- หน้าแรก
- เสน่ห์ร้าย เขยเจ้าเลห์
- ตอนที่ 22 ลิฟท์ค้าง มีอะไรมุดเข้าไปในง่ามขา
ตอนที่ 22 ลิฟท์ค้าง มีอะไรมุดเข้าไปในง่ามขา
ตอนที่ 22 ลิฟท์ค้าง มีอะไรมุดเข้าไปในง่ามขา
ตอนที่ 22 ลิฟท์ค้าง มีอะไรมุดเข้าไปในง่ามขา
ออกมาข้างนอกกลางดึกด้วยชุดแบบนี้ กล้ามากจริงๆ ไม่กลัวจะเจอพวกหื่นกามบ้างเลยหรือไง ดูแล้วอายุแก่กว่าเขาไม่กี่ปี แต่ดูแลรูปร่างดีมาก ผมดัดลอนยาวช่วยเสริมเสน่ห์แบบผู้ใหญ่เต็มตัว
เป็นประเภทที่ผู้ชายเห็นแวบเดียวก็ต้องเหลี่ยวมอง โดยเฉพาะเอวที่คอดกิ่วรับกับสะโพกที่ผายงอน เฉินปินจ้องมองด้วยสายตาที่เริ่มร้อนแรง พลางจินตนาการไปไกลว่าท่าทางของเธอเวลาขยับเขยื้อนจะเย้ายวนขนาดไหน
เขารู้สึกเหมือนสายตาสามารถมองทะลุชุดนอนบางๆ เข้าไปเห็นรายละเอียดข้างใน โดยเฉพาะความอวบอิ่มสองเต้าที่ทำให้เขาถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ผู้หญิงที่ดูดีและเซ็กซี่ขนาดนี้ถ้าได้มีอะไรด้วยคงจะฟินสุดๆ โชคดีที่เฉินปินเพิ่งจะปลดปล่อยอารมณ์ไปก่อนหน้านี้ ไม่อย่างนั้นอารมณ์ดิบของเขาคงพุ่งพล่านจนเก็บอาการไม่อยู่
ในขณะที่เฉินปินกำลังเพ้อฝันอยู่นั้น จู่ๆ ลิฟต์ก็เกิดอาการสั่นไหวและไฟก็ดับลงทันที ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าลิฟต์ขัดข้อง เฉินปินโผเข้ากอดผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าตามสัญชาตญาณ แต่ด้วยความรีบร้อน มือทั้งสองข้างของเขากลับไปตะปบบนหน้าอกคู่สวยของเธอเข้าเต็มๆ
หญิงสาวส่งเสียงร้องออกมา ไม่แน่ใจว่าเพราะความตกใจหรือความรู้สึกไวต่อสัมผัส
"ไม่ต้องกลัว นั่งลงข้างๆ ผม"
เสียงที่ดูสงบและหนักแน่นของเฉินปินทำให้หญิงสาวที่ดิ้นรนอยู่ในตอนแรกเริ่มสงบลง แต่ก็ยังได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นเครือของเธอ
"ทะ...ทำยังไงดี?"
"รอให้ลิฟต์หยุดนิ่งก่อนค่อยว่ากัน"
ในใจของเฉินปินเองก็แอบหวั่นอยู่เหมือนกัน สมัยนี้ข่าวลิฟต์ค้างจนมีคนเสียชีวิตก็มีให้เห็นบ่อยๆ ไม่คิดว่าจะมาซวยเจอกับตัวเอง ถึงจะกลัว แต่ความสนใจของเฉินปินกลับถูกดึงดูดไปที่อื่น แขนที่โอบกอดอยู่นั้นกดทับความนุ่มนวลของเธอไว้ ส่วนหลังมือก็ดันไปเบียดกับส่วนปลายยอดอกของเธอพอดี
เขารู้สึกได้ถึงความแข็งขืนเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผ่านอะไรมาเยอะหรือเปล่า อาศัยจังหวะที่มืดจนมองไม่เห็น เฉินปินแกล้งทำเป็นขยับถูไถไปมาอย่างเนียนๆ
หญิงสาวรู้สึกอับอายแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร เธออยากจะผลักมือที่ฉวยโอกาสนั้นออกไป แต่ก็กลัวความมืดรอบตัวมากกว่า เธอรู้ดีว่าถ้าดิ้นรนตอนนี้ อาจจะยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์ของเขาจนเรื่องบานปลายไปกันใหญ่
หลี่จือทำได้เพียงปล่อยให้หลังมือของเขาเสียดสีกับหน้าอก เธอรู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ออกมาข้างนอกดึกขนาดนี้ เขาคงเห็นว่าเธอใส่ชุดนอนอยู่คนเดียวเลยคิดจะทำมิดีมิร้าย
