เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1000 - ศาสตราเทวะเมี่ยเสวียน! หอคอยอสุราจุติ!

บทที่ 1000 - ศาสตราเทวะเมี่ยเสวียน! หอคอยอสุราจุติ!

บทที่ 1000 - ศาสตราเทวะเมี่ยเสวียน! หอคอยอสุราจุติ!


บทที่ 1000 - ศาสตราเทวะเมี่ยเสวียน! หอคอยอสุราจุติ!

ณ ดินแดนหมื่นศัสตรา

จ้าวศัสตราอัคคีจ้องมองสุดยอดศาสตราเทวะที่พุ่งทะลวงเตาหลอมออกมา แววตาของเขาฉายประกายความร้อนรุ่ม "สำเร็จ ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว!!"

เห็นเพียงสุดยอดศาสตราเทวะที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ รูปลักษณ์ของมันดูคล้ายกระบี่ก็ไม่ใช่ คล้ายทวนก็ไม่เชิง คล้ายดาบก็ไม่ปาน!

วัสดุที่ใช้หลอมสร้างยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ใช่ทั้งโลหะ หยก หิน หรือไม้ ทั่วทั้งเล่มเปล่งประกายแสงหลากสีสันงดงามตระการตา แผ่ซ่านพลังแห่งกฎเกณฑ์และกลิ่นอายต้นกำเนิดอันลึกล้ำออกมาเป็นระลอก!

ตัวศาสตราเป็นสีดำทมิฬ รูปร่างดูคล้ายกับทวนยาวที่มีกระบี่เสียบเอาไว้!

เมื่อจ้าวศัสตราอัคคีสัมผัสได้ถึงอานุภาพอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากมัน ต่อให้เขาจะเป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตต้นกำเนิด แต่ในวินาทีนี้เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว

เขาสะบัดมือเบาๆ กางม่านพลังขนาดมหึมาครอบคลุมพื้นที่รอบด้านทันที เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลิ่นอายของศาสตราเทวะรั่วไหลออกไป

ถึงขั้นตัดขาดพื้นที่มิติแห่งนี้ออกจากแดนเซียนโดยสมบูรณ์!

"ศาสตราเทวะเพิ่งจะจุติ เกรงว่าอาจจะดึงดูดผู้ไม่หวังดีให้มาด้อมๆ มองๆ ระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า!"

"รอให้ท่านบรรพชนควบคุมพลังของศาสตราเทวะชิ้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์เมื่อไหร่ ค่อยไปจัดการหลี่เสวียนก็ยังไม่สาย!"

จ้าวศัสตราอัคคีคิดในใจ เขาไม่ได้ผลีผลามไปหาเรื่องหลี่เสวียนทันทีที่หลอมศาสตราเทวะเสร็จ เพราะนั่นมันเป็นการกระทำของพวกโง่เขลา

ในเมื่อยังควบคุมศาสตราเทวะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขืนบุกไปตอนนี้ก็เหมือนเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ

ในตอนนั้นเอง

เงาร่างสายหนึ่งก็ฉีกกระชากความว่างเปล่าก้าวเข้ามา เขาคือชายชราในชุดขาว ชายชราจ้องมองศาสตราเทวะด้วยแววตาเป็นประกาย "ดี ดีมาก! ศาสตราเทวะจุติแล้ว จ้าวศัสตราอัคคี เจ้าทำได้ดีมาก!"

"คารวะท่านบรรพชน!"

จ้าวศัสตราอัคคีค้อมตัวทำความเคารพ

ชายชราชุดขาวเอื้อมมือไปคว้าศาสตราเทวะ ทว่าศาสตราเทวะกลับปลดปล่อยพลังอันมหาศาลออกมาต่อต้าน จนชายชราเกือบจะจับมันไว้ไม่อยู่

จากนั้นเขาก็ต้องเร่งเร้าพลังจนถึงขีดสุด จึงจะสามารถสะกดข่มมันลงได้แบบฉิวเฉียด!

