- หน้าแรก
- ระบบย้อนเวลาเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ
- บทที่ 30 - ภารกิจสำเร็จ
บทที่ 30 - ภารกิจสำเร็จ
บทที่ 30 - ภารกิจสำเร็จ
บทที่ 30 - ภารกิจสำเร็จ
★★★★★
"พ่อพูดว่ายังไงล่ะ"
"ความสนใจคือครูที่ดีที่สุดยังไงล่ะ!"
"พ่อรู้อยู่แล้วว่าลูกเราต้องสอบติดแน่ๆ!"
เฉินเสียนฉีพอได้ยินว่าเฉินจิ่นคว้าอันดับหนึ่งในการสอบสายการแสดงรอบแรกของเป่ยเตี้ยนมาได้ ก็รีบแปลงร่างเป็นคนขี้โม้ระดับโลกทันที คนไม่รู้คงนึกว่าเขาสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับการสอบของเฉินจิ่นอย่างนั้นแหละ
"จ้าๆๆ พ่อคนเก่ง วันๆ เอาแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์!"
"ไม่คุยด้วยแล้วนะ เดี๋ยวต้องพาลูกไปพบจางอี้โหมวอีก!"
"ใครนะ"
เฉินเสียนฉีนึกว่าตัวเองหูฝาดไป "จางอี้โหมวเหรอ"
"ใช่ รองผู้กำกับของเขาโทรมาหาฉัน ให้ลูกเราลองไปแคสต์ดูน่ะ!"
เฉินเสียนฉี "..."
โม้เป็นตุเป็นตะเลยนะ
"ไม่เชื่อล่ะสิ"
ซูหว่านอวี๋รู้ว่าเฉินเสียนฉีไม่เชื่อ เฉินเสียนฉีเหลือบมองคอมพิวเตอร์ ไม่มีคิวคนไข้รอตรวจ ปากก็รีบพูดรัวๆ ว่า "เชื่อสิ เชื่อจ้า พ่อเชื่อหมดใจเลยจ้ะ ต่อให้แม่บอกว่าลูกเราได้เป็นพระเอกหนังของเขา พ่อก็เชื่อ!"
"ฉันพูดจริงนะ เมื่อคืนรองผู้กำกับของเขาโทรมาหาฉันเองเลย!"
"เดี๋ยวตอนเย็นฉันจะส่งรูปคู่ไปให้ดู!"
"ซูหว่านอวี๋ นี่คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม"
เฉินเสียนฉีถึงกับต้องสลับโทรศัพท์เปลี่ยนข้างฟัง
"ฉันดูเหมือนคนที่ชอบล้อคุณเล่นหรือไง"
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง เสียงของเฉินเสียนฉีที่ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยก็ดังแว่วมา "จางอี้โหมวเหรอ ผู้กำกับโอลิมปิก คนที่กำกับหนังห่วยๆ เรื่องคดีปืนสามกระบอกนั่นน่ะเหรอ"
"ใช่สิ ผู้กำกับโอลิมปิก ที่กำกับเรื่องฮีโร่ไง!"
"เขานั่นแหละ ผม..."
เฉินเสียนฉีตกใจจนเกือบจะสบถคำหยาบออกมา สายตาจ้องเขม็งไปที่จอคอมพิวเตอร์ตรวจคนไข้ตรงหน้า อาการเหมือนคนสติหลุดไปชั่วขณะ
เสียงลมหายใจในโทรศัพท์ฟังดูหนักหน่วงขึ้น
"พ่อครับ พ่ออย่าเพิ่งคิดไปไกล แค่ให้ผมไปลองแคสต์ดูเฉยๆ จะได้รับเลือกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย!"
