เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87.ไม่มีอะไรเหลือ

บทที่ 87.ไม่มีอะไรเหลือ

บทที่ 87.ไม่มีอะไรเหลือ


เย่เฉินวกกลับมาอีกครั้งหมวกกว้างบนศีรษะถูกถอดออกไปแล้วและสวมหน้ากากเอาไว้แทน!

เขาเข้าพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งด้วยความช่วยเหลือของเทียนชื่อเขาสามารถสลัดเงาที่อาจติดตามมาได้สำเร็จตอนนี้กลับเข้าสู่เมืองหยางอีกครั้งย่อมไม่ทำให้ใครสงสัย!

เป้าหมายของเขายังไม่สำเร็จต่อให้ไม่สามารถกลับไปยังโรงประมูลของสำนักอู่จี๋ได้อย่างน้อยก็ต้องฆ่าผู้อาวุโสสักหนึ่งหรือสองคน!

ยิ่งไปกว่านั้นหวังฮวนยังถูกคนของสำนักอู่จี๋จับตัวไป!

แม้เขาจะไม่ได้มีความรู้สึกดีต่อหวังฮวนแต่ในฐานะที่เป็นศิษย์สำนักชิงอวิ๋นเหมือนกันอีกทั้งอีกฝ่ายยังถูกจับเพราะผู้อาวุโสถูกดึงดูดมาเพราะเขา

ไม่ว่าจะอย่างไรหากมีโอกาสเขาก็ยังตั้งใจจะช่วยนาง

“ให้ระบบวิวัฒนาการณ์ก่อน!”

เย่เฉินไม่ได้คิดอะไรมากอีกหยิบกระดูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาถือไว้ในมือ!

“กลืนกินกระดูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แล้ววิวัฒนาการณ์!”

【ระบบกำลังกลืนกิน!】

【กลืนกินสำเร็จความคืบหน้าการวิวัฒนาการณ์ถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เริ่มวิวัฒนาการณ์!】

กระดูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในมือของเย่เฉินสลายกลายเป็นผุยผงไปแล้วและเสียงของระบบก็ทำให้เย่เฉินตื่นเต้นอย่างยิ่งในที่สุดก็วิวัฒนาการณ์ได้เสียที

【ระบบวิวัฒนาการณ์เสร็จสมบูรณ์ความคืบหน้าปัจจุบัน ห้าเปอร์เซ็นต์!】

【ขีดจำกัดฟังก์ชันอนุมานเพิ่มขึ้น กึ่งระดับเทพ!】

【ระบบเปิดฟังก์ชันใหม่ ตรวจสอบ!】

เมื่อได้ยินคำว่า “ตรวจสอบ” เย่เฉินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบพูดขึ้นทันที!

“นี่มันไม่เหมือนกับการบันทึกหรือ?ข้าจะตรวจสอบอะไรก็แค่ให้เจ้าบันทึกแล้วเจ้าก็อธิบายให้ข้าไม่ใช่หรือ!”

ตอนนั้นทั้งสิ่งที่แตกแขนงมาจากต้นกำเนิดของวิถีสายฟ้าและสถานที่บ่มเพาะเขาก็ใช้วิธีนี้รู้ข้อมูลมา

【การตรวจสอบไม่เสียค่าใช้จ่ายวัตถุที่บันทึกยิ่งล้ำค่ายิ่งใช้แต้มพลังงานมาก!】

เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่เฉินก็เข้าใจทันทีพยักหน้าเล็กน้อยแบบนี้ก็สมเหตุสมผลตอนที่เขาบันทึกประสบการณ์ของนักปรุงโอสถวิญญาณระดับเจ็ดก็เสียไปถึงเจ็ดหมื่น!

คิดแบบนี้แล้วฟังก์ชันนี้มีประโยชน์จริงๆมีประโยชน์มาก!

คิดเช่นนั้นเย่เฉินก็ยิ้มออกมาพร้อมกับนึกขึ้นได้ว่าเขายังมีแก่นแท้วิถีสายฟ้าและประสบการณ์ของนักปรุงโอสถวิญญาณระดับเจ็ดที่บันทึกไว้

“วิเคราะห์แก่นแท้วิถีสายฟ้าและประสบการณ์ของนักปรุงโอสถวิญญาณระดับเจ็ด!”

【แต้มพลังงานไม่เพียงพอ!】

“หืม?”