"ช่างเป็นศาสตราเทวะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ขนาดข้ายังเกือบจะเอาไม่อยู่! แต่ศาสตราเทวะแบบนี้นี่แหละ ถึงจะเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ! จ้าวศัสตราอัคคี ศาสตราเทวะชิ้นนี้มีชื่อว่าอะไร?"

ชายชราชุดขาวหันไปถามจ้าวศัสตราอัคคี

"เรียนท่านบรรพชน ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อขอรับ ในเมื่อท่านบรรพชนเป็นผู้ครอบครอง งั้นก็ให้ท่านบรรพชนเป็นคนตั้งชื่อเถอะ!"

จ้าวศัสตราอัคคีเอ่ยตอบ

ชายชราชุดขาวยิ้มบางๆ "ศาสตราเทวะชิ้นนี้เจ้าเป็นคนหลอมขึ้นมา ให้เจ้าเป็นคนตั้งชื่อนั่นแหละดีแล้ว"

"เอ่อ... ก็ได้ขอรับ! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นศาสตราเทวะชิ้นนี้ก็ให้ชื่อว่า... เมี่ยเสวียน ก็แล้วกัน!!"

"เมี่ยเสวียน... ดับหลี่เสวียนงั้นรึ?! ฮ่าๆ จิตสังหารที่เจ้ามีต่อหลี่เสวียนนี่มันรุนแรงจริงๆ นะ!"

ชายชราชุดขาวหัวเราะเบาๆ

ส่วนจ้าวศัสตราอัคคีก็พยักหน้ารับ "หลี่เสวียนสังหารยอดฝีมือขอบเขตต้นกำเนิดของแดนหมื่นศัสตราเราไปหลายคน มันคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของพวกเรา! หากมันยังไม่ตาย แดนหมื่นศัสตราของพวกเราก็ไม่มีที่ยืนในแดนเซียนหรอกขอรับ การหลอมสร้างศาสตราเทวะชิ้นนี้ขึ้นมา ก็เพื่อใช้จัดการกับมันนี่แหละ!"

"อืม ดี! ในเมื่อข้าปรากฏตัวแล้ว แถมยังมีพลังของศาสตราเทวะเมี่ยเสวียนชิ้นนี้อีก ต้องสังหารหลี่เสวียนได้อย่างแน่นอน!"

"ท่านบรรพชน โปรดอย่าได้ประมาท ข้าว่าท่านไปทำความคุ้นเคยกับพลังของศาสตราเทวะก่อนจะดีกว่านะขอรับ"

"อืม ข้ารู้แล้ว งั้นข้าจะกลับไปเก็บตัวปิดด่านเพื่อทำความเข้าใจความลึกล้ำของศาสตราเทวะชิ้นนี้ก่อน!"

"ขอรับ!"

ตัดภาพมาที่อีกด้านหนึ่ง

ณ ยอดเขาเทียนเสวียนแห่งสำนักสู่เซียน

จิตสัมผัสของหลี่เสวียนแผ่ขยายออกไปกวาดผ่านแดนหมื่นศัสตรา หวังจะค้นหาตำแหน่งของศาสตราเทวะชิ้นนั้น แต่กลับไม่พบร่องรอยอะไรเลย

ศาสตราเทวะชิ้นนั้นหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย!

เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "โอ้ ซ่อนตัวงั้นรึ?! ช่างเถอะ ยังไงซะศาสตราเทวะชิ้นนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับข้าอยู่แล้ว ถึงยังไงสักวันมันก็ต้องมาปรากฏอยู่ตรงหน้าข้าอยู่ดี"

"จะว่าไปแล้ว กระบี่ไร้มลทินของข้าก็ไม่ได้วิวัฒนาการมานานแล้วเหมือนกันแฮะ!"