เฉินจิ่นรู้สึกว่าแม่ของเขาชักจะเพ้อเจ้อหนักขึ้นทุกที คนไม่รู้คงคิดว่าเขาถูกจางอี้โหมวเลือกไปแล้วแน่ๆ
โดยเฉพาะเฉินเสียนฉี เขาไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ย่อมต้องคิดไปไกลแน่นอน
ความจริงเมื่อกี้เฉินเสียนฉีก็คิดว่าน่าจะได้ชัวร์ๆ แล้วด้วยซ้ำ
พอได้ยินเฉินจิ่นพูดแบบนั้น เขาถึงได้สติกลับมา "พ่อก็ว่าอยู่ แต่ถือเป็นโอกาสที่ดีเลยนะ พ่อเห็นในข่าวบอกว่าหนังใหม่ของเขากำลังคัดเลือกนักแสดง จะใช้นักแสดงหน้าใหม่ แถมยังจัดออดิชั่นทั่วประเทศด้วย!"
"ใช่ครับ พ่อ ผมจะลองไปดู!"
"เอาเลยลูก สู้ๆ นะ ถ้าได้เล่นจริงๆ ละก็ พ่อจะเอาไปโม้ในโรงพยาบาลได้ยันลูกบวชเลยล่ะ!"
เฉินจิ่น "..."
สรุปว่าที่ผมไปแคสต์งานก็เพื่อให้พ่อเอาไปคุยโม้สินะ
"อ้อ ใช่แล้วลูกชาย ขอประลายเซ็นเขามาด้วยนะ พ่อจะเอาไปโชว์ให้คนทั้งโรงพยาบาลดูเลย!"
ถ้าปลายสายไม่ใช่พ่อของตัวเอง เฉินจิ่นคงกดวางสายไปตั้งนานแล้ว ยางอายนี่แทบจะไม่เหลือให้เห็นเลยจริงๆ
"โชคดีนะเนี่ยที่ไม่ได้ให้พ่อมาด้วย!"
เฉินจิ่นวางสาย แล้วหันไปพูดกับซูหว่านอวี๋ด้วยความรู้สึกหวาดเสียว
"ใช่ ขืนมาคงได้ขายขี้หน้าเขาแน่ แม่นึกภาพออกเลยตอนที่พ่อลูกไปขอลายเซ็นจางอี้โหมวน่ะ!"
"แม่ เลิกพูดเถอะ ผมรู้สึกว่าในบ้านนี้ผมปกติตัวสุดแล้ว!"
คนในครอบครัวแต่ละคนทำตัวเหมือนพวกตัวตลกชะมัด
สองแม่ลูกคุยเล่นหัวเราะกันไป กลับถึงโรงแรมกินข้าวพักผ่อนครู่หนึ่ง ก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังบริษัทซินฮว่าเมี่ยน
...
บ่ายสองโมง ณ จัตุรัสหยางกวง เขตเฉาหยาง เมืองหลวง
บริษัทซินฮว่าเมี่ยนอันโด่งดังในวงการของสองจาง ก็ตั้งอยู่บนตึกในจัตุรัสแห่งนี้ ดูโอ่อ่ามากทีเดียว
แตกต่างจากสตูดิโอของจางอี้โหมวอย่างเห็นได้ชัด
โปสเตอร์ภาพยนตร์ฝีมือการกำกับของจางอี้โหมวหลายเรื่อง เช่น ฮีโร่ จอมใจบ้านมีดบิน ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ถูกนำมาติดเรียงรายอยู่สองข้างประตูทางเข้าบริษัท นอกจากนี้ยังมีรูปถ่ายของจางเว่ยผิงที่ถ่ายคู่กับคนดังในวงการอีกมากมาย อย่างเฉินหลง หลี่เหลียนเจี๋ย เป็นต้น
มองเผินๆ ก็ดูอลังการดีอยู่หรอก แต่พอมองดูใกล้ๆ กลับสู้มองเผินๆ ไม่ได้เลย เพราะมันไม่ได้มีการออกแบบจัดวางอะไรเลย แถมยังดู... เชยสิ้นดี
เฉินจิ่นไม่เชื่อหรอกว่าประตูทางเข้าบริษัทแบบนี้ จะเป็นฝีมือการออกแบบของจางอี้โหมว ผู้กำกับพิธีเปิดโอลิมปิกปี 2008 เดาว่าจางเว่ยผิงคงจะหาคนมาจัดๆ วางๆ ไปส่งๆ มากกว่า ไม่ได้มีการตกแต่งภายในอะไรเลยด้วยซ้ำ
ก็ถูกของเขานะ มีจางอี้โหมวอยู่ทั้งคน ทำยังไงก็โกยเงินได้อยู่แล้ว จะไปเสียเวลาทำให้บริษัทดูหรูหราอลังการไปทำไมกัน
ตาแก่โหมวก็คือนามบัตรที่ดีที่สุดแล้ว
"พี่ครับ ผมมาถึงที่ที่พี่บอกแล้วนะครับ"
เฉินจิ่นโทรหาฟู่ลู่ลู่ ไม่นานนักฟู่ลู่ลู่ที่สวมชุดสูททางการก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าสองแม่ลูก
"สอบสายการแสดงเป็นไงบ้างจ๊ะ"
ฟู่ลู่ลู่ส่งยิ้มให้ซูหว่านอวี๋ก่อน แล้วค่อยหันมาถามเฉินจิ่น
"ก็ดีครับ ได้ที่หนึ่ง!"