เย่เฉินนิ่งไปนี่มันเกิดอะไรขึ้นแต้มพลังงานไม่พอเป็นไปไม่ได้สิ

เขามีหินวิญญาณเกือบล้านอยู่กับตัวจะไม่พอได้อย่างไร!

และในเวลานี้เขาก็สังเกตเห็นว่าภายในแหวนมิติของเขา หินวิญญาณที่เคยมีอยู่มากมายตอนนี้หายไปหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ก้อนเดียว

ก่อนหน้านี้เขาสะสมหินวิญญาณไว้ถึงเจ็ดแสนก้อนครั้งนี้ออกมาทำภารกิจเขาให้ฉื่อฮว๋ายไว้หนึ่งแสนและทิ้งมันไว้ที่สำนักชิงอวิ๋น

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ควรจะยังมีเหลืออยู่ไม่น้อย!

【การอัปเกรดระบบต้องใช้แต้มพลังงานหินวิญญาณของโฮสต์ถูกแปลงทั้งหมดแล้ว!】

เมื่อเสียงของระบบดังขึ้นเย่เฉินแทบอยากจะควักมันออกมาถีบสักสองทีมันช่างโหดร้ายเกินไปจริงๆไม่บอกไม่กล่าวก็กลืนหินวิญญาณของเขาไปหมด

“เจ้าจะกินหินวิญญาณอย่างน้อยก็บอกกันหน่อยสิ...” เย่เฉินพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ

【นี่คือคำสั่งของท่านกลืนกินกระดูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แล้ววิวัฒนาการณ์!】

“นับว่าเจ้าเก่ง...”

เย่เฉินหมดคำจะพูดทำได้เพียงยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองกลายเป็นคนจนในพริบตา

“วิเคราะห์ประสบการณ์ของนักปรุงโอสถวิญญาณระดับเจ็ดแล้วช่วยให้ข้าทะลวงไปเป็นนักปรุงโอสถระดับสามต้องใช้แต้มพลังงานเท่าไร!”

เย่เฉินถามขึ้นเขานึกถึงคำพูดของเจ้าหอหออู๋ซวงที่เคยบอกว่าอาชีพที่ทำเงินได้มากที่สุดก็คือนักปรุงโอสถและเขาก็มีประสบการณ์ของนักปรุงโอสถอยู่พอดี

【ห้าหมื่นแต้มพลังงาน!】

ได้ยินดังนั้นเย่เฉินก็ขมวดคิ้วในเมืองหยางนี้เขาจะไปหาหินวิญญาณห้าหมื่นได้จากที่ไหน

“ในเมื่อเทียนชื่อเลือกจะผูกสัมพันธ์กับข้าเรื่องนี้เขาน่าจะช่วยได้!”

ครุ่นคิดอยู่นานเย่เฉินก็ตัดสินใจไปหาเทียนชื่อไม่มีทางเลือกเมืองหยางมีสถานที่ซื้อขายใหญ่ที่สุดก็คือโรงประมูลของสำนักอู่จี๋

ถ้าเขาจะไปทำการค้าขายระดับสองแสนกว่าหินวิญญาณย่อมต้องดึงดูดความสนใจเพื่อความปลอดภัยยังไปที่ร้านโอสถของเทียนชื่อจะดีกว่า!

แต่เมื่อเย่เฉินออกไปถึงร้านโอสถของเทียนชื่อกลับพบว่าที่นั่นปิดไปแล้วไม่มีใครอยู่

จนกระทั่งเจ้าของร้านข้างๆเดินออกมาบอกเขาเขาจึงรู้ว่าเทียนชื่อออกไปแล้วและเพิ่งไปได้ไม่นานเห็นได้ชัดว่าเทียนชื่อไม่ต้องการพบเขา

“อ้อ ใช่ เจ้าของร้านนี้บอกว่าถ้ามีคนมาหาเขาให้ข้าส่งจดหมายฉบับนี้ให้!”

ราวกับนึกอะไรขึ้นได้เจ้าของร้านคนนั้นหยิบจดหมายออกมาจากอกเสื้อยื่นให้เย่เฉิน

เย่เฉินรับจดหมายมาค่อยๆแกะออกสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีปราณวิญญาณในมือสั่นสะเทือนทำลายกระดาษนั้นให้แหลกเป็นผง

เนื้อหาในจดหมายนั้นเรียบง่ายมากมีเพียงประโยคเดียว!