หลี่เสวียนหยิบกระบี่ไร้มลทินออกมาพินิจพิจารณาดูครู่หนึ่ง

จากนั้นเขาก็หยิบกระบี่เทวะมารซาตานที่ยึดมาได้ก่อนหน้านี้ออกมา แล้วยิ้มบางๆ "งั้นก็เอากระบี่เทวะมารซาตานนี่มาอัปเกรดกระบี่ไร้มลทินก็แล้วกัน"

เขาคิดจะหลอมละลายกระบี่เทวะมารซาตาน เพื่อนำไปใช้อัปเกรดกระบี่ไร้มลทิน

ทว่ากระบี่เทวะมารซาตานเล่มนี้แข็งแกร่งทนทานอย่างยิ่ง เปลวเพลิงธรรมดาทั่วไปไม่สามารถหลอมละลายมันได้

ต่อให้ใช้เพลิงเทวะมหาตะวันก็ยังถือว่ายากลำบากอยู่ดี

"เพลิงเทวะมหาตะวันอย่างเดียวคงไม่พอ งั้นก็ต้องบวกเพลิงเทวะยมโลกเข้าไปด้วย!"

หลี่เสวียนยกมือขึ้นเรียกเพลิงเทวะยมโลกออกมา พริบตาเดียวเพลิงเทวะยมโลกและเพลิงเทวะมหาตะวันก็ผสานเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นเพลิงโกลาหล!

อานุภาพของเพลิงโกลาหลนั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ต่อให้เป็นกระบี่เทวะมารซาตานก็ไม่อาจต้านทานได้ มันเริ่มหลอมละลายลงทีละน้อย

กระบี่เทวะมารซาตานส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา!

ดูเหมือนว่ากระบี่เล่มนี้จะไม่ยอมถูกหลอมละลายไปง่ายๆ

แต่มันก็เปล่าประโยชน์

เมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เสวียน มันไม่มีทางขัดขืนได้เลย

ท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นน้ำเหล็ก และถูกหลี่เสวียนนำไปใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับกระบี่ไร้มลทิน!

ทว่าเมื่อกระบี่ไร้มลทินได้รับการอัปเกรดจนเสร็จสมบูรณ์ เจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้า สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหมื่นโลก

ศาสตราวุธนับไม่ถ้วนพากันสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง

เซียนหลายต่อหลายคนถึงกับอึ้งแดกไปตามๆ กัน

"อะไรวะเนี่ย?! หรือว่ามีสุดยอดศาสตราเทวะจุติลงมาอีกชิ้นแล้ว?!"

"สุดยอดศาสตราเทวะพวกนี้มันแจกฟรีหรือไงวะเนี่ย? โผล่มาเป็นดอกเห็ดเลย?!"

"เฮ้อ ดูท่าสวรรค์และปฐพีแห่งนี้ คงจะไม่สงบสุขอีกต่อไปแล้วสินะ!"

"โธ่ อาวุธที่น่าสงสารของข้า ในช่วงเวลาสั้นๆ กลับต้องมาตกใจกลัวถึงสองครั้งสองครา คงจะช็อกจนเสียสติไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย!"

ภายในแดนหมื่นศัสตรา จ้าวศัสตราอัคคีเองก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกระบี่ไร้มลทิน เขาประหลาดใจเล็กน้อย "ไม่นึกเลยว่าหลี่เสวียนเจ้านั่นจะหลอมศาสตราเทวะออกมาได้ด้วย! แถมกลิ่นอายของศาสตราเทวะชิ้นนี้ยังมีร่องรอยของกระบี่เทวะมารซาตานแฝงอยู่อีก เจ้านั่นเอากระบี่เทวะมารซาตานไปทำเป็นวัตถุดิบเสริมพลังงั้นรึ?!"

"ช่างเป็นวิธีการที่ล้ำลึกอะไรเช่นนี้!!"

"แต่ว่านะ กระบี่เทวะมารซาตานก็เป็นแค่อาวุธที่สร้างขึ้นจากเศษวัสดุเหลือทิ้งของศาสตราเทวะเท่านั้น ย่อมไม่มีทางเทียบเคียงเมี่ยเสวียนได้เลยแม้แต่น้อย! หลี่เสวียน สิ่งที่เจ้าทำลงไปทั้งหมดน่ะ มันก็แค่ความพยายามที่สูญเปล่าเท่านั้นแหละ!"