"ที่หนึ่งเลยเหรอ"
ฟู่ลู่ลู่ทำหน้าตกใจ กะพริบตาปริบๆ "เหมือนว่าการสอบของเป่ยเตี้ยนรอบนี้ จะมีใครมาสอบด้วยนะ"
"อ้อ สองคนนั้นจากครอบครัวป่วนก๊วนเด็กแสบ จางอี้ซานกับหยางจื่อใช่ไหม เธอได้ที่หนึ่งเหรอเนี่ย"
"ใช่ครับ หยางจื่อได้ที่สาม จางอี้ซานได้ที่สี่!"
เฉินจิ่นไม่กลัวว่าฟู่ลู่ลู่จะโทรไปเช็กหรอก เพราะเรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะตรวจสอบไม่ได้ แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียวก็รู้เรื่องแล้ว
"แล้วที่สองเป็นใครล่ะ"
"ไม่รู้จักครับ เป็นผู้หญิง!"
"ใช้ได้เลยนี่ น้องเฉินจิ่น สายตาพี่เฉียบคมไหมล่ะ ในบรรดาผู้เข้าสอบตั้งมากมาย พี่เลือกเธอเป๊ะเลย!"
ฟู่ลู่ลู่หัวเราะคิกคัก เฉินจิ่นก็รีบรับมุก "แน่นอนอยู่แล้วครับ!"
"ฮ่าๆๆ!"
ทั้งสองคนไม่ได้ทำตัวห่างเหินกันเลย ฟู่ลู่ลู่พาเฉินจิ่นกับซูหว่านอวี๋เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องประชุมห้องหนึ่ง
"คุณพี่กับเสี่ยวจิ่นรออยู่ตรงนี้สักแป๊บนะคะ!"
"ยังมีอีกสามคนที่ยังมาไม่ถึง รอพวกเขามาก่อน ผู้กำกับจางถึงจะให้พวกคุณเริ่มแคสต์ค่ะ!"
ถึงยังไงฟู่ลู่ลู่ก็เป็นถึงรองผู้กำกับมากประสบการณ์ แต่การผูกมิตรกับเฉินจิ่นก็ไม่มีผลเสียอะไรกับเธอหรอก การสอบสายการแสดงได้ที่หนึ่งก็ถือว่ามีฝีมือระดับหนึ่ง ในอนาคตถ้าเกิดเฉินจิ่นโด่งดังขึ้นมา ไม่แน่ว่าทั้งสองคนอาจจะได้ร่วมงานกันอีกก็ได้
ดังนั้นเธอจึงสุภาพกับเฉินจิ่นและซูหว่านอวี๋มาก เพราะในวงการนี้ก็มีแต่พวกจิ้งจอกเฒ่าเขี้ยวลากดินกันทั้งนั้นแหละ
"ได้ค่ะ ผู้กำกับฟู่ เชิญตามสบายเลยค่ะ"
ซูหว่านอวี๋ตอบอย่างมีมารยาท พอมองฟู่ลู่ลู่เดินจากไป เธอถึงได้ถอนหายใจยาว "เสี่ยวจิ่น แม่ไม่ได้ทำตัวขายหน้าใช่ไหมลูก"
"ไม่เลยครับ ตอนแม่ไม่พูดนี่บุคลิกสุดยอดไปเลย!"