“หวังฮวนข้าช่วยไว้แล้วคนระดับสูงของโรงประมูลสำนักอู่จี๋ได้มุ่งหน้าไปยังเมืองโอสถหมดแล้ว!”

เพียงประโยคเดียวแต่เผยข้อมูลออกมามากมายรวมถึง...เทียนชื่อรู้ตัวตนของเขาแล้วรู้ว่าเขาคือเย่เฉิน

และการบอกเส้นทางของสำนักอู่จี๋ให้เขาก็นับเป็นการแสดงมิตรไมตรีในอีกรูปแบบหนึ่ง

“ขอบคุณ!”

เย่เฉินประสานมือให้เจ้าของร้านก่อนจะหันหลังจากไปในเมื่อผู้อาวุโสของสำนักอู่จี๋จากไปแล้วเขาก็หมดความคิดจะทำลายโรงประมูลไปโดยปริยาย

“ได้เวลากลับไปส่งมอบภารกิจแล้ว!”

ในเวลาเดียวกันนอกเมืองหยางบนยอดเขาสูงตระหง่านแห่งหนึ่งชายหญิงสองคนยืนอยู่บนยอดเขา

ปีกศักดิ์สิทธิ์ด้านหลังของหญิงสาวกระพือเบาๆก่อนจะหันกลับไปถามชายคนนั้นว่า “เทียนชื่อทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเทียนชื่อรีบคำนับ “คุณหนูเมื่อข้าทำงานท่านวางใจได้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”

“อีกอย่างเด็กนั่นก็กลับไปจริงๆคิดจะไปหาเรื่องสำนักอู่จี๋ ข้าก็ชี้ทางให้เขาไปเล็กน้อย!”

หญิงสาวพยักหน้าไม่พูดอะไรอีกโบกมือกล่าว “ไปเถอะพวกเราควรกลับแดนกลางแล้วการมาที่ดินแดนชิงหมิงครั้งนี้ไม่เสียเที่ยว!”……

ภายใต้การเร่งเดินทางอย่างเต็มกำลังใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามเย่เฉินก็มาถึงเมืองหลิงหยางแล้วเพิ่งเข้ามาในเมือง เขาก็ไม่หยุดพักรีบมุ่งหน้าไปยังหออู๋ซวงทันที

เพิ่งเข้ามาคนของหออู๋ซวงก็พบเขารีบเชิญเขาเข้าไปและให้สาวใช้ไปแจ้งหมิงหงหลวน

“คุณชายเย่ท่านมาแล้วยินดีต้อนรับ!”

หมิงหงหลวนเดินเข้ามารูปร่างอ้อนแอ้นเว้าโค้งโยกไหวตรงหน้าเขาทำให้เลือดลมในกายเขาพุ่งพล่าน!

โชคดีที่เขามีความตั้งมั่นพอจึงไม่เสียกิริยาเพียงยิ้มบางๆให้หมิงหงหลวน “เจ้าหอครั้งนี้ข้ามามีของดีมาให้ท่านไม่น้อยเลยนะ!”

หมิงหงหลวนชะงักเล็กน้อยแววตาฉายความสนใจก่อนจะโน้มตัวเข้าใกล้เย่เฉินเล็กน้อย “หึๆ คุณชายเย่ไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลยจริง ๆ!”

ในระยะใกล้เช่นนี้ลมหายใจอุ่นของหมิงหงหลวนแทบจะพัดโดนใบหน้าของเย่เฉินทำให้เขาแทบตั้งหลักไม่อยู่ในใจอดด่าคำหนึ่งไม่ได้ว่า “นางมาร” ก่อนจะเริ่มหยิบของจากแหวนมิติออกมา

ของพวกโอสถระดับต่ำ ยันต์ อาวุธระดับวิญญาณต่างๆเขาโยนไว้ด้านหนึ่งให้คนอื่นไปจัดการตรวจนับ

จากนั้นภายใต้สายตาเปี่ยมความคาดหวังของหมิงหงหลวนเขาก็หยิบอาวุธระดับโบราณออกมาทีละชิ้นวางลง

การเดินทางครั้งนี้เขาสังหารศิษย์สำนักอู่จี๋ไปไม่น้อยและในแหวนมิติของพวกนั้นโดยพื้นฐานแล้วล้วนมีอาวุธระดับโบราณอยู่หนึ่งหรือสองชิ้น

จบบทที่ บทที่ 87.ไม่มีอะไรเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว