงรีบเข้าห้องไปก่อน แต่เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็พุ่งตัวออกมา เห็นชัดว่าเธอแค่ตื่นเต้นเกินไปจนไม่กล้าเผชิญหน้ากับช่วงเวลาประกาศคะแนน ไม่ได้หลับจริงๆ
จ้าวเสวียนรู้ดีว่า พ่อและแม่ของเขามาจากชนบท ต่อสู้ดิ้นรนมาครึ่งค่อนชีวิตกว่าจะมาหยั่งรากฝังตัวในเมืองเหลียนไห่ได้ ตัวเขาเองเพิ่งจะย้ายจากตัวอำเภอเข้ามาเรียนในเมืองตอนมัธยม 3 การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่สร้างความกดดันให้ครอบครัวที่มีพื้นเพมาจากชนบทอย่างมาก
จ้าวเสวียนที่เพิ่งมาจากชนบทถูกเพื่อนที่โรงเรียนกีดกันไม่น้อย จนกระทั่งมัธยม 5 ถึงจะพอปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตในเมืองได้ เขาไม่เคยบอกเรื่องเหล่านี้กับพ่อแม่ เพื่อไม่ให้ทั้งคู่ต้องกังวลเพิ่ม
ปู่และย่าของจ้าวเสวียนเสียชีวิตไปนานแล้ว พ่อแต่งเข้าบ้านแม่จึงถูกละเลยเป็นธรรมดา ญาติๆ ที่มีเงินหน่อยก็มักจะวางท่าชี้นิ้วสั่งจ้าวชางตง และพลอยดูถูกจ้าวกู่อวี้ไปด้วย
โชคดีที่ช่วงปีหลังๆ มานี้ จะกลับบ้านเกิดแค่ช่วงตรุษจีนเท่านั้น ส่วนตาและยายก็ยังดีกับจ้าวเสวียนอยู่บ้าง พ่อแม่ไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แต่จ้าวเสวียนรู้ว่าพวกเขามีความคาดหวังในตัวเขามากเพียงใด
ในนาทีนี้ เมื่อต้องเผชิญกับคะแนนดังกล่าว ทั้งครอบครัวต่างก็จมอยู่ในความตื่นเต้นหลังจากที่ความกดดันถูกปลดปล่อยออกมา
สุดท้ายจ้าวเสวียนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาหลับไปได้อย่างไร จำได้เพียงว่าโทรศัพท์ของพ่อดังไม่หยุด และดูเหมือนพ่อจะไม่เคยพูดด้วยความมั่นใจขนาดนั้นมาก่อนเลย
ตื่นมาอีกทีดวงอาทิตย์ก็ตรงหัวแล้ว
หลังจากจ้าวเสวียนล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาเปิดกลุ่มแชทเพนกวินของห้องเรียน และพบว่ามีการกล่าวถึงชื่อเขามากมาย
เมื่อวานนี้ภายใต้ผลกระทบจากความยินดีสองชั้นที่ถาโถมเข้ามา จ้าวเสวียนลืมเรื่องแจ้งคะแนนในกลุ่มไปเสียสนิท แม้เขาจะมีความสัมพันธ์ธรรมดาๆ กับเพื่อนส่วนใหญ่ แต่คุณครูประจำชั้น ลู่เหวินอิน ก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างยุติธรรม แม้จะได้รับความกดดันจากผู้ปกครองคนอื่นจนจ้าวเสวียนต้องนั่งใกล้ๆ มุมห้อง แต่ทุกครั้งที่เห็นจ้าวเสวียนถูกรังแก ลู่เหวินอินจะเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้เสมอ
ตอนนี้ รวมไปถึงลู่เหวินอินด้วย หลายคนต่างรอให้จ้าวเสวียนแจ้งคะแนน
จ้าวเสวียน: ขอโทษครับ เมื่อคืนเผลอหลับไป ผมได้ 667 คะแนนครับ
ลู่เหวินอิน: สุดยอดมาก ครูรู้ว่าเธอต้องทำได้ [ดอกไม้][ดอกไม้][ดอกไม้]
โจวถง: เอ๊ะ คะแนนเท่ากับเทพธิดาฉู่จวินเลยนี่นา @ว่านฉู่จวิน
ว่านฉู่จวิน: อื้ม ยินดีด้วยนะ @จ้าวเสวียน
เห็นดังนั้นจ้าวเสวียนก็ยิ้มออกมา ว่านฉู่จวินเป็นเทพธิดาที่คนทั้งห้องยอมรับ แม้นิสัยจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่หน้าตาใสซื่อหวานหยด ส่วนสูง 165 เซนติเมตร และหน้าอกคัพ B ที่พอเหมาะพอดี ประกอบกับผมสีดำยาวประบ่าที่ผ่านการออกแบบและดูแลมาอย่างดี ทำให้เพื่อนนักเรียนชายทุกคนหลงใหล
ในขณะเดียวกัน ว่านซงว่าน พ่อของว่านฉู่จวินเป็นประธานบริษัทการลงทุนซงว่าน ได้ข่าวว่ามีทรัพย์สินหลายร้อยล้าน
แม้เพื่อนนักเรียนหญิงอีกคนคือ ไป๋ลู่ตี้ จะมีความงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่คะแนนสอบถือว่าห่างไกลนัก หากจะพูดถึงคนที่เหนือกว่า ก็คงมีเพียงคุณครูประจำชั้นลู่เหวินอินที่มีหุ่นเธอแบบและส่วนสูง 170 เซนติเมตรเท่านั้น
เขาวางสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าที่เคสเริ่มเหลืองลง มองดูเพื่อนยากที่อยู่ด้วยกันมาสามปี จ้าวเสวียนก็นึกถึงระบบของเขา
“ในที่สุดก็ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้อีกต่อไปแล้ว”
เขาคิดพลางหยิบบัตรประชาชนเดินออกจากบ้าน ไปทำบัตรธนาคารที่ธนาคารกสิกร (ICBC) ริมถนน จากนั้นจึงสั่งการระบบ
“โอนเงิน 6 ล้าน”
ไม่กี่นาทีต่อมาดูเหมือนยาวนานราวกับหลายวัน
เงินโอนเข้าบัตรหมายเลขท้าย 3631 วันที่ 23 มิถุนายน เวลา 13:04 น. จำนวน 4800000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือ 4800100.00 หยวน
หลังจากอึ้งไปไม่กี่วินาที จ้าวเสวียนก็ตระหนักได้ว่าการโอนเงินจากนิติบุคคลเข้าส่วนบุคคลโดยตรงแบบนี้ ดูเหมือนจะต้องถูกหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา...
[ตอนนี้มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ในอนาคตจะสามารถปลดล็อกโหมดอัตราภาษีต่ำได้] ระบบแจ้งเตือนได้ทันเวลา
“...”
อย่างไรก็ตาม เงิน 4.8 ล้านหยวนก็น่าประหลาดใจพอแล้ว เงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะซื้อบ้านวิลล่าสักหลังและรถยนต์สักคัน
เขาข่มความตื่นเต้นไว้ สิ่งแรกที่จ้าวเสวียนทำคือเปลี่ยนโทรศัพท์เป็น iPhone 6s ให้ตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเงินเหล่านี้สามารถใช้จ่ายได้จริง
เมื่อยืนอยู่นอกร้าน Apple Store และมองดูโทรศัพท์เครื่องใหม่ในมือ มือของจ้าวเสวียนยังคงสั่นไม่หยุด
เขาหาร้านค้าที่มี WiFi ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ใช้บ่อย แล้วเปิดกลุ่มแชทเพนกวินอีกครั้ง ความลื่นไหลในการทำงานทำให้จ้าวเสวียนรู้สึกสะใจลึกๆ เพราะโทรศัพท์เครื่องพังๆ ก่อนหน้านี้ต้องใช้เวลาเปิดแอปเป็นสิบวินาที