เฉินจิ่นยกนิ้วโป้งให้ ซูหว่านอวี๋เลยตีแขนเขาไปทีหนึ่ง แต่เฉินจิ่นกลับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ "แม่ครับ แล้วเรื่องโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ล่ะ แม่จะซื้อให้ผมหรือเปล่า ขืนให้พวกเขาโทรเข้าเครื่องแม่ตลอดมันก็ไม่ค่อยสะดวกใช่ไหมล่ะครับ"
เฉินจิ่นตั้งใจจะพูดเรื่องนี้ตั้งแต่รู้ผลสอบสายการแสดงว่าได้ที่หนึ่งแล้ว แต่พอมัวแต่คิดเรื่องมาแคสติ้ง ก็เลยลืมไปสนิท
เมื่อกี้ตอนที่ยืมโทรศัพท์ซูหว่านอวี๋โทรหาฟู่ลู่ลู่ เฉินจิ่นถึงได้นึกขึ้นมาได้อีกครั้ง
"โอเค เดี๋ยวเสร็จแล้วแม่จะไปซื้อให้!"
"ผมถึงบอกไง ว่าแม่ของผมคือแม่ที่ดีที่สุดในโลก!"
"ไปๆๆ เลย!"
ซูหว่านอวี๋ทำหน้าหมั่นไส้ และในตอนที่สองแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ก็มีคนเดินเข้ามาอีกสองสามคน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ส่วนอีกคนดูเหมือนจะเป็นผู้ช่วยหรือผู้จัดการส่วนตัว
นี่น่าจะเป็นคู่แข่ง... ที่มาแคสติ้งบทเดียวกับเฉินจิ่นงั้นสินะ
พ่อหนุ่มหน้าหล่อคนนั้นยังพยักหน้าให้เฉินจิ่น ดูมีมารยาทมากทีเดียว แต่เฉินจิ่นกลับไม่รู้จักเขาเลย
ไม่นานนัก ก็มีคนทยอยมาถึงอีก
จนกระทั่งคนที่สี่มาถึง พร้อมกับชายแก่ที่มีถุงใต้ตาบวมเป่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นเดินตามหลังมาด้วย เขาคือจางอี้โหมว หรือที่เรียกกันว่าตาแก่โหมวนั่นเอง
เฉินจิ่นกับซูหว่านอวี๋รีบลุกขึ้นยืนทันที คนอื่นๆ เองก็ลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณด้วยเช่นกัน
"มากันครบแล้วใช่ไหม"
จางอี้โหมวหัวเราะ รอยย่นบนใบหน้ายิ่งเห็นได้ชัด น้ำเสียงแหบพร่า
ฟู่ลู่ลู่โผล่มาจากไหนไม่รู้ กวาดสายตามองไปรอบๆ "ค่ะ ผู้กำกับจาง มาครบทั้งสี่คนแล้วค่ะ!"
"งั้นก็เริ่มแคสต์กันเลย!"
"ใครจะเริ่มก่อนดี"
จางอี้โหมวมองไปที่นักแสดงหนุ่มที่มาแคสติ้งทีละคน สายตามาหยุดอยู่ที่เฉินจิ่นครู่หนึ่ง เพราะเฉินจิ่นส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ
ดูผ่อนคลายมาก
รอยยิ้มนั้นความจริงแล้วมันดูปุบปับไปหน่อย แต่จางอี้โหมวกลับรู้สึกชอบใจ เขาชี้ไปที่เฉินจิ่น "ฉันจำเธอได้!"
"งั้นเริ่มที่เธอเลยแล้วกัน!"
จางอี้โหมวพูดกับเฉินจิ่น นักแสดงคนอื่นๆ ถึงกับสะดุ้ง
เฉินจิ่นไม่ได้ปฏิเสธ และตอบตกลงอย่างฉะฉาน "ได้ครับ!"
ติ๊ง!
และในวินาทีนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนภารกิจสำเร็จจากระบบดังขึ้นที่ข้างหู
[ภารกิจ] : ลองไปแคสติ้งบทบาทสำคัญดูสักบท (เสร็จสมบูรณ์)
[จบแล้ว]