เฉินปินสัมผัสหน้าอกของเธออยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีท่าทีขัดขืน เขาก็เริ่มใจกล้ามากขึ้น คิดในใจว่าคงจะเป็นพวกผู้หญิงขี้เหงาที่ออกมาหาเหยื่อตอนดึกละมั้ง ไม่อย่างนั้นคงจะขัดขืนไปนานแล้ว ตอนนี้ที่ยอมอยู่นิ่งๆ คงเพราะอยากจะทอดสะพานให้เขาเองมากกว่า
ร่างกายที่นุ่มนิ่มบวกกับกลิ่นหอมของสบู่ทำให้เฉินปินเกิดอารมณ์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาขยับมืออีกครั้ง พอฝ่ามือกุมเข้าที่เต้าเต็มๆ หลี่จือก็ตกใจจนผลักเฉินปินกระเด็นลงไปกองกับพื้น ในลิฟต์มืดสนิท เธอทำได้เพียงถอยไปพิงผนังไว้
"อย่าเข้ามานะ ไม่อย่างนั้นจะตะโกนเรียกคนให้ช่วย"
เฉินปินไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว จึงรีบอธิบาย "คุณเข้าใจผิดหรือเปล่า? เมื่อกี้ผมแค่จะช่วยพยุงคุณขึ้นมา เลยเผลอไปโดนส่วนที่ไม่ควรโดนเข้า"
เฉินปินหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดไฟฉาย แล้วกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยในลิฟต์ เมื่อเห็นหลี่จือยังมีท่าทีระแวง เขาจึงยอมถอยไปอยู่อีกด้านหนึ่ง แต่เฉินปินก็ยังแอบลอบมองเธออยู่ เพราะความกลัวทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด หน้าอกคู่สวยกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะความตื่นเต้น
เรียวขาสีขาวเนียนที่โผล่พ้นกางเกงนอนขาสั้นไม่ได้ดูเชยเลยสักนิด ในทางกลับกันมันกลับทำให้เธอดูสวยเด่นขึ้นมา ขนตายาวที่สั่นระริกกับการบีบนิ้วมือไปมาบ่งบอกถึงอารมณ์ที่สับสนของเธอได้เป็นอย่างดี
จู่ๆ เฉินปินก็ปิดไฟฉายลง ทำเอาหลี่จือร้องอุทานด้วยความตกใจ เฉินปินหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า กะตำแหน่งที่เธอยืนอยู่แล้วโยนใส่ไป
ของที่มีสัมผัสขนๆ ยิ่งทำให้ความกลัวของหลี่จือพุ่งสูงขึ้นเป็นสิบเท่า เธอหวาดกลัวจนลืมไปแล้วว่าเฉินปินเป็นพวกหื่นกาม กระโดดโผเข้าหาเขาทันที เธอโอบกอดร่างกายของเขาไว้แน่น ความนุ่มหยุ่นที่หน้าอกเบียดเสียดกับตัวเขาเต็มแรง
"ทำอะไรน่ะ ปล่อยก่อน"
เฉินปินแกล้งทำเป็นจะผลักหลี่จือออก ยิ่งทำให้เธอตกใจจนกอดเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
"มีแมลง"
หลี่จือพูดจาละล่ำละลัก สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือพวกแมลงที่ทำให้คันยุบยิบตามตัว ถึงจะมองไม่เห็นแต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามันต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัวแน่ๆ
"มีแมลงก็กอดผมไม่ได้ เดี๋ยวก็หาว่าผมลวนลามคุณอีก"
เฉินปินพยายามจะผลักเธอออกอีกรอบ ในความมืดมิดหลี่จือกลัวจนแทบเสียสติ เธอรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงปีกกระพือ ยิ่งทำให้วิตกกังวลมากขึ้นไปอีก
"เมื่อกี้ฉันเข้าใจผิดไปเอง พี่ชาย อย่าผลักฉันออกเลยนะ"
