- หน้าแรก
- ระบบเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
- บทที่ 85.ผังค่ายกลระดับห้าที่ชำรุด
บทที่ 85.ผังค่ายกลระดับห้าที่ชำรุด
บทที่ 85.ผังค่ายกลระดับห้าที่ชำรุด
“ลองว่ามาสิ!”
ท้ายที่สุดเย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยให้ชายผู้นั้นพูดต่อ
ในเวลานี้เขาแทบจะมั่นใจแล้วว่าชายคนนี้ไม่มีเจตนาร้ายต่อเขาจริงๆเพียงแต่จุดประสงค์สุดท้ายคืออะไรเขาก็ยังไม่อาจคาดเดาได้
“หึหึ ก็เพราะของชิ้นสำคัญที่สุดของที่นี่ไงล่ะ!”
ชายคนนั้นยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางชี้ไปรอบๆแล้วกล่าวว่า “ของสิ่งนี้เป็นของผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนักอู่จี๋ที่นำมาประมูลเดิมทีควรจะนำไปประมูลในสถานที่ประมูลขนาดใหญ่ภายในเขตของสำนักอู่จี๋”
“แต่เพราะเรื่องของเย่เฉินเขาจึงถูกบังคับให้มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือและในขณะเดียวกันก็ได้นำของประมูลจำนวนมากติดมาด้วย!”
“ส่วนคนพวกนี้ล้วนมาด้วยชื่อเสียงของมันเป้าหมายก็คือสมบัติชิ้นสุดท้ายชิ้นนั้น!”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้เย่เฉินก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วต้นเหตุกลับเป็นเพราะตัวเขาเอง!
“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายนั้นคืออะไร?” เขาถามด้วยความอยากรู้ของที่ทำให้คนมากมายแห่กันมาเช่นนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
“ก็พอใช้ได้ล่ะนะเป็นผังค่ายกลระดับห้าชุดหนึ่งแต่เป็นแค่ค่ายกลชำรุด!”
เมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจเย่เฉินกลับชะงักไปเล็กน้อยผังค่ายกลระดับห้านั่นสามารถรับมือผู้ฝึกตนขอบเขตแปรสภาพวิญญาณได้เลยทีเดียว
“จริงหรือ?”
เย่เฉินกลืนน้ำลายเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากของสิ่งนี้สำหรับคนอื่นอาจเป็นเพียงค่ายกลชำรุดแต่สำหรับเขามันไม่เหมือนกัน!
ของสิ่งนี้อยู่ในมือเขาสามารถทำให้กลายเป็นค่ายกลระดับห้าที่สมบูรณ์ได้จริง!
“อะไรเจ้าสนใจหรือ?”
ชายคนนั้นเห็นเย่เฉินตื่นเต้นเช่นนี้ก็ยิ้มออกมาก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้เย่เฉินแล้วกล่าวเสียงเบาว่า “ถ้าเจ้าต้องการจริงๆข้าสามารถประมูลมาให้เจ้าได้!”
เพียงคำพูดนี้หลุดออกมาเย่เฉินก็ระแวดระวังขึ้นทันที!
เขาระแวงชายลึกลับผู้นี้อยู่แล้วพอได้ยินคำนี้ก็ยิ่งตั้งการ์ดขึ้นในทันทีผู้แข็งแกร่งระดับขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเหตุใดถึงจะยอมมอบสมบัติล้ำค่าให้เขา?
“ดูเจ้าสิทำไมต้องตึงเครียดขนาดนั้นข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น!”
ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดังทำให้ผู้คนรอบข้างหันมามองก่อนจะรีบเก็บอาการลง
“จริงสิคุยกันมาตั้งนานข้ายังไม่รู้ชื่อเจ้าเลยนะ?” เขาหันมาถามเย่เฉิน
“ข้าชื่ออู๋เฉิน”
เย่เฉินตอบอย่างเรียบเฉยโดยไม่เงยหน้า
“เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?” อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับแถมยังมองเย่เฉินด้วยสายตาดูแคลนเล็กน้อย
“อย่างน้อยข้าก็เชื่อแล้ว” เย่เฉินยักไหล่อยากรู้ชื่อจริงของเขาน่ะหรือฝันไปเถอะ
“เอาเถอะชื่อก็แค่เอาไว้เรียกข้าชื่อเทียนชื่อเรานับว่าเป็นสหายกันแล้วใช่หรือไม่!”
เมื่อเห็นเย่เฉินพยักหน้าเทียนชื่อก็พอใจก่อนจะเริ่มคุยเรื่องทั่วไปกับเย่เฉินไม่ได้ถามความลับอะไรเพียงเล่าเรื่องน่าสนใจในเมืองหยางช่วงไม่กี่ปีมานี้
เย่เฉินก็ตอบไปบ้างเป็นระยะไม่นานของประมูลชิ้นถัดไปก็ถูกนำขึ้นมาดึงดูดความสนใจของเขา
สายตาของเขาจับจ้องไปด้านหน้าอย่างตั้งใจสีหน้าฉายแววสงสัย
【ตรวจพบโครงกระดูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หากกลืนกินระบบจะวิวัฒนาการณ์!】
“สามารถวิวัฒนาการณ์ได้แล้ว!”