ในกลุ่มมีคนสองสามคนกำลังวางแผนจัดงานเลี้ยงรุ่นในอีกสามวันข้างหน้า
เซี่ยซือเหิง: จ้าวเสวียน นายจะมาไหม @จ้าวเสวียน
เซี่ยซือเหิงเป็นหนึ่งในเพื่อนเพียงไม่กี่คนที่สนิทกับจ้าวเสวียนในห้อง
เฉาซูตง: เขาเคยเข้าร่วมกิจกรรมพวกนี้ที่ไหนกันล่ะ เขาไม่ลดตัวลงมาเล่นกับพวกเราหรอก ไม่ต้องถามแล้ว ฉู่จวิน เธอว่างใช่ไหม @ว่านฉู่จวิน
ว่านฉู่จวิน: ฉันไปได้นะ
ไป๋ลู่ตี้: จ้าวเสวียนสอบได้คะแนนเท่ากับคุณหนูว่านของเราเลย จะสมัครเรียนที่เดียวกันหรือเปล่านะ
จ้าวเสวียนเห็นข้อความนี้แล้วขบกรามแน่น เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมประเภทนี้ เพราะทนคำถากถางของเพื่อนๆ ไม่ได้ เฉาซูตงคือคนที่ตั้งแง่กับเขามากที่สุด ซึ่งก็ไม่แปลกใจ แต่การที่ไป๋ลู่ตี้จิกกัดเขาแบบนี้ถือว่าค่อนข้างแปลกใจ
ทั้งห้องต่างรู้ดีว่าเฉาซูตงชอบว่านฉู่จวิน พ่อของเฉาซูตงเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทการลงทุนซงว่าน ย่อมหวังให้ลูกชายได้เกาะต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ หากไม่ใช่เพราะว่านฉู่จวิน เฉาซูตงคงไม่เข้าร่วมการสอบในประเทศด้วยซ้ำ
ประโยคของไป๋ลู่ตี้เรียกได้ว่าจงใจลากความเกลียดชังของเฉาซูตงมาลงที่จ้าวเสวียน หากเป็นเมื่อก่อนจ้าวเสวียนอาจจะไม่สนใจ แต่ตอนนี้เขามั่นใจว่าไม่ต้องกลัวเฉาซูตงอีกต่อไป
จ้าวเสวียน: ผมจะสมัครมหาวิทยาลัยเจียงเฉิง และงานเลี้ยงครั้งนี้ผมไปด้วย
เฉาซูตง: เจียงเฉิงเหรอ? ที่นั่นค่าครองชีพสูงนะ ให้พวกเพื่อนๆ ในห้องช่วยสนับสนุนเงินไหมล่ะ? ฮ่าๆๆๆๆ!
“ว่าแล้วเชียว แต่ทำไมยัยผู้หญิงคนนี้ถึงเล็งเป้ามาที่ผม?” จ้าวเสวียนส่ายหัว เฉาซูตงถูกกระตุ้นความแค้นเข้าแล้ว เพราะเมื่อเช้าว่านฉู่จวินเคยบอกว่าเธอก็จะสมัครมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงเหมือนกัน ขณะที่คะแนนของเฉาซูตงมีเพียง 580 กว่าคะแนน เป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนที่เดียวกัน
จ้าวเสวียนเพิ่งจะไล่อ่านบันทึกการสนทนาถึงได้เห็นข้อความที่ว่านฉู่จวินส่งเมื่อเช้า ความจริงก่อนสอบเขามักจะคิดว่าว่านฉู่จวินจะไปเรียนต่อต่างประเทศเสียอีก
ใต้ข้อความของเฉาซูตงเมื่อครู่ ลูกสมุนของเขาส่งสติกเกอร์เยาะเย้ยกันรัวๆ ความจริงแม้ฐานะครอบครัวของจ้าวเสวียนจะธรรมดา แต่ต่อให้ไม่มีระบบ เขาก็ไม่ได้ขัดสนถึงขั้นจ่ายค่าครองชีพที่มหาวิทยาลัยเจียงเฉิงไม่ไหว คำพูดนั้นเป็นเพียงการข่มขู่เพื่อให้จ้าวเสวียนอับอายเท่านั้น
