- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 478 ความจริงที่เกิดขึ้น
บทที่ 478 ความจริงที่เกิดขึ้น
บทที่ 478 ความจริงที่เกิดขึ้น
บทที่ 478 ความจริงที่เกิดขึ้น
วางสายเสร็จ เจียงชิ่นก็โบกมือ "ไปเถอะ กลับไปคุยกันในรถ"
เมื่อกลับเข้ามาในรถ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ใช้โดรนช่วยเป็นสื่อกลาง ทำให้เจียงชิ่นสามารถติดต่อพูดคุยกับเจียงเต๋อเลี่ยงได้อย่างรวดเร็ว
ระหว่างการสนทนา เจียงเต๋อเลี่ยงได้เล่าถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เจียงชิ่นถึงได้รู้ว่าความจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เจียงอวี่ไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งกับเพื่อนนักเรียนคนไหนเลย เนื้อหาในข่าวนั้นเป็นเรื่องปั้นน้ำเป็นตัวทั้งสิ้น
เด็กผู้ชายในข่าวที่ถูกอ้างว่าโดนเจียงอวี่ทำร้าย มีชื่อว่า จี้อี๋เฉิน เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเจียงอวี่
ปกติเด็กคนนั้นเป็นคนพูดน้อยและชอบเก็บตัวไปไหนมาไหนคนเดียว
เมื่อครึ่งเดือนก่อน พ่อของจี้อี๋เฉินเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จี้อี๋เฉินจึงลางานไปหนึ่งสัปดาห์ และเพิ่งกลับมาเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง
ในห้องเรียนมีเพื่อนบางคนพูดจาเยาะเย้ยจี้อี๋เฉิน ก็ได้เจียงอวี่นี่แหละที่เป็นคนออกหน้าห้ามปรามอีกฝ่าย
หลังจากเกิดเรื่อง เจียงเต๋อเลี่ยงได้ซักถามเจียงอวี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจียงอวี่ยืนกรานหนักแน่นว่า วันนั้นเขาแค่ไปยืนคุยกับจี้อี๋เฉินตามลำพังที่ระเบียงทางเดินแค่ไม่กี่ประโยค ด้วยความห่วงใยตามประสาเพื่อนร่วมชั้นที่อยากจะพูดปลอบใจเขาเท่านั้น
พอคุยเสร็จ เจียงอวี่ก็เดินกลับเข้าห้องเรียนไป
ส่วนหลังจากนั้นจี้อี๋เฉินไปได้รับบาดเจ็บได้ยังไง เขาไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
มารู้อีกที ก็ตอนที่คุณครูประจำชั้นโทรมาแจ้งว่า จี้อี๋เฉินได้รับบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล และแม่ของเขาก็กล่าวหาว่าคนที่ทำร้ายจี้อี๋เฉินคือเจียงอวี่
ความคิดแรกของเจียงเต๋อเลี่ยงและจู้จวนก็คือ 'เป็นไปไม่ได้' แต่พวกเขาก็ยังรีบไปที่โรงพยาบาล เพื่อพยายามสอบถามความจริงให้กระจ่าง
ถ้าหากเป็นฝีมือเจียงอวี่ที่ทำร้ายเขาจริง ๆ พวกเขาก็ยินดีจะรับผิดชอบทั้งหมด ไม่ว่าจะค่ารักษาพยาบาล การขอโทษ หรือการจ่ายเงินชดเชย ก็พร้อมจัดการให้ครบถ้วนไม่มีบ่ายเบี่ยง
ทว่า เมื่อพวกเขาไปถึง กลับไม่พบเงาของสองแม่ลูกตระกูลจี้ที่โรงพยาบาลแล้ว
หลังจากนั้น ทั้งสองคนจึงไปขอที่อยู่บ้านของจี้อี๋เฉินจากคุณครูประจำชั้น แต่พอไปถึง ประตูรั้วบ้านก็ปิดล็อกแน่นหนา ไม่ว่าพวกเขาจะเคาะประตูเรียกยังไง ก็ไม่มีใครยอมมาเปิดประตูให้
เจียงเต๋อเลี่ยงเริ่มตระหนักได้ว่าเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เริ่มลงมือสืบหาความจริง ข่าวสารที่ถูกตีแผ่ก็ถาโถมเข้ามาใส่ราวกับพายุ
เจียงอวี่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงบนโลกออนไลน์ เบอร์โทรศัพท์ของเจียงเต๋อเลี่ยงและจู้จวนถูกผู้ไม่หวังดีปล่อยหลุดออกไป จนชาวเน็ตที่กำลังโกรธแค้นกระหน่ำโทรเข้ามาจนสายแทบไหม้