รูม่านตาของเย่เฉินหดตัวนี่เป็นข่าวดีมหาศาลจริงๆ แก่นแท้วิถีสายฟ้าที่บันทึกไว้ ประสบการณ์ของนักปรุงโอสถระดับเจ็ด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า
เพียงแค่ระบบวิวัฒนาการณ์เขาก็จะได้พัฒนาขึ้นอีกขั้นและหลังจากวิวัฒนาการณ์แล้วระบบจะนำอะไรมาให้บ้าง เขารอคอยอย่างยิ่ง
“อย่างที่ทุกท่านเห็นนี่คือกระดูกสมบัติลึกลับชิ้นหนึ่งมันแข็งแกร่งอย่างยิ่งแม้แต่กระบี่ระดับดินแดนขั้นต้นก็ยังไม่สามารถทิ้งรอยไว้ได้แม้แต่น้อย”
ชายชราบนเวทีกล่าวอย่างช้าๆ
“อะไรนะแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ?”
ภายในห้องโถงประมูลเสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีสายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เวที
“หรือว่านี่จะเป็นกระดูกของสัตว์อสูรระดับสูงบางชนิดหากมีแก่นโลหิตอยู่ภายในต่อให้ราคาเท่าไรข้าก็จะเอา!” เสียงของชายคนหนึ่งดังมาจากห้องรับรอง
“ครั้งนี้มาคุ้มจริงๆมีสมบัติระดับนี้ด้วย!” มีคนอุทาน
เย่เฉินเองก็ตื่นเต้นเช่นกันสายตาจับจ้องไปที่กระดูกนั้นอย่างไม่กะพริบกระดูกที่สามารถทำให้ระบบวิวัฒนาการณ์ได้เขาจะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่นได้อย่างไร
“เอ่อ...อะแฮ่ม ทุกท่านโปรดใจเย็นกระดูกชิ้นนี้ไม่มีแก่นโลหิตอยู่ภายในคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวคือความแข็งแกร่ง!”
ชายชราบนเวทีรีบเสริมทำให้บรรยากาศร้อนแรงลดลงเล็กน้อย
“ของสิ่งนี้แข็งแกร่งมากไม่ว่าเราจะโจมตีอย่างไรหรือแม้แต่นำเข้าเตาหลอมให้นักหลอมอาวุธหลอมก็ยังคงสภาพเดิม”
“อะไรกันแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์น่ะสิ!” มีคนบ่น
“ไม่มีแก่นโลหิตอย่างนี้เองถึงเอามาประมูล!”
ผู้คนต่างพูดคุยกันไปมาต่างก็โล่งใจหากกระดูกนี้มีแก่นโลหิตอยู่มูลค่าคงไม่อาจประเมินได้
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียวมันแข็งแกร่งไม่เสื่อมสลายภายในต้องมีอะไรบางอย่างแน่!”
“ข้าให้หนึ่งหมื่นหินวิญญาณ!”
“ข้าให้หนึ่งหมื่นห้าพัน!”
แม้ไม่มีแก่นโลหิตก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยสนใจและเริ่มเสนอราคา
ราคาค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นสำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปหนึ่งหมื่นห้าพันหินวิญญาณก็ถือว่าสูงมากแล้ว
เย่เฉินมองคนที่กำลังเสนอราคาก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “ข้าให้สองหมื่น!”
“หึ ข้าก็สนใจของสิ่งนี้อยู่บ้างข้าให้สามหมื่นหินวิญญาณ” เสียงชายจากห้องรับรองด้านหน้าดังขึ้น
ทันใดนั้นผู้คนที่กำลังเสนอราคาก็เงียบลงต่างพิจารณาแล้วนั่งลง
เพื่อกระดูกที่ไม่มีแก่นโลหิตไปล่วงเกินผู้อื่นดูจะไม่คุ้มค่า
“สี่หมื่น!” เย่เฉินกล่าวต่อคราวนี้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก!
เทียนชื่อที่อยู่ข้างๆก็เริ่มสนใจมองกระดูกบนเวทีอยู่นานแต่ก็ยังไม่เห็นอะไรพิเศษ
“อู๋เฉินของสิ่งนี้แทบไม่มีประโยชน์เจ้าจะซื้อจริงหรือ?”
“ไม่เป็นไรซื้อมาศึกษาดูก็ไม่เสียหาย” เย่เฉินโบกมือของสิ่งนี้สำหรับคนอื่นไร้ค่าแต่สำหรับเขามันสำคัญยิ่งนัก
สุดท้ายเทียนชื่อก็ยังไม่สามารถล้วงความลับจากเย่เฉินได้ ว่ากระดูกชิ้นนี้มีประโยชน์อะไรได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
“ข้าให้ห้าหมื่น!” ชายในห้องรับรองเริ่มมีอารมณ์เพิ่มราคาอีกหนึ่งหมื่น
“แบบนี้...ไม่คุ้มแล้วกระมัง!” ผู้คนต่างอุทานกระดูกไร้ค่า กลับถูกดันราคาขึ้นถึงห้าหมื่น
“ห้าหมื่นแล้วหยุดเถอะของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์จริงๆ!” เทียนชื่อจุ๊ปากกล่าว
“ข้าให้หกหมื่น!” เย่เฉินลุกขึ้นอีกครั้งตะโกนราคา!
“ฮึ!”
เสียงแค่นเย็นจากห้องรับรองดังออกมาแสดงถึงความไม่พอใจ
เมื่อผู้คนเห็นว่าคนที่นั่งมุมห้องกลับกล้าแย่งของกับคนในห้องรับรองต่างก็ตกตะลึง
เย่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยแค่ประมูลของชิ้นหนึ่งทำไมถึงดึงดูดความสนใจมากขนาดนี้!