แผนการของเฉินปินสำเร็จผล เขาโอบไหล่หลี่จือไว้ สัมผัสถึงความเต็มใจที่เธอโผเข้าหา หน้าอกทั้งสองข้างถูไถไปมาบนตัวเขาอย่างน่าอาย ทำให้เฉินปินรู้สึกถึงอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งพล่านอยู่ในท้องน้อย เฉินปินแกล้งทำเป็นลูบหลังเธอเพื่อปลอบโยน
"อีกสักพักพนักงานซ่อมบำรุงคงมาถึง ไม่ต้องกลัวนะ ยังมีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน ต่อให้มีอันตรายผมก็จะปกป้องคุณเอง"
การที่เฉินปินไม่ถือสาเรื่องที่เธอเสียมารยาทเมื่อครู่ แถมยังปลอบโยนเหมือนสุภาพบุรุษ ทำให้หลี่จือรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
"คุณเป็นคนดีจริงๆ ถ้าฉันต้องอยู่คนเดียวที่นี่ คงหัวใจวายตายแน่ๆ"
เฉินปินโอบกอดหลี่จือเข้ามาในอ้อมแขน มือหนาสัมผัสได้ถึงความเนียนละเอียดของผิวบริเวณแผ่นหลัง "ก็ผมอยู่นี่แล้วไง เป็นเพื่อนให้คุณอุ่นใจ ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก"
หลี่จือพยักหน้า ร่างกายที่นุ่มนิ่มพิงอยู่บนตัวเขา กลิ่นสบู่อ่อนๆ เหมือนเป็นตัวดึงดูดใจของเขาให้สั่นไหว ผู้หญิงคนนี้ตัวหอมจริงๆ เมื่อกี้ตอนอยู่นอกลิฟต์เห็นหน้าเธอก็ขาวผ่องดี ไม่รู้ว่าผิวทั้งตัวจะขาวเหมือนกันหรือเปล่า แถมยังจับแล้วรู้สึกนุ่มมือ มีเนื้อมีหนังแต่ไม่มีไขมันส่วนเกิน เป็นสัมผัสที่ชวนให้ลุ่มหลงจนหยุดไม่ได้
"อ๊าย!"
หลี่จือร้องลั่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอโอบกอดร่างกายเขาไว้แน่นจนหน้าอกเบียดกับอกของเขาไปมา แรงเสียดสีนั้นยิ่งทำให้ไฟในตัวเขาโหมกระหน่ำ เขาใช้มือทั้งสองข้างรั้งสะโพกเธอไว้เพื่อไม่ให้เธอล้มลง
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ฉันรู้สึกเหมือนมีแมลงไต่ไปมาบนขา ไม่รู้ว่าตัวอะไร"
หลี่จือพยายามกระโดดขยับตัวไปมา หวังจะให้สิ่งที่อยู่บนขาหลุดออกไป แต่ยิ่งทำแบบนั้นมันกลับยิ่งมุดลึกเข้าไปข้างในมากขึ้น ดูเหมือนมันกำลังจะมุดเข้าไปในง่ามขา ทำเอาเธอสั่นไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว
"คุณคิดไปเองหรือเปล่า ลิฟต์มิดชิดขนาดนี้จะมีแมลงได้ยังไง ใจเย็นๆ ก่อนนะ"
การที่เธอขยับตัวแบบนั้นทำให้แผนที่เขาจะแอบแต๊ะอั๋งเริ่มลำบาก แถมยังทำให้เขารู้สึกมึนหัว ในพื้นที่ปิดที่ทั้งมืดและอากาศไม่ถ่ายเท แล้วเธอยังมาดิ้นไปมาแบบนี้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกปวดหัว แต่การที่หลี่จือเอาหน้าอกนุ่มๆ มาเบียดอกเขาบ่อยๆ มันก็รู้สึกดีไม่น้อย โดยเฉพาะจุดที่เสียดสีกัน ยิ่งทำให้เขารู้สึกเคลิ้ม
ถ้าได้ลองจับดูสักครั้ง สัมผัสมันคงจะวิเศษมาก
"จริงๆ นะ ฉันรู้สึกว่ามันเกือบจะมุดเข้าไป...ตรงนั้นแล้ว คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหม? ฉันกลัวจริงๆ"
หลี่จือพูดด้วยเสียงสะอื้น เฉินปินถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
"มุดไปตรงไหน?"
เฉินปินถูกเธอรบเร้าอย่างหนัก จนต้องยอมเปิดไฟฉายอีกครั้ง หลี่จือชี้ไปที่โคนขาของตัวเองด้วยความเขินอาย พื้นที่ตรงนั้นเป็นจุดลับที่ใครๆ ก็รู้ดี เฉินปินถึงกับรู้สึกตื่นเต้นจนขมับเต้นตุบๆ
...