ณ ยอดเขาเทียนเสวียน

หลี่เสวียนมองดูกระบี่ไร้มลทินที่ดูแปลกตาไปจากเดิม เขายิ้มบางๆ อย่างพึงพอใจ

เขารู้ดีว่าต่อให้กระบี่ไร้มลทินจะได้รับการอัปเกรดแล้ว แต่มันก็ยังเทียบไม่ได้กับศาสตราเทวะที่แดนหมื่นศัสตราทุ่มเททรัพยากรทั้งหมด บวกกับผลึกต้นกำเนิดขั้นสิบเพื่อหลอมมันขึ้นมาหรอก!

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา

เขาอัปเกรดกระบี่ไร้มลทินก็ไม่ได้หวังจะเอาไปสู้กับศาสตราเทวะของอีกฝ่ายเสียหน่อย

เขาแค่อยากให้กระบี่ไร้มลทินสามารถรองรับพลังของเขาได้ดียิ่งขึ้นก็เท่านั้น!

เพราะยังไงซะ การรับมือกับศาสตราเทวะนั่น มันเป็นหน้าที่ของเขาเอง!

"ติ๊ง!! มู่หรงฉิงทำความเข้าใจเคล็ดวิชากระบี่ไร้ขอบเขตทะลวงมิติได้ถึงขั้นต้น! ระบบกำลังสุ่มคืนผลตอบแทนให้โฮสต์... ขอแสดงความยินดีด้วย โฮสต์ได้รับเคล็ดวิชากระบี่ไร้ขอบเขตทะลวงมิติขั้นสมบูรณ์แบบ!"

จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น

ข้อมูลอันลึกล้ำสุดหยั่งคาดไหลทะลักเข้าสู่สมองของหลี่เสวียน

พริบตาเดียว หลี่เสวียนก็รู้สึกได้ว่าความเข้าใจในวิถีกระบี่ของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!

เคล็ดวิชากระบี่ไร้ขอบเขตทะลวงมิติ บรรลุขั้นสมบูรณ์แบบในพริบตา!

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "ช่างเป็นเคล็ดวิชากระบี่ไร้ขอบเขตทะลวงมิติที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อานุภาพร้ายกาจสมคำร่ำลือ!"

เมื่อเคล็ดวิชากระบี่ไร้ขอบเขตทะลวงมิติบรรลุขั้นสมบูรณ์แบบ อาจกล่าวได้ว่าเขาคือจักรพรรดิแห่งความว่างเปล่าคนที่สองก็ว่าได้!

เขาเพียงแค่ยกมือขึ้น ปราณกระบี่เส้นบางๆ ก็ไหลเวียนอยู่บนฝ่ามือ

ปราณกระบี่นั้นแผ่กลิ่นอายอันเหน็บหนาวและเฉียบคม ซ้ำยังผสานเข้ากับวิถีแห่งความว่างเปล่า เพียงแค่ปราณกระบี่เส้นบางๆ เส้นเดียว ก็ทำให้ความว่างเปล่ารอบๆ ปริแตกออกอย่างต่อเนื่องแล้ว

หากหลี่เสวียนใช้เคล็ดวิชากระบี่ไร้ขอบเขตทะลวงมิติอย่างเต็มกำลัง เกรงว่าเขาอาจจะผ่าแดนเซียนออกเป็นสองซีกได้เลยทีเดียว!

เมื่อมีเคล็ดวิชานี้ เขาก็ยิ่งมีความมั่นใจในการรับมือกับศาสตราเทวะของแดนหมื่นศัสตรามากยิ่งขึ้น

เวลาล่วงเลยไป ผ่านไปอีกหนึ่งปี

วันหนึ่ง แดนเซียนพลันเกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เห็นเพียงใจกลางของแดนเซียนมีหอคอยโบราณสีดำทมิฬผุดขึ้นมาจากพื้นดิน สูงเสียดฟ้า แผ่ซ่านกลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวหาใดเปรียบ!

บนยอดเขาเทียนเสวียน หลิวเทียนเสวียนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ม่านตาของนางหดเกร็งลงทันที นางหันไปมองทางทิศของหอคอยโบราณนั้น

"กลิ่นอายแบบนี้..."

"หอคอยอสุรา?!"

ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ชื่อนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของนาง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1000 - ศาสตราเทวะเมี่ยเสวียน! หอคอยอสุราจุติ!

คัดลอกลิงก์แล้ว