- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ ขอพี่เป็นพระเอกบ้าง
- ตอนที่ 66 หยอกล้อถังหว่าน
ตอนที่ 66 หยอกล้อถังหว่าน
ตอนที่ 66 หยอกล้อถังหว่าน
ตอนที่ 66 หยอกล้อถังหว่าน
รถหยุดรอสัญญาณไฟจราจร เฉินฮ่าวรวบรวมอารมณ์อยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า "ผมเป็นเด็กกำพร้าครับ"
"คุณเป็นเด็กกำพร้าเหรอ?" ถังหว่านมองเฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ
สวีไป่ฮุ่ยไม่ได้พูดอะไร เธอเงียบเพื่อรอฟังสิ่งที่เฉินฮ่าวจะพูดต่อ
"แต่เมื่อสองเดือนก่อน จู่ๆ ผมก็ได้รับจดหมายจากทนายความส่งมาจากฮ่องกง บอกให้ผมไปรับมรดก ตอนแรกผมคิดว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แต่ต่อมาเขาก็มาหาถึงหน้าบ้านเลย" เฉินฮ่าวพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"แล้วยังไงต่อ?" สวีไป่ฮุ่ยเงี่ยหูฟัง แม้แต่ถังหว่านก็จับจ้องมาที่เฉินฮ่าวด้วยแววตาที่เป็นประกาย
"จากนั้นผมก็ไปฮ่องกงเพื่อรับมรดก ส่วนทำไมถึงได้รับมรดกนั้น ก็เพราะเจ้าของมรดกคือปู่รองของผมเอง" เฉินฮ่าวเผลอหยิบเอาพล็อตเรื่องจากหนัง "Hello Mr. Billionaire" มาใช้เสียเลย
"แล้วท่านก็มีคุณเป็นญาติสายตรงเพียงคนเดียวใช่ไหม?" ถังหว่านถามขึ้นตามสัญชาตญาณ
เฉินฮ่าวพยักหน้า พอดีกับที่สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว เขาจึงออกรถอีกครั้ง
"คุณยังไม่ได้บอกเลยนะว่ารับมรดกจากปู่รองมาเท่าไหร่!" สวีไป่ฮุ่ยที่ทนความอยากรู้ไม่ไหวตบไหล่เฉินฮ่าวอีกครั้ง
ถังหว่านจ้องมองเฉินฮ่าวตาไม่กะพริบ เห็นได้ชัดว่าความอยากรู้ของเธอไม่ได้น้อยไปกว่าสวีไป่ฮุ่ยเลย
"ถ้าผมบอกแล้ว พวกคุณจะช่วยเก็บเป็นความลับได้ไหมครับ?" เฉินฮ่าวถามย้ำ
"แน่นอน ฉันจะเก็บความลับให้คุณอย่างดี การที่คุณบอกฉันแสดงว่าคุณเห็นฉันเป็นเพื่อน แล้วฉันจะไปบอกคนอื่นได้ยังไง" ถังหว่านให้สัญญา
"ฉันก็เหมือนกัน" สวีไป่ฮุ่ยเสริม
"อืม... จริงๆ แล้ว ก็แค่ได้มรดกมาพันล้านน่ะครับ" เฉินฮ่าวพูดด้วยท่าทางนิ่งๆ
"พันล้านเองเหรอ ก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่นี่นา" สวีไป่ฮุ่ยตอบกลับทันควันเหมือนยังไม่ทันตั้งตัว
"อะไรนะ! พันล้าน?!" ริมฝีปากของถังหว่านอ้าค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ผ่านไปพักใหญ่เธอถึงพูดออกมาได้ว่า "คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม"
"แน่นอนครับ ไม่ได้ล้อเล่น ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าผมเอาเงินที่ไหนมาซื้อรถล่ะ ค่าตัวจากเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าของผมแค่ไม่กี่หมื่นเองนะ" เฉินฮ่าวขับรถมาถึงร้านเป็ดปักกิ่งเฉวียนจวี้เต๋อที่อยู่ใกล้ที่สุดพอดี
เมื่อลงจากรถ สายตาที่ถังหว่านและสวีไป่ฮุ่ยใช้มองเฉินฮ่าวก็เปลี่ยนไป จะพูดว่ายังไงดีล่ะ เหมือนเขามีออร่าบางอย่างที่ดูสูงส่งขึ้น ถึงแม้ปกติเฉินฮ่าวจะหล่อมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้พอมองดูอีกที กลับรู้สึกว่าเขาหล่อขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
เฉินฮ่าวพาสองสาวเข้าไปในห้องส่วนตัว จนกระทั่งสั่งอาหารเสร็จ ถังหว่านและสวีไป่ฮุ่ยก็ยังคงตกอยู่ในความเงียบ
"นี่ ผมถามหน่อย ทำไมพวกคุณสองคนไม่พูดไม่จาเลยล่ะ อึ้งไปแล้วเหรอ?" เฉินฮ่าวมองสาวงามทั้งสองตรงหน้าอย่างขำๆ
"เฉินฮ่าว ประสบการณ์ของคุณมันฟังดูเหลือเชื่อเกินไปหน่อย" สวีไป่ฮุ่ยเปิดประเด็น
ถังหว่านพยักหน้าเห็นด้วย "ทำไมพอฟังคุณเล่าแล้ว เหมือนกำลังฟังพล็อตหนังเลยล่ะ เรื่องแบบนี้มันน่าจะเกิดขึ้นแค่ในหนังไม่ใช่เหรอ"
"หนังก็คือภาพสะท้อนของชีวิตประจำวันนั่นแหละครับ เรื่องที่เกิดขึ้นกับผมมันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่สิ่งที่ผมพูดคือความจริง จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่พวกคุณนะ แต่พวกคุณสัญญากับผมแล้วว่าจะเก็บเป็นความลับ" เฉินฮ่าวหัวเราะ
"วางใจเถอะ ฉันกับถังหว่านเก็บความลับให้คุณแน่นอน" สวีไป่ฮุ่ยพูดพลางสะกิดถังหว่าน "ใช่ไหมเยียนเยียน"
"อืม แน่นอนอยู่แล้ว" ถังหว่านมองเฉินฮ่าวอย่างไม่ค่อยเข้าใจ "ในเมื่อคุณรวยขนาดนี้แล้ว จะมาเป็นดาราทำไมอีกล่ะ คุณสามารถใช้ชีวิตหาความสุขได้สบายๆ ไม่เห็นต้องมาลำบากถ่ายละครเลย"
"คุณคนสวยครับ ตอนนี้ผมอายุเท่าไหร่เอง จะให้คิดเรื่องเสวยสุขได้ยังไง เป้าหมายของผมคือการต่อสู้ดิ้นรนครับ" เฉินฮ่าวส่ายหน้า
"ก็จริง คุณยังหนุ่มอยู่เลย ควรจะขยันให้มาก คนหนุ่มสาวจะทิ้งความทะเยอทะยานไม่ได้" สวีไป่ฮุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"จริงๆ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักแสดงก็ได้นะ ไปลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่างน่าจะสบายกว่าเป็นนักแสดงตั้งเยอะ" ถังหว่านช่วยเตือนอีกแรง
"การเป็นนักแสดงคือความชอบของผมครับ!" เฉินฮ่าวพูดติดตลก "แต่ผมว่า นอกจากจะทำตามความชอบแล้ว ผมยังควรหาแฟนสักคนด้วยนะ"
สวีไป่ฮุ่ยหัวเราะ "ถ้าคุณเปิดเผยทรัพย์สินออกมา สาวๆ ที่ชอบคุณคงเข้าแถวยาวเหยียดแน่"
เฉินฮ่าวจ้องไปที่ถังหว่านเขม็งแล้วพูดว่า "ผู้หญิงแบบนั้นผมไม่ชอบหรอก ผมชอบคนที่ผมเลือกเองมากกว่า"
การถูกจ้องด้วยสายตาที่ดูร้อนแรงประกอบกับคำพูดที่แฝงความนัยเหมือนกำลังหมายถึงเธอ ทำเอาถังหว่านหน้าแดงด้วยความขัดเขิน
"อะไรกัน นี่คุณตกหลุมรักถังหว่านน้องสาวของพวกเราเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"
น้ำเสียงของสวีไป่ฮุ่ยแฝงไปด้วยความรู้สึกเปรี้ยวๆ และความอิจฉาโดยไม่รู้ตัว ในใจเธอกำลังคิดว่า ทำไมคนคนนั้นถึงไม่ใช่เธอ
"ไม่ได้เหรอครับ?" เฉินฮ่าวยิ้มกว้างมองถังหว่าน "น้องถังหว่าน คุณคิดว่าผมเป็นยังไงบ้าง?"