เฉาซูตงไม่กลัวว่าจะทำให้ว่านฉู่จวินรังเกียจ เพราะตอนจ้าวเสวียนเข้ามัธยมใหม่ๆ เขามีภาพลักษณ์เป็นเด็กชนบทที่ไม่ประสาโลก และเคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกับว่านฉู่จวินมาสองสามครั้ง ประกอบกับนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของคุณหนูว่าน ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงไม่ดีนัก
ต่อมาจ้าวเสวียนที่เธอมักจะดูถูก กลับมีผลการเรียนที่สูสีกัน ยิ่งเป็นการเพิ่มความไม่พอใจให้กับเธอ
จ้าวเสวียนอยากจะโต้กลับ แต่ลู่เหวินอินออกมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์
ลู่เหวินอิน: เอาละ นี่คือกิจกรรมกลุ่มครั้งสุดท้ายของห้อง จ้าวเสวียนควรจะมาเข้าร่วมด้วยแน่นอน เฉาซูตง ระวังคำพูดหน่อย
เมื่อเป็นแบบนี้จ้าวเสวียนจึงพูดอะไรต่อไม่ได้ ได้แต่เก็บโทรศัพท์แล้วเดินเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ เขาต้องคิดหาเหตุผลมาอธิบายกับพ่อแม่ เพราะเรื่องการรวยกระทันหันแบบนี้เป็นไปไม่ได้ และเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังพ่อแม่
จ้าวเสวียนเดินไปถึงหน้าร้านนาฬิกาแบรนด์เนมหลายร้านโดยไม่รู้ตัว และเกิดความคิดขึ้นมา แบรนด์เหล่านี้เขาเคยได้ยินมาจากปากเพื่อนรวยๆ ในห้องเท่านั้น เมื่อก่อนได้แต่คิดฝัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาขวางเขาได้อีก
แม้ตอนนี้จะมีรายได้ปีละ 3 ล้านหยวนและเงินฝากเกือบ 5 ล้านหยวนที่ได้มาเปล่าๆ แต่การจะซื้อนาฬิการาคาหลักแสนหลักล้านก็ยังทำให้เขารู้สึกเสียดายเงินอยู่บ้าง จ้าวเสวียนเริ่มมีความปรารถนาที่จะอัปเกรดระบบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก
ในช่วงเวลาอาหารเย็น เมื่อจ้าวเสวียนเดินออกมา ที่ข้อมือของเขาสวมนาฬิกา Panerai 10-Day GMT สีดำอยู่หนึ่งเรือน และในมือยังถืออีกเรือนที่เป็นสายหนังสีน้ำตาล
รุ่นนี้จ้าวเสวียนเคยเห็นในนิตยสารและชอบมากมาตลอด เพียงแต่เมื่อก่อนได้แต่มองผ่านตา
แม้ระดับของมันจะยังห่างชั้นกับแบรนด์ท็อปอย่าง Patek Philippe หรือ Vacheron Constantin อยู่บ้าง แต่นาฬิการาคาเรือนละ 130000 หยวนก็น้อยนักที่จะมีคนวัยเดียวกับเขามาซื้อเพียงลำพัง ยิ่งซื้อทีเดียวสองเรือนด้วยแล้ว กระบวนการซื้อจึงเรียกสายตาจากผู้คนได้ไม่น้อย
“ความรู้สึกแบบนี้มันก็ไม่เลวเหมือนกัน” จ้าวเสวียนที่เมื่อก่อนเกลียดการถูกจับตามอง กลับไม่รู้สึกอึดอัดในตอนนี้
“นี่คือความรู้สึกของคนมีเงินสินะ...” หลังจากถอนหายใจยาว จ้าวเสวียนมองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง และส่งข้อความไปบอกพ่อว่าเขากินข้าวกับเพื่อนอยู่ข้างนอก
เขาไม่เคยบอกพ่อแม่เรื่องที่ถูกกระทำในโรงเรียน โชคดีที่ตลอดสามปีในระดับมัธยมปลาย มีการประชุมผู้ปกครองเพียงสี่ครั้ง และพ่อที่ไม่ค่อยสัดทัดการเข้าสังคมจะเป็นคนมาร่วมงานเสมอ
………..