ทั้งสองคนไม่มีทางเลือกจึงต้องปิดเครื่องหนี และพอคิดจะออกไปข้างนอก ก็พบว่าหน้าบ้านถูกพวกนักข่าวล้อมไว้จนหมดทางออกแล้ว และนี่ก็คือกระบวนการทั้งหมดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น
"พี่สามคะ เรื่องนี้มันแปลกประหลาดมาก ฉันเชื่อว่าเด็กอย่างเจียงอวี่ไม่มีทางโกหกหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นคนที่โกหกก็ต้องเป็นจี้อี๋เฉินกับแม่ของเขาแน่ ๆ ส่วนเหตุผลที่พวกเขาโกหก ฉันเดาว่าเป้าหมายของพวกเขาคงพุ่งเป้ามาที่ตัวพี่นั่นแหละค่ะ"
"พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แถมคนคนนี้ต้องเป็นคนใกล้ตัวพี่ ที่มีความทะเยอทะยานสูง และมีผลประโยชน์ขัดแย้งกับพี่ด้วย สองวันที่ติดแหง็กอยู่แต่ในบ้าน พี่ได้ลองทบทวนดูคนรอบตัวอย่างละเอียดแล้ว คนที่กล้าทำเรื่องพรรค์นี้ พี่ก็พอจะเดาออกแล้วล่ะว่าเป็นใคร"
"ใครกันคะ ? "
"รองประธานกลุ่มบริษัท... ถังฝูเฉิง"
"พี่สามคะ พี่พอจะมีแนวทางไหมว่าจะไปหาหลักฐานเพื่อเอาผิดว่าเขาเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังได้จากไหน ? "
เจียงเต๋อเลี่ยงเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงของเขาค่อนข้างหนักอึ้ง "หมอนี่ทำงานรัดกุมรอบคอบมาก แถมดูผิวเผิน ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเขามีความสัมพันธ์ยังไงกับสองแม่ลูกคู่นี้ เรื่องนี้คงจัดการยากน่าดู"
"ไม่เป็นไรค่ะพี่สาม ต่อให้จะรับมือยากแค่ไหน แต่ถ้าพวกเขาลงมือทำไปแล้ว ก็ย่อมต้องทิ้งร่องรอยเอาไว้แน่นอน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันมีวิธีจัดการค่ะ พี่ช่วยปลอบใจพี่สะใภ้สามกับเจียงอวี่ให้ดีเถอะ พวกพี่สามคนอยู่บ้านก็ระมัดระวังความปลอดภัยกันด้วยนะคะ"
"เสี่ยวชิ่น" เจียงเต๋อเลี่ยงรั้งเจียงชิ่นไว้ในสาย "น้องอย่าไปทำเรื่องนี้คนเดียวนะ ทางที่ดีควรจะชวนพี่ใหญ่กับพี่รองไปด้วย พี่เป็นห่วงกลัวว่าน้องไปคนเดียวแล้วจะเกิดอันตราย"
เจียงชิ่นหัวเราะ "พี่สามคะ พี่คิดอะไรอยู่เนี่ย ฉันไม่ใช่นักรบหญิงเสียหน่อย จะให้บุกเดี่ยวลุยเข้าไปได้ยังไง ฉันต้องหาคนช่วยอยู่แล้ว อีกอย่าง บอดี้การ์ดข้างกายฉันแต่ละคนก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั้งนั้น พี่จะไปกังวลอะไรล่ะคะ"
หลังจากเกลี้ยกล่อมเจียงเต๋อเลี่ยงให้วางใจได้แล้ว เจียงชิ่นก็วางสาย แล้วเริ่มวางแผนในหัวว่าจะเริ่มสืบจากตรงไหนดี เธอเรียบเรียงความคิด แล้วตัดสินใจว่าจะเริ่มสืบจากสองแม่ลูกตระกูลจี้เป็นอันดับแรก
ถ้าหากเป็นอย่างที่พี่สามพูดจริง ๆ ว่าแม่ลูกจี้ถูกถังฝูเฉิงสั่งการอยู่เบื้องหลัง เช่นนั้นระหว่างพวกเขาก็ย่อมต้องมีการติดต่อกันแน่นอน
ในสถานการณ์ที่ยังไม่มีหลักฐานใด ๆ ในมือ ก็ทำได้เพียงแค่สาวไส้ตามรอยหาต้นตอไปเรื่อย ๆ
เมื่อเจียงชิ่นตกผลึกความคิดเสร็จสรรพ เธอก็ต่อสายหาฟู่เส้าตั๋ว เล่าข้อสันนิษฐานของเจียงเต๋อเลี่ยงให้เขาฟัง เพื่อให้อู๋ไป่กวางมุ่งประเด็นการสืบสวนไปในทิศทางนี้
ฟู่เส้าตั๋วบอกว่า อู๋ไป่กวงได้ไปสืบประวัติของแม่ลูกจี้มาแล้วเบื้องต้น และได้ค้นพบเรื่องราวที่คาดไม่ถึงบางอย่างเข้า
เขาบอกว่าจะส่งข้อมูลตรงมาให้เจียงชิ่นเลย ไม่นานนัก เจียงชิ่นก็ได้รับไฟล์ข้อมูลที่ฟู่เส้าตั๋วส่งมาให้
ข้อมูลระบุว่า แม่ของจี้อี๋เฉินมีชื่อว่า หูไฉ่เยว่
ทันทีที่เห็นชื่อนี้ ความทรงจำของเจียงชิ่นก็ถูกปลุกขึ้นมาทันที นี่มันชื่อของผู้จัดการฝ่ายขายของโรงงานทอผ้าจินหยาง นี่นา !
เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอกับฟู่เส้าตั๋วพาลูก ๆ ทั้งสี่คนไปเที่ยว พวกเขาเคยบังเอิญเจอหูไฉ่เยว่บนเครื่องบิน ตอนนั้นหูไฉ่เยว่ยังยื่นนามบัตรของตัวเองให้เจียงชิ่น และพยายามจะขอแลกช่องทางการติดต่อด้วยซ้ำ แต่เจียงชิ่นก็ปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล
นึกไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่ง ชื่อของผู้หญิงคนนี้จะกลับมาปรากฏตรงหน้าเธออีกครั้งในรูปแบบนี้
เจียงชิ่นเลื่อนอ่านข้อมูลต่อไป
เมื่อเห็นข้อมูลที่ระบุว่า หูไฉ่เยว่ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของจี้อี๋เฉิน ข้อสงสัยที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอก็ได้รับคำตอบในทันที ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะเธอถึงรู้สึกทะแม่ง ๆ มาตลอดว่า จะมีแม่แท้ ๆ คนไหนใจร้ายใจดำเอาความบาดเจ็บของลูกตัวเองมาใช้เป็นเครื่องมือใส่ร้ายเพื่อนร่วมชั้นของเขาได้ลงคอ
เจียงชิ่นเองก็เป็นแม่คน เธอรู้ดีแก่ใจว่าในฐานะคนเป็นแม่ ไม่มีทางจะทำเรื่องโหดร้ายกับสายเลือดของตัวเองได้ลงคอหรอก ถ้าอย่างนั้นก็มีคำอธิบายเดียว คือหูไฉ่เยว่ไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้าของจี้อี๋เฉินนั่นเอง
และก็เป็นไปตามคาด ข้อมูลระบุว่า หูไฉ่เยว่เป็นเพียงแม่เลี้ยงของจี้อี๋เฉิน แม่แท้ ๆ ของเขาเสียชีวิตไปตอนที่เขาอายุสิบขวบ เมื่อห้าปีก่อน หูไฉ่เยว่ได้แต่งงานกับพ่อของจี้ และเข้ามาเป็นแม่เลี้ยงของเขา
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา การปฏิบัติตัวของหูไฉ่เยว่ต่อจี้อี๋เฉินนั้นถือว่าไม่เลว เจียงชิ่นนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์บนเครื่องบิน หูไฉ่เยว่พาจี้อี๋เฉินนั่งที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส พาเขาออกไปเปิดหูเปิดตา ดูจากภายนอกตอนนั้น ความสัมพันธ์ของแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงก็ดูดีทีเดียว
พ่อของจี้เป็นถึงผู้อำนวยการโรงงานทอผ้าจินหยาง ซึ่งเป็นโรงงานขนาดกลางที่ส่งผ้าดิบป้อนให้กับหรงหน่วนกรุ๊ปมาตลอดทั้งปี
ด้วยการเกาะใบบุญของหรงหน่วนกรุ๊ป ผลประกอบการของโรงงานแห่งนี้จึงดีเยี่ยมมาตลอด ทำให้คุณภาพชีวิตของหูไฉ่เยว่อู้ฟู่สุขสบายตามไปด้วย ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับพลิกผันไปเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว
อุบัติเหตุทางรถยนต์ได้พรากชีวิตของพ่อจี้ไป พ่อจี้คือเสาหลักของโรงงานทอผ้าจินหยาง เมื่อเขาจากไป หูไฉ่เยว่ก็ไม่มีปัญญาที่จะบริหารโรงงานต่อไปได้เลย
ที่บอกว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ความจริงแล้วก็แค่เอาชื่อไปแขวนไว้เพื่อรับเงินเดือนกินเปล่าไปวัน ๆ เธอไม่มีความสามารถในการทำงานเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยพฤติกรรมของหูไฉ่เยว่นี้เอง ทำให้บรรดาผู้บริหารระดับสูงรุ่นเก่าของโรงงานพากันไม่พอใจเธอกับพ่อจี้มาตั้งนานแล้ว
พอพ่อจี้ด่วนจากไปแบบนี้ ก็ไม่มีผู้บริหารคนไหนยอมเชื่อฟังและก้มหัวให้หูไฉ่เยว่เลย ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายบัญชียังถึงขั้นเชิดเงินก้อนโตของโรงงานหนีไปหน้าตาเฉย ทำให้โรงงานทอผ้าจินหยางต้องล้มละลายปิดตัวลงในที่สุด
หูไฉ่เยว่เคยชินกับการใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่ามือเติบ จู่ ๆ แหล่งรายได้ก็มาขาดสะบั้นลง คุณภาพชีวิตตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและคับข้องใจ
เมื่อไม่มีที่ระบาย เธอก็ไปลงสาดอารมณ์ใส่จี้อี๋เฉินแทน ที่ผ่านมาที่เธอทำดีกับจี้อี๋เฉิน ก็เป็นเพราะเห็นแก่เงินที่พ่อจี้ประเคนให้ทั้งนั้นแหละ