ถังหว่านหน้าแดงก่ำ "คุณจะให้ฉันตอบว่าอะไรล่ะ พวกเราเพิ่งเจอกันครั้งแรกเองนะ แถมตอนนี้ฉันยังเป็นนักศึกษาที่วิทยาลัยการแสดงอยู่เลย เรื่องเรียนสำคัญกว่า"
"เดี๋ยวนี้ยังมีกฎห้ามคนเป็นนักศึกษามีแฟนด้วยเหรอครับ?" เฉินฮ่าวถามอย่างแปลกใจ
"กฎน่ะไม่มีหรอก แต่เฉินฮ่าว คุณใจร้อนเกินไปหรือเปล่า เพิ่งรู้จักน้องถังหว่านแปเดียว ก็รีบถามซะแล้วว่าเธอรู้สึกยังไงกับคุณ จีบสาวเขาไม่ได้จีบกันแบบนี้หรอกนะ?" สวีไป่ฮุ่ยพูดขัดขึ้นเหมือนจะช่วยทวงความยุติธรรมให้เพื่อน
ใบหน้าสวยของถังหว่านแดงระเรื่อ แม้จะไม่ได้แต่งหน้า แต่ก็ไม่ได้บดบังความสวยสดใสตามวัยของเธอได้เลย
"ฮ่าๆ พวกคุณนี่จริงๆ เลย ผมแค่ล้อเล่นเอง ดูสิทำเอาตกใจกันหมด" จังหวะนั้นเป็ดปักกิ่งก็ถูกยกมาเสิร์ฟพอดี "มาๆๆ กินเป็ดกันเถอะ"
แม้จะพูดแบบนั้น แต่สายตาของถังหว่านยังคงเหลือบมองเฉินฮ่าวอยู่บ่อยครั้ง เขาแค่ล้อเล่นจริงๆ เหรอ?
ถึงแม้เป็ดปักกิ่งจะรสชาติดี แต่ทั้งสามคนบนโต๊ะกลับดูใจลอย
สวีไป่ฮุ่ยเริ่มถามขึ้นก่อน "เฉินฮ่าว ที่คุณอยากไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่วิทยาลัยการแสดง คุณจริงจังหรือเปล่า?"
"ฝากคุณช่วยถามให้หน่อยก็พอครับ ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ไม่เป็นไร" ในเมื่อได้รู้จักกับถังหว่านแล้ว เรื่องจะเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดอีกต่อไป
หลังจากมื้อเที่ยงที่บรรยากาศค่อนข้างเงียบจบลง เฉินฮ่าวยังไม่ทันได้พูดอะไร สวีไป่ฮุ่ยก็บอกให้เขาพาถังหว่านไปเที่ยวรอบๆ เมืองปักกิ่ง ส่วนเธอก็เรียกแท็กซี่กลับไปเองดื้อๆ
เฉินฮ่าวกับถังหว่านกลับขึ้นมาบนรถ เขามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วถามว่า "ถังหว่าน อยากไปเที่ยวที่ไหนไหมครับ เราไปเที่ยวด้วยกันนะ"
"เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก แล้วออกไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้ มันจะเหมาะเหรอคะ?" สายตาของถังหว่านดูขัดเขินเล็กน้อย
"ก็กินข้าวด้วยกันมาแล้วนี่นา จะกลัวอะไร หรือว่าผมยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเพื่อนกับคุณ?" เฉินฮ่าวถามกลับ
"เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" ถังหว่านคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "งั้นเราไปพระราชวังต้องห้ามกันเถอะ มาอยู่ปักกิ่งตั้งนาน ฉันยังไม่เคยไปเลย"
"ตกลงครับ งั้นเราไปพระราชวังต้องห้ามกัน" เฉินฮ่าวเหยียบคันเร่ง พอร์เช่ คาเยนน์ ก็ทะยานออกไปทันที
………….